*/
  • วนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : noi_build@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 117
  • จำนวนผู้ชม : 343105
  • จำนวนผู้โหวต : 119
  • ส่ง msg :
  • โหวต 119 คน
เพลงโปรด

เทียนน้อย โดยวง ฆราวาส

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 17 เมษายน 2551
Posted by วนา , ผู้อ่าน : 3197 , 13:40:31 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ขอเฉลย วัดที่เห็นในภาพ ชื่อวัดประตูป่อง

ต่อจากเมื่อวาน ข้าพเจ้าจบตอนไว้ที่บ้านเสานัก ตามเส้นทางในแผนที่ย่านเดียวกัน เดินออกจากบ้านเสานักไปทางซ้ายมือก็จะพบวัดนี้ ข้าพเจ้าถามทางจากเจ้าหน้าที่ที่บ้านเสานักอย่างคร่าว ๆ ถึงทางไปวัดนี้ แล้วจึงออกเดินทางต่อในเวลาบ่ายโมงตรง

เส้นทางซอกซอย เป็นถนนสายใน เวลากลางวันของวันทำงาน เส้นทางจึงเงียบเหงาและเปล่าเปลี่ยว มีข้าพเจ้าเดินอยู่เพียงลำพัง นาน ๆ จะมีรถแล่นผ่านไปสักคันหนึ่ง เดิน ๆ ไปก็พลันนึกว่า ตัวเรานี้ประมาทมากไปหรือเปล่าหนอ ที่ไม่ยอมใช้พาหนะสี่ล้อในการเดินทาง แต่หากเลือกที่จะใช้พาหนะที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดแทน

ดูแผนที่แล้วเดินวนอยู่พักใหญ่ เจอสุนัขสองตัวไล่เห่า (เกือบไปแล้ว!!!)มองในแผนที่ก็ถึงจุดหมายแล้ว แต่ทำไมถึงยังไม่เจอวัดเสียที งานนี้บอกได้เลยว่า แผนที่ของนายรอบรู้เชื่อไม่ได้100% เต็ม

ในที่สุด ข้าพเจ้าก็เจอวัด ซึ่งเดินเลยไปถึงสองรอบ แต่กลับไม่เห็น ต้องขอบอกว่า วัดนี้สวยงามประทับใจมาก วัดนี้มีวิหารล้านนาสกุลช่างลำปาง ที่มีการประดับตกแต่งอย่างงดงามวิจิตรบรรจง แสดงถึงความตั้งใจของผู้สร้าง และช่างที่สร้างสรรงานศิลปะอย่างประณีตงดงาม ใส่ใจในทุกรายละเอียด

เสียงระฆังเล็กบนหลังคาโบสถ์ดังกรุ๊งกริ๊ง เมื่อปะทะสายลมร้อนตอนเที่ยงวัน เพิ่มบรรยากาศเคร่งขรึมและวังเวงชอบกล มองไปรอบ ๆ ไม่พบสิ่งมีชีวิตแม้สักสิ่งเดียว นอกจากเจ้าสุนัขสองตัวที่ยืนเห่าไม่เลิกอยู่นอกรั้ว

ต้องขอบอกว่า วัดนี้คงเกิดจากความตั้งใจจริง ๆ ของผู้สร้างเป็นแน่ ลายปูนปั้นของที่นี่จึงงดงามและละเอียดลออ แสดงถึงฝีมือช่างที่ตั้งใจสรรสร้างงานอย่างจริงใจ

ปูนปั้นสิงห์คู่นี้ ประดับอยู่ที่เชิงบันไดของวิหารทรงล้านนา

ตามโปรแกรมที่ตั้งไว้กับตัวเอง จุดหมายเหลืออีกสองที่ คือวัดพระแก้วดอนเต้า และสุสานไตรลักษณ์ ซึ่งตามแผนที่ของป้านภาบอกว่าไม่ไกล เดินไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็ถึง แต่ตอนนี้รู้สึกว่า ใกล้จะหมดแรงเข้าไปทุกที

ในที่สุดข้าพเจ้าก็เห็นกำแพงวัด เฮ้อ! ถึงเสียที (ตามบันทึกประจำวันของข้าพเจ้าว่าไว้อย่างนั้น) สำหรับสุสานไตรลักษณ์คงต้องยกเลิก หรือไม่ก็อาจจะยกยอดไปไว้สำหรับวันพรุ่งนี้

วัดนี้เป็นวัดใหญ่ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจ.ลำปาง แต่วันธรรมดาอย่างนี้ก็เงียบเหงา เหมือนที่อื่น ๆ มีคนมาเที่ยวชมบ้างประปราย เห็นกลุ่มคุณครูและนักเรียนมัธยมหญิงประมาณ 5 คน นั่งรถมาจอดหน้าวัด เมื่อถึงเด็ก ๆ ก็กรูกันขึ้นไปที่วิหารสมเด็จพระพุฒาจารย์โต และตั้งหน้าตั้งตาเสี่ยงเซียมซีกันอย่างขะมักเขม้นทีเดียว

ข้าพเจ้าเดินเลยขึ้นไปที่มณฑปแบบพม่า ที่สร้างไว้อย่างสวยงาม ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหน้าตาแบบพม่า ๆ

วัดพระแก้วดอนเต้านี้ ว่ากันว่า เป็นวัดที่เคยเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกตในช่วงระยะเวลาหนึ่งคือ ตั้งแต่ พ.ศ. 1979 - 2011 ก่อนจะถูกอัญเชิญไปไว้ที่เวียงจันทน์และท้ายสุดประดิษฐานอยู่ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ที่กรุงเทพฯ นั่นเอง

พระพุทธรูปศิลปะพม่า...........ที่ประดิษฐานอยู่ในมณฑป

เหตุที่วัดนี้ได้ชื่อว่าวัดพระแก้วดอนเต้า มีตำนานกล่าวว่า พระมหาเถระแห่งวัดนี้ได้พบแก้วมรกตในแตงโม (ภาษาเหนือเรียกว่า หมากเต้า) และนำมาแกะสลักเป็นพระพุทธรูป แต่ต่อมาถูกอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระธาตุลำปางหลวง จนถึงปัจจุบัน

ภาพข้างล่าง เป็นเจดีย์ใหญ่ทรงล้านนา ซึ่งบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า

สำหรับการทัวร์วัดในลำปางวันแรกนี้ ข้าพเจ้าคงจบที่วัดพระแก้วดอนเต้านี่แหล่ะค่ะ เพราะหมดแรงเดินแล้ว งานนี้กลับไปคงผอม

ทิ้งท้ายของวัดนี้ด้วยภาพนี้ค่ะ วิหารเก่าแก่ทรงล้านนา งดงามทีเดียวค่ะ

ข้าพเจ้าเริ่มวันที่สองในลำปางด้วยรถสี่ล้อรอบเวียง วันนี้ตั้งใจไว้ว่า จะไม่เดินอีกแล้ว เพราะทำให้เสียเวลาค่อนข้างมาก และภารกิจไม่บรรลุวัตถุประสงค์ เนื่องจากมีเวลาที่ลำปางเพียงแค่ 3 วัน ตามโปรแกรมตั้งใจไว้ว่าจะเก็บข้อมูลวัดในเวียงเสีย 2 วัน นอกเวียง 1 วัน หากยังเดินสองเท้าย่ำต๊อกอย่างเมื่อวาน สงสัยภารกิจจะล้มเหลวเสียเปล่า ๆ

เช้าวันที่สองนี้จึงเริ่มที่นี่ วิหารวัดศรีชุม ซึ่งเป็นวัดพม่าที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในลำปางค่ะ เชื่อค่ะว่าเป็นวัดพม่า เพราะพระสงฆ์วัดนี้ก็ไม่ได้พูดภาษาไทยค่ะ ดูภาพแล้วเหมือนยืนในประเทศพม่าเลยค่ะ ไม่บอกว่าอยู่ที่จ.ลำปาง ประเทศไทยก็นึกว่าถ่ายจากประเทศพม่าเป็นแม่นมั่น

วัดศรีชุมนี้เขาว่ากันว่า เป็นวัดพม่าที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาวัดพม่าที่มีอยู่ในประเทศไทยทั้งหมด 31 วัด สร้างในปี พ.ศ. 2433 โดยคหบดีพม่า ชื่อ อูโย ซึ่งติดตามชาวอังกฤษเข้ามาทำงานป่าไม้ในประเทศไทย

ตัวพระวิหารที่เห็นนี้ เป็นอาคารที่มีศิลปะการตกแต่งแบบล้านนาและพม่า หลังคาเครื่องไม้ยอดแหลมแกะสลักเป็นลวดลายสวยงามค่ะ

ระหว่างนั่งรถไปวัดศรีชุม ผ่านวัดป่าฝาง และวัดไชยมงคล หมายตาไว้เรียบร้อยแล้ว เสร็จจากวัดศรีชุม เดินย้อนเข้าซอยกลับมาถนนอีกฟากซึ่งเป็นคู่ขนานกัน มาที่วัดนี้

วัดป่าฝางนี้มีพระเจดีย์ที่งดงาม วัดสงบร่มเย็นด้วยพรรณไม้นานาชนิด วัดนี้ก็เป็นวัดพม่าอีกวัดหนึ่งเช่นกันค่ะ

วัดไชยมงคลค่ะ วัดนี้วังเวง เหมือนวัดร้างเลยค่ะ ไม่แน่ใจว่ามีพระสงฆ์อยู่ประจำที่วัดนี้หรือไม่ วัดนี้ก็เป็นวัดพม่าอีกวัดหนึ่งค่ะ

เดินเข้าไปครั้งแรกไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ ขากลับจะเดินออก เหลือบไปเห็นป้าย "สุนัขที่นี่ไม่กัด หากท่านไม่ถือไม้ เอ!! แล้วถือกล้องถ่ายรูปเนี่ย มันจะกัดมั๊ย" ครานี้ ต้องรีบเดินจ้ำอ้าวออกมาเลยค่ะ เพราะไม่แน่ใจว่า สุนัขจะแยกออกหรือไม่ว่าสิ่งที่ถืออยู่ในมือนี้ไม่ใช่ไม้ที่พวกมันเกลียดชัง

เสร็จจากสามวัดแรก ด้วยความรวดเร็ว เพราะวัดเล็กนิดเดียว ไม่มีที่ให้เดินเที่ยวชมมาก เดินหาอาหารพื้นเมืองใส่ท้องเป็นอาหารเช้า เสร็จสรรพ ก็ล่วงเลยเข้า 11 โมงแล้ว หยิบรายการขึ้นมาดูวันนี้จะไปไหนบ้าง ตัดสินใจเรียกรถวิ่งรอบเวียง คราแรก เรียกไปวัดศรีรองเมือง ซึ่งครั้งแรกจะตัดออก เพราะดูในแผนที่แล้วค่อนข้างไกล แต่ลองเรียกรถดูก่อน คุณลุงคนขับรถขอ 30 บาท จากราคาปกติ 15-20 บาท เพราะวัดอยู่นอกเส้นทาง

ข้าพเจ้าตกลงทันที 30 บาท แลกกับการที่ไม่ต้องเดินให้เหงื่อตก+หลงทาง ไปที่วัดนี้เลย วัดศรีรองเมือง ซึ่งในคู่มือชมว่างามนัก งามหนา ไม่ควรพลาด

วัดศรีรองเมืองนี้ เดิมชื่อ วัดท่าคะน้อยพม่า สร้างขึ้น พ.ศ. 2443 โดยมีพระวิหารไม้สักทองที่สวยงามที่สุดในลำปาง (ททท. เขาว่าอย่างนั้น) เหมือนวิมานของพระอินทร์ ใช้เวลาสร้างถึง 7 ปี จึงแล้วเสร็จ (พ.ศ. 2448-2455) ปัจจุบันก็ทรุดโทรมไปมาก เลือกมุมดี ๆ ถ่ายรูปออกมาก็สวยดีเหมือนกันค่ะ

แต่เมื่อมาถึง ผิดหวังเล็ก ๆ วัดไม่ใหญ่โตอย่างที่คิด แถมยังติดจะเหมือนวัดร้าง เหมือนที่ผ่าน ๆ มา

ภาพนี้ เขาติดป้ายไว้ว่า "ส้วมโบราณ" ดูสิคะ วิจิตรบรรจงขนาดไหน ขนาดหลังคาส้วม ยังมีหลังคาเป็นเรือนยอดตั้งสามชั้นแน่ะค่ะ อยู่ที่มุมกำแพงของวัดศรีรองเมือง

ข้าพเจ้าตัดสินใจแล้ว เหมารถคุณลุงเลยดีกว่า เล่าให้ฟังคร่าว ๆ ว่าอยากไปที่ไหนบ้าง คุณลุงเรียก 200 บาท สำหรับวัดที่เพิ่มมาอีก 3 วัด ข้าพเจ้าต่อรองเหลือ 150 บาท คุณลุงอิดออด แต่ก็ยอมตกลง แล้วบอกว่า หากมีเพิ่มเติม ขอเพิ่มให้ลุงอีกหน่อยเถอะ

คุณลุงเสนอแนะให้ไปสถานที่ที่ไกลที่สุดก่อน นั่นคือวัดเจดีย์ซาว ซึ่งอยู่นอกเวียงออกไปค่อนข้างมาก เพราะวัดนี้อยู่นอกกรอบของแผนที่บริเวณรอบเวียง ข้าพเจ้าตกลงทันที ว่าไงว่าตามกัน

วัดเจดีย์ซาวหลังนี้ เป็นพระอารามหลวง เหตุที่ชื่อนี้ เพราะว่า "ซาว" แปลว่า "ยี่สิบ" ส่วนหลัง แปลว่า "องค์" วัดนี้จึงแปลว่าวัดที่มีเจดีย์ 20 องค์ ตรงตัวไม่ต้องคิดมากเลยค่ะ

จากหลักฐานการขุดค้น ทำให้สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างมานานกว่าพันปี มีสิ่งที่ให้ชมมากมาย แต่ข้าพเจ้าก็เลือกมาให้ชมเพียงบางส่วนดังที่เห็น  นี่คือหมู่เจดีย์ทั้ง 20 องค์ ถ่ายยังไง ก็ไม่ได้ครบ 20 องค์เสียที สงสัยฝีมือยังไม่เข้าขั้น

รูปนี้เป็นอุโบสถวัดเจดีย์ซาวหลัง สวยงามมากค่ะ

วิจิตรบรรจงตั้งแต่ หลังคา นาคสะดุ้งที่เชิงชายหลังคาโบสถ์ ซุ้มประตู หน้าต่าง วิจิตรบรรจงจริง ๆ เลยค่ะ

มกรคลายนาค ที่บันไดทางขึ้นอุโบสถ

ข้าพเจ้าถ่ายรูปมกรคลายนาคนี้มาเกือบทุกวัดเลยทีเดียว แต่ก็เห็นว่าที่นี่สวยงามมากเลยนำมาให้ชมกันค่ะ ลวดลายงดงามอ่อนช้อย

อันนี้สิคะ ไม่ทราบว่าตัวอะไร ใครรู้บ้างช่วยบอกที

ข้าพเจ้าเรียกว่า ลูกครึ่งสิงห์+นาค อยู่ที่บันไดทางขึ้นอุโบสถอีกด้านหนึ่งของวัดเจดีย์ซาวเหมือนกันค่ะ สวยแปลกตาดีค่ะ

เสร็จจากวัดเจดีย์ซาว ข้าพเจ้ามาแวะไหว้ หลวงพ่อเขษม ที่นี่เลยค่ะ สุสานไตรลักษณ์ นั่งรถมาก็เห็นหลวงพ่อยืนตระหง่านแบบนี้หล่ะค่ะ

ตอนรถผ่านไปวัดเจดีย์ซาวหลัง ข้าพเจ้าเห็นแว้บ ๆ กองอิฐสูง ๆ เลยสงสัยว่า อาจจะเป็นกำแพงเมืองเก่า ขากลับบอกคุณลุงของแวะลงไปดูหน่อย แล้วก็ใช่อย่างที่สงสัยจริง ๆ ด้วย

ซากกำแพงเมืองเก่า ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญของเมืองซึ่งพระนางจามเทวี ทรงโปรดให้สร้างขึ้นสำหรับเจ้าอนันยศ พระราชบุตร ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 13 มีสภาพอย่างที่เห็นนี่แหล่ะค่ะ

กำแพงเมืองลำปางนี้ถูกทิ้งร้าง อย่างไร้การเหลียวแล เพราะประชาชนไม่ให้ความสนใจ ผิดกับที่แพร่ค่ะ ที่กำแพงเมืองยังสมบูรณ์อยู่มาก และชีวิตในกำแพงเมืองนั้นไม่เคยร้างผู้คนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

นี่เลย พาหนะสี่ล้อรอบเวียง สีเขียว-เหลือง ที่พาข้าพเจ้าตระเวณไปรอบเมือง ทำให้ภารกิจบรรลุวัตถุประสงค์ลงภายในเวลาบ่ายสามโมง แถมยังเก็บตกรายการของเมื่อวานได้จนครบอีกด้วย สีสันก็เหมือนแท๊กซี่มิเตอร์บุคคลในกรุงเทพฯเลยค่ะ

"สี่ล้อ" ยวดยานที่มีน้ำใจของคนลำปาง ยืนอยู่ตรงไหนก็สามารถเรียกได้ จะไปตรงไหน รถไปจอดเทียบให้ถึงที่ ไม่ว่าจะซอกแซกไปในที่ใด ถนนไปถึง รถสี่ล้อนี้ก็จะไปจอดเทียบให้ถึงบันไดบ้านเลยทีเดียว

ข้าพเจ้าขึ้นรถสี่ล้อนี้ด้วยความสนุกสนานทีเดียว เพราะสามารถจะให้เค้าจอดรับ หรือจอดส่งที่ไหนก็ได้ที่เราอยากจะไป อย่างเช่น ตอนเช้าที่ข้าพเจ้านั่งออกจากที่พัก จะมีผู้คนโดยสารกันมาเต็มคันรถ รถจะแวะส่งผู้คนตามคิว อย่างโรงพยาบาล ไปส่งกันถึงหน้าตึกทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นตึกเด็ก หรือตึกอายุรกรรม เรียกว่าป้อนกันถึงปากทีเดียว

อันนี้เป็นวัฒนธรรมอันมีน้ำใจอย่างหนึ่งของที่นี่ที่ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจมาก จนต้องเก็บมากบันทึกไว้และเขียนถึงในเวลาต่อมา ซึ่งนับเป็นความสะดวกอย่างยิ่งสำหรับนักเดินทางแปลกหน้าอย่างข้าพเจ้าที่ไม่รู้จักถนนหนทาง เพียงยืนริมถนน ยื่นหน้าหรือยื่นมือออกไปโบกส่งสัญญาณสักหน่อย บอกที่หมาย รถก็จะไปส่งถึงที่

สำหรับชนชั้นกลางที่ใช้รถส่วนตัวที่นี่ บางครั้งอาจจะรู้สึกไม่ปลอดภัย กับการใช้รถอย่างไม่รู้จักถนนหนทาง และอาจจะไม่รู้สึกว่า การขนส่งที่เอื้ออารีเช่นนี้จะสลักสำคัญหรือน่าประทับใจตรงไหน แต่สำหรับข้าพเจ้าแล้วประทับใจมาก เป็นวัฒนธรรมอันมีน้ำใจที่หาไม่ได้เลยในเมืองหลวง

วันนี้ข้าพเจ้าเสียเงินค่าเดินทางมากกว่าเมื่อวานอยู่สักหน่อย แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า และสุดท้าย ข้าพเจ้าก็จ่ายให้ลุง 200 บาท เพราะเห็นแล้วว่า มันไม่ได้แพงจนเกินไป


เรื่องราวของวันที่สองยังมีต่ออยู่อีกนิดหน่อย ข้าพเจ้าขอยกยอดไปในวันพรุ่งนี้ และจะมาต่อด้วยรายการของวันที่สาม ซึ่งเป็นสถานที่สุดท้ายในจังหวัดลำปางสำหรับโปรแกรมที่ข้าพเจ้าได้ตีกรอบให้ตัวเองเอาไว้

เรื่องและภาพ โดย : วนา



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
freeman วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 15.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hanako

สวยจัง อยากไปเที่ยวด้วย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เจเจค่ะ วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 12.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj
Completely support 137 

แค่ผ่าน แต่ยังไม่เคยทัวร์ลำปางเลยค่ะ

วัดสวยทั้งนั้นเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Dogstar วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 10.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dogstar

จะต้องไปสักวัน ลำปาง
สวยสวยมากค่ะ แล้วไม่แวะเชียงไหม่บ้างหรือ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 17/04/2008 เวลา : 15.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

น่าเที่ยวนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน