*/
  • วนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : noi_build@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 117
  • จำนวนผู้ชม : 343404
  • จำนวนผู้โหวต : 119
  • ส่ง msg :
  • โหวต 119 คน
เพลงโปรด

เทียนน้อย โดยวง ฆราวาส

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน 2551
Posted by วนา , ผู้อ่าน : 4669 , 16:30:35 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ติดค้างไว้สำหรับการเดินทางในลำปางวันที่ 2 ช่วงสุดท้าย นั่นคือการเที่ยวชมย่านเก่าของเมืองลำปาง เมื่อมองไปในแผนที่ มองเห็นชื่อถนนเส้นหนึ่ง ชื่อว่า ถนนตลาดเก่า หลังเสร็จสิ้นการชมวัดสำหรับวันที่สองนี้แล้ว ข้าพเจ้าไปหลบร้อน อังแอร์(ศัพท์บัญญัติของข้าพเจ้าเอง แปลว่า นั่งผึ่งความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ) ที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่แห่งหนึ่งของจังหวัด สถานที่สิ้นคิด สำหรับในเวลาที่นึกไม่ออกว่าจะไปหลบไอร้อนของแดดที่ไหนดี เข้าฟาสต์ฟู้ดยอดนิยมของอเมริกา วันนี้เสียดุลอีกแล้วเรา สั่งอาหาร 1 ชุด ในราคา 100 ทอน 1 บาท นั่งเขียนบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้ผจญภัยมาในวันนี้.............

หลังจากผ่านไป 1 ชม. หายร้อนแล้ว สมองทั้งสองซีก เริ่มทำงาน ยังพอมีเวลาเหลือ ตอนนั้นเป็นเวลา 4 โมงเย็น กว่าจะถึงเวลานัดกับญาติที่ข้าพเจ้าไปขออาศัยอยู่ด้วย ก็ยังเหลือเวลาอีกประมาณ ชั่วโมงครึ่ง...ไปไหนดี!!!!

กางแผนที่อีกครั้ง.........ตัดสินใจ ไปชมย่านเก่าของลำปางดีกว่า ว่าแล้วก็กระโดดขึ้นสี่ล้อ หน้าห้าง พี่คนขับยื่นหน้ามาถาม "น้องลงไหน?" "ไปลงตลาดเก่าค่ะพี่" คนขับถามต่อ "ตลาดจีนเหรอ???" "แหะแหะ คงงั้นมั้งพี่ หนูไม่รู้จัก" แต่ก็เป็นอันตกลง ตลาดจีนก็ตลาดจีน "สี่ล้อ" นำข้าพเจ้าไปจอดไว้สักที่ใดที่หนึ่ง แต่ก็เป็นย่านเก่าของเมืองลำปาง ที่นั่นก็จะพบบ้านเรือนอาคารแถวสร้างด้วยไม้รูปทรงเก่า สวยแปลกตา ย่านนี้ก็ยังเปิดทำการค้าขายอยู่เหมือนเดิม แต่ก็ค่อนข้างเงียบเหงา เพราะผู้คนพากันไปเดินซื้อหา จับจ่ายสินค้ากันที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่แห่งนั้นกันหมด

ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราคงต้องทำใจยอมรับกันว่า ห้างสรรพสินค้าขายส่งแห่งใหม่ของจังหวัด กำลังกลืนกินวิถีชีวิตคนเมือง ร้านชำรายย่อย เริ่มขายของยากขึ้น เนื่องจากต้นทุนสินค้าจะสูงกว่าห้างเหล่านั้น ทำให้สินค้าราคาแพงกว่า ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้คนปฏิเสธที่จะซื้อ และหันไปซื้อสินค้าราคาขายส่งจากห้างแห่งใหม่ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ได้ครอบงำชาวเมืองหลวงเรียบร้อยไปแล้ว........

เสน่ห์ของย่านนี้ ก็คงเป็นอาคารไม้สวย ๆ นี่แหล่ะค่ะ ถึงแม้จะทรุดโทรม แต่ก็ดูสวยไปอีกแบบ

ร้านตัดผมชาย ในย่านตลาดเก่าค่ะ............

หลังนี้คงเป็นบ้านคหบดีเก่าของเมืองลำปาง ปัจจุบันก็ถูกทิ้งร้าง

เดินชมย่านตลาดเก่าจนทั่วแล้ว ข้าพเจ้าก็ขึ้นสี่ล้ออีกครั้งเพื่อมาบริเวณศาลหลักเมือง เพื่อนั่งรอเวลานัดพบกับญาติผู้ใหญ่ที่ข้าพเจ้าไปขอพักอาศัยอยู่กับเขาในช่วงเวลาที่อยู่ที่จ.ลำปาง ซึ่งบ้านที่พักนั้นจะอยู่นอกเมืองออกไป

ระหว่างนั่งรออยู่ที่ศาลหลักเมือง ก็มีคุณลุงคนหนึ่ง นำอาหารมาโปรยให้เจ้าพิราบพวกนี้แหล่ะค่ะ

ระหว่างนั่งรอ ข้าพเจ้าฆ่าเวลาด้วยการเดินไปดูท่ารถไปเกาะคา อ.ที่ตั้งของวัดพระธาตุลำปางหลวง สำหรับโปรแกรมวันพรุ่งนี้ ซึ่งหมายมั่นปั้นมือเอาไว้แล้วว่า จะใช้เวลาสำหรับพรุ่งนี้ที่วัดพระธาตุลำปางหลวงซักครึ่งวัน จากนั้นก็จะไปหาซื้ออาหารพื้นเมืองลำปาง ไว้ไปเป็นเสบียงในการกลับไปทำงานที่แพร่ช่วงที่สองอีกด้วย

แต่ไม่ใช่พาหนะคันนี้หรอกนะคะที่จะนั่งไปวัดพระธาตุลำปางหลวง ก็เป็นสี่ล้อวิ่งระหว่างอำเภอน่ะค่ะ หนังสือเที่ยวเมืองลำปางของนายรอบรู้เค้าแจ้งไว้ว่า ค่ารถจากลำปางไปเกาะคา 20 บาท หากจะต่อไปวัดพระธาตุลำปางหลวงด้วย ก็บวกอีก 30 บาท ทั้ง ๆ ที่ระยะทางแค่ 3 กิโลเมตรเท่านั้น เอาก็เอา ยังดีกว่าต้องเหมารถ เพราะนายรอบรู้บอกว่า ถ้าจะเหมาก็ราคา 300 บาท แต่ญาติผู้ใหญ่ของเราเตือนว่า อันตรายไม่น่าไว้ใจ ..........เฮ้อ!!!

เช้าวันที่สาม ข้าพเจ้าออกจากบ้านพักเวลาประมาณ 9 โมงเช้า แวะกินข้าวเช้าที่ตลาด ก่อนเดินไปท่ารถเพื่อไปอ.เกาะคา ซึ่งไปสำรวจมาเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อวาน เสียงคนขับตะโกนเรียกผู้โดยสารอยู่เจื้อยแจ้ว ข้าพเจ้าเดินเข้าไปสอบถาม รถคันนี้ไปถึงวัดพระธาตุลำปางหลวงมั๊ย คนขับบอกว่าไม่ถึง แต่จะไปส่งให้ก็ได้ ขอคิดเงินเพิ่มจากราคาปกติ 20 บาท เป็น 50 บาท (ตรงกับที่นายรอบรู้บอกเอาไว้) สภาพรถที่เห็น เหมือนรถขนกับข้าว มากกว่าจะเป็นรถโดยสารทั่วไป เพราะบนพื้นรถเต็มไปด้วยถุงผักน้อยใหญ่ ถุงไก่ ถุงเนื้อหมูอีกหลายถุงใหญ่ มีผู้โดยสารเป็นหญิงสูงอายุนั่งอยู่ก่อนแล้ว สองคน

ข้าพเจ้าขึ้นไปนั่งรอเวลารถออก เสียงคนขับตะโกนมาลอย ๆ ไปวัดพระธาตุลำปางหลวง จะเหมารถก็ได้นะ เพราะขากลับอาจจะไม่มีรถกลับออกมา (แหม! ขู่เราเสียอีกแน่ะ) กว่ารถจะออกก็ปาเข้าไป 10 โมง เมื่อถึงตัวอำเภอเกาะคา ผู้โดยสารลงหมดแล้ว ข้าพเจ้าถึงได้รู้ว่า ถุงข้าวของเหล่านั้น พี่สี่ล้อเค้ารับส่งในสนนราคา ถุงละ 10 บาท บริการส่งถึงมือลูกค้าเลยทีเดียว

พี่สี่ล้อหันมาต่อรองกับข้าพเจ้าใหม่ ขอให้เหมาในราคา 200 บาท โดยคิดรวม 50 บาทแรกเข้าไปแล้ว เป็นเวลา 1 ชั่วโมง แล้วจะรอรับกลับออกมาส่งที่ตัวอ.เมือง ข้าพเจ้าต่อรองขอเป็นสองชั่วโมง พี่สี่ล้อหัวเราะบอกไม่ได้ หากสองชั่วโมง ขอคิด 300 บาท เอ้า! งั้นชั่วโมงครึ่ง ก็ไม่ได้อีก สุดท้ายแกเลยบอกว่า ให้ชั่วโมงกว่า ๆ ก็แล้วกัน ก็เป็นอันตกลง ดีกว่าจะต้องนั่งรอรถกลับออกมาอย่างไม่รู้ชะตากรรม และเมื่อไปถึงก็พบว่า สิ่งที่คนขับรถบอกนั้นไม่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย ที่นั่นไม่มีรถโดยสาร บนลานจอดมีแต่รถของบริษัททัวร์ต่าง ๆ ที่พาลูกทัวร์ชาวต่างชาติมาเที่ยว ส่วนใหญ่มากันเป็นหมู่คณะ ไม่ใช่ซัมเหมาอย่างข้าพเจ้า และไม่มีรถโดยสารอย่างที่นายรอบรู้บอกเอาไว้ (โดนนายรอบรู้หลอกรอบที่สอง)

พี่สี่ล้อ นำข้าพเจ้ามาส่งตรงนี้แหล่ะค่ะ จากนั้นเรานัดแนะเวลาและสถานที่ขึ้นรถขา กลับ ก่อนแยกจากกัน พี่สี่ล้อหันมาย้ำกับข้าพเจ้า 200 บาทนะ..............จ้า....200 ไม่ลืมค่ะ

พ้นซุ้มประตูเข้าไป ข้าพเจ้าก็จะเจอวิหารหลวงอยู่ด้านหน้า ภายในมีพระพุทธรูปที่เห็นนี่แหล่ะค่ะ ข้าพเจ้าจำชื่อไม่ได้ เนื่องจากหนังสือคู่มือ ได้มีอันอันตธานหายไปจากโต๊ะทำงาน ยามที่ข้าพเจ้าลาพักร้อนไป ต้องขออภัยที่ไม่สามารถให้รายละเอียดได้มากกว่านี้ เอาเป็นว่าดูแต่ภาพสวย ๆ กับข้อมูลแบบกระพร่องกระแพร่งไปก่อนก็แล้วกันนะคะ

ถัดจากพระวิหารหลวงไป ด้านหลังก็จะเป็นองค์พระธาตุลำปางหลวง ซึ่งรูปแบบวัดพระธาตุลำปางหลวงนี้ มีคติการสร้างคล้ายกับการสร้างวัดในสมัยอยุธยาตอนต้น อย่างเช่น วัดมหาธาตุ หรือวัดราชบูรณะที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือ จะมีการสร้างพระวิหารใหญ่ไว้ด้านหน้าวัด ตามด้วยปรางค์ประธาน (แต่ที่นี่จะเป็นองค์พระธาตุ) ซึ่งมีความหมายอย่างเดียวกัน และรอบ ๆ จะเป็นระเบียงคด มีอุโบสถเล็ก อยู่ด้านหลัง แต่วัดนี้จะอยู่ด้านข้าง ๆ ค่ะ ใครนึกภาพไม่ออก ลองไปดูที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามในกรุงเทพฯ ก็ได้ค่ะ

องค์พระธาตุลำปางหลวง แบบเต็ม ๆ องค์

ระเบียงคด รอบพระวิหารหลง องค์พระธาตุ และพระอุโบสถ

ที่เห็นนี้ คือรางน้ำ ที่มีเรื่องเล่าว่า สมัยที่พม่าได้มาตั้งฐานทัพอยู่ที่วัดพระธาตุลำปางหลวงแห่งนี้ หนานทิพย์ช้าง ได้อาศัยเล็ดลอดเข้ามายิงท้าวมหายศ แม่ทัพพม่า ซึ่งดูจากสภาพรางน้ำแล้ว สันนิษฐานได้ว่า หากหนานทิพย์ช้างไม่ตัวเล็กขนาดที่รอดเข้ามาทางรางน้ำนี้ได้ รางน้ำนี้สมัยก่อนก็อาจจะมีสภาพที่กว้างใหญ่กว่านี้ก็เป็นได้

มณฑปครอบรอยพระพุทธบาท ซึ่งมีป้ายติดไว้ว่า ห้ามผู้หญิงขึ้น ก็เลยได้ภาพมาแต่เพียงภายนอกเท่านั้น

ความงามของหน้าบันพระอุโบสถ....................

พระพุทธรูปภายในพระอุโบสถ

ที่เห็นนี้ คือรอยกระสุนปืน ที่หนานทิพย์ช้างวีรบุรุษแห่งนครลำปาง ยิงท้าวมหายศ แม่ทัพพม่า

พ.ศ. 2275 หนานทิพย์ช้าง ต้นตระกูล ณ ลำปาง ณ ลำพูน ณ เชียงใหม่ และเชื้อเจ็ดตน ยิงท้าวมหายศ แม่ทัพเมืองลำพูน ซึ่งเป็นเมืองของพม่าตาย ลูกปืนถูกรั้วทองเหลือตามรอยที่เห็นนี้

รูปปั้นนี้ ข้าพเจ้าไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร แต่ดูจากศิลปะและผ้าที่ห่มเป็นสีแดง ข้าพเจ้าขอสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นรูปปั้นนัต นัตที่ว่านี้คือผี ผีที่ว่าคือ ผีบ้านผีเมืองของพม่าเค้าหล่ะค่ะ ชาวพม่าเชื่อว่า กษัตริย์ผู้ที่เก่งกาจกล้าหาญ ทรงคุณธรรม ตายไปก็จะไปเป็นนัต คุมครองปกปักรักษาบ้านเมือง อย่างเช่น บุเรงนอง กษัตริย์พม่าผู้เกรียงไกร ชาวพม่าก็เชื่อว่าเป็นนัตองค์หนึ่งเหมือนกัน เหมือนที่ในเมืองไทยเราก็นิยมบูชาเสด็จพ่อ ร.5 หรือกรมหลวงชุมพร เพราะเชื่อว่าพระองค์ท่านไปจุติเป็นเทพนั่นเอง

หอไตร................

หอไตรนี้ตั้งอยู่บริเวณด้านนอกระเบียงคด ไม่ปรากฏหลักฐานของผู้สร้าง แต่เชื่อว่ามีอายุไม่น้อยกว่า 400 ปี ซึ่งมีสถาปัตยกรรมของหอไตรแบบพื้นเมืองล้านนา ที่ยังคงเหลืออยู่ ในขณะที่อื่น ๆ เปลี่ยนแปลงไปเกือบหมดแล้ว

องค์พระแก้วดอนเต้า ติดลูกกรงแน่นหนา แทบมองไม่เห็นองค์พระแก้วเลยล่ะค่ะ

อันนี้ไม่มีอะไร ชอบถ้อยคำที่ติดอยู่บนต้นจันท์อายุ 200 ปีต้นนี้ ก็เลยถ่ายมาฝากกันค่ะ

ที่เห็นนี้คือต้นลานค่ะ ข้าพเจ้าเคยเห็นแต่ผลิตภัณฑ์จากใบลาน ก็ไม่เคยเห็นเสียทีว่ารูปร่างหน้าตาต้นมันเป็นอย่างไร เพิ่งได้เห็นก็ที่นี่แหล่ะค่ะ ต้นสูงใหญ่ทีเดียว

ขากลับลงมา ข้าพเจ้ามายืนมองมุมนี้ สวยงามไปอีกแบบหนึ่ง


การสร้างวัดนี้คงถือคติจักรวาล คือการสร้างศาสนสถานบนภูเขา เป็นการจำลองเขาพระสุเมร พระบรมธาตุ ก็เปรียบประดุจพระธาตุเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั่นเอง

ครบ 1 ชั่วโมงไม่ขาดไม่เกิน ข้าพเจ้าเดินลงมาที่ลานจอดรถ เห็นแต่รถจอดอยู่ อ้าวพี่คนขับไปไหนแล้วหนอ เดี๋ยวจะหาว่าเราเกินเวลา อุตสาห์มาตรงต่อเวลา นั่งรอสักพัก พี่สี่ล้อเดินมาพอดี เขาบอกข้าพเจ้าอย่างมีน้ำใจว่า ไปเข้าห้องน้ำเสียสิ ด้านล่างนี้ห้องน้ำสะอาดดี อืมส์!! สะอาดจริงอย่างที่เขาว่านั่นแหล่ะ

ขากลับพี่สี่ล้อชวนข้าพเจ้านั่งด้านหน้าด้วยกัน ข้าพเจ้าก็คิดว่าดีเหมือนกัน จะได้นั่งคุยกันไปด้วย ปรากฏว่าข้าพเจ้าโดนสัมภาษณ์แบบเดิม ๆ มีแฟนรึยัง? อายุเท่าไหร่? เรียนหรือทำงาน? แต่งงานหรือยัง? ฯลฯ ฮ่าฮ่า!!! ข้าพเจ้าแอบหัวเราะในใจ ผู้ชายหาเรื่องคุยได้แค่นี้เองเหรอ ข้าพเจ้าตอบไม่ครบทุกคำถามหรอก ว่าแล้วก็ชวนคุยเรื่องอื่น ๆ ที่มีสาระดีกว่า ที่จะมานั่งตอบคำถามที่ไร้สาระอย่างนั้น

ระหว่างทางขากลับ ข้าพเจ้าบอกเขาว่า ถึงจะเหมาแล้ว แต่เขาก็สามารถรับผู้โดยสารรายทางได้ด้วยนะ ข้าพเจ้าคุยกับเขาเรื่องรายได้จากการขับรถ เพราะเห็นว่า มีรถวิ่งโดยสารวิ่งมากกว่าคนใช้บริการ รถแต่ละคันจึงไม่ค่อยได้ผู้โดยสารเต็มคัน คนขับรถบอกว่า รายได้ไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากคนขับกันเยอะ อาศัยส่งของให้ลูกค้าชิ้นละ 10 บาทที่แม่ค้ามักจะฝากมากับรถ ระหว่างทางกลับ เขาขับรถช้ามาก เพราะสายตาจะสอดส่ายหาผู้โดยสารตามทางตลอด ไม่ยอมพลาดแม้แต่คนเดียว ขนาดบางคนยังไม่ข้ามถนนเลย พี่แกก็ยังจอดรถรอ

การเดินทางวันนี้จบลงอย่างเรียบร้อยปลอดภัย ภายในครึ่งวันตามที่ตั้งใจเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำใจหรืออยากได้เงินก็ตามที่คนขับรถเลือกที่จะเสนอให้ข้าพเจ้าเหมารถ ในสนนราคาที่แตกต่าง(ถูกกว่า) นายรอบรู้บอก ถึง 100 บาท แต่มันก็ทำให้ข้าพเจ้าได้อะไรกลับมาหลาย ๆ อย่าง ไม่ต้องเสียเวลา ได้รู้จักแง่มุมของชีวิตคนหาเช้ากินค่ำอย่างพวกเขา ข้าพเจ้านึกเปรียบเทียบกับตนเอง เมื่อคนขับถามว่าฉันทำงานอะไร ฉันตอบว่าทำด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์ เขาทำหน้างง แล้วถามว่า ทำงานอย่างนี้ได้เงินเป็นหมื่นมั๊ย ข้าพเจ้าหัวเราะแล้วบอกว่า ไม่มีใครอยากทำงานแบบนี้หรอก เพราะมันไส้แห้ง(แปลว่าไม่ค่อยมีกินสักเท่าไหร่)

ความจริงระยะหลังมานี้ ข้าพเจ้าคิดว่าค่าของเงินมันต่ำมาก จนทำให้มองเห็นว่า เงินหมื่นมันไม่ได้มากมายอะไร แต่สำหรับคนหาเช้ากินค่ำอย่างคนขับรถสี่ล้อนี้ ทุกบาททุกสตางค์มีความหมาย ข้าพเจ้าคิดทบทวน (ฉันจ่ายมากไปไหมหนอ) ฉันถูกเอาเปรียบหรือเปล่า นั่นเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าเคยคิดเมื่อก่อนนี้ ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพราะกลัวจะเป็นคนโง่ในสายตาคนอื่น แต่วันนี้ข้าพเจ้ากลับคิดว่า ถ้าสามารถจ่ายได้ ฉันก็ควรจะจ่าย ซึ่งก็เป็นจำนวนเงินที่สมควรที่จะจ่ายได้โดยไม่เดือดร้อน

ข้าพเจ้าจึงรู้สึกว่า "ว่าง" แล้ว กับการยึดติดกับหลาย ๆ สิ่งที่ทำให้เกิดความกังวล นำไปสู่ความวิตกและครุ่นคิดจนปวดหัว และไม่มีความสุข เมื่อไม่คิด การจ่ายเงิน 200 บาท เพื่อซื้อความรู้มากมายที่ได้กลับไปในวันนี้ นับว่าคุ้มค่ามากมายทีเดียว..........

บันทึกไว้ด้วยความรัก 14 มีนาคม 2550
เรื่องและภาพโดย : วนา
ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะชม



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 12.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO


สวัสดียามเที่ยงครับ...

ผมขออนุญาติเก็บคุณวนา..เป็นเพื่อนบ้านเช่นกันครับ..

ชอบภาพและการเล่าเรื่องที่สอดแทรกเกร็ดความรู้ดีดีแบบนี้

ส่วนตัวแล้ว..ผมได้ท่องทำงานอยู่แถวเหนือมาหลายครั้งหลายถิ่น แถบน่าน แพร่ ลำปาง...

แล้วผมจะตามมาเก็บเอนทรีเก่าอีกครั้งครับ...น่าสนใจทั้งนั้นเลย...อาจได้แลกเปลี่ยนมุมมองกันบ้าง

มีความสุขกับรอยเท้าของชีวิตเสมอนะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ปรีเปรม วันที่ : 19/04/2008 เวลา : 18.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/preprem

สวยงามจริงๆครับ.......ของจริงสวยกว่านี้อีกครับ...เชิญชวนไปเที่ยวกันครับ...
อีกทั้งรอบๆบริเวณมีโรงงานเซรามิกสวยๆเยอะครับอุดหนุนไทยด้วยกัน...ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 17.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ชอบบ้านไม้มากครับ..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
INDYLOVE วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 17.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loveindy
บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับความทรงจำความประทับใจ ประสบการณ์ในการท่องเที่ยว และอาหาร

ยังไม่เคยไปพระธาตุลำปางหลวงเลย เห็นแล้วอยากไปสักครั้งบ้างค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อะตอม วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 16.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/atom240
....คิดดี..คือ ดี

อยากให้ตั้งใจมาทาง จ. น่านบ้าง นะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน