*/
  • วนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : noi_build@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 117
  • จำนวนผู้ชม : 343105
  • จำนวนผู้โหวต : 119
  • ส่ง msg :
  • โหวต 119 คน
เพลงโปรด

เทียนน้อย โดยวง ฆราวาส

View All
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 19 มิถุนายน 2551
Posted by วนา , ผู้อ่าน : 3097 , 21:18:35 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

16 มิ.ย. 2551  วันหวยออก....!!!

 

รถไฟสายกรุงเทพฯ-เด่นชัย จอดเทียบนิ่งสนิทที่ชานชลา อ.เด่นชัย เมื่อเวลา 7 โมงกว่า ๆ ภารกิจด่วนครั้งนี้ มีเวลาเพียง 2 วัน และควรจะแล้วเสร็จตามเป้าหมายขั้นต้นที่ตั้งใจเอาไว้

 

หลังจากส่งผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีชุมชนที่โรงแรมที่พักแล้ว คณะเรามุ่งหน้าสู่บ้านพัก อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อเข้าร่วมฟังการบรรยายเรื่อง “โบราณคดีชุมชน” การให้ความรู้เบื้องต้นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านวัฒนธรรม เป็นเรื่องสำคัญ สำหรับการต่อยอดการทำงานที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

นั่นคือ “โบราณคดีชุมชน” 

เมืองแพร่ เป็นแคว้นหนึ่งในล้านนา และแทบจะเป็นหนึ่งเดียวที่เมืองไม่เคยตาย ไม่เคยร้างราผู้คนต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานานกว่าพันปี หรืออาจจะนานกว่านั้น....จากหลักฐานที่ค้นพบครั้งล่าสุด

 

จ.แพร่ เพิ่งประสบความสำเร็จในการเขียนหนังสือประวัติศาสตร์เมืองแพร่เล่มแรกเสร็จสิ้นสมบูรณ์ เป็นผลงานที่น่าภาคภูมิใจ....แต่ก็มีข้อมูลหนึ่งที่นักโบราณคดีที่เชี่ยวชาญ ได้ให้ข้อคิดเห็นไว้อย่างน่าสนใจว่า....หากมีหลักฐานทางโบราณคดีเพิ่มเติม ก็จะยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์น่าเชื่อถือมากกว่าการใช้หลักฐานเอกสารเพียงอย่างเดียว...ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าคิดไม่น้อย

 

จากที่เล่าไว้เมื่อตอนที่แล้วว่า....ได้ีมีการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ณ ถ้ำบ้านนาตอง และที่นี่เอง ที่จะเป็น “โบราณคดีชุมชน”แห่งแรกของจ.แพร่  จะเป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นมหาวิทยาลัย เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จะสร้างความรู้และความรักในอดีตของตนเองให้กับชาวบ้านนาตองและคนแพร่เอง ทุกคนจะช่วยกันเรียนรู้และถ่ายทอดชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์โบราณอายุกว่า ๕,๐๐๐ ปี ให้แก่สังคมโลก

 

ไม่ใช่แหล่งโบราณคดีของชาติ หรือของรัฐบาลเท่านั้น แต่เป็นของชาวบ้านจริง ๆ

 

เราใช้เวลาราว ๆ ๑ ชั่วโมงในการเดินทางไปบ้านนาตอง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ ของข้าพเจ้า ที่จะไปเยือนพื้นที่อันซ่อนตัวอย่างสงบเงียบอยู่ในหุบเขาลึก...เส้นทาง แม้จะเพียงแค่ ๔๐ กิโลเมตรจากในเมือง แต่ก็ทำให้คณะเราใช้เวลาในการเดินทางมากพอสมควร ด้วยเส้นทางต้องขับรถวนขึ้นภูเขา อันเต็มไปด้วยโค้งอันตรายหลายสิบโค้ง แม้จะเทียบไม่ได้กับจ.แม่ฮ่องสอน แต่ก็ทำให้พวกเราเท้าไม่ติดพื้นกันไปตาม ๆ กัน คือเมารถกันเป็นทิวแถว..........!!!

 

จุดประสงค์การมาครั้งนี้ ... ไม่ได้มาชมเต่าปูลู และชมถ้ำแถมท้ายเหมือนเมื่อปีที่แล้ว...แต่เรามาเพื่อสำรวจภายในถ้ำโดยเฉพาะ....พวกเราเดินเข้าไปตามเส้นทางเดิมที่มาเมื่้อปีที่แล้ว สองข้างทางยังรกเหมือนเดิม ด้วยประสบการณ์จากปีที่แล้ว และแผลซึ่งยังไม่ค่อยหายดีนัก...ครั้งนี้ ทำให้ข้าพเจ้าแต่งตัวรัดกุมขึ้น กางเกงขายาว และรองเท้าผ้าใบ พร้อมลุยป่าเต็มที่

 

เราเดินไปถึงทางแยกขึ้นถ้ำ คราวที่แล้วเราเลี้ยวไปทางขวามือ และขึ้นถ้ำแรกสุด ชื่อว่า “ถ้ำรันตู” แปลง่าย ๆ ว่า “รูตัน” ชาวบ้านเขาหมายความว่าอย่างนั้นจริง ๆ นะคะ คือถ้ำที่ไม่มีทางทะลุต่อไปนั่นเอง...เพราะครั้งนั้น เราขึ้นมาที่ถ้ำนี้ เราจึงไม่พบอะไร.........แต่ครั้งนี้ เราเลี้ยวไปทางซ้ายมือบ้าง ทางขึ้นมีโขดหินมากมาย ปีนป่ายง่ายกว่าเนินดินที่ขึ้นอีกทางแบบคราวที่แล้ว...!!!

และเมื่ือขึ้นไปถึงปากถ้ำ...เราจึงพบว่า โครงกระดูกมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์และเครื่องมือหิน...ที่คราวที่แล้วเราตกใจกันยกใหญ่ว่าหายไปไหน...ปรากฎอยู่เบื้องหน้า....อ้อ!!! คราวที่แล้วเราขึ้นผิดถ้ำนี่เอง...แหะ...แหะ ^_^!!

เครื่องมือหินหายไปบ้างเล็กน้อย และกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นก็มีหลายชิ้น...คนทั่ว ๆ ไปก็มองไม่ออกว่า...เครื่องมือหินเหล่านี้ กับก้อนหินธรรมดามันต่างกันอย่างไร...แต่นักโบราณคดีสองคนที่ไปด้วยกัน...เดินไปหยิบ ๆ จับ ๆ ก้อนโน้นก้อนนี้ หลาย ๆ ก้อนมีความหมายขึ้นมาทันที

รวมถึงท่อนหินปูนที่โผล่พ้นออกจากแท่นหิน....ดูเผิน ๆ มันก็คือแท่งหินปูน.....แต่แท้ที่จริงแล้ว มันคือโครงกระดูกมนุษย์...ที่เราคำนวณกันว่า หากยุคเดียวกับเครื่องมือหินที่เราพบแล้วละก็ โครงกระดูกมนุษย์พวกนี้ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐ ปีแน่นอน...แต่นั่นแหล่ะค่ะ ก็ต้องนำไปหาอายุกันตามแนวทางทางวิทยาศาสตร์ต่อไป

และเพราะโครงกระดูกที่โผล่พ้นโขดหินผุกร่อนออกมา ทำให้ชาวบ้านได้สร้างพระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ ไว้ที่นี่เพื่อกราบไหว้...และก็เพราะความกลัวและความเคารพต่อบรรพบุรุษ ทำให้ไม่มีใครกล้าขึ้นมายุ่งบนถ้ำเหล่านี้ ทำให้ร่องรอยทางอารยธรรมโบราณแห่งนี้ไม่ถูกรบกวนและยังดำรงอยู่อย่างค่อนข้างสมบูรณ์

 

ไม่น่าเชื่อเลย...แพร่ เป็นพื้นที่หนึ่งในไม่กี่จังหวัด ที่ยังไม่เคยมีการขุดค้นทางโบราณคดี....ซึ่งมีซากอารยธรรมของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์มาไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐ ปี ผ่านมาแล้ว โครงกระดูกเหล่านั้น กลายเป็นฟอสซิลไปหมดแล้ว แต่ยังคงรูปร่างชัดเจน

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา นักโบราณคดีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มาสำรวจเพื่อทำข้อมูล และสรุปว่า ถ้ำแห่งนี้เป็นแหล่งโบราณคดีประเภทหลุมฝังศพ...ซึ่งน่าจะเป็นของชุมชนที่เกิดขึ้นในบริเวณใกล้เคียง

 

เราใช้เวลาอยู่บนนั้นประมาณ ๑ ชม. เพื่อสำรวจ วางแผน เตรียมเสนองบประมาณ ต่อหน่วยงานรัฐ และกำหนดวันขุดค้น ชาวบ้านค่อนข้างตื่นเต้นและกระตือรือร้น.....อยากเห็นแหล่งโบราณคดี ก่อนประวัติศาสตร์แห่งนี้เป็นรูปเป็นร่างขึ้น...เพื่อจัดทำพิพิธภัณฑ์โบราณคดีชุมชนขึ้นต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ชาวบ้านเองก็จะได้มีส่วนร่วมในการจัดทำอย่างเต็มที่เพื่อให้พวกเขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ รัก และร่วมกันดูแลรักษาเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้รากเหง้าของตนเอง อีกทั้งอาจจะพัฒนาไปเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคตอีกด้วย

ถ้ำที่เราพบมีทั้งหมด ๓ ถ้ำด้วยกัน ถ้ำแรก เป็นที่ฝังศพ

และเมื่อเิดินตามทางเชื่อมเล็ก ๆ มาโผล่อีกถ้ำหนึ่ง ถ้าำนี้มีคูหากว้างใหญ่ ด้านบนโปร่งโล่ง อากาศผ่านเย็นสบาย ข้างในมีโพรงเล็ก ๆ อาจจะทะลุเข้าไปในภูเขาลึก ๆ ต่อไปได้ สันนิษฐานว่า คูหาที่เป็นที่สำหรับพักอาศัย....

มองจากด้านหน้าเข้าไปก็จะเห็นสภาพถ้ำแบบนี้ค่ะ สวยงามมากทีเดียว

มองจากด้านไหนออกมา ก็จะเห็นบริเวณปากถ้ำเป็นลักษณะนี้ค่ะ

ภาพข้างล่าง คือช่องอากาศด้านบน ช่วงส่องแสงแห่งธรรมชาติให้ถ้ำนี้สว่างไสวและมีชีวิตชีวาทีเดียวค่ะ

ส่วนอีกถ้ำหนึ่งเป็นโพรงเล็ก ๆ เรียกว่าถ้ำรันตู

เหนือถ้ำรันตูขึ้นไปชั้นสองด้านบน มีอีกถ้ำหนึ่ง ชาวบ้านทำบันไดเล็ก ๆ สำหรับปีน....แต่พวกเราไม่ได้ขึ้นไปสำรวจข้างบนกัน เพราะฝนตก หินลื่น ค่อนข้างอันตราย....!!!

ในส่วนของถ้ำคูหาที่พัก ข้าพเจ้าพบเห็นหิน สวยงาม เลยถ่ายภาพเก็บมาให้ดู หินเป็นเกล็ดประกายสะท้อนแสงแวววาวสวยงามมาก.....ธรรมชาติของหินชนิดนี้เป็นอย่างไร...???  นักธรณีวิทยาคนไหนผ่านมา กรุณาให้ความรู้ด้วยนะคะ  ^_^

เสร็จสิ้นภารกิจสำรวจกันประมาณ สี่โมงกว่า ๆ เรานำหลักฐานเครื่องมือหินออกมาล้างทำความสะอาดและเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย จากผู้ไม่หวังดี ตรวจสอบลักษณะและให้ผู้ใหญ่บ้านดูแลรักษาไว้ต่อไป จนกว่าเราจะมีการขุดค้นกันอย่างเป็นทางการต่อไป หลังจากกรมศิลปากรอนุญาตให้ขุดค้นเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดว่าจะเปิดหลุมนี้กันได้ประมาณ ต้นฤดูหนาวปีนี้ค่ะ

หินรูปร่างคล้ายโดนัทนี้ นักโบราณคดีผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ใช้สำหรับถ่วงน้ำหนัก ซึ่งชาวบ้านนาตองบอกว่า ยังมีคนในหมู่บ้านสามารถทำเครื่องมือชนิดนี้ได้ และปัจจุบันก็ยังใช้งานเครื่องมือชนิดนี้อยู่

ขวานหิน......!!!

 

เสร็จสิ้นภารกิจประมาณ สี่โมงครึ่ง เราออกเดินทางกลับจากบ้านนาตอง แต่เรื่องเราวยังไม่จบอยู่แค่นี้นะคะ............และในค่ำคืนนี้ ยังมีสิ่งที่น่าตื่นเต้นรออยู่อีก...พบกันตอนหน้าค่ะ

เรื่องและภาพ โดย : วนา

ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะชมค่ะ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 10.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO


หวัดดีอีกครั้งครับ...

ผมได้ยินว่ามี "มนุษย์หิน" กับ "เต่า" อยู่แถว ๆ เอนทรี่นี้...เลยต้องตามมาดูพวกเดียวกันซะหน่อย แหะ แหะ

เอ่อ..แต่มีเรื่องร้องเรียนนิดครับ..อ่านมาสองตอน...ผมจับพิกัดที่แน่นอนของบ้านนาตองไม่ได้...รู้แต่ว่าห่าง 40 กิโลจากเมืองแป้..และสงบเงียบอยู่ในหุบเขาลึก

อืม..ผมอาจเก็บรายละเอียดไม่หมด...หรือไม่ก็ลืมไปว่า...ไม่ไช่กำลังอ่านรายงานสำรวจทางภูมิศาสตร์อยู่เนอะ แหะ แหะ

เรื่องทางโบราณคดี โครงกระดูก เครื่องมือหิน..น่าสนใจนะครับ..และเห็นว่าทางแถบภาคเหนือนั้นพบมาก...(และอาจเคยพบแล้วแต่ไม่บอกก็อีกมาก...เพราะตอนนั้นชาวบ้านและผมไม่รู้จัก แหะ แหะ )

เล่าแลกเปลี่ยนเล่น ๆ นะครับ..ด้วยความที่ผมเคยไปเดินเคาะหินในถ้ำอยู่หลายที่...ก่อนนี้ผมก็ไม่เคยสนใจเรื่องโบราณคดีเลย...แต่ก็เคยเจอร่องรอยเหล่านี้อยู่แยะทีเดียว...

อาทิ..บรรดาท่อนไม้ที่ขุดคล้ายเป็นรูปเรือ..แล้วยกไปไว้บนถ้ำหรือบนยอดเขา..ฟังว่าเกี่ยวเนื่องกับพิธีศพสมัยโบราณ...นั่นผมก็เห็นหลายที่...แถบเมืองกาญจน์ ทองผาภูมิ...เพียงแต่ไม่ได้สนใจจริงจังพอที่จะบันทึกไว้..

คิดถึงตอนนี้แล้วเสียดาย...เพราะจะขึ้นไปดูอีกหนก็ไม่ได้แล้ว

อ้อ..ส่วนเรื่องหินเป็นเกล็ดประกายสะท้อนแสงแวววาว..อะไรนั่น..โดยมากจะเป็น "แร่แคลไซต์" (CaCo3) นะครับ...ซึ่งเป็นแร่ประกอบสำคัญในหินปูนทั่วไป..

และก็ด้วยความที่หินปูนนั้นมีส่วนประกอบทางเคมีเป็น...แคลเซียมคาร์บอเนต (CaCo3) ซึ่งเจ้าตัวนี้จะสามารถละลายได้ง่าย...เมื่อทำปฏิกริยากับน้ำฝนธรรมชาติ...นานนานไปหินปูนก็เกิดเป็นโพรง เป็นถ้ำ เป็นหลุมยุบ เต็มไปหมด

รวมถึงหินงอก หินย้อย ที่เห็น ก็เกิดจากการละลายและแข็งตัวใหม่ในลักษณะนี้....

ไม่รู้อธิบายแล้วจะรู้เรื่องมั้ย..หรือจะงงกว่าเดิม...เพราะผมเองก็งงเหมือนกัน แหะ แหะ

ขอบคุณเรื่องราวนะครับ...มีคุณค่าและความรู้เสมอ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สุขุมพจน์_คำสุขุม วันที่ : 20/06/2008 เวลา : 06.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sukhumpoj

"ไม่ได้ไปทางเหนือนาน คิดถึงแต่อาหารอร่อยๆ นอกจากพาเที่ยวชมแล้ว วานแนะนำอาหารแปลกๆของชาวบ้านทางโน้นบ้าง น่าจะทำให้น้ำลายไหลได้มิน้อย...ไม่ทราบว่าจะขัดแย้งกับสายที่เรียนมารึเปล่า..ฮา !"

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สุขุมพจน์_คำสุขุม วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 21.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sukhumpoj

"มาแอบเที่ยวไปด้วย..เฮ้อ อิจฉาคนได้เดินทางครับ.."

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ครูติ๋ม วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 21.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chutitim

เป็นสมาชิกใหม่ มาทักทายเป็นครั้งแรกค่ะ
แล้วจะติดตามตอนต่อไปนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 21.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ตามมาเที่ยวต่อ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน