*/
  • วนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : noi_build@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 117
  • จำนวนผู้ชม : 343105
  • จำนวนผู้โหวต : 119
  • ส่ง msg :
  • โหวต 119 คน
เพลงโปรด

เทียนน้อย โดยวง ฆราวาส

View All
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 12 พฤษภาคม 2551
Posted by วนา , ผู้อ่าน : 4456 , 23:50:17 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

12 ก.ค. 2550

สมุดบันทึกส่วนตัวของ "วนา" ยังทำหน้าที่ได้ดีเหมือนเช่นเดิม อย่างที่ข้าพเจ้าบอกไว้ในกระทู้ที่แล้วว่า การไปทำงานแพร่ครั้งนี้ถือว่าเข้มข้นมาก ๆ ที่ว่าเข้มข้นนั้น ก็เพราะว่า ตั้งแต่เช้าจรดเย็นค่ำดึกดื่น เราทำงานกันเกือบตลอดเวลา จนนาทีสุดท้ายก่อนขึ้นรถไฟกลับกรุงเทพฯกันเลยทีเดียว อย่างที่สัญญาไว้ว่าจะเล่าทุกเรื่อง เพราะแต่ละเรื่องนั้น มีความน่าสนใจแตกต่างกัน........

ตอนนี้ "วนา" ขอเป็นกระบอกเสียงแทนคนเมืองแพร่ และกลุ่มคนทำงานฟื้นฟูมรดกวัฒนธรรมและสำนึกรักษ์ท้องถิ่นแพร่ ซึ่งข้าพเจ้าเองก็เป็นหนึ่งในทีมงานนี้ ในขณะที่ทุนสนับสนุนโครงการกำลังจะหมดไปในเร็ววันนี้ โครงการของเราก็ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างอย่างชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ กลุ่มทีมงานไม่อยากให้โครงการนี้ต้องหยุดชะงักลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่ทำร่วมกับเด็ก ๆ "วนา" จึงขออนุญาตประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่เห็นคุณประโยชน์ คุณค่าของมรดกวัฒนธรรม มีชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวจ.แพร่เอง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ หรือเอกชน สนับสนุนให้โครงการนี้ต่อเนื่องไปได้อีก เพื่อจะเป็นตัวอย่างให้แก่ที่อื่น ๆ อีกต่อไป

เอาละค่ะ มาเข้าเรื่องกันดีกว่า อย่างที่เคยเล่าไว้บ้างแล้วว่า โครงการฟื้นฟูมรดกวัฒนธรรมที่ข้าพเจ้าไปทำกับชุมชนแพร่นี้ ส่วนที่รับผิดชอบโดยตรงคือโครงการปลูกฝังสำนึกรักษ์ท้องถิ่นให้กับกลุ่มเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มเด็ก อายุประมาณ 3-15 ปี 7-8 เดือนที่ผ่านมา เราพาพวกเค้าร่วมย้อนรำลึกถึงประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูการทำขนมโบราณ ทำอาหารพื้นถิ่น ปลูกพืชผักท้องถิ่น เรียนรู้ตำนานท้องถิ่น ศึกษาของดีคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดตนเองและอื่น ๆ ฯลฯ

ในครั้งนี้ ข้าพเจ้าและเพื่อน ๆได้พากลุ่มเยาวชน เข้าเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์เสรีไทยแพร่ เพื่อเรียนรู้ "การเสียสละที่ยิ่งใหญ่ เพื่อชาติ" ของคนจังหวัดแพร่............นอกจากข้อมูลในสมุดบันทึกของข้าพเจ้าเองแล้ว ข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ยังต้องอาศัยหลักฐานอื่น ๆ มาประกอบ.....เช้านี้ ข้าพเจ้าเปิดหนังสือ "ตำนานเสรีไทย" เพื่อค้นหาชื่อของ นายทอง กันทาธรรม ผู้ก่อตั้งขบวนการเสรีไทยจังหวัดแพร่ แต่หาอย่างไรก็ไม่พบ............ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไม ในเมื่อ กลุ่มบุคคลพวกนี้ มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ชาติไทยในช่วงเวลาสงครามโลกครั้งที่ ๒ มิใช่น้อยเลย..............ทีเดียว

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จัดสร้างขึ้นโดย นายภุชงค์ กันทาธรรม ทายาทของนายทอง กันทาธรรม บุคคลสำคัญ ผู้ก่อตั้งขบวนการเสรีไทยจ.แพร่ ในส่วนของการจัดแสดงนั้นทำได้ดีทีเดียว นอกจากจะนำเสนอแง่มุมการทำงานของกลุ่มเสรีไทยแพร่แล้ว ยังเสนอแง่มุมการทำงานทั้งหมดของขบวนการเสรีไทยทั้งหมด และข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ของสงครามโลกครั้งที่ ๒

คณะปฏิบัติการกู้ชาติ ผู้ซึ่งเปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์และพลังรักชาติ นำโดย นายทอง กันทาธรรม ร่วมกับ นายทวีศักดิ์ สินธุวงศ์ นายอ้วน ลือวัฒนานนท์ ขุนม่วงไข่ขจร นายแปง ชมภูมิ่ง และคณะผู้ร่วมปฏิบัติการ 500 คน ปฏิบัติการลับตามแผนของ ฯพณฯ ปรีดี พนมยงค์ เพื่อต่อต้านกองทัพญี่ป่น ที่เข้ายึดครองประเทศไทยช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๔๘๔-๒๔๘๘ ร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร

หน้าที่ของเสรีไทยแพร่นั้น คือการหาข่าว ว่ากองกำลังของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่ใดบ้าง เมื่อพบแล้วก็ต้องทำหน้าที่กำจัดเสีย เพื่อความอยู่รอดของประเทศชาติ

ภาพที่เห็นนี้คืออาคารจัดแสดง เรื่องราวเกี่ยวกับขบวนการเสรีไทย จ.แพร่

เมื่อเข้าไปด้านใน เราก็จะพบส่วนจัดแสดงส่วนนี้ค่ะ พิพิธภัณฑ์นี้ยังไม่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ(ณ ขณะนั้น แต่ปัจจุบันคาดว่าเปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าชมได้แล้ว) แต่เราก็ได้รับความอนุเคราะห์อย่างดีจากท่านเจ้าของ อนุญาตให้พาเด็ก ๆเข้าชมและเป็นผู้นำชมด้วยตนเองเลยทีเดียวค่ะ

คุณภุชงค์ กันทาธรรม เจ้าของพิพิธภัณฑ์ และทายาท ของนายทอง กันทาธรรม ผู้ก่อตั้งเสรีไทยจ.แพร่ ให้เกียรติมานำเด็ก ๆ ชมพิพิธภัณฑ์ด้วยตัวท่านเองเลยค่ะ

การปฏิบัติงานของเสรีไทยแพร่ จากการบอกเล่าของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ มองเห็นภาพเลยทีเดียวค่ะว่าเต็มไปด้วยอุดมการณ์และความเสียสละยากที่จะได้พบเจอในยุคสมัยปัจจุบันนี้แล้ว

กลุ่มเสรีไทยแพร่ รวมตัวกันเพื่อฝึกอาวุธเพื่อเตรียมพร้อมในการทำการปะทะกับทหารญี่ปุ่นที่ยึดพื้นที่อยู่ตามจุดต่าง ๆ ของประเทศไทย มิใช่เพียงเฉพาะจังหวัดแพร่แต่เพียงเท่านั้น ก็อย่างที่บอกแหล่ะค่ะ ปฏิบัติการนี้เพื่อชาติอย่างแท้จริง

เด็ก ๆ สนใจกันมากทีเดียวค่ะ เกือบทุกคนไม่เคยรู้เรื่องสงครามโลกครั้งที่ ๒ เลย แม้แต่ตัวข้าพเจ้าเอง เคยได้ฟังคำบอกเล่าจากแม่สมัยเด็ก ๆ แม่เคยเล่าให้ฟังว่า สมัยสงคราม พอกรมอู่ทหารเรือเปิดหวูดเตือนภัย ยายจะพาแม่ซึ่งยังเด็ก ๆ อยู่ในตอนนั้น หอบข้าวของลงไปหลบตามท้องร่องสวน อย่างในเรื่องคู่กรรมนั่นแหล่ะค่ะ

บ้านของ "วนา" อยู่บางกอกน้อย ซึ่งใกล้ฐานปฏิบัติการของทหารญี่ปุ่นมาก จึงเป็นจุดล่อแหลมอันตรายที่ทหารฝ่ายสัมพันธมิตรมักจะนำระเบิดมาทิ้งเสมอ ๆ ความทรงจำของแม่ ก็มีเพียงตอนวิ่งหนีหลบระเบิดเท่านั้นเองค่ะ เมื่อโตจนเรียนมัธยมแล้ว ข้าพเจ้ายังได้ยินเสียงหวูดจากกรมอู่อยู่เลยค่ะ เพราะโรงเรียนอยู่ติดกับกรมอู่ทหารเรือ และนั่นก็คือเรื่องราวของสงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่ "วนา"เคยได้รับรู้มา

จนกระทั่งมาเรียน ป.โท ด้านประวัติศาสตร์นี่แหล่ะค่ะ ถึงได้ศึกษาอย่างลึกซึ้งลงไปในรายละเอียดและปะติดปะต่อเรื่องราวได้....แต่กับเด็ก ๆ กลุ่มที่ข้าพเจ้าไปสอนหนังสือเหล่านี้ พวกเขาไม่ทราบหรอกค่ะ ไม่ว่าจะทางใด เพราะพ่อแม่ก็เกิดไม่ทันสมัยนั้น เด็ก ๆ จึงค่อนข้างตื่นเต้น กับเรื่องราว เครื่องไม้เครื่องมือ ที่ทหารญี่ปุ่นใช้ในสมัยสงครามโลก อย่างที่เห็นในภาพนี้ เป็นอุปกรณ์สื่อสารที่พวกทหารเค้าใช้กันสมัยนั้นค่ะ

ในภาพที่เห็นรูปเล็ก ๆ ติดอยู่บนฝาผนังนั่นคือ เหล่าเสรีไทยผู้เสียสละของจ.แพร่เค้าหล่ะค่ะ

ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ บอกเล่าเรื่องราวการทำงานของเสรีไทยแพร่ไว้อย่างละเอียดทีเดียวค่ะ อย่างเช่นเรื่องการลาดตระเวณหาข่าว ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของเสรีไทยแพร่นั้น บอกไว้ว่า เสรีไทยไม่มียานพาหนะทันสมัย จึงอาศัยการเดิน ขี่จักรยาน หรือใช้เกวียน จากบ้านหนองม่วงไข่ ผ่านเวียงต้าไปถึงลำปาง เพื่อหาจุดตั้งค่ายของข้าศึก

ภาพนี้เป็นภาพจำลอง ให้เห็นความเสียสละของเสรีไทย เนื่องจากการรวมตัวของเสรีไทย เป็นไปด้วยความสมัครใจ ใช้ทุนส่วนตัวเท่าที่จะหาได้ มีการจัดหาเสบียงตามกำลังที่มีอยู่โดยพลพรรค จะผลัดกันออกไปหาอาหารด้วยการหา ผัก หน่อไม้ และเนื้อสัตว์ ด้วยการล่า เลียงผา เก้ง ไก่ป่า นกเป้า ตุ่นและ กบ โชคดีที่สมัยนั้น สัตว์ป่าและผักที่ทานได้ยังมีอยู่มากมาย


เสรีไทยแพร่นั้น ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ยากลำบากห่างไกลจากชุมชน เพื่อให้ปลอดภัยจากการโจมตีของทหารญี่ป่น ที่ตั้งหน่วยอยู่ทั่วไปในจังหวัดแพร่ การลำเลียงอุปกรณ์และสัมภาระ จึงต้องใช้เกวียนเป็นหลัก ใช้จักรยานในการสัญจรไปมา และการเดินเท้าเป็นเรื่องปกติ

"วนา" เคยเข้าไปในป่าที่ อ.เวียงต้า เพื่อไปดูถ้ำปฏิบัติของของกลุ่มเสรีไทยจังหวัดแพร่เมื่อสมัยสงครามโลกแล้วค่ะ เดินเท้าเข้าไปในหุบเขาลึกมาก สองข้างทางเป็นป่าไผ่ เดินเท้าเข้าไปน่าจะประมาณ ๒-๓ กิโลเลยทีเดียว หนทางจะเป็นหุบลึกเข้าไปในภูเขาการเดินเราจะเดินเลาะแนวลำธารน้ำเข้าไป เป็นทางขึ้น ๆ ลง ๆ คือเดินขึ้นเขาสูงไปก่อน แล้วค่อย ๆ เดินลง ลักษณะเป็นแอ่งลงไปในภูเขา ซึ่งเป็นชัยภูมิที่ค่อนข้างดี บริเวณหน้าปากทางเข้าถ้ำ เป็นลานกว้าง ซึ่งสมัยก่อนกลุ่มเสรีไทยใช้เป็นที่ประชุมปรึกษาหารือ

ทางไปถ้ำจะเป็นป่าไผ่แบบนี้แหล่ะค่ะ แต่ทางไม่ได้ราบเรียบแบบนี้ตลอด จะต้องปีนขึ้นเขาเป็นระยะ ๆ แล้วก็จะเจอทางราบแบบนี้แหล่ะค่ะ

ภาพจำลองนายทหารอเมริกันที่กระโดดร่มมาช่วยฝึกเสรีไทยแพร่ค่ะ มีด้วยกัน ๓ นาย ได้แก่ ร.ท. วอลเตอร์ พี คู สมัค, ส.ต.วิลเลี่ยม ซี แกรนท์ และส.อ.สตีเวน
ซีสโค

กลุ่มคนเหล่านี้ทำหน้าที่รักษาพยาบาลพลพรรคเสรีไทยและชาวบ้าน นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยครูฝึกอาวุธอีกด้วย คุณภุชงค์เล่าว่า ฝรั่งพวกนี้ชอบเสื้อหม้อห้อมของแพร่อย่างมาก

บ้านหลังที่ทำพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เจ้าของให้ชื่อว่า บ้านทอง กุศล บูรณะเพื่อเป็นอนุสรณ์และรำลึกถึงคุณงามความดีและความงดงามทางจิตใจของ นางกุศล กันทาธรรม และเชิดชูความมุ่งมั่น ความเสียสละ อุดมการณ์ คุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ ของนายทอง กันทาธรรม (เนติบัณฑิต ทนายความ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รัฐมนตรี หัวหน้าขบวนการเสรีไทยภาคเหนือ)

ภาพที่เห็นนี้คือ บุคคลสองท่านที่ได้กล่าวมา

น่าชื่นชมพลังภายในของคนจ.แพร่จริง ๆ ค่ะ จากการที่ได้มาทำงานร่วมกับคนที่ ได้มาสัมผัสถึงลักษณะอุปนิสัยใจคอของคนที่นี่ "วนา" และเพื่อนพ้องก็ได้ข้อสรุปที่ตรงกันว่า "คนแพร่ เขาทำอะไรเล่น ๆ ไม่เป็นกันจริง ๆ" คำพูดนี้มิได้เป็นคำประชดประชันแต่อย่างใด แต่เราพูดมาจากใจจริง เห็นความตั้งใจจริงในการรื้อฟื้นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ที่นับวันจะสูญหาย นับวันจะน้อยลง นับวันคนยิ่งไม่สนใจ ให้เกิดมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง

หลาย ๆ คนดื่มด่ำกับการรับรู้ หลาย ๆ คนน้ำตาซึมกับชะตากรรมและความเสียสละ ซึ่งเราก็ได้แต่หวังว่า เด็ก ๆ จะซึมซับเรื่องราวน่าชื่นชมเหล่านี้ ก่อกำเนิดเป็นรากแก้วที่แข็งแรงงดงาม เป็นกำลังให้แก่ชุมชนและบ้านเมืองต่อไป

เด็ก ๆ เค้าสนใจถ่ายรูปกับหุ่นจำลองทหารใหญ่เลยค่ะ

เบื้องหลังเด็ก ๆ เป็นภาพธงชาติสหรัฐอเมริกา หุ่นทหารอเมริกัน และภาพแรงระเบิดของระเบิดนิวเคลียร์ลูกแรกที่ลงที่เมือง ฮิโรชิม่าค่ะ

ภาพระเบิดนิวเคลียร์ ที่สหรัฐอเมริกา ใช้ถล่มเมือง ฮิโรชิม่า และนางาซากิค่ะ

ถ้อยคำของ ฯพณฯ ปรีดี  พนมยงค์ "ไม่มีความสุขใด เสมอด้วยความสงบสันติ"

สุภาพสตรีสาวสวยผู้นี้ เธอคือ ครูฉลบชลัยย์ พลางกูร

นิยามความเป็น "เธอ ผู้นี้" มีดังนี้

ครูฉลบ : เธอคือผู้ให้ตลอดกาล

เธอให้ สามีสุดที่รักแก่ประเทศชาติ
....จำกัด พลางกูร พลีชีพเพื่อชาติในงาน "เสรีไทย"

เธอให้ ความรู้แก่นักเรียนทุกคน
...ไม่ว่านักเรียนคนนั้นจะเป็นใครมาจากไหน

เธอให้ ความอุปการะ โอบอุ้มดูแล
...ลูกเมียของนักการเมืองที่ต้องสูญเสียหัวหน้าครอบครัว เพราะฝีมือของพวกรัฐประหาร ๘ พ.ย.๒๔๙๐

เธอให้ ความรักและความห่วงใยและกำลังใจ
...นักสู้เพื่อประชาธิปไตยทั้งสมัย ๑๔ ตุลา และ ๖ ตุลา

เธอให้ ชีวิตใหม่
..แก่หลายหลายคนที่เดินหลงทาง

ประพันธ์โดย ดุษฎี พนมยงค์ บุญทัศนกุล

ค่ะ และเธอคือ กัลยาณมิตรที่ดีที่สุด อยู่เคียงข้าง"ครอบครัวพนมยงค์"เสมอมา

ภาพของเธอผู้นี้ โดดเด่นอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ สุภาพสตรีที่หน้าตาสวยสดงดงาม ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก และเมื่อได้อ่านเรื่องราวของเธอผู้นี้แล้วนั้น ใช่เพียงแต่รูปกายภายนอกที่งดงาม เธอผู้นี้งดงามทั้งจิตใจ และจิตวิญญาณ จนต้องนำความประทับใจนั้น มาเผื่อแผ่แก่เพื่อนพ้องน้องพี่ทุก ๆ คนเลยค่ะ

ข้าพเจ้าขอจบเรื่องราวของเสรีไทยแพร่คร่าว ๆ แต่เพียงเท่านั้นก่อนนะคะ

การได้ศึกษา ได้ย้ำเตือนในสิ่งเก่า ๆ ที่ดีงามที่ผ่านมา ใช่ว่าเป็นเรื่องคร่ำครึ เรื่องราวเหล่านี้ หลาย ๆ คนฟังแล้วอาจจะคิดว่า เรื่องเก่า เอามาเล่าทำไม แต่ก็ทำให้อีกหลาย ๆ คนเกิดความซาบซึ้ง เกิดความรัก เกิดความหวงแหน การได้เป็นอะไรที่มีความสำคัญ ทำให้คนเรามักเห็นคุณค่าในตนเองเสมอ

เหมือนสิ่งที่ชาวแพร่กำลังกระตุ้นเตือนจิตสำนึกของเยาวชนอยู่ขณะนี้ ในฐานะคนวงนอก ที่เข้าไปคลุกคลีวงใน ก็รู้สึกชื่นชม และอยากผลักดันให้โครงการนี้สัมฤทธิ์ผลขึ้นมาเป็นรูปธรรม อยากเห็นหน่ออ่อนเหล่านี้ เติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ที่กล้าแข็ง ยืนหยัดเป็นร่มไม้ใหญ่ที่คลายร้อน.............เพราะทุกวันนี้ ชุมชนเมืองแพร่และชุมชุนอื่น ๆ อีกหลาย ๆ จังหวัด มีแต่คนสองวัย คือวัยชรา และวัยเด็ก คนวัยหนุ่มสาว ต่างมุ่งหน้าทำมาหากินเข้ามาขายแรงงานในเมืองใหญ่ ๆ ทิ้งให้คนต่างวัย ซึ่งเข้ากันได้ยากเพราะความสนใจต่างกัน ต้องอยู่ด้วยกันอย่างโดดเดี่ยว ปัญหาสังคมเกิดขึ้นมากมาย เพราะรากเหง้าอ่อนแอ..........ก็ได้แต่หวังว่า กิจกรรมต่าง ๆ ที่เราช่วยกันทำ หรือทางกลุ่มเครือข่ายลูกหลานเมืองแพร่ช่วยกันทำเพื่อฟื้นฟูมรดกวัฒนธรรมมีชีวิตของแพร่ จะช่วยลดช่องว่างระหว่างวัยนี้ลงได้..............

แพร่....................เมืองที่ไม่เคย "ตาย"..........เมืองที่มีชีวิตมาตลอดกว่า พันปี....!!!



บันทึกไว้ด้วยรักและศรัทธา

เรื่องและภาพโดย : วนา

ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะชมค่ะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน