*/
  • วนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : noi_build@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 117
  • จำนวนผู้ชม : 343105
  • จำนวนผู้โหวต : 119
  • ส่ง msg :
  • โหวต 119 คน
เพลงโปรด

เทียนน้อย โดยวง ฆราวาส

View All
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม 2551
Posted by วนา , ผู้อ่าน : 6237 , 22:39:20 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เพราะดีกรีความร้อนแรงของสถานการณ์บ้านเมืองของเรา...ช่างบีบคั้นจิตใจของประชาชนชาวไทยหลายๆ คนเหลือกเกิน หลายคนต่างเฝ้ารอคอย...ว่าเมื่อไหร่ มันถึงจะสิ้นสุดลงเสียที...วันก่อนเดินไปซื้อของแถวตลาดย่านที่ทำงาน ได้ยินหญิงชราผู้หนึ่งพูดว่า...เดี๋ยวนี้ ไม่อยากเปิดทีวี เพราะเปิดทีไร คนในบ้านเป็นได้ทะเลาะกันทุกที...แกบอกว่า ไม่อยากเห็นเลย...เมื่อไหร่ถึงจะจบกันเสียที!!!

ข้าพเจ้า เคยตั้งปณิธานไว้กับตัวเองในการเขียนบล็อกว่า...หัวเด็ดตีนขาดอย่างไร จะไม่เขียนเรื่องการเมืองอย่างเด็ดขาด....ถึงแม้ว่าจะเลือกข้างแล้วก็ตาม ......เอาล่ะค่ะ มาเข้าเรื่องที่อยากจะเล่ากันดีกว่า

วันนี้...ข้าพเจ้ามีบทวิเคราะห์เกี่ยวกับพุทธศาสนาในประวัติศาสตร์ไทยสมัยธนบุรี มาบอกกล่าวเล่าขานให้แก่ผู้ที่ท่องเที่ยวอยู่ในบางโอเคแห่งนี้ ทั้งขาจรและขาประจำ ข้าพเจ้าเป็นผู้น้อย กราบขออภัยหากบทวิเคราะห์นี้ มีท่านผู้ใดที่มีความเห็นแตกต่างหรือเพิ่มเติมไปจากที่ข้าพเจ้าเสนอมา ข้าพเจ้าจะรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากท่านทั้งหลายจะกรุณาแลกเปลี่ยนและเพิ่มเติมความรู้ให้แก่ข้าพเจ้า



บทวิเคราะห์นี้เป็นงานที่ข้าพเจ้าทำเสนออาจารย์ในขณะเรียนเพื่อสะสมหน่วยกิจ ก่อนเริ่มทำวิทยานิพนธ์ การวิเคราะห์อาจจะไม่ลึกนัก หากแต่พอมีประโยชน์อยู่บ้าง และคิดว่าน่าจะตรงประเด็นอยู่บ้างกับปัญหาที่ข้าพเจ้าได้รับคำถามมา

"พระเจ้าตากสิน ใช้ศาสนา กำหนดจริยธรรมของคนไทย อย่างไร"

ศาสนา ถือว่าเป็นหนึ่งในสถาบันหลักของความเป็นอาณาจักร โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาสนาพุทธกับคนไทย ในอดีตจนถึงปัจจุบันนั้น ศาสนากับการเมืองแยกกันแทบไม่ออก อำนาจรัฐที่มีอยู่ มีศาสนาเข้าไปจัดระบบความคิดของชนชั้นทั้งระดับบนและระดับล่าง และการที่จะทำให้สังคมเกิดระเบียบและอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข โดยความชอบธรรมของผู้นำนั้น ขึ้นอยู่กับแนวคิดที่จะเป็นแกนกลางของระบบทั้งระบบ นั่นคือแนวความเชื่อเกี่ยวกับพุทธศาสนา เกี่ยวกับแนวคิดเรื่องบุญบารมี บ่อยครั้ง ศาสนาจึงเป็นเครื่องมือสร้างสิทธิธรรมของกษัตริย์เหนือประชาชน



ในสมัยของพระองค์ ฐานะของอาณาจักร เริ่มต้นจากศูนย์ คือการเริ่มต้นใหม่ หลังจากย่อยยับจากสงคราม พระองค์ทรงพยายามจะสถาปนาอุดมการณ์ของอาณาจักร จากแนวความคิดทางพุทธศาสนา เพื่อใช้เป็นหลักในการกำหนดจริยธรรมของคนไทย เพื่อเป็นบรรทัดฐานของการจัดระเบียบและควบคุมสังคมต่อไป ซึ่งสิ่งที่เป็นรูปธรรมชัดเจนที่สุด คือการที่พระองค์พยายามจะสั่งสอนอาณาประชาราษฎร์ของพระองค์ให้ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรม



ให้คนทุกคนได้รับรู้และปฏิบัติตนให้เป็นไปตามแนวทางของพุทธศาสนา นั่นคือ การทำดีได้พบกับความสุข การทำชั่วได้พบกับความทุกข์ ผู้ใดตั้งอยู่ในศีลและความเพียรพยายามในพระวินัย มากด้วยความอุตสาหะ จะพบกับหนทางสู่นิพพานในที่สุด ด้วยการสร้างสมุดภาพไตรภูมิโบราณ และการออกพระราชกำหนดว่าด้วยศีลสิกขาเพื่อกำหนดพระธรรมวินัยของพระสงฆ์ รวมทั้งการสอดแทรกหลักธรรมคำสอนผ่านบทพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์

ในสมุดภาพไตรภูมิพรรณนาสภาพของอบายภูมิอย่างน่าสะพรึงกลัว พรรณนาความรื่นรมย์ในสุคติภูมิ และชี้ให้เห็นถึงการกระทำอันเป็นสาเหตุที่ทำให้สัตว์โลกทั้งหลายได้ไปเกิดในภูมิเหล่านั้นตามกฎแห่งกรรม การเสนออุดมคติ หรือจุดหมายปลายทางในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ใน 2 รูปแบบ คือ

1. ทางโลก โดยสอนให้มนุษย์กระทำแต่ความดี
- ได้รับผลดีตอบสนองในชาตินี้
- ได้ไปเกิดในภพที่ดี เช่น การได้ไปเกิดในสวรรค์ หรือไปเกิดเป็นมนุษย์ในดินแดนที่น่ารื่นรมย์ หรือไปเกิดในยุคพระศรีอาริย์ เป็นต้น

2. ทางธรรม โดยมีพระนิพพานเป็นจุดหมายปลายทาง โดยเชื่อว่านิพพานเป็นความสุขนิรันดร์

แนวคิดการจัดทำสมุดภาพไตรภูมิจึงมีดังนี้

1. เพื่อส่งเสริมจริยธรรมและศีลธรรมของปวงชน ให้มีจิตใจยึดมั่นในคุณงามความดี และมุ่งสร้างสันติสุขแก่สังคมตามทัศนคติและความเชื่อดั้งเดิมในขนบธรรมเนียมโบราณ

2. การแทรกแซงของศาสนาและลัทธิอื่น จากชาวต่างชาติ ซึ่งลบหลู่ดูหมิ่นศาสนาพุทธ ทำให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง สั่นคลอนความมั่นคง ช่วงหลัง จึงมีประกาศห้ามคนไทยนับถือศาสนาอื่น

3. เป็นการสร้างศรัทธาในพระพุทธศาสนาให้เกิดแก่ประชาชนได้ทราบถึงสัจจธรรมของคำสั่งสอนที่เป็นไปตามเหตุผล ผู้มีปัญญาตริตรองเมื่อเห็นแล้วจะเกิดการรู้แจ้งและมีศรัทธาเกิดขึ้นอย่างมั่นคง การใช้สมุดภาพไตรภูมินี้ก่อให้เกิดศรัทธาที่มีสื่อชักนำให้เห็นคุณโทษของการกระทำใด ๆ ก็ตาม จะเป็นไปตามกฎแห่งกรรม

4. เป็นการสร้างอุดมคติทางโลก ซึ่งการดำเนินชีวิตในทางโลกนั้น ยังเต็มไปด้วยกิเลศตัณหา มนุษย์จึงยังคงกระทำความดี โดยมีจุดมุ่งหมายว่าจะได้รับผลตอบสนองในทางที่ดีตามความเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม โดยพิจารณาจากคน 4 ประเภทดังที่กล่าวไว้ในไตรภูมิ ได้แก่ คนนรก คนเปรต คนดิรัจฉาน และคนมนุษย์ โดยคนมนุษย์นั้นเป็นผู้ที่ได้รับยกย่องกว่าคนจำพวกอื่น เพราะเป็นผู้รู้ผิดชอบชั่วดีและละอายต่อบาป มนุษย์จึงมุ่งกระทำความดีเพื่อให้บรรลุจุดหมายปลายทาง คือ นิพพาน

5. การเน้นเรื่องบาปบุญคุณโทษ เพื่อให้ประชาชนไม่กล้ากระทำผิด และมุ่งสร้างสันติสุขให้เกิดแก่สังคม และมุ่งหวังที่จะสั่งสอนคนทั้งหลายให้เข้าใจในข้อธรรมของพุทธศาสนา ความชอบธรรมของการเป็นผู้มีบุญญาบารมีของพระองค์ในอันที่จะขึ้นครองราชย์สมบัติ ปกครองราชอาณาจักร นอกจากนี้ อาจเป็นไปได้ถึงพระราชศรัทธาส่วนพระองค์ที่มีต่อวรรณคดีสำคัญเรื่องนี้ จึงต้องการสื่อออกมาให้ประชาชนได้รับรู้ และเข้าใจได้โดยง่าย โดยสือ่ผ่านภาพจิตรกรรมที่สวยงาม

ข้าพเจ้าจะข้ามเรื่องเกี่ยวกับพระราชกำหนดว่าด้วยศีลสิกขาไป เนื่องจากเป็นเรื่องเกี่ยวกับการกำหนด กฎหมายว่าด้วยข้อวัตรปฏิบัติทางธรรมวินัยของพระสงฆ์ ซึ่งพระองค์ได้โปรดให้ตราขึ้น และกำหนดใช้ในสมัยนั้นสมัยเดียวเท่านั้น และด้วยเห็นว่า เป็นเรื่องของคณะสงฆ์ ข้าพเจ้าต้องการเสนอเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับประชาชนคนทั่วไปเท่านั้น



การสะท้อนอุปนิสัยใฝ่ธรรมะของสมเด็จพระเจ้าตากสิน การแสดงออกถึงพระปรีชาญาณที่ทรงภูมิธรรมชั้นสูงของพระองค์ ปรากฏอยู่ในบทพระราชนิพนธ์เรื่อง รามเกียรติ์ที่พระองค์ทรงพระนิพนธ์ขึ้นในรัชสมัยนี้ ซึ่งแฝงไว้ด้วยหลักธรรมอันเป็นข้อเตือนสติ ดังปรากฏในบทพระราชนิพนธ์รามเกียรติ์ตอนที่นางมณโฑปลอบทศกรรฐ์ ที่ผิดหวังจากท้าวมาลีวราชที่ท่านไม่ยอมเข้าข้างด้วย ความดังนี้



พระจอมเกศแก้วของเมีย.... ...ปละอาสวะเสียอย่าหม่นไหม้
แม้จิตไม่พิทราลัย.... ............ถีนะมิทธะภัยมีมา
อันซึ่งความทุกข์ความร้อน..... ตัวนิวรณ์วิจิกิจฉา
อกุศลปนปลอมเข้ามา ...........พาอุธัจจะให้เป็นไป
ประการหนึ่งแม้นมีเหตุ ...........เวทนาพาลงหมกไหม้
ฝ่ายซึ่งการแพ้ชนะไสร้.......... สุดแต่ได้สร้างสมมา
ถึงกระนั้นก็อันประเวณี ..........ให้มีความเพียรจงหนักหนา

กอปมนตร์ดลทั้งอวิญญาณ .....สัจจะสัจจาปลงไป

การสะท้อนบุคลิกของพระองค์ผ่านบทประพันธ์ อันแสดงถึงพระปรีชาสามารถของพรองค์ ไม่ว่าจะเป็นคติธรรมที่แฝงมาในบทพระราชนิพนธ์รามเกียรติ์ ข้อคิดเตือนสติให้รู้จักสิ่งดี สิ่งไม่ดี เหล่านี้ล้วนเป็นสื่อผ่านถึงประชาชนของพระองค์ให้ประกอบแต่คุณงามความดี เชื่อในหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนในยามที่บ้านเมืองกำลังอยู่ในระยะตั้งตัว การเกิดสันติสุขในสังคม ย่อมนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง.....................!!!



วันนี้ บ้านนี้เมืองนี้กำลังเกิดกลียุค ความสงบเรียบร้อยหายไป ถึงแม้จะศิวิไลซ์ ก้าวทันโลก อยู่ในยุคโลกไร้พรมแดน โลกาภิวัฒน์ แล้วก็ตาม

ถามว่า???เรายังต้องการศาสนาไว้เพื่อยึดเหนี่ยว ชำระล้างจิตใจ ให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขอีกหรือไม่????  หลายคนจึงเมินเฉยต่อการเกรงกลัวต่อบาป ละอายต่อการทำชั่ว ทำอะไรตามใจตน

หรือ

เรายังต้องการศาสนา เพื่อเป็นเครื่องปลอบประโลมใจ เพื่อเป็นแกนยึดเหนี่ยวสังคมให้เหนี่ยวแน่น ในภาวะที่การบ้านการเมืองสั่นคลอนอย่างรุนแรงเช่นนี้

และ

ตอนนี้ ณ เวลานี้ เราจะยังสามารถใช้ศาสนา เพื่อกำหนดจริยธรรมคนไทยได้อีกหรือไม่ วานผู้รู้ช่วยตอบที

สตรีใด ไร้ศีล ก็สิ้นสวย
บุรุษด้วย ไร้ศีล ก็สิ้นศรี
สมณะ ไร้ศีล ก็สิ้นดี
คนมั่งมี ไร้ศีล ก็สิ้นงาม (จากหนังสือ บันทึกนี้ มอบแด่ ลูกผู้ชาย)

เรื่องโดย : วนา

ภาพจาก สมุดภาพไตรภูมิ และ จิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์รอบวัดพระแก้ว

ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะชม

แหล่งอ้างอิงทางประวัติศาสตร์

พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับ พัน จันทนุมาศ (เจิม)

จดหมายเหตุบาดหลวงฝรั่งเศสสมัยกรุงธนบุรี

พระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

และ หนังสือ บันทึกนี้ มอบแด่ลูกผู้ชาย (ท่านพุทธทาสภิกขุ)

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ธมกร วันที่ : 16/07/2008 เวลา : 16.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krugarn

การสะท้อนบุคลิกของพระองค์ผ่านบทประพันธ์ อันแสดงถึงพระปรีชาสามารถของพรองค์ ไม่ว่าจะเป็นคติธรรมที่แฝงมาในบทพระราชนิพนธ์รามเกียรติ์ ข้อคิดเตือนสติให้รู้จักสิ่งดี สิ่งไม่ดี เหล่านี้ล้วนเป็นสื่อผ่านถึงประชาชนของพระองค์ให้ประกอบแต่คุณงามความดี เชื่อในหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนในยามที่บ้านเมืองกำลังอยู่ในระยะตั้งตัว การเกิดสันติสุขในสังคม ย่อมนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง

สำหรับกรณีสวรรคต
พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับพัน จันทนุมาศ (เจิม) บันทึกไว้ว่า

" ณ วัน ๗ เดือน ๕ แรม ๙ ค่ำ เวลาเช้า ๒ โมง เสด็จพระราชดำเนินทัพมาจากเสียมราบ ประทับ ณ พลับพลา หน้าวัดโพธาราม ฝ่ายข้าทูลละอองฯ ผู้ใหญ่ผู้น้อยพร้อมกันไปเชิญเสด็จลงเรือพระที่นั่ง ข้ามมาพระราชวัง สถิต ณ ศาลาลูกขุน มีหมู่พฤฒามาตย์ราชสกุลกวีมุขเฝ้าพร้อมกัน จึงมีพระราชบริหารดำรัสปรึกษาว่า เมื่อพระเจ้าแผ่นดินอาสัจละสุจริตธรรมเสีย ประพฤติการทุจริตฉะนี้ ก็เห็นว่าเป็นเสี้ยนหนามหลักตออันใหญ่ในแผ่นดิน จะละไว้มิได้ ขอให้ปริวัตรออกประหารเสีย ฝ่ายทแกล้ว ทหารทั้งปวงมีใจเจ็บแค้นเป็นอันมาก ก็นำเอาพระเจ้าแผ่นดินและพวกโจทย์ทั้งปวงนั้นไปสำเร็จ ณ ป้อมท้ายเมืองในทันใดนั้น"

*******
ข้อความตอนนี้ ดูเหมือนความจะกระโดดนะ "วนา"
ลองตรวจสอบดูอีกที

"ครูกานท์"
แวะมาเป็นกำลังใจนักเดินทางสู่รุ่งอรุณแห่งความงอกงาม

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
daddynop วันที่ : 16/07/2008 เวลา : 00.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/daddynop
    ชีวิต..บน..โลก..ทาง..ผ่าน    


ผมก็กะว่าจะไม่เขียนเรื่องการเมืองเหมือนกันครับ..........แต่มันอดไม่ได้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน