*/
  • วนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : noi_build@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 117
  • จำนวนผู้ชม : 343104
  • จำนวนผู้โหวต : 119
  • ส่ง msg :
  • โหวต 119 คน
เพลงโปรด

เทียนน้อย โดยวง ฆราวาส

View All
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน 2551
Posted by วนา , ผู้อ่าน : 2345 , 21:58:21 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วันที่สอง

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ เราเริ่มเช้าวันใหม่ ด้วยอาหารเช้าที่โรงแรม ซึ่งรวมอยู่ในราคาค่าห้องพักแล้ว เราจะเริ่มทำงานตอนบ่ายสองโมง ดังนั้นตอนเช้ายังพอมีเวลาครึ่งวัน เราจึงตกลงกันว่าจะไปตลาดกันอีกสักครั้ง เพราะต่อจากวันนี้ไปแล้ว เราคงไม่มีเวลาไปเดินซื้อของ เพราะต้องประชุมติดต่อกันทั้ง 5 วัน และเลิกเย็นทุกวัน ตลาดก็ปิดแล้ว ดังนั้น นี่เป็นโอกาสเดียวเท่านั้น ที่จะไปหาซื้อของฝากเพื่อนพ้องที่ทำงานและญาติ ๆ เราเรียกแท็กซี่(ความจริงน่าจะเรียกว่าเศษเหล็กเคลื่อนที่ได้มากกว่า)ไปตลาดนั่งเบียดกันไป 5 คน เพื่อประหยัดค่าแท๊กซี่ ขาไปก็พอทำเนาหรอก แต่ขากลับนี่สิ แต่ละคนมีข้าวของพะรุงพะรัง รถคันที่เรียกกลับมานั้นก็เก่าแสนเก่า เพราะเรียกราคาถูก ความที่ต้องการประหยัด เอาก็เอาวะ เบียดกันไปแป๊บเดียวเองนี่นา ปรากฏว่าเมื่อกลับถึงโรงแรม ขาข้าพเจ้าชาไปข้างหนึ่งเพราะโดนเพื่อนนั่งทับมาตลอดทางจากตลาดถึงโรงแรม ประมาณ 15 นาที (ความจริงอยากจะขอถ่ายรูปพี่แท็กซี่เหลือเกิน แต่เราได้รับคำเตือนมาว่า อย่าถ่ายรูปพร่ำเพรื่อ อาจจะโดนตำรวจจับ เราจึงมิกล้าเสี่ยง ดังนั้นจึงมีเพียงลักษณะของคำอธิบายมาประกอบเท่านั้นเอง)


เราไปถึงศูนย์เวลาบ่ายสองโมงเป๊ะ ตามกำหนด เข้าไปจัดของและนั่งรอผู้เข้าประชุมมาลงทะเบียน เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯถามพวกเราว่าไปไหนกันมาบ้างเช้านี้ เราก็เล่าให้เขาฟังว่า เราไปตลาดกันมา และยังไม่ได้ทานข้าวกลางวันกันเลย ความจริงก็เล่ากันไปสนุก ๆ เท่านั้นเอง พวกเราสนิทกันอย่างรวดเร็ว เพราะศูนย์เรากับศูนย์เค้า เราเป็นครอบครัวเดียวกัน ของพม่าทำเกี่ยวกับเรื่องประวัติศาสตร์และประเพณี ส่วนศูนย์ของข้าพเจ้าทำเรื่องโบราณคดีและวิจิตรศิลป์รวมทั้งศิลปวัฒนธรรมด้วย เราคุยกันสนุกสนานระหว่างรอผู้มาลงทะเบียนซึ่งก็มากันประปราย เราให้เขาสอนคำพม่าง่าย ๆ เช่น คำว่า สวัสดี ขอบคุณ ฯลฯ

ระหว่างนั้นเราก็หยิบเอาขนมขึ้นมากินกันแก้หิวไปพลาง ๆ กะว่าจะยกยอดไปรวมกับมื้อเย็นเลย สักพัก แม่บ้านของศูนย์ก็ยกอาหารมา 3 ที่ เราก็ถามว่านี่อะไร เขาบอกว่า อาหารกลางวันของพวกคุณไง โอ... เราไม่รู้จะขอบคุณอย่างไร คำพูดเล่น ๆ ของเราที่ว่า เราเดินตลาดจนลืมกินข้าว ทำให้พวกเขากังวล ถึงกับแอบไปทำอาหารมาให้เรากิน ช่างมีน้ำใจอะไรเช่นนี้ ความจริง เราก็หิวกันจริง ๆ อาหารมื้อนั้น เป็นอาหารพม่า มีซุปหนึ่งถ้วย รูปร่างหน้าตาคล้ายแกงของแขกอินเดีย ใส่หยวกกล้วย และกะทิ รสเค็ม ๆ มัน ๆ อร่อยดีเหมือนกัน กินกับแป้งเส้น ๆ คล้ายขนมจีน แต่เส้นเล็กกว่า และถั่วเหลืองชุบแป้งทอดกรอบ ๆ ยามหิวก็อร่อยดีเหมือนกัน เรากินกันเกลี้ยงเลยทีเดียว เราขอบคุณเค้าแล้วขอบคุณอีก ด้วยความซาบซึ้งใจว่า เขาช่างมีน้ำใจดีจริง ๆ อาหารมื้อนั้น เป็นอาหารพื้นเมืองง่าย ๆ แต่น้ำใจนี่สิ ยิ่งใหญ่น่าชื่นชมนัก พวกเรามีแรงนั่งรอผู้มาลงทะเบียนจนถึงเวลา 5 โมงครึ่ง จึงลากลับไปโรงแรม เพื่อเตรียมตัวไปไหว้เจดีย์ชเวดากอง สุดยอดความประทับใจของข้าพเจ้าทริปนี้จริง ๆ

เราได้รับคำแนะนำว่า ควรจะไปสักการะพระมหาเจดีย์ชเวดากอง ในเวลาค่ำคืน ซึ่งนอกจากจะไม่ร้อนแล้ว เรายังจะได้ชมความงามของสีทองอร่ามที่ต้องแสงไฟในยามค่ำคืน ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามยิ่ง แล้วข้าพเจ้าก็พบว่ามันดีจริง ๆ ที่เรามาตอนกลางคืน เพราะเราถูกบังคับให้ถอดรองเท้าเดินด้วยเท้าเปล่า ตั้งแต่บันไดขั้นแรกของทางเดินเข้าสู่บริเวณองค์เจดีย์ ทางขึ้นนั้นมีหลังคาปกคลุมโดยตลอด แต่บริเวณรอบ ๆ เจดีย์นั้น เป็นที่โล่ง หากเรามาเวลากลางวัน คงไม่สามารถที่จะเดินชมความงามโดยรอบของเจดีย์ได้ เพราะเราจะร้อนเท้าจนแทบทนไม่ไหวทีเดียว 



ที่เจดีย์นี้เปิดให้ผู้คนเข้ามาสักการะจนกระทั่งเวลาสามทุ่มของทุกวัน พวกเราไปถึงเป็นเวลาเกือบ ๆ หนึ่งทุ่ม ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อน เพราะมีลมโชยมาเอื่อย ๆ ตลอดเวลา เราขึ้นไปอย่างงมโข่ง ก็เดิน ๆ ตามผู้คนเขาไป เขาหยุดสักการะกันตรงไหน ก็หยุดกับเขาด้วย จะว่าไปแล้ว ตรงไหนก็เหมือนกัน เพราะพวกเรามาสักการะด้วยใจที่มุ่งมั่นอยู่แล้ว เพื่อนร่วมงานของข้าพเจ้าคนหนึ่ง เป็นเพื่อนรุ่นพี่ถึงรุ่นแม่ (เพราะอายุเธอสามารถเป็นแม่ข้าพเจ้าได้แล้ว)ซึ่งขอตามมาด้วยด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัว พวกเราสงเคราะห์ช่วยกันออกค่าโรงแรมให้เธอ เพราะเห็นแก่ศรัทธาแรงกล้า ความจริงเธอไม่ใช่คนในทีมงาน แต่เธอบอกว่า พระเจดีย์ชเวดากอง เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของเธอ ซึ่งเกิดปีม้า เธอจึงอยากมามาก ลงทุนซื้อตั๋วเครื่องบินตามเรามาเที่ยวด้วย พี่เค้าอุตส่าห์หอบหิ้วพวงมาลัยดอกไม้มาจากเมืองไทย เพื่อมาสักการะโดยเฉพาะด้วยศรัทธาที่มุ่งมั่นยิ่ง

เครื่องสักการะที่มีจำหน่ายบริเวณโถงทางขึ้นเจดีย์ค่ะ

   โถงทางขึ้น...

ที่เจดีย์นี้เปิดให้ผู้คนเข้ามาสักการะจนกระทั่งเวลาสามทุ่มของทุกวัน พวกเราไปถึงเป็นเวลาเกือบ ๆ หนึ่งทุ่ม ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อน เพราะมีลมโชยมาเอื่อย ๆ ตลอดเวลา เราขึ้นไปอย่างงมโข่ง ก็เดิน ๆ ตามผู้คนเขาไป เขาหยุดสักการะกันตรงไหน ก็หยุดกับเขาด้วย จะว่าไปแล้ว ตรงไหนก็เหมือนกัน เพราะพวกเรามาสักการะด้วยใจที่มุ่งมั่นอยู่แล้ว เพื่อนร่วมงานของข้าพเจ้าคนหนึ่ง เป็นเพื่อนรุ่นพี่ถึงรุ่นแม่ (เพราะอายุเธอสามารถเป็นแม่ข้าพเจ้าได้แล้ว)ซึ่งขอตามมาด้วยด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัว พวกเราสงเคราะห์ช่วยกันออกค่าโรงแรมให้เธอ เพราะเห็นแก่ศรัทธาแรงกล้า ความจริงเธอไม่ใช่คนในทีมงาน แต่เธอบอกว่า พระเจดีย์ชเวดากอง เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของเธอ ซึ่งเกิดปีม้า เธอจึงอยากมามาก ลงทุนซื้อตั๋วเครื่องบินตามเรามาเที่ยวด้วย พี่เค้าอุตส่าห์หอบหิ้วพวงมาลัยดอกไม้มาจากเมืองไทย เพื่อมาสักการะโดยเฉพาะด้วยศรัทธาที่มุ่งมั่นยิ่ง



เราแวะสักการะพระเจดีย์ตามมุมต่าง ๆ ที่เห็นคนหยุดสักการะ โดยไม่รู้ความหมาย จนกระทั่งสักพักนึง ได้ยินเสียงไกด์ชาวไทยนำลูกทัวร์ชาวไทยเดินชมเข้ามาใกล้ ก็ได้ยินเค้าพูดว่า ตรงนี้สำหรับคนเกิดวันอังคารนะคะ ตรงโน้น วันพุธกลางวันค่ะ และถัดไปก็วันพุธกลางคืน พวกเราก็ถึงบางอ้อ นี่เราไหว้กันมาตั้งแต่วันอาทิตย์ จันทร์.....เรื่อยมา แต่ข้าพเจ้าก็คิดว่า ไม่เป็นไรหรอก ตรงไหนก็เหมือนกัน ไหว้มันทั้งเจ็ดวันนี่แหละดี ได้ครบทุกวันเลย


ข้าพเจ้าเดินถ่ายรูปอย่างเพลิดเพลิน พร้อมสังเกตพฤติกรรมของคนที่มาที่เจดีย์นี่ด้วย น่าประหลาด หนุ่มสาวชาวพม่านิยมมาจีบกันที่นี่ จับจูงมือกันมาไหว้องค์พระเจดีย์ และนั่งคุยกันกระหนุง กระหนิง ผู้ชายหลายคนทั้งหนุ่มและแก่ นั่งสมาธิกันตามจุดต่าง ๆ และนั่งกันครั้งละนาน ๆ ผู้หญิงที่มีอายุหน่อย ก็มานั่งสมาธิและพร้อมกับนั่งนับลูกประคำไปด้วย ก็แปลกดี บางคนก็ยังสาว ๆ อยู่เลย สร้อยประคำบางคนก็เป็นหยกเม็ดกลม ๆ ร้อยเป็นเส้นทำเป็นลูกประคำ บางคนก็เป็นประคำเม็ดดำ ๆ



เดินไปเดินมา เราบังเอิญพบไกด์กิตติมศักดิ์เข้า เป็นคุณลุงใจดีคนหนึ่ง ถามแกว่า เป็นไกด์(ผี) อยู่ที่นี่เหรอ แกว่าเปล่า แต่ลุงแกชอบมาที่นี่ แกบอกว่า เคยเป็นรีเซปชั่นโรงแรม จนปลดเกษียณแล้ว ก็ว่าง ลุงแกรักที่นี่มากและจะมาที่เจดีย์นี่ทุกวัน และคอยเป็นไกด์สมัครเล่นให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่สนใจ ลุงพูดภาษาอังกฤษได้ดีทีเดียว ขณะเดียวกันก็พอพูดภาษาไทยได้บ้าง ลุงมีเคล็ดลับมากมายในการดูเจดีย์ ลุงพาพวกเราไปดูจุดที่สามารถมองเห็นเพชรยอดเจดีย์เปล่งประกายได้ถึงเจ็ดสีรุ้ง โดยบางมุมของบริเวณรอบเจดีย์เท่านั้นถึงจะเห็น และเมื่อเราขยับตัวเดินหน้า หรือถอยหลัง หรือจะขยับไปข้าง ๆ ทีละนิด สีของเพชรจะเปลี่ยนไป เรียงกันไปเป็น เจ็ดสีรุ้ง คือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง สวยงามมาก

พยายามจะถ่ายประกายเพชรให้ได้ แต่ก็ได้เต็มที่แค่นี้เองค่ะ เพราะสูงมาก และกล้องคุณภาพไม่ดีพอ...^_^ ดูกันพอจินตนาการนะคะ

มอง ๆ ไปพวกเราก็คล้าย ๆ คนบ้า เดินถอยหน้าถอยหลังกันอยู่ตามมุมต่าง ๆ ของเจดีย์ ข้าพเจ้าถามลุงว่า คนพม่าทุกคนรู้เคล็ดลับเรื่องนี้มั๊ย ลุงบอกว่า มีไม่กี่คนหรอกที่รู้เรื่องมุมมองเพชร 7 สีนี้ ลุงบอกว่าพวกเราโชคดีมากที่มาเจอลุง ความจริงลุงไม่ได้เดินมาเสนอตัวเป็นไกด์ให้พวกเราหรอก ตอนนั้นพวกเราเดินกันครบ 3 รอบแล้ว หมดแรงนั่งพิงกำแพงชมความงามของเจดีย์กันอยู่ คุณพี่ปีม้าของข้าพเจ้า เดินไปไหว้วานให้คุณลุงช่วยถ่ายรูปให้ ลุงใจดีถ่ายรูปให้แล้ว ก็บอกว่า พวกเราทั้งหมด ควรจะถ่ายรูปหมู่กันไว้ด้วย เราจึงลุกไปถ่ายรูป เมื่อถ่ายรูปเสร็จ คุณลุงก็ชี้ชวนให้พวกเราดูว่า ตรงจุดที่เรายืนอยู่นี้ จะสามารถเห็นเพชรยอดพระเจดีย์เปล่งประกายอย่างชัดเจน ซึ่งตรงจุดนั้น เรามองเห็นเป็นเพียงสีขาว แต่ส่องประกายเจิดจ้ามาก แล้วลุงก็บอกว่า ยังมีเด็ดกว่านั้นอีก ให้เราเดินตามแกไป พอถึงจุด ๆ หนึ่ง เพียงจุดเดียวเท่านั้น ลุงเรียกเราเข้าไปดูทีละคน เพราะมุมดูมันนิดเดียวเอง เราไม่สามารถมองเห็นพร้อมกันหลาย ๆ คน ครั้งแรกข้าพเจ้าดูเห็นสีแดง พอถอยหลังสักครึ่งก้าวก็เปลี่ยนเป็นสีส้ม...เหลือง...เขียว..ฟ้า..ม่วงสลับไปเรื่อย ๆ เราตื่นตาตื่นใจกันมาก ข้าพเจ้าพยายามจะถ่ายรูปสีให้มุมต่าง ๆ แต่ก็ถ่ายมาได้เพียง 2-3 สีเท่านั้น เพราะอยู่สูงมาก

อย่างมุมนี้ ลุงไม่อธิบายมาก บอกแต่เพียงว่า เป็นการบูชาพระจันทร์และพระอาทิตย์ ซ้ายมือสัญลักษณ์รูปนกยูง แทนพระอาทิตย์ ส่วนขวามือ สัญลักษณ์รูปกระต่ายแทนพระจันทร์ค่ะ

หรืออย่างตรงนี้ เป็นภาพจำลองพุทธประวัติ ตอนที่พระพุทธเจ้าประทานพระเกศาธาตุให้แก่พ่อค้าสองคน ซึ่งชาวพม่าเชื่อว่า พระเกศาธาตุนั้นบรรจุอยู่ในองค์มหาเจดีย์ชเวดากองค่ะ


ที่เหล่านี้ก็เป็นเสมือนสถานที่พักใจของคนที่นี่เค้าล่ะค่ะ บ้างก็มานั่งคุยกัน บ้างก็เอน หลาย ๆ คนนั่งเล่นอยู่จนวัดปิดนั่นแหล่ะค่ะ

รอบ ๆ องค์เจดีย์ ก็จะมีจุดแวะสักการะเป็นระยะ ๆ ค่ะ ที่เห็นนักบวชนุ่งห่มสีชมพูในภาพนี้ คือแม่ชีของชาวพม่าค่ะ...พวกเราเรียกว่า แม่ชีสีชมพูค่ะ


คุณลุงใจดีจริง ๆ พาเราชมมุมต่าง ๆ และเล่าประวัติให้ฟังอย่างละเอียด เราได้ความรู้เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย เดินกันจนหมดเวลา คุณพี่ปีม้าของข้าพเจ้าทำรองเท้าหาย เราเลยต้องรีบออกไปเพื่อไปซื้อรองเท้า กลัวร้านจะปิดเสียก่อน พวกเราปรึกษากันว่า เอ! เราต้องให้เงินคุณลุงหรือเปล่า แต่ลุงแกก็ไม่ได้เรียกร้องอะไร เดินมาส่งเราขึ้นแท๊กซี่ เราจึงตัดสินใจ รวบรวมเงินได้กันได้ 2000 จ๊าด ส่งให้คุณลุงแล้วว่า ขอบคุณในน้ำใจที่คุณลุงมอบให้ เพราะก่อนหน้านั้น คุณลุงให้ของที่ระลึกเรา เป็นธนบัตร 1 จ๊าด รูปที่ปรากฏในนั้น เป็นรูปท่านผู้นำอองซาน ให้เราเป็นที่ระลึกแล้วบอกว่า บุรุษที่ปรากฏบนธนบัตรใบนี้ คือวีรบุรุษของพวกเขา (อย่างน้อยก็เป็นวีรบุรุษในใจคุณลุง) จากนั้นก็ให้กระดาษซึ่งพิมพ์สัญลักษณ์สัตว์ประจำวันเกิดต่าง ๆ ซึ่งเป็นสัตว์ประจำทิศบนเจดีย์ชเวดากอง ที่เป็นสัญลักษณ์ให้สังเกตได้ว่าใครที่เกิดวันอะไรควรจะไหว้ที่จุดใด สำหรับข้าพเจ้าเกิดวันพฤหัสบดี สัตว์ประจำวันเกิดเป็นหนูสีขาว ซึ่งหากเราจะขึ้นไปไหว้พระเจดีย์ ก็ต้องหาจุดที่มีรูปบั้นหนูสีขาวเอาไว้

สำหรับข้าพเจ้าเกิดวันพฤหัสบดี สัตว์ประจำวันเกิดเป็นหนูสีขาว ซึ่งหากเราจะขึ้นไปไหว้พระเจดีย์ ก็ต้องหาจุดที่มีรูปบั้นหนูสีขาวแบบนี้ล่ะค่ะ



เรากล่าวลาและขอบคุณคุณลุงอีกครั้ง คุณลุงขอธนบัตรเงินบาทของเราเป็นที่ระลึก จำนวนเท่าไหร่ก็ได้ เราจึงหยิบใบละ 20 บาทให้คุณลุงไป 1 ใบ แล้วคุณลุงก็หยิบสมุดสะสมธนบัตรของคุณลุงขึ้นมาโชว์ให้เราดู พร้อมอธิบายว่าธนบัตรเหล่านั้นมาจากที่ใดบ้าง โอโห! แทบไม่น่าเชื่อ คุณลุงมีมากกว่า 100 ประเทศ ข้าพเจ้าถามว่า แสดงว่าคุณลุงได้เคยนำชมคนเหล่านั้นมาหมดแล้วเหรอ? คุณลุงบอกว่าใช่ ทุกครั้งคุณลุงก็จะขอธนบัตรเขาเหล่านั้นไว้เป็นที่ระลึก แล้วลุงก็เปิดให้เราดูว่า เห็นไหม ลุงยังไม่มีธนบัตรไทยเลย เพราะว่าคนไทยส่วนใหญ่จะมากับบริษัททัวร์ คุณลุงจึงไม่มีโอกาสได้นำชมให้กับคนไทย เพิ่งจะเจอพวกเราเป็นกลุ่มแรก ลุงบอกว่าพวกเราเป็นกลุ่มที่โชคดี ซึ่งเราเองก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ข้าพเจ้าหัวเราะอย่างไม่เชื่อถืออะไรนัก ลุงส่งเราขึ้นแท็กซี่พร้อมต่อรองราคาให้เสร็จสรรพ เราโบกมือลาคุณลุงกลับโรงแรม

ก่อนกลับข้าพเจ้าขอถ่ายรูปคุณลุงไว้เป็นที่ระลึก สำหรับน้ำใจอันงดงามของคุณลุงที่มอบให้พวกเรา เราประทับใจมาก คืนนี้ พวกเราต้องพึ่งอาหารเย็นของโรงแรมเสียแล้ว เพราะกว่าเราจะกลับ ร้านค้าก็ปิดหมดแล้ว เราถึงโรงแรมประมาณ 4 ทุ่ม กว่าจะทานอาหารเย็นเสร็จก็เกือบห้าทุ่ม คืนนี้ข้าพเจ้ายังมีงานต้องทำอีกมาก สำหรับพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ ข้าพเจ้าเข้านอนประมาณ ตีสอง หลังจากทำเอกสารสำหรับวันพรุ่งนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว


ภาพนี้ คุณลุงไกด์ผู้ใจดีของข้าพเจ้าเองค่ะ

จบเรื่องราวของวันที่สองค่ะ (ยังมีต่อ วันพรุ่งนี้)

บันทึกไว้โดย : วนา  ๑๓ ธันวาคม ๒๕๔๘ กรุงย่างกุ้ง

เรื่องและภาพ โดย วนา

ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะชม




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
อุต-ศิลป์02 วันที่ : 05/07/2008 เวลา : 13.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/industrialart02

กลุ่มคุณวนาถือว่าโชคดีมากๆเลยนะคะ
แฝดน้องเองก็อยากไปไหว้พระธาตุชเดวากององค์จริงเหมือนกันค่ะ
แต่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ไปหรือเปล่า
เห็นหลายคนพูดเหมือนกันว่าควรไปที่พระธาตุชเดวากองช่วงกลางคืน
เพราะนอกจากจะไม่ร้อนแล้ว ยังได้ถ่ายรูปองค์พระธาตุที่เป็นสีทองอร่ามยามเมื่อโดนแสงไฟด้วย


ความคิดเห็นที่ 9 (0)
wullopp วันที่ : 01/07/2008 เวลา : 17.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอกราบนมัสการพระธาตุชเวดากองด้วยเศียรเกล้า และขอกราบอนุโมทนาในกุศลเจตนาของพวกเราทุกท่านทุกคนที่ได้ร่วมกันทำบุญในพระธาตุแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าครับ... สาธุ สาธุ สาธุ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 30/06/2008 เวลา : 10.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

งดงาม ล้ำค่า

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
พิราบดำ วันที่ : 29/06/2008 เวลา : 20.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pat-1
เมืองมะขามหวาน  

ขอบคุณ สำหรับภาพสวยๆ ข้อมูลดีดี............

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Jui วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 14.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

งดงามมากเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
วาสนา วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 13.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wassa

น่าเที่ยวนะคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 10.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO


หวัดดีต่อเนื่องนะครับ..คุณวนา

ผมเคยคิดอยากไปที่นี่อยู่เหมือนกัน...เมื่อหลายปีก่อน...แต่ไม่รู้ทำไมตอนนี้กลับไม่อยากไปแล้ว....

ภาพพระมหาเจดีย์ชเวดากอง..สีเหลืองทองอร่าม..ยามต้องแสงไฟ..ดูงดงามและยิ่งใหญ่จริง ๆ ครับ

สงสัยอยู่นิด..ว่าบรรดาแม่ชีที่นั่น...นุ่งห่มเฉพาะสีชมพูหรือเปล่า..หรือว่ามีสีขาวด้วย..เพราะเคยเห็นจากภาพข่าว...มักจะเป็นสีชมพู..(หรือว่าแบ่งเป็นแม่ชีเด็ก-ผู้ใหญ่ ???)

ขอบคุณเรื่องราวนะครับ...แล้วจะรออ่านต่อ

ตอนนี้ขอย้อนไปเก็บเอนทรี่มนุษย์หินก่อน...เผื่อเจอบรรพบุรุษผมอยู่ที่นั่น..แหะ แหะ

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Supawan วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 06.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

เคยขึ้นไปไหว้พระที่นั่นเมื่อหลายปีมาแล้วค่ะ ..

ขอบคุณ ที่นำความทรงจำดีๆกลับมา ..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ครูทิพย์ วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 23.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Tip2
Every minute is precious if every minute I have you. ทุกนาทีจะมีค่า หากทุกเวลาฉันมีเธอ 

ตามมาเที่ยวค่ะ...ขอบคุณสำหรับภาพสวยๆ ที่นำมาฝากกันนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
redribbons07 วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 22.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ขอบคุณที่นำภาพมาให้ชมกันค่ะ



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน