*/
  • วนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : noi_build@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 117
  • จำนวนผู้ชม : 343105
  • จำนวนผู้โหวต : 119
  • ส่ง msg :
  • โหวต 119 คน
เพลงโปรด

เทียนน้อย โดยวง ฆราวาส

View All
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน 2551
Posted by วนา , ผู้อ่าน : 2588 , 11:37:20 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เรื่องนี้ "วนา" เขียนบันทึกไว้ ตั้งแต่ปลายปี ๒๕๔๘ ซึ่งตอนนี้ พม่าได้ย้ายเมืองหลวงใหม่ไปอยู่ทางตอนกลางของประเทศแล้ว ส่วนชื่อเมืองนั้น เพราะออกเสียงไม่ค่อยถูก ก็ขอสงวนสิทธิ์ไว้ก็แล้วกันค่ะ แม้จะล่วงเลยมาหลายปีแล้ว แต่ข้าพเจ้าก็ยังอยากนำบรรยากาศที่เคยไปพบเจอที่เมืองย่างกุ้ง อดีตเมืองหลวงของพม่า ก่อนจะประสบกับภัยพิบัติเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา มาฝากกัน เพื่อรำลึกถึงช่วงเวลาแห่งความทรงจำที่อบอุ่นเมื่อครั้งไปใช้ชีวิตช่วงสั้น ๆ อยู่ที่โน่นค่ะ

พม่า ประเทศที่เราเคยถูกพร่ำสอนมาในชั่วโมงประวัติศาสตร์ ชนิดคลั่งชาติ ว่าเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งในอดีต ความจริง เรื่องของอดีต เราควรจะทำความเข้าใจ ณ มิติเวลานั้น มันไม่มีมิตรแท้ หรือศัตรูที่แน่นอน เรามองพม่า เป็นศัตรู เป็นผู้รุกราน พม่าอาจจะมองเราอีกอย่างหนึ่ง เรามองพม่าเป็นแบบใด ประเทศอื่น ๆ ที่เคยถูกสยามรุกราน ก็มองเราเช่นดังนั้น

การเดินทางไปพม่าครั้งนั้นของข้าพเจ้า ก็ย่อมต้องมีอุปสรรคตามประสา เพราะต้องไปทำงาน แม้จะช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แต่รัฐบาลของพม่าก็มองว่าเสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศ จึงให้เราทำการขออนุญาตล่วงหน้า เป็นเวลาถึง ๖ เดือน

ในที่สุดคำตอบก็ออกมา รัฐบาลยินดีให้ไปจัดประชุม โดยมีข้อแม้ว่า ๕๐% ของผู้เข้าร่วมประชุม จะต้องเป็นคนของรัฐบาล ซึ่งทำให้เราจำเป็นต้องตัดผู้สมัครที่มีถึง ๖๒ คนออกเหลือแค่ ๒๐ คน เพื่อแบ่งโควต้าให้คนของรัฐบาลอีก ๒๐ คน นี่เป็นภาวะจำยอมที่ปฏิเสธไม่ได้ หากเราไม่จัด จะต้องถูกริบเงินทุน และถูกตัดงบประมาณในการขอทุนครั้งต่อไป เมื่อผลการตอบรับออกมา ทีมกระบวนกร (Facilitator) ซึ่งเป็นฝรั่ง คน ชาวฟิลิปปินส์ คน ปฏิเสธที่จะเดินทางไปจัดการประชุมครั้งนี้ เพราะเหตุผลจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่ดีของพม่านั่นเอง ทำให้เหลือเพียงเจ้าของโครงการ คน กับทีมงานสาว ๆ อีก คนจากหน่วยงานของข้าพเจ้า ซึ่งหนึ่งในนั้นคือข้าพเจ้าเอง และอาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม อีก ท่าน

เราทั้งหมดออกเดินทางด้วยใจที่ไม่เป็นสุขนัก เราจะต้องขนอุปกรณ์สำหรับจัดประชุมไปจากเมืองไทยทั้งหมด ซึ่งก็ไม่รู้ว่า เมื่อถึงศุลกากรของเขาแล้วนั้นจะเป็นอย่างไร แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี เพราะเรามีจดหมายตอบรับจากรัฐบาล ซึ่งดู ๆ ก็เหมือนใบเบิกทาง ยื่นไปทางไหน หนทางก็เปิดกว้างต้อนรับคณะเราสู่เมืองย่างกุ้ง

ศูนย์ฯในเครือเดียวกับหน่วยงานของข้าพเจ้าประจำประเทศพม่า ส่งเจ้าหน้าที่มารับเราที่สนามบิน ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อย เราก็คิดว่า มันก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลวร้ายสักเท่าไหร่ สภาพบ้านเมืองร้าง ๆ อย่างขาดการดูแลเอาใจใส่ น้องที่มาด้วยกันบอกว่า เคยมาย่างกุ้งเมื่อ ๕ ปีที่แล้ว สนามบินยังสร้างไม่เสร็จ วันที่เราไปถึงน้องคนนั้นบอกว่า มันยังอยู่ในสภาพเดิมเลยพี่ คือยังสร้างไม่เสร็จเหมือนเดิม รัฐบาลคงขาดการเอาใจใส่แล้ว เพราะย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่แห่งใหม่ จึงไม่สนใจที่จะปรับปรุงเมืองนี้ให้ดีกว่าเดิม

การไปในครั้งนี้ พวกเรารู้ดีว่า เราถูกจับตามองจากรัฐบาล แต่เมื่อเจตนาบริสุทธิ์ เราจะต้องไปกลัวอะไร พวกเราระมัดระวังตัวกันมากในการพูดคุย พยายามไม่เอ่ยถึงรัฐบาลและเรื่องการเมือง เราเดินทางล่วงหน้าก่อนงานเริ่มถึงสองวัน เพื่อประชุมปรึกษาหารือ กลยุทธ์ต่าง ๆ ที่เคยใช้ในการประชุมแต่ละครั้งที่ผ่าน ๆ มา ถูกปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด 

แต่ทั้งหมดที่เล่ามานี้ เพื่อจะบอกว่า สิ่งที่น่ากลัวสำหรับพม่านั้น คือรัฐบาล ไม่ใช่คนพม่า ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจมาก คนที่นี่น่ารักและมีน้ำใจ เริ่มจากเพื่อน ๆ จากศูนย์ฯที่พม่า พวกเขาน่ารักมีน้ำใจและเป็นกันเอง ข้าพเจ้านึกเปรียบเทียบกับเมื่อครั้งที่ข้าพเจ้าไปจัดงานชนิดเดียวกันนี้ที่ประเทศเวียดนาม เราไปจัดกับศูนย์ในเครือเหมือนกัน ประจำประเทศเวียดนาม ที่นั่นทุกอย่างคิดเป็นตัวเงินหมด เราจะต้องจ่าย ๆ และจ่ายอย่างเดียวเท่านั้น แต่ที่นี่ไม่ใช่ ทุกคนมีน้ำใจ เอื้ออาทร เป็นห่วงเป็นใย

วันแรก เราถามเขาว่าควรจะไปแลกเงินที่ไหนดี เขาแนะนำให้ไปแลกที่ตลาด ร้านไหนก็ได้ เราแล้วเขาก็พาเราไปเรียกแท๊กซี่ ไปตลาด แท๊กซี่คิดเงิน ๑,๕๐๐ จ๊าด(พม่า) ประมาณ ๖๐ บาท ตลาดที่ว่า ชื่อว่าโบจ๊กอองซาน เป็นตลาดใหญ่ มีของขายหลากหลาย มีร้านอาหาร เราเลือกเข้าไปแลกเงินที่ร้านขายจิวเวอรี่แห่งหนึ่ง เขาให้ราคาดีพอสมควร ระหว่างที่รอแลกเงิน พนักงานของร้านก็นำน้ำเย็นมาแจกจ่ายให้คนละ ๑ ขวด น่ารักมาก ทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้ซื้อสินค้าของเขาแม้แต่ชิ้นเดียว เมื่อแลกเงินเสร็จ เราถามเค้าว่า จะไปทานข้าวที่ไหนได้บ้าง เจ้าของร้านให้ลูกจ้างเดินไปส่งที่ถึงร้านอาหารทีเดียว

อีกความประทับใจ คือหนุ่มเสิร์ฟอาหารของร้าน ข้าพเจ้าไม่แน่ใจว่า เขาจะเป็นเจ้าของร้าน หรือพนักงานเสิร์ฟ แต่เขาจะคอยบริการอยู่ประจำโต๊ะ ไม่ว่าเราจะสั่งอะไร หนุ่มคนนี้จะจัดการเดินไปสั่งอาหารให้ทันที ไม่ว่าจะต้องการกินอาหารของร้านไหนก็ตาม เขาจะถือพัด ๑ อัน และจะคอยยืนพัดให้พวกเรา คนนั้นที คนนี้ที สลับกันไป ก็ช่วยให้คลายร้อนไปได้เยอะ ทีแรกข้าพเจ้าอดคิดไม่ได้ว่า เอ มันจะใช้พัดลมซักตัวจะมิดีกว่าหรือ???? แต่นึกไปนึกมา หากเปิดพัดลมเป่าให้พวกเรา มันก็งั้น ๆ จะสร้างความประทับใจให้เราก็คงหาไม่ อย่างนี้ดีกว่า น่ารักกว่ากันเยอะ 

หลังจากทานอาหารมื้อนั้นเสร็จ เราก็เดินสำรวจตลาดกัน แต่เรามีเวลากันไม่มาก เนื่องจากมีนัดทานอาหารตอน ๖ โมงเย็น และตลาดก็เปิดถึง ๕ โมงเท่านั้น จึงเดินสำรวจกันพอหอมปากหอมคอ และซื้อน้ำดื่มไปตุนไว้ที่โรงแรม สิ่งที่กลัวที่สุดคือการอดน้ำ เพราะตลาดไกล เราไม่มีโอกาสมาบ่อย ๆ จึงซื้อของกินพวกขนมไปตุนไว้ด้วย เพราะของกินที่โรงแรมราคาแพงมาก น้ำขวดละ ๑ ดอลลาร์ วันนั้น ข้าพเจ้าซื้อรองเท้าหนีบแบบพม่าไป ๑ คู่ ราคา ๖๐๐ จ๊าด คงประมาณ ๒๐ บาท ไว้ใส่เดินลำลอง เพราะอากาศร้อน ใส่รองเท้าแบบนี้ระบายความร้อนดี ทำให้เท้าไม่เหม็น

สิ่งที่สังเกตเห็นของที่นี่ เขาจะใช้ของแยกจากกันอย่างเด็ดขาด ผู้หญิงจะมีรองเท้าสำหรับผู้หญิง และผู้ชายก็จะมีรองเท้าสำหรับผู้ชาย เขาจะไม่ใช้ของปนกัน ผู้ชายและผู้หญิงจะมีของใช้แยกออกจากกันอย่างชัดเจน ผู้ชายจะมีโสร่งของผู้ชาย และผู้หญิงก็จะมีผ้านุ่งของผู้หญิง น้องคนหนึ่งในคณะของข้าพเจ้า นำโสร่งผู้ชายมานุ่ง ทำให้เดินไปไหนก็มีแต่คนมอง ข้าพเจ้าจึงคิดว่า นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เขารู้ว่ากลุ่มพวกเราไม่ใช่คนพม่า แม้ว่าเราจะพยายามนุ่งผ้าถุง ใส่รองเท้าหนีบและหน้าตาจะใกล้เคียงก็ตามที

  สาวไทย... ที่อยากทำตัวเป็นสาวพม่า (ฉายาของเธอ คือ Daw Ayuma อ่านว่า ดอร์ อายูม่า แปลว่า มิส บ้า ๆ บอ ๆ เป็นชื่อที่ชาวพม่าตั้งให้ด้วยความเอ็นดูค่ะ

พวกเราพร้อมใจกันแต่งตัวตามแบบของคนพม่า เพื่อเป็นการแสดงความเคารพในวัฒนธรรมของเพื่อนบ้าน และหลีกเลี่ยงจากสายตาที่จ้องมองมาด้วยความประหลาดใจว่าทำไมผู้หญิงจึงต้องนุ่งกางเกง ไม่มีผู้หญิงพม่าคนไหนนุ่งกางเกง แม้แต่ผู้ชายเอง ทุกคนนุ่งโสร่งอยู่บ้าน ไปทำงาน แม้แต่ชุดอันเป็นทางการของเขา เขาก็นุ่งโสร่ง และใส่เสื้อเป็นทางการ ซึ่งมีลักษณะเป็นเสื้อคอจีน แขนยาว เอวลอย เสื้อตัวนี้จะใส่ทับเสื้อเชิ้ตข้างในอีกที เปรียบเทียบกับสากล ก็เหมือนการใส่สูทนั่นเอง ข้าพเจ้ารู้สึกถึงความเย็นในจิตใจของคนพม่า ถึงแม้ว่าเขาจะถูกกดดันจากรัฐบาลเผด็จการอันชั่วร้าย แต่ชาวพม่าเป็นคนจิตใจดี และมีเลือดนักสู้ พวกเขายอมรับสภาพอย่างหน้าชื่น ตาบาน ไม่ก่นด่าโชคชะตา ก้มหน้าก้มตารับสภาพและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าพวกเขาทำได้ดีทีเดียว

เครื่องแต่งกายปกติ ของชายหญิงชาวพม่าค่ะ

ที่นี่ไม่มีคดีปล้นจี้ ฉกชิงวิ่งราว คนในตลาดเดินเอาเงินเหน็บเอวด้านหลังไปจ่ายตลาด อย่างไม่ต้องกลัวโดนล้วงกระเป๋าเหมือนบ้านเรา เราเดินถนนกันอย่างปลอดภัยในยามค่ำคืน และข้าพเจ้าคิดว่า หากพม่าไม่ประสบชะตากรรมที่มีผู้นำบ้าอำนาจอย่างเช่นทุกวันนี้ ประเทศนี้จะเป็นที่ที่น่าอยู่มาก ทุกคนยังยึดมั่นในศีลธรรมจรรยา นักบวชเป็นส่วนหนึ่งของศาสนา แต่มิได้มีบทบาทอะไรมากนัก สำนึกความเป็นพุทธมีในสายเลือดชาวพม่าทุกคน พระสงฆ์ที่นี่ มอง ๆ ไปก็เหมือนประชาชนทั่ว ๆ ไป เห็นได้อยู่ตามถนน และสถานที่ทั่ว ๆ ไป วันแรกของพวกเรา จบลงที่มื้ออาหารเย็นง่าย ๆ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป คนละหนึ่งชาม ตกกลางคืนเราไม่ได้ออกไปไหนกัน นั่งทำงานเพื่อเตรียมเอกสารสำหรับงานในวันรุ่งขึ้น

จบเรื่องราวของวันแรกในกรุงย่างกุ้ง (ยังมีต่อค่ะ)

บันทึกไว้ โดย : วนา  ๑๒ ธันวาคม ๒๕๔๘

เรื่องและภาพโดย : วนา

ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะชม


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
อุต-ศิลป์02 วันที่ : 05/07/2008 เวลา : 13.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/industrialart02

มาอ่านตอนแรกก่อนค่ะ
และจะไปอ่านตอนสอง ตอนสาม และตอนจบต่อไป

แฝดน้องเคยแวะไปที่ด่านขี้เหล็ก
เห็นการแต่งตัวของชาวพม่าแล้ว
ยังคิดอยู่ว่าประชาชนเค้าไม่ค่อยวิ่งตามต่างชาติเหมือนบ้านเราเลย


ความคิดเห็นที่ 4 (0)
wullopp วันที่ : 01/07/2008 เวลา : 17.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ชอบเรื่องพม่าฝีมือคุณวนามากๆ ครับ... ขอขอบคุณมาก

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 09.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO


หวัดดีคุณวนานะครับ...

ห่างหายไปนานทีเดียวสำหรับผม...

มีหนังสือหลายเล่มที่เล่าเรื่องเมืองพม่า...และส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าชาวพม่านั้น...มีจิตใจที่เต็มเปี่ยมด้วยศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา...ตั้งแต่ครั้งอดีตกระทั่งถึงปัจจุบัน...

ซึ่งนั่นคงไม่ใช่เรื่องแปลก...เพราะด้วยภาวะที่พวกเขาต้องเผชิญ...คำสอนทางศาสนาคงเป็นที่พึ่งที่ดีที่สุดแล้ว...ที่จะทำให้ในใจสงบเย็นอยู่ได้...

แต่ก็นั่นแหละนะครับ...นี่เป็นเพียงความเห็นจากคนภายนอกอย่างเรามองเข้าไป...

ส่วนเรื่องรัฐบาล..ไม่อยากจะพูดถึงนะครับ...เพราะบอกตรง ๆ ว่าบ่อยครั้งก็รู้สึกเบื่อและหน่าย

ขออ่านตอนต่อก่อนนะครับ.....

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Supawan วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 13.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ขอบคุณค่ะ ...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 12.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบคุณครับ..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน