*/
  • วนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : noi_build@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 117
  • จำนวนผู้ชม : 343402
  • จำนวนผู้โหวต : 119
  • ส่ง msg :
  • โหวต 119 คน
เพลงโปรด

เทียนน้อย โดยวง ฆราวาส

View All
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน 2551
Posted by วนา , ผู้อ่าน : 2564 , 22:47:17 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

กุลีลากรถ แรงงานไทยยุคแรก ๆ ของประเทศสยามเชียวนะคะ ก่อนหน้านั้น ราษฎรส่วนใหญ่ของประเทศสยามต่างประกอบอาชีพเกษตรกรรม การว่าจ้างเพื่อใช้แรงงานนั้นแทบจะไม่มีเลย เพราะการใช้แรงงานในประเทศสยามแต่เก่าก่อน ใช้วิธีเกณฑ์แรงงานไพร่ ตราบจน ต้นสมัยรัตนโกสินทร์ ชาวจีนจากโพ้นทะเล อพยพลี้ภัยเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศสยามเป็นจำนวนมาก

ชาวจีนเหล่านี้ นอกจากจะเข้ามาประกอบอาชีพค้าขายแล้ว ยังเป็นต้นกำเนิดการค้าแรงงานในประเทศสยาม เหตุที่เป็นดั่งนี้ เพราะคนจีนเหล่านี้ได้รับการยกเว้นการเกณฑ์ไพร่ หากแต่ต้องจ่ายภาษีให้กับรัฐสยามทุกปีซึ่งเรียกกันว่า "ผูกปี้" รัฐบาลสยามยุคนั้น เริ่มว่าจ้างแรงงานชาวจีนเหล่านี้ ในการขุดคลอง ทำถนน แทนการเกณฑ์แรงงานไพร่ และค่อย ๆ ลดระยะเวลาการเข้าเดือนของไพร่ ออกไป ซึ่งคนเหล่านี้เองเป็นต้นกำเนิด การทำงานเพื่อแลกเงินตรา

คนลากรถหรือกุลีลากรถ จึงเป็นอีกอาชีพหนึ่งของคนจีนที่อาศัยอยู่ในเมืองไทย คนเหล่านี้จะแต่งตัวด้วยกางเกงขาก๊วยขาสั้น สีตากุ้ง (สีน้ำเงินแก่) เสื้อผ้าออกแขนสั้นสีเดียวกับกางเกง ใส่หมวกกุยเล้ย สานด้วยหวายเส้นเล็ก สานขัดเป็นตาไขว้ไปมา ยอดหมวกแหลม มีปีกบานกว้างโดยรอบ (คล้ายดอกผักบุ้ง) ไว้กันแดดและฝน ผู้ประกอบอาชีพนี้ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนเชื้อสายแต้จิ๋ว การที่คนไทยไม่ยึดอาชีพนี้เนื่องจาก ผู้เป็นเจ้าของส่วนใหญ่เป็นชาวจีนแต้จิ๋ว จึงนิยมให้ชาวจีนเชื้อสายเดียวกันมากกว่าชาวไทยหรือชาวจีนเชื้อสายอื่นเป็นผู้เช่า

อาชีพนี้เป็นอาชีพที่ต้องใช้แรงงานหนัก แม้แต่ชาวจีนด้วยกันเองก็ยังรังเกียจอาชีพนี้ พาหนะที่ใช้ในการลากนี้เราเรียกว่า รถเจ๊ก(หรือรถลาก Rickshaw) มีลักษณะเป็นรถที่มีล้อขนาดใหญ่ 2 ล้อ มีที่นั่งสำหรับผู้โดยสาร ด้านหน้ามีที่สำหรับให้คนลากรถจับแล้วเดินหรือวิ่งให้รถเคลื่อนที่ไปจนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทางที่ผู้โดยสารต้องการ รถลากนี้ถูกนำมาใช้ในเมืองหลวง เมื่อมีการพัฒนาเมืองโดยตัดถนนไประยะหนึ่งแล้ว ราวสมัยรัชกาลที่ 4 กุลีลากรถ ถือเป็นอาชีพชั้นต่ำในเมืองหลวง เป็นอาชีพที่คนชั้นสูงในสังคมไทยรังเกียจ แม้ไม่อาจปฏิเสธความสำคัญของยานพาหนะประเภทนี้ได้ก็ตาม

ที่ "วนา" เล่าเรื่อง กุลีลากรถให้ฟังนี้ เหตุเพราะเห็นว่า แม้อาชีพลากรถในสมัยนั้น ถือเป็นอาชีพชั้นต่ำ ที่ต้องใช้แรงงานหนัก และหลาย ๆ คนก็ปฏิเสธที่จะทำอาชีพนี้ หากแต่ชาวจีนเชื้อสายแต๊จิ๋ว ซึ่งเป็นต้นกำเนิดอาชีพนี้ ก็ยังสงวนรักษาอาชีพนี้ไว้ให้คนที่มีเชื้อสายเดียวกันได้ไว้ประกอบอาชีพ ที่พูดเช่นนี้ ก็เพราะเหตุว่า ในปัจจุบันนี้ พบว่า แรงงานส่วนใหญ่ในประเทศสยามของเราปัจจุบันนี้ หากใช่คนจีนอีกต่อไปแล้ว และจะว่าเป็นแรงงานคนไทยก็ไม่ใช่อีก หากแต่ว่าเป็นแรงงานต่างด้าว ที่หลั่งไหลทะลักเข้ามาทำมาหากินในเมืองไทย ทั้งที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมายมากมายเหลือเกิน ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะไปที่แห่งใด บางคราวก็พบว่า เหมือนตัวเองนั้น มิได้เดินอยู่บนแผ่นดินไทย ที่ผู้คนส่วนใหญ่พูดภาษาไทยเหมือน ๆ กับเรา

หลาย ๆ ครั้ง ตามร้านอาหาร ข้าพเจ้าพบว่า การเจรจาสั่งอาหาร ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ อีกต่อไป หากแต่ต้องเจรจาอยู่นาน กว่าพนักงานบริการจดรายการอาหารจะเข้าใจสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการ อย่างเมื่อวานนี้ ข้าพเจ้าแวะเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันยี่ห้อของไทย ปตท. ปรากฏว่าเจรจาอยู่นานกว่า 10 นาที กว่าจะได้เติมน้ำมัน เหตุเพราะเด็กปั๊มมิใช่คนไทย พูดภาษาไทยไม่รู้เรื่อง เข้าใจได้เพียงนิดหน่อย ก็ต้องเจรจากันย้ำแล้วย้ำอีก กว่าจะได้น้ำมันที่ต้องการ ถัดจากนั้น ไปแวะรับประทานอาหาร ก็ประสบกับปัญหาเดียวกัน สั่งอาหารก็คุยกันตั้งนานกว่าจะรู้เรื่อง สั่งไข่เจียว น้องแกบอกว่า ไม่มี ไม่มีลูกเดียว (บอกด้วยการสั่นหัว)เราก็เลยชักสงสัยตัวเองขึ้นทุกที ตกลงเราพูดไม่ชัด หรือว่าที่นี่ไม่ใช่เมืองไทยแล้วกันแน่!!!!

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เราเห็นอะไร?????? พลเมืองไทย ที่มีเชื้อชาติไทย สัญชาติไทย หลายล้านคนกำลังตกงาน กำลังอดอยากยากแค้น ขณะที่แรงงานต่างด้าวไหลทะลักเข้าไทยอย่างไม่ขาดสาย หลาย ๆ คดีสะเทือนขวัญที่เกิดต่อนายจ้าง ส่วนหนึ่งเกิดจากแรงงานต่างด้าว สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เราเห็นความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ของนายทุน ที่ต้องการแรงงานที่ต้นทุนต่ำ ไม่ยอมว่าจ้างแรงงานไทย เหตุเพราะต้องจ่ายค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมายกำหนด ซึ่งจะยังไง ๆ ก็สูงกว่าค่าแรงต่างด้าวมากมายนัก อีกทั้งแรงงานนอกระบบพวกนี้ ไม่สามารถเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ อันพึงมีพึงได้ เหตุเพราะส่วนใหญ่ เข้ามาค้าแรงงานอย่างผิดกฎหมาย ถึงจะถูกนายจ้างกดขี่ข่มเหงเท่าใด ก็ไม่อาจเรียกร้องหาสิทธิใด ๆ ได้ สังคมอ่อนแอล้มเหลว ประเทศไทย ไม่มีมาตรการใด ๆ ที่จะสงวนอาชีพไว้ให้คนไทยไว้ทำมาหากินอีกต่อไปแล้ว

หลาย ๆ พื้นที่ที่ได้พบเจอ พบว่า ที่ทำกินของชาวนา เกษตรกร เป็นของนายทุน และจ้างแรงงานเจ้าของพื้นที่เดิม ข้าพเจ้าได้ข่าวว่า แถว อำเภอปาย จ.แม่ฮ่องสอน สถานที่ท่องเที่ยวทางเลือกของผู้รักชีวิตสงบ สันโดษทั้งหลาย ตอนนี้กำลังโด่งดัง ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จุดขายคงเป็นธรรมชาติที่งดงาม วิถีชีวิตที่ร่มเย็นของชาวไทยภูเขาที่นั่น กำลังถูกรุกรานด้วยรีสอร์ทสวย นายทุนต่างชาติกำลังกว้านซื้อที่เพื่อลงทุนทำสถานที่พักผ่อนสวย ๆ งาม ๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว

ถามว่า เหตุใดชาวบ้านจึงยอมขายที่ดิน??? เพราะการได้เงินจำนวนมากจากการขายที่ดิน ชาวบ้านคิดว่า ดีกว่า ทำการเกษตรที่ใช้ทั้งแรงงานที่ทั้งหนักและเหนื่อย แถมผลกำไรก็แทบจะไม่มี การได้เงินก้อนใหญ่อย่างนี้ หากบริหารจัดการดี ๆ คงมีกินมีใช้ไปตลอดชีวิต โดยไม่ต้องทำงานอะไรก็ได้..................

ข้าพเจ้าฟังแล้วสะท้อนใจ ชาวบ้านคิดไม่ผิด ............ ไม่มีใครคิดผิด สิ่งที่ทุกคนคิด ล้วนแล้วแต่เป็นผลประโยชน์ที่ตนพึงมีพึงได้...........ทั้งสิ้น


ขอบ่นบ้าง!!! คงไม่ว่ากันนะคะ ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานซืนนี้ ที่สถาบันปรีดีฯ มีการจัดงานศิลปะดนตรีเพื่อเพื่อนมนุษย์ รายได้ร่วมบริจาคสมทบเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุไซโคลนนาร์กีสที่ประเทศพม่า...ข้าพเจ้าก็เพิ่งไปช่วยงานมา...ความจริง เพื่อนบ้านของเรา...น่าเห็นใจมากมายยิ่งกว่านัก

"วนา" ได้รับช่วงต่อศรัทธาจากกลุ่มชาวบ้าน จ. แพร่ ที่อยากจะทำบุญแต่ขาดทุนทรัพย์ มีแต่สินค้าอยู่ในมือ....จึงส่งสินค้าอันเป็นผ้าทอมือ เย็บมือพื้นเมือง ที่ทุกขั้นตอนพึ่งพาแรงงานคนล้วน ๆ ไม่เกี่ยวข้องกับแรงงานจากเครื่องจักร ไม่ต้องพึ่งพิงไฟฟ้า ไม่ต้องพึ่งพาน้ำมัน...ให้ "วนา" สานต่อความฝัน ช่วยขายสินค้า รายได้ หักต้นทุนแล้ว ร่วมบริจาคช่วยเพื่อนมนุษย์ผู้กำลังลำบาก...

ก็ได้เงินบริจาคจำนวนหนึ่ง ซึ่ง "วนา" ขออนุโมทนาบุญกับผู้ซื้อสินค้าทุกท่าน ท่านได้ทั้งบุญ ได้ทั้งใช้ของดีดี ที่สำคัญ ท่านได้ช่วยโลกไว้แล้วส่วนหนึ่ง รู้ตัวไว้เถอะค่ะ...

แต่วันนี้ กลับมานั่งบ่นเรื่องแรงงานต่างด้าว ...ความจริงไม่ได้โทษพวกเขาหรอก อยู่ที่นี่โดนนายทุนไทยกดขี่...อยู่ที่โน่นโดนรัฐบาลพม่ากดขี่...เลือดสีเดียวกัน กับเลือดต่างสี...โดนอย่างไหนกดขี่จะเจ็บปวดกว่ากัน...???

สิ่งที่อยากจะบ่น(ด่า)นั้น....คือพวกเห็นแก่ตัวต่างหากเล่า!!!

เรื่องโดย : วนา

ภาพจิตรกรรมฝาผนังจากเรื่องรามเกียรติ์ รอบระเบียงคดวัดพระแก้ว

ภาพรถลากสวย ๆ จาก google.co.th


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 18.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO


หวัดดีคุณวนาอีกครั้งครับ...

ผมเองไม่แน่ใจในเรื่องนี้นัก..แต่เท่าที่เห็นหลายที่..อาทิ แรงงานพม่าแถวท่าเรือระนองหรือมหาชัย...นั่นคงเพราะงานเหล่านั้นไม่อาจหาแรงงานไทยทำได้นะครับ....

คล้าย ๆ ต่างชาติจ้างแรงงานไทยไปทำงานที่บ้านเขานั่นแหละมั้ง...

แต่พวกที่ก่อปัญหา...ผมว่าส่วนใหญ่นั้นน่าจะเข้ามาแบบผิดกฏหมาย....และดูจะเป็นปัญหาที่แก้ยากไม่น้อย..

แต่ก็พบเจอบ่อยเหมือนกันละครับ...มากมายจริง ๆ

....
อ้อ...วันก่อนอ่านบล๊อคแห่งหนึ่ง...เลยทราบว่าคุณวนาไปขายเสื้อที่งานด้วย...เสียดายที่ไม่ได้ไปชม...ไม่งั้นคง ๆ ได้อุดหนุนกันบ้าง

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 07/06/2008 เวลา : 20.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

สวัสดีครับ
ในวันแรงงานก็ลุกขึ้นมาบ่นยามดึกเรื่องแรงงานต่างด้าวไว้หนหนึ่งในอารมณ์ที่ชักขุ่นมัว นายทุนไทย
สถานที่บางแห่งในเมืองไทย คนไทยไม่สามารถเข้าไปใช้บริการได้ เรื่องน่าเศร้าเกิดขึ้นในเมืองไทยเพราะคนไทยไม่มีสิทธิ์เข้าแต่เรียกต้อนชาวต่างชาติให้เข้าได้เพราะเงินหนากว่า
มีโอกาสมาแสดงสินค้าแถวรังสิต กรุงเทพ ส่งข่าวหน่อยก็ดีครับ จะได้แวะทักทายกัน ผมมีปัญหาเกี่ยวกับความจำที่ล่วงไปตามอายุ
ขอบคุณนะครับที่มีม่อฮ่อมไว้ให้คิดถึงกัน และขอชื่นชมในความใจดีที่มาช่วยงานที่เป็นกุศล

๑โหวตสำหรับบทความนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เป๊ปซี่ วันที่ : 07/06/2008 เวลา : 16.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Pepsi8

ต่อไปเราก็อาจจะต้องกลับมาใช้บริการ...รถลากกันอีกครั้งก็ได้นะครับ...ถ้าราคาน้ำมันยังไม่หยุดพุ่งอย่างขณะนี้....

ส่วนดีของแรงงานต่างด้าว...ก็มีมากนะครับ....ลำพังแรงงานไทยตอนนี้หายากแล้วครับ...แถมยังไม่ค่อยขยันเหมือนก่อน....

ลองคิดว่าแรงงานต่างด้าว..ก็เปรียบเสมือนคนไทยที่ไปทำงานซาอุอย่างแต่ก่อนดูสิครับ....จะได้มีเมตตาต่อเขาเพิ่มมากขึ้น...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
โฟล์คเหน่อ วันที่ : 07/06/2008 เวลา : 00.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/folkner
..เขียนเพลง เขียนกวี ชีวิตนักดนตรีบ้านนอก..

:::ชอบครับ::+ 1 โหวต:::

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
วาริท_วิมล วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 23.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waritwimol
Right to Respect

อ่านบทความคุณวนา แล้ว ผมคิดถึงหนังสือเรื่อง "คนลากรถ" เลยครับ......ชอบมากเล่มนั้น นิยายเรื่องนั้นบรรยายชีวิตคนลากรถจีนได้เหมือนไปนั่งรถให้เขาลากเลย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน