*/
  • วนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : noi_build@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 117
  • จำนวนผู้ชม : 343404
  • จำนวนผู้โหวต : 119
  • ส่ง msg :
  • โหวต 119 คน
เพลงโปรด

เทียนน้อย โดยวง ฆราวาส

View All
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม 2551
Posted by วนา , ผู้อ่าน : 5219 , 10:24:41 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ก็เพราะได้อ่าน “จันทรา อุษาอาคเนย์” นวนิยายรักโรแมนติกอิงประวัติศาสตร์ ซึ่งย้อนรอยเวลาไปกว่าพันปีระหว่างเจ้าชายหนุ่มรูปงามแห่งเมืองเศรษฐปุระ อาณาจักรฟูนัน กับนักโบราณคดีสาวแห่งโลกปัจจุบัน ที่พลัดหลงเข้าไปในอดีต ที่ถ้ำแห่งหนึ่ง ในจังหวัดอุบลราชธานี.............

หลาย ๆ คนที่อ่านหนังสือเล่มนี้ ต่างหลงรักเจ้าชายรูปงาม นามว่า "จิตรเสน" พระเอกของเรื่อง ซึ่งมีตัวตนอยู่ในหน้าบันทึกของประวัติศาสตร์ เพียงไม่กี่บรรทัดเท่านั้น....และก็เพราะเรื่องราวอันน้อยนิดที่จะสืบค้นตัวตนได้ นี่เอง พระองค์จึงถูกนำเอามาเป็นตัวเอกของนิยายเรื่องนี้....แฟนนิยายหลายๆคนเมื่ออ่านเรื่องนี้จบแล้ว ต่างคนต่างก็อยากตามรอย เจ้าชายจิตรเสนกันทั้งนั้น......!!! รวมถึงฉันด้วย...!!!

การตามรอยที่ว่านั้น....คือการตามรอยเส้นทางการเดินทางออกสืบเสาะหาทะเลของเจ้าชายผู้นี้เพื่อการค้าของอาณาจักรตนเอง....จากเมืองเศรษฐปุระ อาณาจักรฟูนัน....มาจนถึงเมืองชายทะเลที่เป็นเมืองท่าที่รุ่งเรืองเมื่อพันกว่าปีโน้นของอาณาจักรศรีทวารวดี...เมืองศรีเทพ (ปัจจุบันอยู่ใน จ.เพชรบูรณ์) ซึ่งในที่สุดพระองค์ก็ทำสำเร็จ...และปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่า เจ้าชายจิตรเสนได้ครอบครองเมืองท่าแห่งนี้ด้วย

แต่ก่อนหน้าที่นิยายเล่มนี้จะออกสู่สายตานักอ่านทั่วไป..."วนา" กลับไม่เคยรู้ตัวเลยว่า ได้เคยย้อนรอยกลับขึ้นไปในพื้นที่ที่เคยเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่...ของเจ้าชายในดวงใจ พระองค์นั้นมาแล้ว..."เศรษฐปุระ อันรุ่งเรือง" ... ซึ่งต่อมาคือ อาณาจักรเจนละนั่นเอง  

ความจริง เอ็นทรีนี้ "วนา" ไม่ได้มาโฆษณาหนังสือหรอกนะคะ...หากแต่อยากจะมาเล่าเรื่อง อดีตของเมืองเศรษฐปุระ...ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านเราเท่าใดนัก เมืองที่คนไทยรู้จักกันในนาม โบราณสถานวัดภู แขวงเมืองจำปาศักดิ์ ประเทศลาวนั่นเองค่ะ

เมื่อกล่าวถึงประเทศลาว หลาย ๆ คนก็อาจจะนึกถึง เมืองเวียงจันทน์ หรือหลวงพระบาง น้อยคนนักที่จะกล่าวถึงเมืองจำปาศักดิ์ ซึ่งเป็นราชอาณาจักรสุดท้ายของอาณาจักรล้านช้าง ก่อนตกเป็นอาณานิคมของประเทศสยาม และฝรั่งเศสในเวลาต่อมา เมื่อเคยไปเยือนมาแล้ว "วนา" ก็อยากจะนำเอาเกร็ดประวัติศาสตร์ของเมืองจำปาศักดิ์ ที่มีโบราณสถานสำคัญยิ่งของชาวลาว มาฝากกันค่ะ

"วัดภู" เคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของแหล่งอารยธรรมโบราณต่าง ๆ ถึงสามสมัยด้วยกัน คือ สมัยอาณาจักรเจนละในช่วงศตวรรษที่ 6-8 ต่อมา พวกเขมรสมัยก่อนเมืองพระนครได้สร้างปราสาทหินขึ้นที่นี่ในราวศตวรรษที่ 9 และสุดท้ายอาณาจักรล้านช้างก็ได้เปลี่ยนเทวาลัยในศาสนาฮินดูแห่งนี้ในเป็นวัดในพุทธศาสนาสายเถรวาท

วัดภูอยู่ถัดจากจำปาศักดิ์ลงมา 9 กิโลเมตร อาณาเขตวัดเริ่มต้นจากริมฝั่งน้ำ โดยมีบันไดทางขึ้นซ้อนกันขึ้นมาจนถึงบริเวณเชิงเขาทั้งหมดสามชั้น นอกเขตวัดมีบารายขนาดใหญ่ ซึ่งในสมัยโบราณใช้เป็นทั้งที่แข่งเรือและที่ลงสรงน้ำในพิธีกรรมต่าง ๆ ปัจจุบันก็ยังใช้เป็นที่อาบน้ำ กันอยู่เช่นเดิม

ร่องรอยของปราสาทวัดภูบ่งบอกถึงอารยธรรมขอมโบราณที่แผ่ขยายมาในดินแดนแถบนี้ อิทธิพลของศาสนาฮินดูยังดูเข้มขลังในบริเวณที่เรียกว่า อาณาจักรเจนละ ในสมัยช่วงศตวรรษที่ 6-8 บันไดสูงชันที่ทอดขึ้นสู่ชาลาชั้นที่สามปลูกต้นลั่นทมเรียงมาเป็นทิวแถวอยู่ทั้งสองข้าง ถัดจากชาลาเข้ามาคือปราสาทประธานที่ตั้งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของหมู่เทวรูป ทับหลัง และต้นไม้ใหญ่ แต่ทั้งหมดก็ได้รับการอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดี เมื่อครั้งยังเป็นเทวาลัยในศาสนาฮินดู เคยมีศิวลึงค์ประดิษฐานอยู่ภายในปราสาทประธาน โดยมีการต่อรางนำน้ำจากในถ้ำมารดสรงอยู่ไม่ได้ขาด แต่ปัจจุบัน พระปฏิมาขนาดใหญ่ได้เข้ามาประดิษฐานแทนที่ศิวลึงค์ไปเสียแล้ว

น้ำพุบนภูเขายังเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาอยู่เช่นเดิม ชาวลาวส่วนใหญ่จะนำขวดมาบรรจุน้ำกลับไป ทางด้านขวาของปราสาทประธานมีแผ่นดินแกะสลักเป็นรูปตรีมูรติ อันหมายถึงพระศิวะ พระวิษณุและพระพรหม นอกจากนี้ทางขวามือยังมีโบสถ์ในศาสนาพุทธที่สร้างด้วยเครื่องไม้ตั้งอยู่อีกหนึ่งหลัง และทางด้านหลังก็มีทางเดินที่คดเคี้ยววกวนทอดไปสู่ที่ตั้งของภาพสลักรูปช้างกับจระเข้ที่ชาวเจนละอาจเป็นผู้สลักขึ้นไว้

งานบุญประเพณีของวัดภู เป็นงานเทศกาลที่โด่งดัง และดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ทั้งในและต่างประเทศ ศรัทธาของชาวลาวนั้นยิ่งใหญ่นัก วันที่ "วนา" ไปถึงนั้น เป็นวันแรกของการเริ่มงานบุญ คนทั่วประเทศลาว พากันหลั่งไหลเดินทางมาเพื่อสักการะบวงสรวงบูชาตามจุดต่าง ๆ รถติดเป็นแพยาวเหยียด ตั้งแต่ท่าเรือลงแพข้ามแม่น้ำเลยทีเดียว ประชาชนเรือนแสนหลั่งไหลกันมาไม่ขาดสาย

ก่อนจะข้ามไปฝั่งวัดภูได้ ก็ต้องมาทำเรื่องผ่านแดนกันตรงนี้ก่อนค่ะ (ตรงนี้คือบริเวณชายแดนไทย ที่จ.อุบลราชธานีค่ะ ด่านช่องเม็กนั่นเอง)

เมื่อทำเรื่องผ่านแดนเรียบร้อยแล้ว จะต้องนำรถมารอขึ้นแพขนานยนต์ ซึ่งจะข้ามแม่น้ำโขงกลับไปฝั่งวัดภู

ความจริงแล้ว วัดภูนั้น อยู่บนแผนดินฝั่งเดียวกับจ.อุบลราชธานีของไทย ซึ่งขณะนั้น ยังไม่มีทางรถยนต์ที่จะไปถึงได้ จึงต้องขับรถข้ามแม่น้ำโขงทางสะพานมิตรภาพ และนำรถลงแพขนานยนต์ข้ามแม่น้ำโขงกลับมาบริเวณวัดภูอีกทีค่ะ

แพขนานยนต์กลางลำน้ำโขง สามารถบรรทุกรถคันใหญ่ ๆ ได้หลายคันทีเดียว

บนแพ ก็บรรทุกทั้งรถ และทั้งคนนั่นแหล่ะค่ะ แพนี้ คือที่แพที่ข้าพเจ้าโดยสารไปนั่นเอง

 

มองจากแพขึ้นไป มองเห็นโบราณสถานวัดภูอยู่ลิบ ๆ

บริเวณนี้เป็นแอ่งอารยธรรมสำคัญของภูมิภาคนี้ทีเดียวและเป็นดินแดนที่เกี่ยวข้องกับสังคมภายนอกอย่างกว้างขวาง ทั้งผืนแผ่นดินใหญ่และตามชายฝั่งทะเล ซึ่งมีความเป็นมาย้อนหลังไปไกลไม่น้อยกว่า 4,000-3,000 ปีมาแล้ว มีชุมชนหมู่บ้าน เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคและมีความเป็นตัวของตัวเองอย่างมั่นคงยาวนาน



เห็นเด่นเป็นสง่าอยู่ด้านหน้านี้ คือเทวาลัยสมัยขอม ราวศตวรรษที่ 9 นั่นเองค่ะ อย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่า บริเวณแถบนี้ เคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของอารยธรรมโบราณถึงสามสมัยด้วยกัน โดยเริ่มต้นด้วยอาณาจักรเจนละ

"เจนละ" เป็นชื่ออาณาจักรโบราณมีตัวตนแท้จริง เริ่มมีพัฒนาการเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 11 (หลัง พ.ศ. 1000) โดยบริเวณที่เป็นถิ่นกำเนิดเจละ คือปลายลุ่มแม่น้ำมูล-ชี ปัจจุบันอยู่ในบริเวณจังหวัดยโสธรและอุบลราชธานี ถิ่นกำเนิดของเจนละ มีชุมชนหมู่บ้านเก่าแก่ไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว มีประชากรหลากหลายเผ่าพันธุ์ ซึ่งนักประวัติศาสตร์เชื่อว่า ที่นี่คือศูนย์กลางการขยายตัวของเจ้าชายจิตรเสนหรือมเหนทรวรมัน ผู้ก่อตั้งอาณาจักรเจนละ ซึ่งมีการก่อตั้งศูนย์กลางแห่งแรกขึ้นที่เมือง "เศรษฐปุระ" โดยมีปราสาทวัดภู เป็นศาสนสถานสำคัญ

ที่เห็นผู้คนมากมายขนาดนี้ คืองานบุญประเพณีขึ้นวัดภู ของชาวลาวเค้าหล่ะค่ะ ซึ่งจะอยู่ช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ โดยจะมีนักแสวงบุญจากทั่วทุกสารทิศจะนำข้าวของมาบวงสรวงบูชาตามจุดต่าง ๆ

ในยุคของอาณาจักรเจนละ ศาสนสถานแห่งนี้ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวเจนละ ตามความเชื่อและมีพิธีฆ่าคนทางศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย โดยมีการก่อสร้างเทวาลัยบนยอดเขา สำหรับบูชาเทพเจ้าและพิธีบูชายัญ

ที่เห็นนี้คือ ภูเก้า หรือลิงคบรรพต ซึ่งเป็นเทือกเขาที่ปราสาทวัดภูตั้งอยู่ ตามความเชื่อที่ให้ความสำคัญแก่ยอดเขาที่เป็นแกนเด่นคล้ายศิวลึงค์ อันเป็นสัญลักษณ์ของพระศิวะ และรูปลักษณ์ภายนอกนั้นยังดูคล้ายสถูปเจดีย์ในพุทธศาสนาอีกด้วย นั่นยิ่งตอกย้ำทำให้ที่นี่มีความเข้มขลังมากยิ่งขึ้น

 

เมื่อมองลงมาจากภูเขา เราจะเห็นบริเวณที่เคยเป็น เมืองเศรษฐปุระ เมืองเศรษฐปุระนั้น มีคูน้ำ 2 ชั้น ขนาดประมาณ 2x2 กิโลเมตร อยู่บนที่ราบเชิงเขาลาดลงสู่แม่น้ำโขง ดังนั้นคูน้ำด้านตะวันออกของตัวเมืองจึงสร้างขนานกับฝั่งโขง ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่มั่งคั่ง เนื่องมาจากสามารถทำเกษตรกรรมแบบถาวรได้ และไม่เคยได้รับอุทกภัยจากแม่น้ำโขงเลย เพราะสภาพภูมิประเทศสูงกว่าระดับน้ำที่ขึ้นสูงสุด แต่สิ่งที่เรียกได้ว่า "ขาด" ของอาณาจักรนี้ คือทางออกทางทะเล ค่ะ

ถ้าดูภาพนี้ จะมองเห็นบาราย หรือคูน้ำขนาดใหญ่ (2 x 2 กิโลเมตร) ของเมืองเศรษฐปุระชัดเจนขึ้นค่ะ

บริเวณทางขึ้น เป็นซุ้มต้นจำปาลาว หรือต้นลั่นทมของไทยนั่นเอง งดงามมากค่ะ

ที่ข้าพเจ้าเกริ่นไว้ว่า จุดอ่อนของอาณาจักรนี้คือทางออกทางทะเล ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการค้าขายกับอาณาจักรภายนอก ทำให้เกิดเป็นแรงบันดาลใจในการตามรอยเจ้าชายจิตรเสน ในการออกเสาะหาทางออกทางทะเล จนมีผู้นำไปเขียนเป็นนิยายเลยทีเดียวค่ะ

ตามหลักฐานทางจารึกพบว่า เจ้าชายจิตรเสนแผ่อิทธิพลจากอีสานประเทศลงสู่ภาคตะวันออกของประเทศไทย จนถึงอรัญประเทศ และบริเวณอาณาจักรศรีเทพ (ปัจจุบันอยู่บริเวณ อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์) ซึ่งขณะนั้นเป็นเมืองที่เป็นเมืองท่าหรือเมืองชายทะเลของอาณาจักรศรีทวารวดี ซึ่งเหตุผลในการแผ่อิทธิพลครั้งนี้ คือการหาเมืองท่า สำหรับค้าขายนั่นเอง

ภาพที่ปรากฏนี้คือรูปปั้นทวารบาลในศาสนาฮินดู ห่มผ้าจีวร สะท้อนให้เห็นว่า ศาสนาล่าสุดที่มีอิทธิพลในดินแดนแถบนี้คือพุทธศาสนาสายเถรวาท ตามที่ปรากฏในหลักฐานทางประวัติศาสตร์

ดอกไม้ธูปเทียนที่ชาวบ้านนำมาบูชาสะท้อนความจริงที่ว่า ความเชื่อทางศาสนาฮินดูยังคงมีอิทธิพลต่อชาวพุทธในลาวอยู่ไม่เสื่อมคลายทีเดียวค่ะ

ที่เห็นนี้คือซากแห่งความเจริญรุ่งเรือง เมื่อพันกว่าปีล่วงมาแล้วกองหินเหล่านี้ ก็ไม่มีสภาพที่จะบอกได้ว่าเคยเป็นอะไร แต่ก็ยังคงเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนกราบไหว้บูชาอยู่ไม่เสื่อมคลาย 

กองหินเหล่านี้ ก็ไม่มีสภาพที่จะบอกได้ว่าเคยเป็นอะไร แต่ก็ยังคงเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนกราบไหว้บูชาอยู่ไม่เสื่อมคลาย

 

นางอัปสรา ประจักษ์พยานยืนยันว่าดินแดนแถบนี้ ขอมเคยปกครองมาก่อน

ภาพชีวิต.......

เสานางเรียง บริเวณทางขึ้นปราสาทวัดภู....

ที่เห็นในภาพนี้ คือสภาพรถติดยาวหลายกิโลเมตร ของผู้คนที่หลั่งไหลกันมาสักการะโบราณสถานแห่งนี้

คุณตำรวจต้องทำงานกันอย่างหนักทีเดียวค่ะ

ปิดท้ายด้วยภาพ แม่หญิงลาวและลูกน้อยค่ะ

บันทึกไว้เมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2536 : กรุงเทพมหานคร ท้องทะเลแห่งอาณาจักรศรีทวารวดี

เป็นเอนทรีปิดท้าย....ก่อนออกเดินทางอีกครั้ง....วันจันทร์พบกันค่ะ

เรื่อง โดย วนา
ภาพโดย นิพนธ์ สุดงาม

ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะชมค่ะ



แหล่งที่มาข้อมูลทางประวัติศาสตร์

 ธิดา สาระยา, อาณาจักรเจนละ ประวัติศาสตร์อีสานโบราณ
ดี.จี.อี.ฮอลล์, ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ศ. ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล, ประวัติศาสตร์เอเชียอาคเนย์ถึง พ.ศ. 2000







อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 19.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO


หวัดดีต่อเนื่องนะครับ...

เรื่องราวดีดีทั้งนั้นเลย....ชอบจัง

หนังสือ..."อาณาจักรเจนละ ประวัติศาสตร์อีสานโบราณ"..น่าจะมีอยู่ที่ชั้นหนังสือผมเหมือนกัน...ซื้อไว้นานแต่ไม่ได้อ่าน..และคงจะลืมไปเลยถ้าไม่ได้มาอ่านเอนทรีนี้...

ส่วนตัวที่สนใจเรื่องแบบนี้เป็นพิเศษ..ก็เพราะที่บ้านเกิด "บุรีรัมย์"..ของผมนั้น..มีร่องรอยอารยธรรมเก่าแก่เต็มไปหมด

อยากไปเยือนลาวใต้มานานครับ..แต่ก็ยังไม่มีโอกาส..และผมไม่แน่ใจว่าวัดภูแห่งนี้เป็นมรดกโลกด้วยหรือเปล่า

อ้อ...เอ่ยถึงอาณาจักรฟูนันแล้วผมนึกถึงข้อเขียนหนึ่งของคุณขรรค์ชัย มติชน นะครับ...ที่แกเล่าว่าเขียนวิทยานิพนธ์เพื่อสอบจบจริง ๆ แค่คืนเดียว...และที่เลือกเขียนถึงเรื่องนี้ก็เพราะหลักฐานมีน้อย ไม่มีใครรู้ความเป็นมานัก...เขียนออกไปก็จะไม่โดนถามมาก

แกเล่าไปฮา ๆ อย่างนั้นแหละครับ...เพราะจริง ๆ แล้วแกคงเขียนอย่างมีหลักฐานดีแหละ..

ส่วนผมรู้จักเพียงว่า "ฟูนัน" นั้นเคยเป็นชื่อร้านเหล้าในเมืองขอนแก่น แหะ แหะ

ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ...คุณวนา...

อ้อ.แล้วจะลองไปหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
วาริท_วิมล วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 23.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waritwimol
Right to Respect

เป็นอันว่าคงจะได้ตามหามาอ่านครับเรื่องนี้..

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
มะอึก วันที่ : 05/06/2008 เวลา : 22.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

คุณวนา.....
วันที่ผมไปถึงเมืองพระนคร เสียมเรียบ เมื่อต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา
เราคุยกันถึงปราสาทวัดภู.....นี่แหละ....
.

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
บก.จิ๊บ วันที่ : 29/05/2008 เวลา : 16.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Banjib
http://www.oknation.net/blog/Rivin

เมื่อปีที่แล้วได้ไปชมความงามของปราสาทวัดภู
ด้วยอายุที่ยังเป้นวัยแรกรุ่น เกือบขึ้นไปไม่ถึงค่ะ
ทางชันเหลือเกิน แต่ขึ้นไปแล้วก็หายเหนื่อย
ลมเย็น ภาพพานาโรม่า ที่มองจากยอดภู สวยสุดๆ
ขอบคุณภาพสวยๆ ที่ทำให้รู้สึกเหมือนหนึ่งได้ไปอีกครั้ง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
komyos วันที่ : 29/05/2008 เวลา : 14.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/youngmomy
อยู่กับสิ่งที่มี..ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน..

สวัสดีเจ้า..

ขอบคุณเรื่องราวและฮูปภาพงามๆเจ้า

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Supawan วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 12.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีค่ะ ...

ขอบคุณ สำหรับเรื่องและภาะพสวยๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
วาสนา วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 11.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wassa

อยากไปเที่ยวลาวค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ไทอุบล วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 11.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sasicha

ขอขอบคุณเช่นกันค่ะ

โหวตให้ค่ะ


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
tatuk วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 10.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tatuk
เรานี่แหละ ผู้ปกป้องชาติและราชบัลลังก์! 

ขอบคุณสำหรับความรู้ที่นำมาแบ่งปัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน