*/
  • วนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : noi_build@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 117
  • จำนวนผู้ชม : 343105
  • จำนวนผู้โหวต : 119
  • ส่ง msg :
  • โหวต 119 คน
เพลงโปรด

เทียนน้อย โดยวง ฆราวาส

View All
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม 2551
Posted by วนา , ผู้อ่าน : 2259 , 22:02:10 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ได้มีโอกาสอ่านหนังสือชื่อว่า นักเล่านิทาน ของคุณนิพัทธ์พร เพ็งแก้ว แค่เรื่องแรกก็ทำให้ "วนา" อมยิ้มไม่หุบซะแล้ว ด้วยวิธีการนำเสนอเรื่องราวกึ่งสารคดี กึ่งเกร็ดประวัติศาสตร์ ในรูปแบบของการเล่านิทานในสไตล์ของคุณนิพัทธ์พร เพ็งแก้ว

เมื่ออ่านเรื่องนี้จบ ข้าพเจ้าได้มองเห็นอะไร ๆ หลายสิ่งหลายอย่างในนิทานเรื่องนี้ แง่งามความประทับใจ กลิ่นอายของอดีต เรื่องราวเล่าขานจากปากสู่ปากของผู้เฒ่าสูงวัย ผูกร้อยเป็นเรื่องน่าอ่านจากปลายปากกานักเขียนที่เฉียบคม เอาล่ะค่ะ ไม่พูดมากดีกว่า ลองไปอ่านดูนะคะ เรื่องราวสมัยปู่ย่าของเรา ถึงวันนี้หากมานั่งคุยกันอีก ก็คงหัวเราะกันน้ำหมากกระจาย.....

แก้บน

ในกระบวนการแก้บนที่ดิฉันได้ยินได้ฟังมานั้น มีเรื่องแปลกพิลึกเล่ามาหลายกระแส บางเรื่องก็ประหลาดล้ำ เล่ากันแต่ละทีมีทั้งหัวเราะกลิ้งไปจนหัวเราะไม่ออก บางเรื่องก็เล่าลือเสียแทบหาที่มาไม่ได้ ดังเช่นเรื่องการแก้บนอย่างพิสดารที่ดิฉันเคยได้ยินผ่านหูมาเป็นสิบปีว่า เคยมีคณะยี่เกพากันนั่งเกวียนโยกเยกเดินทางไกลลึกเข้าไปในบ้านป่าระหว่างรอยต่อนครปฐมกับสุพรรณบุรี ขนเด็กสาว ๆ และวงพิณพาทย์ไปเล่นยี่เกกันอย่างถึงใจพระเดชพระคุณในดงโจรอย่างไม่รู้ตัว และหมู่โจรที่แสนสุภาพแต่ดุร้ายเหล่านั้น ได้ขอร้องแกมบังคับเมื่อคณะยี่เกเดินทางไปถึงชุมโจรว่า คืนนี้ขอการแสดงชุด ?พิเศษ? กว่าปกติ เนื่องจากปล้นเรือนเศรษฐีใหญ่ได้เงินมาก จึงต้อง ?แก้บน? ถวาย ?คุณพ่อ? เจ้าที่ให้ ?ถึงใจ? สักหน่อย ให้เป็นของ ?สมนาคุณ? ที่ดลบันดาลให้การปล้นครั้งนี้ลุล่วงเป็นไปดั่งประสงค์

รายละเอียดการเล่นยี่เกครั้งนี้มันออกจะชวนขนหัวลุกมากสำหรับคุณสาว ๆ ฟังแล้วถึงกับเกิดอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก มันพิสดารเสียจนดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องโกหกวายร้ายอยู่หลายปี

เพิ่งมาเมื่อปีกลาย...ได้เจอคนที่อยู่ในเหตุการณ์ชนิดจะจะ ถึงรู้ว่าเรื่องยี่เกถูกโจรบังคับให้แก้ผ้ารำเฉิบกันทั้งคณะ ไม่เว้นกระทั่งวงพิณพาทย์ ที่ต้องเปลื้องผ้ารัวฆ้อง รัวระนาด ตีฉิ่ง ขยับกรับกันโหน่งเหน่ง....มันเป็นความจริง!

เจ้าของเรื่องเล่าคราวนี้คือคุณตาประยงค์ อ่ำกลัด ยี่เกเก่า อายุ ๘๕ ปี คนบ้านท่าแร้ง อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ตาเล่นมาหลายวิก แต่ก่อนเคยเล่นเป็นตัวตลกคู่กับชะเอมของวิกบางลำพู ที่มีชะออมเป็นพระเอก และเมียชะออมชื่อแม่สวาท เปลี่ยนศรี เป็นนางเอก ตาประยงค์เล่นตลกให้ลิเกคณะนี้อยู่หลายปี แต่กรุงเทพฯสมัยนั้นปฏิวัติบ่อย ยิงกันโป้งป้าง ตาประยงค์บอกว่า...?เขาเอาเรือรบมาจอดซัดกัน พวกเอาปืนใหญ่ล่อกระทรวงกลาโหม ผมกำลังยักแย่ยักยันควงพระขรรค์อยู่ที่วิกบางลำพู ได้ยินเสียงปืนบึ้ม ๆ เวทีสะเทือน ผมกลัวฉี่แทบราด ไหลเลย ไหลลงจากบันได มุดไปตัวสั่นอยู่ใต้เวที มันเดินไม่ไหว มือตีนอ่อน ขาก้าวไม่ออก เป็นอันเลิก เปิดกันหมด วงแตก ยี่เกเล่นไม่ได้ กลัวกันทุกคน ผมกลับมาบ้านเมืองเพชร มันไกลหน่อย เขายิงกันเราจะได้ไม่เจอลูกหลง...ไม่นึกว่าต้องมาเจอเรื่องซวยกว่าที่เขาปฏิวัติกันเสียอีก?

ดิฉันนั่งจดข้อมูลของคุณตายิก ๆ ถามต่อด้วยความสงสัยว่า...ซวยยังไงคะตา

มันเป็นอย่างนี้ ตาประยงค์หัวเราะหึ ๆ ตาเป็นประกายวิบวับ เมื่อนึกถึงความหลัง เพื่อนรุ่นน้องผมอยู่คลองจินดา นครปฐม มันเป็นโต้โผยี่เก เล่นกันทั้งครัว น้องเมีย ลูกสาว จับรำลิเกหมด เขามาหาผมไปให้ช่วยกัน ไปเล่นเป็นตัวโจ๊ก สมัยนั้นโจรเกาะไผ่ราชบุรีดังมากทางปล้นฆ่า เขาเป็นโจรกันทั้งหมู่บ้าน กลางคืนเล่นเสร็จเอาเกวียนกลับบ้าน เราต้องผ่านที่เขา พวกดจรมันเข้ามาเลย ได้เด็กสาว ๆ ร้องกันไม่ออก นั่งตัวสั่น กลัวซะขี้หดตดหาย ผมยังนึก คราวนี้โดนแน่แล้วกู ยังดีที่เขาจำเราได้ ก็เพิ่งไปดูยี่เกอยู่เมื่อบ่าย นายโจรสั่งเด็ดขาด....มึงเล่นยี่เกใช่ไหม ทีหลังเล่นเสร็จมึงอย่าล้างหน้า จะได้รู้ว่ามึงพวกยี่เก กูไม่ทำ!?

อันนี้น่าจะโชคดีต่างหาก ดิฉันนั่งจดข้อมูลไปหัวเราะไปไม่ใช่ซวยซะหน่อย พวกโจรน่ารักจะตาย สงสัยชอบดูยี่เกกับเห็นชาวบ้านชอบยี่เกละสิ ถึงเว้นให้ ไม่งั้นปล้นเอาค่าจ้างได้อื้อเลยนะนี่...?

นี่ยังไม่เรียกว่าซวย มันแค่เริ่ม ๆ ตาประยงค์กลั้นหัวเราะท่าทางมีลับลมคมในเหมือนกุมความลับสำคัญ ผมนั่งขำอยู่คนเดียวเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว ไอ้พวกที่รู้เรื่อง...มันแก่ตายไปเกือบหมด เราไม่อยากพูด สงสารเด็กสาว ๆ ที่ไปด้วยกัน ยังไม่เคยมีผัวทั้งนั้น มันอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนี มีแต่ไอ้พวกพิณพาทย์แก่ ๆ นี่แหละ เจอหน้าทีไรชอบงัดมาคุยข่ม เอามาเกทับกัน

ดิฉันกลั้นหัวเราะ นั่งจ้องยี่เกเก่าตรงหน้า คอยฟังเรื่องเล่าเก่าแก่พิสดารชนิดตาแทบไม่กระพริบ

ช่วงนั้นผมยังหนุ่มอ่อน มันก่อนสงครามญี่ปุ่น ไอ้วันเกิดเหตุนั่นเราต้องไปไกลมาก ไกลสุดเขตนครปฐมต่อสุพรรณบุรี สมัยนั้นเราขึ้นรถไฟไปลงสถานีก่อนถึงนครปฐม พอลงรถไฟก็ไปเกวียน เขาเอาเกวียนมารับ เราไปกันยกวิก ไปทั้งคณะ ขนเครื่องใส่เกวียนไปหมด มีเสื่อสาดหลายผืน ตะเกียงเจ้าพายุ วงปี่พาทย์ เครื่องห้าขึ้นเกวียนไปทั้งวง มีฆ้องวง ทุ้ม ระนาดเอก ตะโพน กลองทัด ใส่เกวียนรวม ๆ ไป ๓-๔ เล่ม โต้โผพาเราไปเข้ารกเข้าป่า

ผมจำได้....ที่ไปด้วยกันมีไอ้เหนาะใหญ่ ลูกเขยพระถม มันเล่นเป็นโกง...เกวียนบนบดดินออดๆ ฝุ่นตลบไปหมด เกวียนพาเราตัดทุ่งเข้าสุพรรณบุรี ผมนั่งดูทางตลอด ทุ่งใหญ่มาก สุดลูกหูลูกตา นั่งกันเป็นครึ่งวัน คดโค้งไปตามทาง ทางไหนก็ไม่รู้ มันวกวนมากกว่าเกวียนจะพาเราเข้าหมู่บ้าน เห็นซอขุยเป็นซอไผ่กอเล็กขึ้นแน่นล้อมรอบ ไม่รู้บ้านอะไร เกวียนมาส่งเราเสร็จ ทิ้งเราเลย หายไปหมด บอกว่าพรุ่งนี้ถึงจะมารับกลับ พอลงจากเกวียนมาดู มันแปลก ๆ ชอบกล ทั้งหมู่บ้านไม่มีเด็กเลยสักคน เราเริ่มสงสัย ชักไม่สบายใจ นี่มันงานอะไรกันแน่ ถ้างานธรรมดาตามบ้าน ๆ คนต้องมาเยอะ แต่นี่ไม่มีคนเลย

พอตกเย็นเราปูเสื่อ เฉาะใบไม้มารองกับพื้น เขาทำร้านมุงหลังคาใบไม้บังแดด บังน้ำค้างไว้ให้ เราเอาเสื่อปู ผมมันนักเลงเหล้า เขาเอาเหล้าใส่กระบอกไผ่ตงมาให้ ไผ่ตงใหญ่กว่าไผ่อื่น ปล้องหนึ่งกว้างเกือบหนึ่งฟุต เราเอาใบกะพ้อทำกระบวยตักกิน ไอ้เหนาะมันไม่กิน มันเอาแต่มองไปมองมา บ่นพึมพำ งานอะไรวะ ทำไมไม่มีคนเลย

พอเย็นแดดตก มีคนมาหาเรา เป็นผู้ชายตัวใหญ่ อายุสัก ๒๕-๒๖ ยังหนุ่มพอ ๆ กับเรา เขาใส่เสื้อกล้าม ใส่กางเกงขาสั้น เหน็บปืนสองกระบอกคู่ หน้าอ่อนสะอาดสะอ้าน พูดเพราะเหมือนผู้หญิง ไอ้เด็กสาว ๆ ในคณะมันยังแอบมอง

ผมถาม- - พ่อคุณ นี่งานอะไร?
เขาบอก- - ขอบใจที่มากันทุกคน มาช่วยให้งานลุไป
ผมถามอีก- - นี่งานอะไรล่ะพ่อ?
เขาบอก เขาไปทำการ และเขาบนว่า ถ้าทำสำเร็จจะมีลิเกแก้บน เขาบอกให้ทุกคนทั้งพิณพาทย์- - แก้ผ้าหมด ต้องทำทุกคน ไม่ทำ- - ไม่ได้

เรามองหน้าโต้โผ โต้โผหน้าซีด โต้โผเป็นคนนครปฐม อุตส่าห์พาน้องเมียกับลูกสาวมาเที่ยว ไม่นึกว่าจะมาเจอแบบนี้ แกกลัวกลับบ้านไปเมียจะเอาสากตำข้าวทุบกบาล

เราปรึกษากัน เขายืนคอยๆ มองดูอยู่ เขาสุภาพมาก แต่น่ากลัว เราจะหนีไปไหนก็ไม่ได้ มาอยู่กลางหมู่พวกเขา เกวียนทิ้งเราแล้วด้วย เขาเลี้ยงดูเราดี อาหารข้าวปลาเหล้ายาไม่มีขาดแต่ถ้าหนี เขาเอาเราไม่เหลือ ผมเองตอนนั้นเพิ่งเป็นหนุ่ม กำลังหล่อเต็มที่ อายุราว ๒๐-๒๑ มันผ่านมาหกสิบกว่าปีแล้ว แต่ยังจำได้แม่น จำแม่นว่าโต้โผซดเหล้าไปหลายอึกแล้วบอก เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม ไม่งั้นตายห่าหมดคณะแน่!

สงสารแต่เด็กผู้หญิงไปกัน ๔ คน เพิ่งเป็นสาวอายุ ๑๖-๑๗ กำลังสวยผุดผาด กะจะมาเที่ยว ใส่สร้อยแหวนมาเต็มที่ พอรู้ว่าต้องแก้ผ้ารำยี่เก ร้องไห้โฮเลย

พอรู้ว่าอยู่กลางดงโจรแน่ ผมใจหายแว้บ พรุ่งนี้กูจะกลับบ้านยังไงวะเนี่ย?

ผมกินเหล้าหนัก ซดจนมึน กะให้หน้าด้าน ๆ เข้าไว้ พอสองทุ่มพิณพาทย์บรรเลง เราต้องออกหน้าเวทีก่อนคนอื่น อีตอนออกแขกนี่ผมไม่รู้จะออกอะไร ร้องแม่มันถ่วงเวลาให้ช้าที่สุด ทู่ซี้ยืนแกว่งยืนบิดอยู่เป็นชั่วโมง อีตอนนั้นเริ่มเมาแล้ว รำป้อ ลืม ๆ ไปด้วยซ้ำว่ากำลังแก้ผ้าอยู่

สงสารเด็กผู้หญิงจริง ๆ มันอายจนร้องไห้ มันเอาผ้าฉากพันตัว ปิดบนปิดล่าง เหนี่ยวฉากออกไปรำ ผมให้เรื่องอะไรก็ไม่รู้ ไม่มีแก่ใจจะเอาเรื่อง กะให้รบฉิบหายวายป่วง ควงหอกควงพระขรรค์ ซัดกันโหน่งเหน่ง กะช่วยเด็ก ๆ มัน ตัวนางตัวสนมออกไปรำแต่ละที เหนี่ยวผ้าฉากเสียแทบหลุดติดมือออกมา พิณพาทย์ก็ช่วยรัวเพลงเร็ว จะได้ออกหน้าฉากไม่นาน รำผล็อบแผล็บ ๆ เดี๋ยวเดียวแล้วรีบวิ่งเข้ามาคลุมโปงร้องไห้อยู่หลังฉาก หน้าตาเลอะแป้งมอมแมมดูไม่ได้ สงสารมัน ไม่รู้จะทำยังไง

คนดูที่ผมเห็นเป็นหนุ่ม ๆ ทั้งนั้น มีอยู่ราวยี่สิบกว่าคน มีแต่ผู้ชาย ไม่เห็นผู้หญิง เขานั่งดูเงียบ ๆ สุภาพมาก ไม่มีพูดแซว นั่งสงบเรียบร้อย มีศีลธรรม พูดเพราะ พูดดีกับเราทุกอย่าง

เราเล่นกันตั้งแต่สองทุ่ม ไปเลิกเอาเที่ยงคืน ตอนเช้าเขาจ่ายให้เต็มที่ทุกคน ไม่มาปล้นมาชิงอะไรจากเรา มีแต่พูดสุภาพขอบคุณเรา แต่เรายังกลัว ผมได้ค่าตัว ๒๐ บาท มากกว่าที่เคยเล่นมาทั้งหมด พอสาย ๆ เกวียนมารับ ผมถาม - - มึงมาดูยี่เกเมื่อคืนหรือเปล่า พวกเกวียนบอก - - กูไม่มา แถวนี้ไม่มีใครเขามากันหรอก?

ผมไม่กล้าถามว่าพวกที่เราไปเล่นให้ดูเป็นใคร ก๊กไหน ผมไม่กล้า เรายังอายุน้อย กลัวมาก เขาสั่งด้วย อย่างแพร่งพรายให้ใครฟังว่ามาเล่นที่นี่เด็ดขาด ผมไม่เคยพูด กะว่ามันตายห่าหมดแล้วถึงกล้าเล่าให้คนอื่นฟัง แต่เดิมไม่กล้าพูดถึง เรากลัว ถึงตอนนี้ผม ๘๕ ไอ้เหนาะใหญ่ที่ไปด้วยกันก็ตายห่าไปแล้ว รู้จักไหม ไอ้เหนาะผัวอียืน ลูกตาถม ที่เขาเรียกมันว่า บุญยืนเสียงเพราะ เสนาะใหญ่

พอสร้างเมาผมอายฉิบหาย วงแตก ไม่ยอมเจอหน้า กระจัดพลัดพรายไปหมด ไอ้พวกพิณพาทย์มาเจอทีหลังหัวเราะกิ๊ก มันด่าผม - - กูมองพวกมึงทุเรศฉิบหาย กูแก้สุภาพเรียบร้อย นั่งตีระนาด ไม่ได้ยืนออกแขกแกว่างไปแกว่งมาเหมือนมึง

ไปเจอกับไอ้พวกแก้ผ้าคืนนั้น ๒-๓ งานแล้วไม่ไปอีก เจอกันทีหลังไม่เอาอีก มันจ้องจะล้อ ล้อกันฉิบหายวายป่วงไปเลย!?

^_^ ! ^_^ ! ^_^ !

คัดลอกจากหนังสือ นักเล่านิทาน ของคุณ นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 15.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO


หวัดดีอีกครั้งครับ...

ผมได้อ่านหนังสือเล่มนี้เหมือนกัน...คุณนิพัทธ์พร เล่าเรื่องได้สนุกจริงอย่างคุณว่าแหละครับ

ถือว่าเป็นนักเขียนสารคดีที่มีเสน่ห์และมีงานอันน่าติดตามจริง ๆ

ตอนนี้ผมก็กำลังละเลียด "เล่าเรื่องเมืองเพชร" อยู่อีกเล่ม...สนุก ได้สาระ ครบถ้วนเช่นเดิม

ขอบคุณและขอให้มีความสุขเสมอนะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อะตอม วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 22.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/atom240
....คิดดี..คือ ดี


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
veerin วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 22.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/veerin

เป็นการแก้บนอย่างพิสดารจริงๆค่ะ..

เป็นหนังสือที่น่าติดตามและอ่านเพลินดีนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน