*/
  • วนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : noi_build@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 117
  • จำนวนผู้ชม : 343105
  • จำนวนผู้โหวต : 119
  • ส่ง msg :
  • โหวต 119 คน
เพลงโปรด

เทียนน้อย โดยวง ฆราวาส

View All
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 23 กรกฎาคม 2551
Posted by วนา , ผู้อ่าน : 6619 , 10:35:40 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ลพบุรีเป็นเมืองโบราณเก่าแก่ ที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน  จากสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสม มีความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ ทำให้บริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตข้าวขนาดใหญ่ โดยไม่ต้องอาศัยชลประทานมากนัก เพราะความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่จากการได้รับตะกอนจากแม่น้ำใหญ่ถึง 3 สายด้วยกัน คือ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำป่าสัก ลพบุรี

ลพบุรีเคยเป็นที่ตั้งของศูนย์อำนาจทางการเมืองและวัฒนธรรมในสมัยโบราณ ได้แก่ พม่า (เส้นทางเดินบกจากเมืองทวายผ่านด่านเจดีย์สามองค์มาตามลำน้ำกาญจนบุรี) เขมร (เส้นทางผ่านแม่น้ำปราจีนบุรีและอรัญประเทศไปสู่ทะเลสาบใหญ่) ทำให้ลพบุรีกลายเป็นจุดเชื่อมต่อทางการเมืองและวัฒนธรรมที่สำคัญ ซึ่งมีผลต่อการค้า การทำสงคราม การรับและเผยแพร่อารยธรรม ตลอดจนการอพยพของประชากร ดังที่ปรากฏให้เห็นในประวัติศาสตร์ของลพบุรีในแต่ละยุคสมัย

เมื่อพูดถึงลพบุรี...........ส่วนใหญ่เราจะนึกถึงอะไรกันบ้าง???

เจี๊ยก เจี๊ยก..............ลิง!!!!

พระปรางค์สามยอด!!!

วัดพระศรีมหาธาตุ!!!

พระนารายณ์ราชนิเวศน์!!!

และ.......????

ร่องรอยของหลักฐานทางโบราณคดีบอกเราว่า ลพบุรีเป็นดินแดนที่มีผู้คนอาศัยอยู่ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ตั้งแต่สมัยหินกลาง และยุคโลหะ มาจนถึงยุคแห่งความเจริญรุ่งเรืองทางพุทธศาสนาอย่างทวารวดี ก็พบว่า ลพบุรี ละโว้ หรือ ลวปุระ เจริญรุ่งเรือง ถึง ขนาดว่าเป็น 1 ใน 3 ของศูนย์กลางอาณาจักรทวารวดีเลยทีเดียว เนื่องจากพบว่า เป็นเมืองขนาดใหญ่ และพบโบราณสถานและโบราณวัตถุจำนวนมาก

เมืองลพบุรีในช่วงวัฒนธรรมทวารวดี เป็นยุคที่รุ่งเรืองมาก จากหลักฐานที่พบสมัยต่าง ๆ ที่มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 ที่ชี้ให้เห็นว่า เมืองลพบุรีมีความมั่งคั่งทางพุทธศาสนา  อย่างเช่น เสาแปดเหลี่ยมที่ถูกพบที่ซับจำปา มีจารึกคาถาบาลีต่าง ๆ เช่น คาถาเยธัมมา ชิ้นส่วนของธรรมจักร รวมทั้งพระพุทธรูปที่มีลักษณะร่วมแบบทวารวดีอีกด้วย

จากแหล่งโบราณสถานสำคัญอย่างปรางค์สามยอด ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า ลพบุรี หรือละโว้นั้น ได้รับอิทธิพลจากขอมมามิใช่น้อ

พระปรางค์สามยอด ที่จริงควรจะเรียกว่า ปราสาทสามยอดถึงจะถูกต้อง ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าหิน อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นสมัยศิลปะลพบุรีราวพุทธศตวรรษที่ 18 ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่ขอมมีอิทธิพลในเมืองลพบุรี เข้าใจว่าแต่เดิมคงสร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานรูปเคารพในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน ซึ่งศาสตราจารย์ม.จ.สุภัทรดิศ  ดิศกุล ทรงนิพนธ์ไว้ว่า ปราสาทองค์กลางนั้น ประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรก ด้านทิศเหนือ ประดิษฐานรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ทิศใต้ ประดิษฐานรูปนางปรัชญาปารมิตา แต่ต่อมาถูกดัดแปลงเป็นเทวสถานและประดิษฐานศิวลึงค์เป็นรูปเคารพแทน

 

ลักษณะของปรางค์สามยอด เป็นปรางค์ 3 องค์ที่เรียงต่อกันโดยมีมุขเชื่อมต่อกันทั้ง 3 องค์ องค์กลางสูง 15 เมตร ส่วนองค์ทางเหนือและใต้ต่ำกว่าเล็กน้อย รูปทรงค่อนข้างป้อมเตี้ย ไม่สูงชะลูดเหมือนพระปรางค์รุ่นหลังของไทย ใช้ศิลาในการก่อสร้าง

ศาสตราจารย์ฌอง บวสเซอลิเยร์ ได้กล่าวถึงการสร้างพระปรางค์สามยอดว่า เป็นสถาปัตยกรรมที่เป็นแบบขอมอย่างแท้จริง แม้ว่าจะมีลักษระบางประการที่ไม่เหมือนที่อื่น แต่คงมีศาสนสถานที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่มีลักษณะการเชื่อมปราสาททั้ง 3 หลังต่อกันแบบนี้ พระปรางค์สามยอดเป็นสถาปัตยกรรมแบบบายนที่ปรากฏซึ่งรอยปูนปั้นแบบบายน แม้ว่าจะผ่านการซ่อมในสมัยอยุธยาถึง 2 ครั้ง

 

ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงโปรดให้ดัดแปลงที่นี่เป็นเขตพุทธาวาส ทรงซ่อมแซมพระปรางค์ที่ชำรุดหักพังและอัญเชิญพระพุทธรูปศิลาขนาดใหญ่มาประดิษฐานภายในพระปรางค์ นอกจากนี้ยังโปรดให้สร้างพระอุโบสถทางด้านทิศตะวันออกอีกด้วย...หลักจากนั้น พระปรางค์สามยอด ไมได้รับการซ่อมแซมอีกจนกระทั่งสมัยรัตนโกสินทร์

 

 

จากโบราณสถานแล้ว แวะมาดูศาสนสถานกันบ้างค่

 

จากการเข้ามาของพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ ซึ่งสันนิษฐานว่า หลังจากพระเจ้าปรากรมพาหุที่ 1 (พ.ศ. 1693-1728) ของลังกาทรงอัปถัมภ์คณะสงฆ์สำนักมหาวิหารให้สังคายนาพระไตรปิฎกจนลัทธิเถรวาทรุ่งเรืองขึ้นแล้ว พุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ก็แพร่หลายมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพระภิกษุที่เดินทางไปบวชและกลับมาเผยแพร่ศาสนา พระอโสมทัสสีจากสุโขทัยไปเรียนเอาพระไตรปิฎกที่เมืองพัน (เมาะตะมะ) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของลัทธิลังกาวงศ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้วนำมาเผยแพร่ในอโยธยาซึ่งก็คงมาถึงเมืองละโว้ด้วย (อ้างจาก ตำนานมูลศาสนา)

 

 

ซึ่งเป็นลัทธิที่เข้าถึงสามัญชนผิดกับศาสนาพราหมณ์และพุทธศาสนาแบบมหายาน ซึ่งเป็นศาสนาของราชสำนัก จึงทำให้ลัทธิลังกาวงศ์เป็นที่นิยมทั้งในระดับกษัตริย์ ราชวงศ์ ขุนนางและประชาชนทั่วไป การนับถือศาสนาจึงเปลี่ยนไปจากพราหมณ์ฮินดูและพุทธแบบมหายานที่ได้รับอิทธิพลจากขอม เป็นพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ หรือ เถรวาท แทน ซึ่งมีผลทำให้งานศิลปกรรมของละโว้ในช่วงนี้เปลี่ยนไป ดังเห็นได้จากสถาปัตยกรรม ซึ่งจะมีการสร้างสถูปวิหารแทนเทวาลัยหรือปราสาทหิน ประติมากรรมที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงนี้มีลักษณะที่เรียกว่า "ศิลปะแบบอุ่ทอง" ดังจะเห็นได้จาก ปรางค์ประธานวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ซึ่งเป็นศิลปะอู่ทองพุทธศตวรรษที่ 19-20 ทรวดทรงนั้นยังล่ำสั้นใกล้เคียงกับปราสาทของขอม แต่สูงโปร่งกว่า

 

ปรางค์ประธานวัดพระศรีมหาธาตุ

 

องค์ปรางค์ก่อด้วยศิลาแลง ใช้เทคนิคขัดก้อนแลงจนเรียบ เรียงทับไปทั้งองค์โดยไม่สอปูน ฐานของปรางค์ประธานเป็นฐานบัวลูกฟักซ้อนกัน 3 ฐาน เพิ่มเก็จทำให้เกิดมุมเพิ่มขึ้นเป็นจรนำทิศของเรือนธาตุและตรีมุขด้านหน้าทางด้านทิศตะวันออก..............ลักษณะขององค์ปรางค์และลวดลายประดับที่เสือบเนื่องจากเขมร ศาสตราจารย์ฌอง บวสเซอร์ลิเยร์ จึงสันนิษฐานว่าคงสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 18-19 และเป็นต้นเค้าของปรางค์ในสมัยต่อมา

 

ลายเฟื่องอุบะ

 

ศาสตราจารย์สันติ  เล็กสุขุม ได้ศึกษาวิวัฒนาการของชั้นประดับลวดลายและลวดลายสมัยอยุธยาตอนต้น และพบว่า ลวดลายที่ประดับที่พระปรงค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุนี้ มีความสัมพันธ์กับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุจ.ราชบุรี ซึ่งควรมีอายุราวสมัยแรกสถาปนาอาณาจักรอยุธยา (พ.ศ. 1893) เลยทีเดียวค่ะ

 

ลายกรุยเชิง

แลเห็นปริมาตรที่เด่นชัด ซึ่งเคยมีรูปบุคคลขี่พาหนะอยู่กรอบลายกรุยเชิง ปัจจุบันร่วงหลุดเกือบหมดแล้ว

 

วิหารหลวง

 

เป็นอาคารผังสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง 12 เมตร ยาว 48 เมตร อยู่ด้านหน้าของปรางค์ประธาน ส่วนท้ายวิหารยื่นล้ำเข้ามาในระเบียงคดที่ล้อมรอบปรางค์ประนไว้และมีอุโบสถตั้งอยู่ด้านหลังของปรางค์ประธาน ลักษณะแผนผังดังกล่าว มีความสอดคล้องกับวัดที่ถูกสร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น  ภายในมีแท่นประดิษฐานของพระพุทธรูป

 

 

รูปแบบของวิหารที่ปรากฏในปัจจุบันแสดงถึงการบูรณะในสมัยอยุยาตอนปลาย เช่น ส่วนของช่องประตู หน้าต่าง รวมถึงการประดับซุ้ม ที่ประตูด้านหน้าวิหาร ลักษณะการเจาะช่องหน้าต่างคล้ายรูปกลีบบัว สามารถเทียบได้กับสิ่งก่อสร้างที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. 2199-2231)

 

 

ปรางค์ยอดกลีบมะเฟือง

 

ตามแผนผังของวัดปรากฏเจดีย์ทรงยอดกลีบมะเฟืองอยู่ 3 องค์ ซึ่งเจดีย์ทรงปรางค์ยอดกลีบมะเฟืองนี้ชี้ให้เห็นวิวัฒนาการของงานช่างไทย คือ การพัฒนาส่วนยอดของเจดีย์ทรงปรางค์ จากเคยสร้างเป็นชั้นซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไปประดับด้วยกลีบขนุน ตามแบบของปราสาทขอม มาเป็นปรางค์ที่ทำยอดเฟืองหรือเป็นกลีบพับเล็ก ๆ ในฐานกลมคล้ายกลีบมะเฟืองสอบขึ้นไปหาส่วนยอด ส่วนฐานของกลีบมะเฟืองแต่ละกลีบประดับด้วยปูนปั้นเป็นรูปเทพพนม

 

ลายปูนปั้นทางซ้ายมือสีออกดำ ๆ เป็นลวดลายดั้งเดิม...ส่วนทางขวาเมืองนี้เป็นลวดลายที่ถูกซ่อมสร้างใหม่ค่ะ

ลายปูนปั้นรูปเทพพนมที่ฐานของกลีบ

มะเฟือง

 

รูปทรงดังกล่าว เป็นลักษณะที่พบเฉพาะในบริเวณภาคกลาง ปัจจุบันเหลือหลักฐานเพียง 2 แห่ง คือ เมืองสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท และวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.ลพบุรีค่ะ

วันนี้ขอจบเรื่องราวไว้ที่ปรางค์กลีบมะเฟืองนะคะ เรื่องราวภายในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุยังมีต่อค่ะ (ไว้มาต่อนะคะ)

 

เรื่องและภาพโดย : วนา

 

ขอขอบคุณ ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ศิลปะจาก..

...

- รายงานภาคสนามภาคฤดูร้อน วัดพระศรีรัตนมหาธาตุลพบุรี ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี พ.ศ. 2544

- หวน พินธุพันธ์, ลพบุรีน่ารู้

- สันติ  เล็กสุขุม, ประวัติศาสตร์ศิลปะไทย (ฉบับย่อ) การเริ่มต้นและการสืบเนื่องงานช่างในศาสนา

- ตำนานมูลศาสนา

- เอกสารประกอบการสัมมนา : ศิลปกรรมในจังหวัดลพบุรี ของมหาวิทยาลัยสถาบันราชภัฏสวนดุสิต

ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะชมค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 01/08/2008 เวลา : 11.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO


หวัดดีคุณวนานะครับ...

ห่างหายไปนานทีเดียวสำหรับผม

รับความรู้เรื่องโบราณคดี ประวัติศาสตร์ และศิลปะจากวิหาร ปราสาท แล้ว...ดีครับ...ผมคงต้องเก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อย ๆ ในหลาย ๆ ศาสตร์ที่สัมพันธ์กันเสมอ

ถ้าจะพอทราบบ้างก็เกี่ยวกับแหล่งแร่โบราณนะครับ...ที่ "ลพบุรี" นั้น จัดเป็นดินแดนแห่งภูเขาไฟ และนับว่ามีแร่หลากหลาย ทั้งมีความสำคัญมานมนาน...โดยเฉพาะแร่ทองแดง เหล็กและทองคำ

ก็คงจะเห็นได้...จากการขุดค้นของกรมศิลปากร...ซึ่งบ่งบอกว่าลพบุรีเป็นแหล่งอารยธรรมของชุมชนโบราณสมัยทวาราวดี ยุคโลหะ มีเครื่องมือ เครื่องใช้มากมาย ที่ทำจากแร่เหล่านี้...

เอ่อ..แลกเปลี่ยนแค่นี้ก่อนครับ...ก่อนที่จะกลายเป็นการเขียนเอนทรี่แฝง...

ตามอ่านตอนสองก่อนนะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
วาริท_วิมล วันที่ : 30/07/2008 เวลา : 23.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waritwimol
Right to Respect

ผมละทึ่งจริงๆเวลาไปโบราณสถานอย่างนี้
ทึ่งว่าคนสมัยนั้นเขาแกะสลักหิน สลักดินกันได้สวยยยมากๆ ....ทำได้อย่างไรกัน....

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน