*/
  • วนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : noi_build@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 117
  • จำนวนผู้ชม : 343402
  • จำนวนผู้โหวต : 119
  • ส่ง msg :
  • โหวต 119 คน
เพลงโปรด

เทียนน้อย โดยวง ฆราวาส

View All
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม 2551
Posted by วนา , ผู้อ่าน : 10248 , 10:23:12 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ก่อนอื่น "วนา" ขออัญเชิญพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานไว้ เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ ความว่า

 

"...ป่าชายเลนมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศของพื้นที่ป่าชายฝั่งทะเล และอ่าวไทย แต่ปัจจุบันป่าชายเลนของประเทศไทยเรากำลังถูกบุกรุก และทำลายลงไปโดยผู้แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน จึงควรหาทางป้องกันอนุรักษ์และขยายพันธุ์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต้นโกงกางเป็นไม้ชายเลนที่แปลก และขยายพันธุ์ค่อนข้างยาก เพราะต้องอาศัยระบบน้ำขึ้นน้ำลงในการเติบโตด้วย จึงขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง คือ กรมป่าไม้ กรมประมง กรมชลประทาน และกรมอุทกศาสตร์ ร่วมกันหาพื้นที่ ที่เหมาะสมในการทดลองขยายพันธุ์โกงกางและปลูกสร้างป่าชายเลนต่อไป"

 

แล้วเราจะช่วยกันอนุรักษ์ พลิกฟื้น ป่าชายเลน กันได้อย่างไรบ้าง????
.
พิพิธภัณฑ์ หากเราพูดถึงคำ ๆ นี้ หลาย ๆ คนคงนึกถึง ตึกเก่า ๆ ทึม ๆ จัดแสดงวัตถุโบราณ ที่เล่าขานเกี่ยวกับเรื่องราวในประวัติศาสตร์ โบราณคดี มีภัณฑารักษ์ นั่งเฝ้าง่วง ๆ อยู่ คนหรือสองคน....กันอยู่รึเปล่าคะ????
.
ถ้าใช่.....งั้นลองดูคำถามนี้

ถามว่า....ในโลกนี้มีอะไรบ้างที่เอามาจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ ไม่ได้

คำตอบคือ....ไม่มี

"...การพิพิธภัณฑ์เป็นวิธีการใช้สื่อการเรียนการสอนที่คนส่วนใหญ่มองข้าม เพราะไม่รู้ ไม่เข้าใจ จึงขาดศรัทธา..."

"...การพิพิธภัณฑ์เป็นเรื่องสากล ส่วนสิ่งของที่จะจัดแสดงเป็นสาระของท้องถิ่นของแต่ละชาติ แต่ละท้องถิ่น ฯลฯ..."

และ

"...พิพิธภัณฑ์มีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของผู้จัดหรือเจ้าของพิพิธภัณฑ์นั้น ๆ.."

แล้ว....พิพิธภัณฑ์..มาเกี่ยวข้องอย่างไรกับป่าชายเลน???
.
คำตอบก็คือ สิ่งที่ "วนา" กำลังจะพาไปชมอยู่นี่ล่ะค่ะ

 

พิพิธภัณฑ์ฯนิเวศ-ป่าชายเลน บางปะกง โรงเรียนบางปะกง "บวรวิทยายน"

"...เป็นพิพิธภัณฑ์ฯและห้องเรียนไร้ผนัง ที่เปิดกว้างให้คนทุกคนได้มาพักผ่อนและหาความรู้ตามอัธยาศัย เรื่องธรรมชาติและวัฒนธรรมเกี่ยวกับป่าชายเลน ซึ่งประกอบด้วย น้ำ แผ่นดิน และสิ่งมีชีวิต คือ พืช สัตว์ และมนุษย์ ที่ต่างต้องเกื้อกูลกันและกัน เพื่อประโยชน์อันยั่งยืน .."

สิ่งที่น่าสนใจของป่าชายเลนที่เป็นพิพิธภัณฑ์..เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญเกี่ยวกับระบบนิเวศวิทยาของป่าชายเลน และแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับท้องถิ่นของตนเอง ...ก็คือ..การนำป่าชายเลน มาบูรณาการเข้ากับการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ทั้ง ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้เลยทีเดียวค่ะ

พิพิธภัณฑ์ฯนิเวศ-ป่าชายเลนแห่งนี้ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงค่ะ จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยสมาคมนักเรียนเก่า โรงเรียนบางปะกง บวรวิทยายนเค้าล่ะค่ะ (แหม!! มีศิษย์เก่าแบบนี้ก็น่าชื่นชมไม่น้อยเลยทีเดียวนะคะ)

พื้นที่ของโรงเรียนทั้งหมด ๖๘ ไร่ ก็แบ่งเป็นพื้นที่ป่าชายเลน เสีย ๔๐ ไร่แล้วค่ะ ที่นี่ก็จะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมาก และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดฉะเชิงเทราด้วยล่ะค่ะ

ความหลากหลายทางชีวภาพที่ว่านั้น ได้แก่อะไรบ้างมาดูกันค่ะ

- พันธุ์พืช ประมาณ ๔๐ ชนิดจากพันธุ์พืชป่าชายเลน ๗๖ ชนิดทั่วประเทศเลยค่ะ
- พันธุ์สัตว์ ประมาณ ๓๒ ชนิด ได้แก่ นก ปู ปลา ชนิดต่าง ๆ

นอกจากนี้ ช่วงเดือน พ.ย.- ธ.ค. ที่บริเวณปากแม่น้ำบางปะกงแถบนี้ ฝูงเจ้าโลมาอิระวดี เขาจะพากันมาหาอาหารกันค่ะ จานโปรดของเค้าก็คือ เจ้าปลาดุกทะเลนั่นเองค่ะ ซึ่งนอกจากจะทำให้สถานที่แห่งนี้ครึกครื้นด้วยนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมเจ้าโลมากันแล้ว ชาวบ้านก็ยังพลอยได้รับประโยชน์จากอาหารที่เจ้าโลมาเขาทิ้งไว้ให้ค่ะ ซึ่งก็คือปลาดุกทะเลนั้นเองค่ะ โลมาเขาจะกินเพียงแค่ครึ่งตัวเท่านั้น ส่วนตั้งแต่เงี่ยงขึ้นไปก็จะไม่กิน ชาวบ้านก็จะเก็บส่วนที่เหลือนี้ ซึ่งมีไข่อยู่เต็มท้อง นำไปขายต่อได้อีกค่ะ

ที่นี้เรามาดูกันว่า ภายในพื้นที่ป่าชายเลน มีอะไรให้เรียนรู้บ้าง????

ภายในก็จะแบ่งเป็นฐานปฏิบัติการ การศึกษาป่าชายเลน ซึ่งแบ่งออกเป็น ๖ ฐานค่ะ

ฐานที่ ๑  คือ ป่าแสมค่ะ...แสมเป็นไม้เบิกนำของป่าชายเลนค่ะ เพราะขึ้นง่ายกว่าไม้อื่น ๆ ซึ่งก็แบ่งเป็น ๓ ชนิด ได้แก่ แสมทะเล แสมดำ และแสมขาวค่ะ

ฐานที่ ๒  คือ ป่าโกงกาง...โกงกางนี้ถือเป็นไม้สัญลักษณ์ของป่าชายเลนค่ะ หากเห็นโกงกางที่ไหน นั่นก็แสดงว่าบริเวณนั้นเป็นพื้นที่ป่าชายเลนโดยไม่ต้องบอกก็รู้เลยทีเดียวค่ะ ลักษณะเด่นของโกงกางก็คือ มีรากสวยงาม และถ่านจากไม้โกงกางนั้น เป็นถ่านที่มีคุณภาพดี และให้พลังงานสูงมาก และนี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ป่าโกงกางถูกบุกรุกทำลายลงอย่างมากมาย

ฐานที่ ๓  คือแหล่งพันธุ์ไม้ชายเลนค่ะ พันธุ์ไม้ชายเลนเหล่านี้ น่าสนใจตรงที่ว่า เขาจะมีกันเป็นคู่ ๆ ค่ะ อย่างเช่น

โปรงขาว-โปรงแดง
ปอทะเล-โพทะเล
พังกาหัวสุมดอกแดง-พังกาหัวสุมดอกขาว
ฝาดดอกขาว-ฝาดดอกแดง

เหล่านี้เป็นต้นค่ะ รายละเอียด คุณประโยชน์ ของพืชเหล่านี้...ต้องลองไปเที่ยวชม และให้เด็ก ๆ เค้านำชมค่ะ จะได้ความรู้มากมายทีเดียว

ฐานที่ ๔  คือ ตะบูน ซึ่งแบ่งเป็น ๒ ชนิดค่ะ คือ ตะบูนขาว และตะบูนดำ ลักษณะเด่นของตะบูนคือ เป็นไม้ผลัดใบ รากเป็นรากพูพอน แผ่คดเคี้ยวโคนต้น มีผลกลมคล้ายกระท้อนค่ะ

ตรงนี้ไม่มีภาพค่ะ ชมภาพอื่น ๆ ไปก่อนนะคะ

ฐานที่ ๕  คือ ลำพู...ต้นลำพูนี้ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ปลูกเพิ่ม เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง เกี่ยวพันกับหิ่งห้อย ดอกบานกลางคืน ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว เหตุที่หิ่งห้อยชอบเกาะต้นลำพู ก็เพราะใบลำพูเรียบ ไม่สาก...ปัจจุบันนี้หิ่งห้อยไม่ค่อยมีลำพูให้เกาะ ก็เกาะไม้ต้นอื่นด้วยค่ะ

ฐานที่ ๖  คือ ชีวิตริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง ตรงนี้ ทางโรงเรียนให้เด็ก ๆ และผู้สนใจทั่วไปใช้ศึกษาพฤติกรรมของปลาตีนและปูก้ามดาบค่ะ

ปลาตีนนั้น แบ่งเป็น ๒ สายพันธุ์ คือ ขนาดใหญ่ และขนาดเล็กค่ะ

ขนาดใหญ่ เรียกว่า ปลากระจัง
ขนาดเล็ก เรียกว่า ปลาจุมพวด

ประโยชน์ของปลาตีนเหล่านี้คือ เป็นตัวควบคุมระบบนิเวศในป่าชายเลน ไม่ให้จำนวนปูก้ามดาบเพิ่มจำนวนมากเกินไป

ส่วนเจ้าปูก้ามดาบ ก็จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปหลายอย่าง เช่น ปูผู้แทน หรือปูเปี้ยวค่ะ  เขาว่ากันว่า ลักษณะเด่นของปูชนิดนี้ คือ "นาฬิกาชีวภาพ" รู้เวลาน้ำขึ้น น้ำลง เวลาน้ำขึ้นปูจะเข้ารู และเวลาน้ำลง ก็จะออกมารูมาหาอาหาร

เคยมีคนทดลองนำปูขึ้นจากแม่น้ำ มาใส่กะบะทดลอง พอถึงเวลาน้ำขึ้น ปูจะลงรูโดยอัตโนมัต แม้จะไม่ได้อยู่ในแม่น้ำก็ตาม นอกจากนี้ เจ้าปูชนิดนี้ เค้ายังเป็นนักเลงโตด้วยล่ะค่ะ เห็นมั๊ยคะว่าก้ามเขาโต เขาจะชูก้ามดาบอันใหญ่โตของตัวเองอยู่ตลอดเวลา และมักจะชอบทะเลาะกันเอง(เหมือนใครก็ไม่รู้) เรื่องของเรื่องก็คือแย่งที่อยู่อาศัยกันนั่นเองค่ะ แต่หารู้ไม่ว่า ก้ามที่มีประโยชน์จริง ๆ คือก้ามเล็กค่ะ เพราะใช้สำหรับหาอาหาร หากก้ามเล็กนี้มีอันเป็นไป ปูก็จะตาย เพราะหาอาหารไม่ได้...เห็นมั๊ยคะ ใหญ่แต่ยังหาประโยชน์ได้น้อยกว่าเล็ก ๆ เสียอีก  แต่ถึงอย่างไร ประโยชน์ของเขาก็มีนะคะ ใช่ว่าจะดีแต่ท้าตีท้าต่อย ปูก้ามดาบเหล่านี้ จะเป็นตัวช่วยย่อยสารอินทรีย์ในป่าชายเลนนั่นเองค่ะ.....

และสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับชีวิตของปลาตีนและปูก้ามดาบ ก็คือ ที่อยู่อาศัยของพวกเค้านั่นเองค่ะ...เป็นอย่างไรหรือ???

รูปูก้ามดาบนั้น...จะเข้าออกทางเดียวค่ะ ออกทางไหน ก็กลับเข้ารูทางนั้น

ส่วนเจ้าปลาตีนน่ะหรือคะ...จะเข้าออกคนละทางค่ะ เรียกว่ามีระบบกว่า จะไม่ออกทางเข้า และจะไม่เข้าทางออก ^_^ ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันศัตรูนั่นเองค่ะ

ซึ่งในแต่ละฐานที่กล่าวมานั้น จะมีป้ายนิเทศให้ความรู้ ตลอดเส้นทางเดินชมค่ะ

นอกจากความรู้เรื่องระบบนิเวศแล้ว พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ยังสะท้อนวิถีชีวิตชุมชนของผุ้คนในท้องถิ่นนี้ ที่ผูกพันกับสายน้ำ

บริเวณรอบๆ ก็จะมีเรือที่ชาวบ้านเลิกใช้แล้วจัดแสดงอยู่เป็นระยะ ๆค่ะ สะท้อนวัฒนธรรมน้ำของผู้คนในแถบนี้ ที่ต้องเชื่อมโยงชุมชน การค้า สายน้ำ และเติบโตขึ้นเป็นชุมชนใหญ่นั่นเองค่ะ

ทีนี้เรามาดูกันนะคะว่า พิพิธภัณฑ์นิเวศฯ แห่งนี้ เชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับสถานศึกษาได้อย่างไร???

ดูตามภาพนี้เลยค่ะ โรงเรียนจะเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และศึกษากระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง

เมื่อภาพผังบูรณาการไม่ชัดเจน "วนา" ขอยกตัวอย่างให้ดูสักหน่อย อย่างเช่น กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย...ครูให้เด็กฝึกหัดขับเสภาจากบทประพันธ์ชมป่าชายเลนที่คุณครูได้ประพันธ์เอาไว้ดังนี้ค่ะ (ขออภัยที่ไม่ม่ชื่อผู้แต่งค่ะ)

เดินพลางทางชมป่าชายเลน....โอนเอนช่อชูดูไสว
แสมขาวแสมดำคละกันไป....โกงกางใบใหญ่ฝักยาวยาว
พังกาหัวสุมดอกขาว-แดง....ขึ้นแซงต้นโปรงแดง-ขาว
ลำแพนลำพูผลดอกพราว....ดอกบานสีขาวพร่างกระจาย
ตะบูนดำผลห้อยโตงเตง....ตะบูนขาวก็เร่งออกผลใหญ่
เหงือกปลาหมอดอกม่วงอำไพ....โพทะเลเหลืองละไมละออตา
ดอกตาตุ่มเหมือนสร้อยที่ห้อยคอ....ยางมันเข้าตาหนอบอดได้หนา
เถาถอบแถบลูกเป็นพวงร่วงลงมา....เถาวัลย์เกี่ยวแข้งขาน่ารำคาญ

เด็ก ๆ ได้ประโยชน์อะไรจากพิพิธภัณฑ์ฯนิเวศ แห่งนี้บ้าง...เยอะแยะเลยค่ะ

เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ตามอัธยาศัย
เด็ก ๆ ได้มีโอกาสเป็นวิทยากรนำชมป่าชายเลน ได้ผลประโยชน์ต่อคนทั่วไปและท้องถิ่น


เด็ก ๆ ฝึกสังเกต บันทึก และนำเสนอตามความเข้าใจที่ได้สัมผัส
เด็ก ๆ ค้นพบการอยู่อาศัยแบบเกื้อกูลกันตามธรรมชาติ

 

คุณครูผู้หนึ่งที่โรงเรียนแห่งนี้เคยเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านั้น แม่น้ำบางปะกงบริเวณนี้ เริ่มเน่าเสีย ทางคุณครูและเด็ก ๆ ช่วยกันคิดทำน้ำหมักชีวภาพ(EM)สูตรแห้ง คือ สามารถปั้นเป็นก้อนกลม ๆ คล้ายลูกหิน หรือลูกกระสุน ...คุณครูทำไว้ให้เด็ก ๆ ขว้างเล่นแข่งกันบ้าง ขว้างระบายอารมณ์บ้าง เด็ก ๆ เค้าก็จะขว้างลงไปในแม่น้ำนั่นแหล่ะค่ะ...ไม่ช้าไม่นาน จุลินทรีย์ที่อยู่ในก้อนหมักชีวภาพเหล่านั้น ก็ค่อย ๆ ไปปรับสภาพน้ำให้คืนดีดังเดิม ปัจจุบันแม่น้ำก็มีสภาพที่สะอาดกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยค่ะ

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ "วนา" อยากจะเรียนให้ทราบว่า ป่าชายเลนบริเวณนี้ มิได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ก่อนหน้านั้นก็ถูกบุกรุกทำลายเสียหายไปมาก แต่ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นจากศรัทธาของครูและนักเรียน ที่เห็นคุณค่าและคุณประโยชน์ของป่าชายเลน อันเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของจังหวัดชายทะเล เช่นฉะเชิงเทรา ครูและนักเรียนจึงช่วยกันคนละไม้คนละมือ ช่วยกันปลูก ช่วยกันดูแล จนเป็นป่าชายเลนที่สมบูรณ์ และพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญในการศึกษาระบบนิเวศวิทยาป่าชายเลน ให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาองค์ความรู้เรื่องป่าชายเลนให้ลึกขึ้น สูงขึ้น แถมยังช่วยพลิกฟื้นชีวิตริมฝั่งบางปะกงให้สดใสสมบูรณ์มีชีวิตชีวายิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ

ป่าชายเลนแห่งนี้ จึงได้ชื่อว่า เป็นแหล่งเรียนรู้ ที่นำพาการศึกษาให้เติบโตอย่างสมบูรณ์ค่ะ

เรื่อง โดย : วนา

ขอขอบคุณ  : ภาพถ่ายจากหน่วยงานต้นสังกัดของ "วนา"เอง

         : ภาพเจ้าโลมาอิระวดีจากอินเตอร์เน็ท

         : ข้อมูลบางส่วน จากวารสารโรงเรียนบางปะกง "บวรวิทยายน"


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ท่านจันทร์ วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 18.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prajan

ป่าชายเลนริมทะเลเสน่ห์รัก

ป่าป้องปักมิตรสหายชายฝั่ง

ป่าเมื่อมีทัศนียภาพอยู่ยืนยัง

ป่าเมื่อเป็นความหวังน่าสังวร


อดีตกาลก็ผ่านผันตราบวันนี้

ป่าชายเลนร้างเร็วรี่หนีเร่ร่อน

ราวกับเรือหนีด้นดั้นสู่สันดอน

ไม่คบค้ามหาสาครขาดแคลน


เน้นสำนึกเยาชนคนสร้างชาติ

ไปเป็นญาติเป็นมิตรสนิทแน่น

ป่าชายเลนทุกที่ถิ่นทั่วดินแดน

จงวิ่งแจ้นกลับมายังชายฝั่งเอย

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
coolwater วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 14.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cool
enough  is  enough   ความเพียงพอคือความพอเพียง

ว่าง ๆ จะแวะไปเยี่ยมอีกค่ะ
ชอบบรรยากาศมาก ๆ เห็นแล้วคิดถึงบ้านค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 23/05/2008 เวลา : 23.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

เยี่ยมมากครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ราษีไศล วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 21.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

น่าสนใจไปพักผ่อนศึกษาธรรมชาตินะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 13.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/baan-koo-kai
หัวใจ...ของฉัน..เป็นนักเดินทาง..อักษรของฉัน...เป็นนักเดินทาง หัวใจของฉัน...ไร้ซึ่งพันธนาการอักษรของฉันถูกพันธนาการด้วยหัวใจฉันเอง

โอ..
เยี่ยมมากเลยค่ะ
ไม่รู้จะขอบคุณยังไง
จุ๊บทีละกันอิอิ
เดี๋ยวเอาลิงค์ไปแปะให้นะคะ
ทำไม่ยากค่ะ
ก๊อบตรงบาร์ข้างบน
แล้วไปวางที่คอมเมนท์
โหวดหนึ่งนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 11.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน