*/
  • วนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : noi_build@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 117
  • จำนวนผู้ชม : 343404
  • จำนวนผู้โหวต : 119
  • ส่ง msg :
  • โหวต 119 คน
เพลงโปรด

เทียนน้อย โดยวง ฆราวาส

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 23 เมษายน 2551
Posted by วนา , ผู้อ่าน : 2959 , 11:18:31 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สมุดบันทึกกับการเดินทาง

ฉันได้สมุดบันทึกเล่มนี้มาในร้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง เหตุเพราะว่าสมุดบันทึกเล่มเก่านั้น ได้ถูกใช้งานถึงหน้าสุดท้ายแล้ว และการมาลำปางโดยลำพังในครั้งนี้นั้น ฉันจะพลาดไม่ได้โดยเด็ดขาดที่จะบันทึกเรื่องราว ประสบการณ์การท่องเที่ยวเพียงลำพังของหญิงสาวอย่างฉัน

ฉันใช้เวลาไม่นานในการเลือกสมุดบันทึก ในที่สุดฉันก็ได้สมุดเล่มนี้ เป็นสมุดบันทึก เพื่อความสะอาด สว่าง สงบ แห่งปัญญา หน้าปกเป็นสีเขียวสดใส มีตัวอักษรตัวใหญ่เขียนว่า “เพื่อความสงบเย็นแห่งชีวิต” ข้างในสมุดบันทึก แบ่งเป็นเดือนทั้งหมด ๑๒ เดือน แต่ละเดือนมีบทกวีของท่านพุทธทาส เขียนประกอบเอาไว้ เหมือนเป็นการเตือนสติผู้ใช้ก็ไม่ปาน

เดือนที่ฉันเดินทาง คือเดือนกุมภาพันธ์ เป็นบทกวีว่าด้วยเรื่อง “การงาน”

                อันการงาน คือค่า ของมนุษย์
ของมีเกียรติ สูงสุด อย่าสงสัย

ถ้าสนุก ด้วยการงาน เบิกบานใจ
ไม่เท่าไหร่ รู้ธรรม ฉ่ำซึ้งจริง

                ตัวการงาน คือตัวการ ประพฤติธรรม
พร้อมกันไป หลายส่ำ มีค่ายิ่ง
ถ้าจะเปรียบ ก็เหมือนคน ฉลาดยิง
นัดเดียววิ่ง เก็บนก หลายพกเอยฯ

ฉันเลยคิดว่า ฉันควรจะเขียนบันทึกของตัวเองให้สอดคล้องกับบทกวีของท่านพุทธทาส ท่าจะดีไม่น้อยทีเดียว ฉันจึงให้ชื่อสมุดบันทึกเล่มนี้ของฉันว่า สมุดบันทึก “ธรรม” ากการเดินทาง

๒๗ ก.พ. ๒๕๕๐ จ. ลำปาง

“งาน” ทุกวันนี้ฉันยังไม่สามารถตอบคำถามผู้ที่ผ่านมาผ่านไปในชีวิตได้ว่า “งาน” ของฉันคืออะไร คำตอบของ “งาน” ในความหมายของคนอื่นหรือสากลอาจจะเป็นสิ่งที่คุณทำเป็นกิจวัตร สิ่งที่ที่ทำเป็นประจำ จันทร์-ศุกร์ หรือสิ่งที่คุณทำเพื่อแลกค่าแรงเป็นตัวเงิน ฯลฯ แต่คำว่า “งาน” ในความหมายของฉัน ทุกสิ่งที่ลงมือปฏิบัติ ไม่ว่าจะทางกาย การขยับตัวเคลื่อนไหว ทางวาจา การพูดคุย หรือแม้แต่ทางใจ คือความคิด ล้วนเป็นงานในความหมายของฉันทั้งสิ้น มีคนถามว่า ฉันมาทำอะไรที่นี่ (ลำปาง) ทั้งที่นิวาสสถานของฉันคือกรุงเทพฯ ฉันตอบว่า ฉันมาทำงาน คำถามต่อมา

ทำอะไร?
         
ทำไมต้องมาที่นี่
         
“มาดูวัด”
         
“ดูเอาไปทำอะไร”?
        
 “เก็บข้อมูล”
          
ทำที่ไหน?
          
“ทุกวัด” และ ???

บางที..!!!หากฉันตอบไปว่า ฉันมาเที่ยว ก็คงไม่มีคำถามอื่น ๆ ตามมา ความจริง การมาเที่ยวก็คือการมาทำงาน ทุกสิ่งทุกอย่างก่อให้เกิดงานได้ทั้งนั้น  และ “งาน” ของฉันวันนี้ เริ่มขึ้นได้สวยทีเดียว วันนี้ฉันเดินย่ำต๊อกฝ่าไอแดดร้อนเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร เพื่อเก็บเกี่ยว “งาน” ของฉันให้ได้มากที่สุด การเดินถึงแม้จะลำบากและเหน็ดเหนื่อย สำหรับคนต่างถิ่นแปลกหน้าอย่างฉัน แต่ก็ทำให้ฉันพบว่า การเดิน ทำให้ฉันได้รู้ซึ้งถึง “ธรรม” อะไรบ้าง

ฉันได้เรียนรู้มนุษย์ ในที่ต่างกาละและเทศะ ฉันพบน้ำใจของผู้คน ฉันพบความรัก ความหวัง ความเด็ดเดี่ยว ความเข้มแข็งในจิตใจของผู้คน “ที่นี่” หลาย ๆ คนใกล้ ๆ ตัวฉัน รู้สึกเป็นห่วงต่อการมาทำ “งาน” คนเดียวของฉัน ไม่มีใครเข้าใจสักนิดว่า นี่คือ “ความต้องการของฉัน” ฉันพบคนพื้นถิ่นแปลกหน้า แต่หลาย ๆ คนมีน้ำใจและรอยยิ้มให้ฉันด้วยความเอ็นดู เริ่มที่ศาลหลักเมือง ฉันเข้าไปไหวพระ ด้วยท่าทางเก้กัง จริง ๆ แล้วฉันแค่ฟอร์ม เพื่อจะเข้าไปถ่ายรูป คุณป้าผู้ใจดี แนะนำวิธีบูชาไฟเสร็จสรรพ และแถมท้ายกับฉันว่า “วันนี้เป็นวันดีนะลูก อธิษฐานเลย” ฉันไม่รู้จะอธิษฐานขออะไร จึงปักเทียนไว้แล้วจากมา ฉันมาถึงวัดบุญวาทย์ เดินอยู่ภายนอก ไม่รู้จะเอายังไงดี ในหนังสือคู่มือแนะนำว่า ต้องติดต่อเจ้าอาวาส หากอยากถ่ายรูป “เอาละสิ”!! ฉันเก้กังอยู่นาน มีใครหลายคนมองฉันอย่างสงสัย และเลยผ่านไปแบบธุระไม่ใช่ ฉันเหลือบไปเห็นคุณลุงท่าทางใจดีคนหนึ่งถามว่า “เข้าไปในโบสถ์ได้มั๊ยคะลุง” “ได้สิลูก” “แล้วถ่ายรูปได้ไหม” “ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ มาคนเดียวเหรอ” “ค่ะ” ฉันยกมือไหว้ พร้อมกล่าวขอบคุณ จากวัดบุญวาทย์ ฉันเดินมาอีกไกลโข รู้สึกหิวน้ำมากเพราะอากาศร้อนจัดทีเดียว

ฉันแวะเพิงขายกล้วยปิ้งเล็ก ๆ คนเล็กแต่ยิ่งใหญ่ กล้วยปิ้งของ “ป้า” ได้เคยจัดขึ้นถวายเจ้านายหลายองค์ คุณป้าผู้ใจดี ฉันซื้อน้ำซึ่งป้าไม่เสียบปลั๊กตู้แช่ เพราะค่าไฟแพง ฉันบอกว่าไม่เป็นไร ดื่มแบบไม่เย็นก็ได้ ป้าคงเห็นสภาพฉัน จึงชวนฉันนั่งแล้วนำน้ำแข็งใส่แก้วมาให้ จะได้เย็นชื่นใจ เพราะสงสัยว่าฉันจะเดินมาไกล ฉันเลยถือโอกาสนั่งพัก ป้ามานั่งคุยด้วย ฉันนั่งคุยกับป้า เพราะเห็นแล้วว่า ป้าต้องไม่ “ธรรมดา” แน่ ๆ เลย ร้านของป้าขายกล้วยปิ้ง แบบทับให้แบนแล้วทานกับน้ำจิ้มซึ่งทำจากกะทิ ป้าตั้งชื่อร้านว่า “ร้านทูลเกล้า ทูลกระหม่อม” ภายในร้านประดับรูปภาพของป้าในอิริยาบถต่าง ๆ กันขณะเข้าถวาย “กล้วยปิ้ง” ของป้า แด่พระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ รวมทั้งในหลวงและพระราชินีของเราด้วย  “ป้า” เป็นคนน่าสนใจจริง ๆ คุยไปคุยมาจึงพบว่าป้าเป็นคนอยุธยา ซึ่งเคยใช้ชีวิตอยู่อยุธยาเพียง ๑๕ วัน แต่ป้าก็ภูมิใจในความเป็นคนอยุธยาของป้าหนักหนา

“ป้าเกลียดมัน”

 “พวกพม่าป้าไม่คบ มันมาตีบ้านเมืองของเรา”

ป้ากำลังกล่าวถึงคนลำปางเชื้อสายพม่า ที่ตั้งหลักปักฐานอยู่ในพื้นที่จังหวัดลำปาง  ฉันอยากจะอธิบายให้ป้าเข้าใจ แต่ดูท่าเรื่องจะยาว จึงเลือกที่จะนิ่งเสีย ฉันถามทางไปที่อื่นคร่าว ๆ จากป้า ซึ่งป้าก็เต็มใจอธิบายอย่างดี

“ป้าไม่ได้เป็นแม่ค้าอย่างเดียวนะ”

 “ ป้าเป็นแผนที่ ป้าเป็นห้องน้ำ ป้าเป็นป้ายบอกทางและบางทีก็เป็นแหล่งข้อมูล” 

ป้าบอกว่า ป้าภูมิใจที่มีโอกาสเข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัว ได้ถวายความจงรักภักดี ป้าอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ป้าบริจาคโลหิตตั้งแต่สาวจนแก่จนไม่สามารถบริจาคได้แล้ว ป้าว่า คนแถวนี้หาว่าป้าบ้า แต่ใครเลยจะรู้ คนแปลกหน้าอย่างฉัน คุยกับคน “บ้า” ได้อย่างถูกคอทีเดียว

ในความคิดของฉัน คนเรามักมองคนแต่พฤติกรรมภายนอก ความสกปรกรกรุงรังของร้าน คงไม่สามารถบ่งบอกได้ว่ารสชาดกล้วยปิ้งของป้านั้นอร่อยเป็นเลิศ ปากร้าย ๆ ของป้า คงเป็นประตูที่แน่นหนา ปกปิดน้ำใจอันดีงามของป้าเอาไว้

“มันชอบว่าป้าปากเจ็บ” (แปลว่าปากจัด)

 เราจบบทสนทนา คนผ่านทางอย่างฉันได้เรียนรู้หลายอย่างจากป้า

“วันนี้ป้าได้ความรู้ใหม่จากหนูเยอะเลย”

“หนูก็ได้ความรู้จากป้าค่ะ” ขอบคุณนะคะกับน้ำใจอารีที่ป้ามีให้กับคนผ่านทางอย่างหนู ฉันยกมือไหว้แล้วจากมา หญิงชราผู้ไร้มิตร ผู้เปี่ยมไปด้วยน้ำใจ

จากร้านป้านภามา ฉันข้ามแม่น้ำวังเพื่อจะมาชมสถาปัตยกรรมล้านนาผสมพม่า ของคหบดีลำปางเชื้อสายพม่า เรียกว่าบ้านเสานัก ซึ่งแปลว่ามีเสามาก คือมีถึง ๑๖๖ เสา เป็นบ้านเก่าที่สวยงามมาก แต่ความงามของบ้านไม่เท่าความงามของน้ำใจหรอกค่ะ ค่าเข้าชม ๓๐ บาท ประกอบด้วย น้ำมะขามเย็นเฉียบ ๑ แก้ว คลายร้อน ข้าวแต๋น ๒ ชิ้นและกล้วยไข่ ๕ผล อิ่มไปเลย อย่างนี้เรียกว่า เต็มใจบริการจริง ๆ ต่อจากที่นี่ ฉันไปเที่ยวอีก ๒ วัด ก็หมดแรงและเวลาพอดี วันนี้ ฉันได้ “งาน” มากพอสมควรทีเดียว พรุ่งนี้ฉันจะเริ่มงานต่อ

๔ ทุ่มโดยประมาณ ห้องนอนหลานชาย บ้านพี่สาว จ.ลำปาง

๒๘ ก.พ. ๒๕๕๐

วันนี้ “งาน” คืบหน้าและเสร็จเร็วก่อนกำหนด เหตุเพราะว่า วันนี้ฉันหมดแรงเดิน จึงนั่งรถ ๔ ล้อไปเสียทั่วเมืองลำปาง ด้วยสนนราคา ๒๐๐ บาท นับว่าเป็นการซื้อเวลา แรงงานที่คุ้มค่าจริง ๆ นี่ถ้าฉันไม่ accident ด้วยสภาวะของผู้หญิงแล้วละก็ คงจะสนุกมากกว่านี้ วันนี้ฉันเลยอดโอภาปราศรัยกับผู้คน นอกจากคนขับรถและผู้ค้าขาย คนที่นี่นับว่ามีน้ำใจพอสมควรกับคนพูดภาษากลางอย่างฉัน ถึงวันนี้ฉันคิดว่าลำปางไม่ใช่เรื่องลี้ลับสำหรับฉันอีกต่อไป ฉันเสร็จงานภายในเวลาบ่ายกว่า ๆ ฉันไปหลบร้อนและดื่มน้ำแถว ๆ ห้างใหญ่ประจำจังหวัด ซึ่งฉันคิดว่าเป็นสถานที่ปลอดภัยและสะดวกในการทำธุระเฉพาะของผู้หญิง ฉันเสร็จธุระและเลือกที่จะนั่งในร้านฟาสต์ฟู้ดของอเมริกาแห่งหนึ่ง สถานที่สิ้นคิดของฉัน สั่งอาหาร ๑ ชุดราคา ๑๐๐ ทอน ๑ บาท(เฮ้อ! เสียดุลอีกแล้วเรา)เพื่อจะดื่มน้ำและนั่งอ่านหนังสือทบทวนรายการชมวัดพร้อมทั้งจดบันทึกกันลืม

ความจริงวันนี้ฉันอยากกลับไปนั่งทอดอารมณ์ที่บ้านเสานักเหมือนกัน แต่ฉันก็ยังมีรายการอื่น ๆ อยู่ในสมองอีกมากมาย ฉันนั่งแช่แอร์จนหายร้อนและเริ่มวางแผนใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มค่า ฉันนั่งรถโดยสารเข้าในเวียง เพื่อไปเดินย่าน ถนนตลาดเก่า ว่าแล้ว ฉันก็กระโดดขึ้นรถสี่ล้อหน้าห้างฯ พี่คนขับยื่นหน้ามาถาม

“น้องลงไหน” ???

“ไปลงตลาดเก่าค่ะพี่”  พี่คนขับถามต่อ

“ตลาดจีนเหรอ”????

“แหะ แหะ คงงั้นมั้งพี่ หนูไม่รู้จัก” แต่ก็เป็นอันตกลง ตลาดจีนก็ตลาดจีน  “สี่ล้อ” นำฉันไปจอดไว้สักที่ใดที่หนึ่ง แต่ก็เป็นย่านเก่าของเมืองลำปางอย่างที่ฉันตั้งใจไว้ ซึ่งมีบ้านเรือนร้านค้า ซึ่งเป็นอาคารไม้เก่าแก่ที่ซ่อนตัวอยู่เมืองอันพลุกพล่าน ย่านนี้ยังเปิดทำการค้าขายอยู่เหมือนเดิม แต่ก็ค่อนข้างเงียบเหงา เพราะผู้คนพากันไปเดินซื้อหา จับจ่ายสินค้ากันที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่แห่งนั้นกันหมด ซึ่งก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คงต้องทำใจยอมรับกันว่า ห้างสรรพสินค้าขายส่งแห่งใหม่ของจังหวัด กำลังกลืนกินวิถีชีวิตคนเมือง ร้านชำรายย่อย เริ่มขายของยากขึ้น เนื่องจากต้นทุนสินค้าจะสูงกว่าห้างเหล่านั้น ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้คนปฏิเสธที่จะซื้อสินค้าจากร้านค้าท้องถิ่น........เศร้าจัง!!

ลำปางนับว่าสะดวกมาก มีรถ ๔ ล้อวิ่งทั่วเมือง “สี่ล้อ” ยวดยานที่มีน้ำใจของคนลำปาง จะเรียกไปตรงไหนก็ได้ รถไปส่งถึงที่ นับเป็นวัฒนธรรมอันมีน้ำใจทีเดียวและเป็นความสะดวกของนักท่องเที่ยวที่ไม่รู้ถนนหนทางอย่างฉัน เพียงยืนริมถนนโบกรถสี่ล้อ ยื่นหน้าไปบอก อยากไปที่ใด คนขับรถจะลัดเลาะไปส่งให้ถึงที่ด้วยสนนราคา ๑๕-๒๐ บาท อย่างเช่นตอนเช้า ๆ ฉันจะโดยสารออกจากบ้านพักซึ่งอยู่นอกเมือง จะเห็นผู้คนโดยสารกันมาเต็มรถ คุยกันโขมงโฉงเฉง รถจะแวะส่งผู้คนตามคิว อย่างโรงพยาบาล ไปส่งกันถึงหน้าตึกทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นตึกเด็ก หรือตึกอายุรกรรม คุณป้า คุณตา เจ้าหนูตัวน้อย ไม่ต้องเดินให้เหนื่อยให้ร้อน เรียกว่าป้อนกันถึงปากทีเดียว แต่สำหรับกลุ่มชนชั้นกลางที่ใช้รถส่วนตัวที่นี่ บางครั้งอาจจะรู้สึกไม่ปลอดภัย กับการใช้รถอย่างไม่รู้จักถนนหนทางและอาจจะไม่รู้สึกว่า การขนส่งที่เอื้ออารีเช่นนี้จะสลักสำคัญหรือน่าประทับใจตรงไหน เพราะไม่เคยสัมผัส แต่สำหรับฉันแล้ว ซาบซึ้งใจเป็นที่สุด นับว่าเป็นวัฒนธรรมอันมีน้ำใจซึ่งหาไม่ได้เลยในเมืองหลวง และแล้ววัตถุประสงค์สำหรับวันนี้บรรลุเป้าหมายดังที่ตั้งใจเอาไว้ แถมยังไปเก็บตกรายการของเมื่อวานได้มาจนครบอีกด้วย วันนี้ฉันเสียเงินค่าเดินทางมากกว่าเมื่อวานอยู่สักหน่อย แต่ก็ยังถือว่าคุ้มค่า ฉันใช้เวลาที่เหลือก่อน ๕ โมงเย็น เดินไปสำรวจคิวรถสำหรับวันพรุ่งนี้ และฆ่าเวลาที่เหลือด้วยการอ่านหนังสือพิมพ์หน้าศาลหลักเมือง รอเวลาญาติผู้ใหญ่มารับ พรุ่งนี้ภารกิจของฉันคงบรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งใจเอาไว้

๔ ทุ่มโดยประมาณ ห้องนอนหลานชาย บ้านพี่สาว จ.ลำปาง ๒๘ ก.พ. ๒๕๕๐

บทกวีของเดือนมีนาคม

                จงทำงาน ทุกชนิด ด้วยจิตว่าง

ยกผลงาน ให้ความว่าง ทุกอย่างสิ้น

กิน อาหาร ของความว่าง อย่างพระกิน

ตายเสร็จสิ้น แล้วในตัว แต่หัวที

                ท่านผู้ใด ว่างได้ ดังว่ามา

ไม่มีท่า ทุกทน หม่นหมองศรี

“ศิลปะ” ในชีวิต ชนิดนี้

เป็น “เคล็ด” ที่ ใครคิดได้ สบายเอยฯ

๑ มีนาคม ๒๕๕๐

และแล้ว “งาน” ของฉันก็บรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งใจเอาไว้ ฉันวางแผนของวันนี้ไว้แล้วตั้งแต่เมื่อคืน ฉันจะนั่งรถประจำทางไปพระธาตุลำปางหลวงตามที่มีข้อแนะนำไว้ในหนังสือคู่มือท่องเที่ยว จ. ลำปาง เมื่อแรกฉันพูดเรื่องเหมารถไปนอกเมือง ญาติผู้ใหญ่ของฉันทำหน้าเมื่อยแล้วพึมพำว่า “ไม่น่าไว้ใจ” ถึงแม้จะอยู่ไกลจากเมืองหลวงค่อนข้างมาก แต่ญาติของฉันก็ดำรงชีวิตแบบผู้มีอันจะกิน คือ มีรถส่วนตัวใช้ ไปไหนมาไหนด้วยรถส่วนตัว และไม่รู้สึกคุ้นชินกับวิถีชีวิตคนพื้นถิ่นที่นี่ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมาอยู่ที่นี่นานแล้วก็ตาม เพราะพวกเขาดูเหมือนจะหงุดหงิดและเป็นห่วงเรื่องที่ฉันเดินทางมาที่นี่คนเดียว และไปไหนมาไหนคนเดียว แต่ฉันว่า เวลา ๔ วันที่นี่ ฉันรู้จักสังคมของท้องถิ่นที่นี่พอสมควร และฉันก็คิดว่าที่นี่ปลอดภัยและอบอุ่น

                การเดินทางวันนี้จบลงอย่างเรียบร้อยปลอดภัย ภายในครึ่งวันตามที่ตั้งใจเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำใจหรืออยากได้เงินก็ตามที่ทำให้คนขับรถเลือกที่จะเสนอให้ฉันเหมารถในสนนราคาที่แตกต่าง (ถูกกว่า) นายรอบรู้บอกถึง ๑๐๐ บาท แต่มันก็ทำให้ฉันได้อะไรกลับมาหลาย ๆ อย่าง ไม่ต้องเสียเวลา ปลอดภัย และไม่ต้องวิตกกังวลกับการหารถกลับไม่ได้ และที่สำคัญได้รู้จักแง่มุมของชีวิตคนหาเช้ากินค่ำอย่างพวกเขา ฉันนึกเปรียบเทียบกับตนเอง เมื่อคนขับถามว่าฉันทำงานอะไร ฉันตอบว่าทำงานด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์ เขาทำหน้างง แล้วถามว่า ทำงานอย่างนี้ได้เงินเป็นหมื่นมั๊ย  ฉันหัวเราะแล้วบอกว่า ไม่มีใครอยากทำงานแบบนี้หรอก เพราะมันไส้แห้ง (แปลว่าไม่ค่อยมีกินสักเท่าไหร่)

 ฉันสนุกกับการนั่งรถ ๔ ล้อไปโน่นมานี่ ฉันไม่รู้จักสถานที่ที่นี่หรอก แต่สี่ล้อพวกนี้พาฉันไปส่งถึงจุดหมายได้ โดยไม่จำเป็นต้องรู้จักเส้นทางแม้สักนิดเดียว ฉันเดินทางมามากมาย ทำไมฉันถึงจะไม่รู้ว่า ฉันควรจะทำตัวอย่างไรเมื่ออยู่ในสถานที่ใด และสิ่งที่ฉันพบ ก็ทำให้ฉันได้คำตอบของความเห็นแก่ตัวของสังคมที่ผู้คนต่างคนต่างอยู่และเกิดช่องว่างมากมาย เงิน ๑๐ บาท ๑๕ บาท มีคุณค่ามากมายสำหรับคนขับรถ ๔ ล้อ พวกเขาจะไม่ยอมที่จะพลาดผู้โดยสารแม้สักคนเดียว ฉันนึกเปรียบเทียบกับตัวเอง ต่อคำถามที่ถูกถาม “ทำงานเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ เงินเดือนเป็นหมื่นมั๊ย” ความจริงระยะหลังมานี้ฉันว่าค่าของเงินมันต่ำมาก จนทำให้ฉันมองเห็นว่า เงินหมื่นมันไม่ได้มากมายอะไร แต่สำหรับคนหาเช้ากินค่ำ ทุกบาททุกสตางค์ล้วนมีความหมาย ฉันคิดทบทวน ฉันจ่ายมากไปไหม? ฉันถูกเอาเปรียบหรือเปล่า? นั่นเป็นสิ่งที่ฉันเคยคิดเมื่อก่อนนี้ ฉันกลัวจะเป็นคนโง่ในสายตาผู้อื่น แต่วันนี้ฉันกลับคิดว่า ฉันสามารถจ่ายได้ ฉันก็ควรจะจ่าย ซึ่งก็เป็นจำนวนเงินที่ฉันสมควรจะจ่ายได้โดยไม่เดือดร้อน

ฉันจึงรู้สึกว่าฉัน “ว่าง” แล้ว การยึดติดกับหลาย ๆ สิ่งที่ทำให้เกิดความกังวล นำไปสู่ความวิตกและครุ่นคิด ปวดหัวและไม่มีความสุข เมื่อไม่คิดมาก ฉันจ่าย ๒๐๐ บาท เพื่อซื้อความรู้มากมายที่ฉันได้ในวันนี้ นับว่าคุ้มค่ามากมาย การเดินทางของฉันยังไม่สิ้นสุด พรุ่งนี้ฉันต้องเดินทางกลับแพร่ เพื่อนโทรมาบอกว่าจะกลับแพร่โดยเครื่องบินจากเชียงใหม่เวลาทุ่มกว่า ๆ ฉันควรจะเดินทางสาย ๆ ก็ได้ เพราะตารางการทำงานสำหรับพรุ่งนี้คงจะงด เนื่องจากเจ้าของโครงการยังไม่กลับ

เอาเป็นว่า ฉันมีเวลาพรุ่งนี้อีก ๑ วันเต็ม ๆ ที่จะไม่ต้องกังวลที่จะกลับไปให้ทันทำงาน งานคงจะเริ่มวันเสาร์โน่นเลย ฉันคิดไม่ตก ฉันควรจะตอบแทนน้ำใจและบุญคุณครั้งนี้ด้วยอะไร และจำเป็นมากน้อยแค่ไหน ฉันคิดไม่ตก ไม่รู้ฉันพลาดอะไรไปบ้างกับการตัดสินใจประหยัดค่าที่พักในครั้งนี้ การมา “ลำปาง” ในครั้งนี้นับว่าคุ้มค่า อย่างน้อย ฉันก็เป็น “เซียน” ในการเดินทางด้วยรถสี่ล้อแล้ว

๑๗.๕๙น. สนามหลังบ้านพี่สาว จ. ลำปาง

เรื่องโดย : วนา

 

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
หนุมานชาญสมร วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 15.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wintawan
บนเส้นทางการเดินทาง มีเรื่องให้ค้นห มีความงามให้จดจำ มีมิตรภาพที่ล่องลอยอยู่รายทาง

มาอ่านบันทึกที่เรียบเรียงออกมาด้อารมณ์
ผมเคยเดินทางผ่านไปลำปาง แวะไปหมู่บ้านในต่างอำเภอ เห็นชีวิตผู้คนที่น่ารัก
เขารู้ว่าเราเป็นคนเมืองใต้ คิดว่าคงจะกินข้าวเหนียวไม่เป็น ทางบ้านเขาเลยไปทำไข่เจียวมาให้กับหุงข้าวจ้าวมาให้
แต่ผมก็เลือกที่จะกินข้าวเหนียวจิ้มกับแกงเห็ดเผาะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 12.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO


สวัสดียามเที่ยงวันนะครับ...รู้จักกันครั้งแรก

อยากตามมาดูสมุดบันทึกและการเดินทาง ....ที่มีแมกไม้ให้คำร้อง มีทำนองในกอไผ่ และมีเสรีในหัวใจ...

ชอบคำแบบนี้จังครับ..แสวงหาความจริงจากการสัญจร

ผมเพิ่งกลับจากลำปางเหมือนกันครับ...ไปทำงานบางชิ้น

ยังได้ไปชมวัดพระธาตุลำปางหลวง กับวัดเจดีย์ซาว เสียดายที่พลาดวัดศรีชุมไป...ทั้งที่อยู่ในเมืองแท้ ๆ....

ผมชอบซื้อสมุดบันทึกหลายแบบนะครับ...แต่ไม่ค่อยมีแนวแทรกหลักธรรมดีดีอย่างนี้

ขอบคุณสำหรับบทกวีของท่านพุทธทาส ...และบันทึกสะท้อนภายใน

มีความสุขเสมอนะครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 12.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

มีความสุขครับที่ได้อ่าน..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ชาคริส วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 11.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chachrist

ผมอิจฉางานของคุณจะตาย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 11.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน