*/
  • วนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : noi_build@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 117
  • จำนวนผู้ชม : 343105
  • จำนวนผู้โหวต : 119
  • ส่ง msg :
  • โหวต 119 คน
เพลงโปรด

เทียนน้อย โดยวง ฆราวาส

View All
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 2 กรกฎาคม 2551
Posted by วนา , ผู้อ่าน : 5965 , 11:03:34 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ไปเที่ยวมัณฑะเลย์กันต่อนะคะ…..ต่อจากเมื่อวานนี้ ที่เราจบเรื่องราวลงที่ทะเลสาบเตาง์ตะมัน......

 

วันนี้ ขอเริ่มต้นด้วย อีก ๑ ใน ๕ ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพม่าเคารพบูชา ที่เรียกว่า “พระมหามุนี” ชาวพม่าทุกคนเชื่อว่า ครั้งหนึ่งในชีวิต ควรจะต้องเดินทางมาเพื่อนมัสการ องค์พระมหามุนี เฉกเช่นเดียวกับชาวมุสลิม ที่จะต้องเดินทางไปแสวงบุญที่เมกกะเลยทีเดียว ที่องค์พระปิดทองกันมานานกว่า ๑,๕๐๐ ปีจนเนื้อทองฟูหนาเลยทีเดียวค่ะ พระมหามุนี จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “พระเนื้อนิ่ม” ซึ่งบริเวณที่เราเห็นนี้ เป็นเขตหวงห้ามสามารถเข้าได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น ....ภาพนี้ คุณไกด์ผู้ใจดี จึงเป็นผู้อนุเคราะห์นำภาพมาฝากพวกเราได้ชมกันค่ะ

 

ที่วัดมหามุนีแห่งนี้ ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างนั่นก็คือ รูปหล่อสำริดแบบขอม จากนครวัด ๖ รูป อันได้แก่ รูปพระอิศวร หรือทวารบาล ๒ รูป รูปช้างเอราวัณ ๓ เศียร ๑ รูป และรูปสิงห์อีก ๓ รูป ซึ่งเดิมเป็นของกัมพูชา เมื่อครั้งอาณาจักรอยุธยาเป็นราชธานี สมเด็จเจ้าสามพระยายกทัพไปตีนครธมได้เมื่อพ.ศ. ๑๙๖๖ ได้โปรดเกล้าให้ขนมาไว้ที่อยุธยา และเมื่อครั้งพระเจ้าบุเรงนองแห่งหงสาวดี มาตีกรุงศรีอยุธยาได้ เมื่อ พ.ศ. ๒๑๑๒ ก็ขนไปไว้ที่เมืองหงสาวดี...เรียกว่า สมบัติผลัดกันชมล่ะค่ะ

 

ออกจากวัด เราก็มาถึงวังกันค่ะ พระราชวังมัณฑะเลย์ ตั้งอยู่ตรงศูนย์กลางของเมือง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก แนวกำแพงวังจากเหนือจดใต้ยาว ๖๘๐ เมตร มีกำแพงแบ่งเขตวัง เป็นชั้นนอก ชั้นกลาง และชั้นใน สถานที่ราชการต่าง ๆ อยู่ในลานชั้นนอก

 

 

ที่เห็นนี้ คือ รูปปั้นพระเจ้าธีบอ หรือสีป่อ กับ พระนางศุภยลัต เจ้าชีวิตพระองค์สุดท้ายของอาณาจักรพม่า ก่อนถูกอังกฤษยึดครอง [ พระนางศุภยลัตนี้ ทรงเป็นสตรีที่มีบุคลิกภาพของอำนาจ ทรงทำให้พระเจ้าธีบอลุ่มหลงและตกอยู่ใต้อิทธิพลของพระนาง พระนางทรงเป็นนักอนุรักษ์ยิ่งกว่าสมาชิกเสนาบดีสภาคนใด ทรงเชื่อมั่นแน่วแน่ในสถาบันกษัตริย์แบบจารีต และพระนางนี้เอง ที่มีบทบาทอย่างโดดเด่นในการคัดค้านข้อเรียกร้องให้พม่ายินยอมเป็นรัฐในอารักขาของอังกฤษ แม้ว่า การปฏิเสธ จะหมายถึงสงครามก็ตาม

 

ภายในพระราชวังก็มีส่วนจัดแสดงตัวอย่างเครื่องแต่งกายของขุนนางและเจ้านายในสมัยพระเจ้าธีบอ ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นของจริงทั้งสิ้น ตัวอย่างจากซ้ายมือเป็นเครื่องแบบของอัครเสนาบดี (เทียบเท่านายกรัฐมนตรี) ต่อมาคือ ฉลองพระองค์พระมหากษัตริย์ ฉลองพระองค์พระอัครมเหสี และฉลองพระองค์พระมหาอุปราช

 

 

ต่อนะคะ จากซ้าย ฉลองพระองค์พระมหาอุปราช แม่ทัพ และเจ้าชาย ตามลำดับค่ะ

 

ออกมาดูด้านนอกกันบ้างนะคะ

 

หอคอยเปี๊ยตตั๊ต ในพระราชวังมัณฑะเลย์ค่ะ หอคอยนี้สมัยก่อนเป็นที่ที่พระมหากษัตริย์ทรงใช้สำหรับเสด็จขึ้นไปทอดพระเนตรบ้านเมืองและความเป็นอยู่ของประชาชนจากในวัง ซึ่งพระองค์มิได้เสด็จออกมาภายนอกพระราชวังเลย...ครั้งแรกและครั้งเดียวที่เสด็จออก คือ เมื่อครั้งอาณาจักรพม่าล่มสลายตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ พระองค์และพระอัครมเหสี ทรงถูกเนรเทศไปประเทศอินเดีย

 

 

นี่คือหมู่ตำหนักพระมเหสี ซึ่งกล่าวกันว่า พระิเจ้าธีบอ มีพระมเหสีถึง ๕๑ พระองค์ ตำหนักเหล่านี้สร้างด้วยไหม้เป็นหมู่ ๆ ละ ๒ หลัง หรือ ๓ หลัง มีขนาดใหญ่ ขนาดย่อม รวมประมาณ เกือบร้อยหลังคาเรือน ปลูกเรียงรายกันเป็นแถว ๆ ซึ่งเป็นที่ประทับของพระอัครมเหสี พระมเหสี พระราชธิดา และหมู่พระสนม สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้รัฐบาลพม่าสร้างขึ้นมาใหม่ แต่ยังคงรูปแบบของสถาปัตยกรรมเดิมอยู่ ซึ่งของดั้งเดิมนั้นถูกเผาไปหมดแล้ว

 

ท้องพระโรงของพระราชวังมัณฑะเลย์ บนสันหลังคามีห้องเล็กให้คนไล่นกแร้ง

 

วัดชเวนันดอจอง ซึ่งสร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง ฃวดลายแกะสลักวิจิตร อ่อนช้อยทั้งหลังคา บานประตู และหน้าต่าง อันเน้นรายละเอียดเกี่ยวกับพุทธประวัติ และทศชาติของพระพุทธเจ้า ซึ่งวิหารไม้แห่งนี้เคยเป็นที่ประทับนั่งสมาธิของพระเจ้ามินดง พระราชบิดาของพระเจ้าธีบอ จนสิ้นพระชนม์ชีพที่วิหารแห่งนี้

 

สามเณรที่วัดชเวนันดอจอง โพสต์ท่าถ่ายรูป อาร์ต ๆ อย่างมืออาชีพ ด้วยสนนราคา ๗๐๐ จ๊าด (๒๐ บาท).....อ้าว นึกว่าฟรี!!! ^_^

 

งานจำหลักไม้เรื่องชาดกภายในวัดชเวนันดอจอง ที่วิจิตรประณีตมาก สมัยก่อน อารามเหล่านี้เคยหุ้มทองประดับกระจกสีทั้งภายในและภายนอก แต่เวลานี้ทองได้หลุดลอกออกหมดแล้ว เหลือแต่บริเวณเพดานเท่านั้น

 

รถเข็นขายไก่ย่าง....ภาพชีวิตที่แสนเรียบง่าย

 

รถโดยสาร...............

 

ออกจากวัง....ขึ้นรถไปเที่ยวกันต่อเลยค่ะ

 

ถึงแล้วค่ะ............เจดีย์วัดกุโสดอ เป็นเจดีย์ที่พระเจ้ามินดงทรงสร้างใน ค.ศ. 1857 (พ.ศ. ๒๔๐๐) ที่เห็นนี้คือเจดีย์องค์ประธาน ชือว่า มหาโลกะมารเซง โดยพระเจ้ามินดงทรงโปรดให้ถ่ายแบบมาจาก เจดีย์ชเวซิกอง เมืองพุกาม (ซึ่งเป็นอีก ๑ ใน ๕ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพม่าเคารพบูชาสูงสุด) โดยมาสร้างในปี พ.ศ. ๒๔๐๐ พร้อม ๆ กับการสร้างพระราชวังมัณฑะเลย์ค่ะ

 

อีกมุมหนึ่งของวัดกุโสดอ มองเห็นเจดีย์เล็ก ๆ จำนวนมากสร้างเรียงรายรอบเจดีย์ประธาน ความสำคัญของวัดนี้คือ เป็นสถานที่ที่พระเจ้ามินดง ทรงใ้ห้สังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๕ ซึ่งถือว่าเป็นกิจอันเป็นกุศลอย่างยอดเยี่ยม สมเด็จฯพระเทพฯ ทรงวิเคราะห์ไว้ว่า การสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งนี้ น่าจะเป็นพระราโชบายของพระเจ้ามินดง ที่จะธำรงรักษาประเทศ สร้างความมั่นใจให้แก่คนพม่า ซึ่งในเวลานั้นเริ่มระส่ำระสาย เนื่องจากการเสียพม่าภาคใต้ให้แก่อังกฤษไปแล้วนั่นเอง

 

เมื่อพระเจ้ามินดงทรงดำริให้สังคายนาพระไตรปิฎก ก็ทรงมีพระบรมราชโอการให้สอบทานชำระพระไตรปิฎกให้ถูกต้องทั้งด้านพยัญชนะและไวยกรณ์ โดยทรงโปรดให้พนักงานจารพระไตรปิฎกลงใบลาน และจารึกลงแผ่นศิลา เป็นจำนวนถึง ๗๒๙ หลักด้วยกัน โดยจารึกเป็นภาษาบาลี ลงหมึกทองเพื่อให้อยู่ยั่งยืนสืบไป

 

สิงห์คู่ (ภาษาพม่าเรียกว่าฉิ่นตี) อยู่บริเวณปากทางขึ้น ภูเขามัณฑะเลย์ (Mandalay Hill) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวังมัณฑะเลย์ เขาลูกนี้สูง ๒๔๐ เมตร มีทหารอังกฤษกับอินเดียจำนวนมากมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ เมื่อครั้งเข้าตีค่ายทหารญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1945  บริเวณไหล่เขามีบันได มีหลังคาคลุมทอดขึ้นมาสู่ศาลเล็ก ๆ ที่พบอยู่เป็นระยะ ๆ

 

หากใครเคยได้ชมภาพยนต์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาคแรก ของท่านมุ้ย คงจะรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาสิงห์แบบนี้ดีใช่รึเปล่าคะ...ในภาพยนต์เรื่องดังกล่าว สิงห์แบบนี้ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บริเวณทางเข้าเมืองหงสาวดี

 

ดร.ทินมองจี เพื่อนร่วมงานอาวุโสของข้าพเจ้า นักประวัติศาสตร์ชาวพม่า ที่บัดนี้ยังเป็นบุคคลสาบสูญ จากเหตุการณ์การประท้วงในพม่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ เล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า เมื่อครั้งท่านมุ้ยไปสำรวจเมืองมัณฑะเลย์เพื่อเก็บข้อมูลทำภาพยนต์ ลุงถิ่นของฉันเป็นผู้นำชมและให้รายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์พม่า พร้อม ๆ กับอาจารย์สุเนตร เรียกว่าเก็บกันแบบละเอียดยิบทีเดียวค่ะ....วันที่ภาพยนต์เรื่องนี้ลงโรงวันแรก ลุงถิ่นซื้อตั๋วเข้าชมด้วยเงินน้อยนิดในกระเป๋า...ทั้ง ๆ ที่ควรจะได้รับตั๋ว VIP สักใบสองใบ....แต่นั่นไม่ใช่สาระสำคัญที่จะเล่าให้ฟังหรอกค่ะ....สาระมันอยู่ตรงที่ว่า เมื่อดูหนังเรื่องนี้กลับมาแล้ว ลุงถิ่นไม่เ้ข้าใจว่า ทำไมท่านมุ้ย ถึงจับเจ้าสิงห์คู่นี้ไปตั้งไว้หน้ากรุงหงสาวดี.....เพราะตามธรรมเนียมปฏิบัติของชาวพม่านั้น สิงห์จะต้องอยู่คู่วัด สิงห์...จะเป็นคู่หรือเดี่ยว ที่ที่สมควรอยู่คือวัด เท่านั้น ไม่ใช่ พระราชวัง......ลุงถิ่นบอกข้าพเจ้าว่า ที่เมืองไทย สิงห์อาจจะเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจ แห่ง ราชา ราชะ.....ฐานสิงห์ มีไว้รองรับราชบัลลังค์....แต่ว่าในพม่า ไม่ใช่!!!!!

 

 

มาต่อกันดีกว่าค่ะ....ก็เป็นความรู้ ที่เราไม่ควรมองข้าม ชาวพม่าถือมากเรื่อง กาลเทศะ โสร่งผู้ชาย ก็ต้องผู้ชายใส่ ผู้หญิงจะนำมาใส่ไม่ได้เด็ดขาด....ร่มของนักบวช ก็ต้องเป็นนักบวชใช้เ่ท่านั้น...ชาวบ้านร้านตลาดห้ามนำมาใช้...และถึงแม้จะไม่มีกฎตายตัวเป็นกฎหมายบังคับ....แต่ก็มิมีชาวพม่าคนใดล่วงล้ำก้ำเกิน ประเพณีอันดีงาม..........น่ายกย่องในความเด็ดขาดมั่นคงในจิตใจมาก ๆ ค่ะ

 

มุมนี้คือมุมทางด้านหน้าทางขึ้นภูเขามัณฑะเลย์ ภาพสิงห์คู่ด้านนี้ผู้เชี่ยวชาญชาวพม่าบอกว่า บริจาคโดยพ่อค้าชาวจีน

 

วัดบนเขามัณฑะเลย์ เป็นศิลปะแบบโคโลเนียลค่ะ

 

มุมนี้คือมุมที่มองลงไปจากบนเขามัณฑะเลย์ ส่วนที่เรามองเห็นนี้คือวัดเจ้าต่อจี เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1853 (พ.ศ. ๒๓๙๖) ตามแบบแผนผังวัดอนันดา แห่งเมืองพุกาม แต่การก่อกบฏของชาวบ้านในปี ค.ศ. 1866 ทำให้การก่อสร้างต้องหยุดชะงักลง จนมาแล้วเสร็จเอาในปี ค.ศ. 1878

 

ออกจากวัด...มาชมวิถีชาวบ้านกันบ้างค่ะ  ที่เห็นนี้คือบริเวณท่าเรือริมฝั่งแม่น้ำอิระวดี

 

เรือตักทราย เป็นอีกอาชีพหนึ่งของผู้คนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน้ำอิระวดี

 

ชาวบ้านที่มีอาชีพตักทราย จะปลูกเพิงพักอาศัยอยู่บริเวณดอนทรายกลางแม่น้ำแบบนี้ค่ะ

 

ขอจบเรื่องราวไว้เท่านี้ก่อนค่ะ (ยังมีต่อ ตอนจบ วันพรุ่งนี้ค่ะ)

 

เรื่องโดย : วนา

 

ขอขอบคุณภาพสวย ๆ จากน้องปุ้ย (รัชพร  เทศจีบ) และข้อมูลแบบรู้ลึก รู้จริง จากลุงถิ่นของข้าพเจ้า (Dr. Tin Muang Kyi)

 

ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะชม


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 05/07/2008 เวลา : 21.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim


ความคิดเห็นที่ 4 (0)
อุต-ศิลป์02 วันที่ : 05/07/2008 เวลา : 14.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/industrialart02

ขอบคุณที่อธิบายข้อมูลบางเรื่องของพม่าให้รับทราบค่ะ
หวังว่าเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศพม่าที่คุณวนานำเสนอคงมีประโยชน์กับหลายๆท่านค่ะ


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ครูติ๋ม วันที่ : 02/07/2008 เวลา : 18.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chutitim

หวัดดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มะอึก วันที่ : 02/07/2008 เวลา : 11.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ภาพงาม....คำบรรยายชัดเจน
อ่านแล้วจิตใจสงบ เพราะผู้เขียนเขียนให้คนอ่านสงบ....
.
ขอบพระคุณครับ
.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 02/07/2008 เวลา : 11.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

สุดยอดครับ..
ช่วงหลังผม"คลั่ง"ประวัติศาสตร์พม่า...อยากอ่านนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน