*/
  • วนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : noi_build@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 117
  • จำนวนผู้ชม : 343105
  • จำนวนผู้โหวต : 119
  • ส่ง msg :
  • โหวต 119 คน
เพลงโปรด

เทียนน้อย โดยวง ฆราวาส

View All
<< สิงหาคม 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม 2551
Posted by วนา , ผู้อ่าน : 2692 , 10:14:55 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

มาต่อจากตอนที่แล้วค่ะ

ตอนที่แล้ว ข้าพเจ้าจบเรื่องไว้ที่ ปรางค์กลีบมะเฟือง วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วันนี้ออกจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุแล้ว ก็มาต่อด้วย พระนารายณืราชนิเวศน์ ถ้าจะว่ากันตามประวัติศาสตร์ไทย ก็ต้องถือว่า ลพบุรี เป็นราชธานี (เมืองหลวง)อีกแห่งหนึ่ง เพราะพระมหากษัตริย์ เคยเสด็จประทับและว่าราชการ ณ สถานที่แห่งนี้

ชื่อ พระนารายณ์ราชนิเวศน์นี้ เป็นชื่อที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานเมื่อคราวที่พระองค์โปรดให้ซ่อมแซมบูรณะและสร้างพระที่นั่งบางองค์ขึ้นใหม่ เพื่อ พ.ศ. ๒๓๙๙ ในบริเวณพระราชวังเดิมของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช การที่ได้พระราชทานชื่อเช่นนั้นด้วยเหตุผลที่ว่า เพราะเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชมาก่อนนั่นเองค่ะ

พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญมหาปราสาท

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง นิโคลาส์ แชร์แวส ชาวฝรั่งเศส ผู้เคยเข้าฝ้าสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้บรรยายและสรรเสริญพระราชบุคลิกลักษณะของพระองค์ว่าทรงมีรูปพรรณสันทัด พระอังสาค่อนข้างยกสูง พระพักตร์ยาว พระฉวีคล้ำ ดวงเนตรแจ่มใสเป็นประกาย แสดงถึงพระปรีชาสามารถและพระวรกายโดยส่วนรวมมีลักษระท่าทีที่แสดงความเป็นผู้ใหญ่และสง่างาม

จากคำให้การชาวกรุงเก่า บันทึกไว้ว่า เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้ขึ้นครองราชย์ได้แล้ว ๑๐ ปี จึงโปรดให้สร้างพระราชวัง ณ เมืองลพบุรี  ซึ่งสาเหตุแห่งการสร้างพระราชวังแห่งนี้ ก็เพื่อใช้เป็นที่ประทับอีกแห่งนอกไปจากพระราชวังที่ประทับ ณ กรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีข้อสันนิษฐานที่สำคัญว่า ในพ.ศ. ๒๒๐๗ เกิดกรณีพิพาทระหว่างฮอลันดากับไทย ฮอลันดันได้นำเรือปืนปิดปากอ่าวไทย บังคับให้ไทยทำสนธิสัญญาเสยปราบทางการค้า และเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต

สมเด็จพระนารายณ์คงจะทรงเห็นว่ากรุงศรีอยุยาไม่ได้ตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมทางยุทธศาสตร์ คือ ตั้งอยู่ริมแม่น้ไหญ่ไม่ห่างจากทะเลมากนัก มหาอำนาจอาจใช้เรือปืนบุกเข้ามาได้จนถึงเมืองหลวง จึงโปรดให้สร้างพระราชวังที่เมืองลพบุรี ใช้เมืองลพบุรีเป็นราชธานีที่ ๒ ทั้งนี้ เพราะเมืองลพบุรีตั้งอยู่ไกลจากแม่น้ำใหญ่ อยู่บนเนินมีที่ราบลุ่มล้อมรอบ เมื่อน้ำเหนือไหลบ่า น้ำจะท่วมทุ่ฝรอบตัวเมืองนานราว ๖ เดือนในแต่ละปี สภาพภูมิประเทศดังกล่าวจึงเป็นสิ่งกีดขวางข้าศึกผู้รุกรานได้

ช่องหน้าต่างที่ออกรับราชทูตฝรั่งเศส

ภายในพระราชวังมีกำแพงที่มีใบเสมาเช่นเดียวกับกำแพงล้อมรอบพระราชวังแบ่งเนื้อที่พระราชวังเป็นเขตพระราชฐานชั้นนอก เขตพระราชฐานชั้นกลางและเขตพระราชฐานชั้นใน ประตูพระราชวังและประตูทางเข้าพระราชฐานชั้นต่าง ๆ มี ๑๑ ประตู ขนาดและแบบเดียวกัน ลักษณะซุ้มประตูนี้เป็นลักษณะเฉพาะของศิลปกรรมในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช คือช่องประตูทางเข้าโค้งแหลม หลังคาซุ้มประตูเป็นจตุรมุข จั่วซุ้มประตูตกแต่งด้วยลายกระจังปูนนั้น เป็นลายซึ่งมีวิวัฒนาการจากดอกบัวและเป็นลวดลายตกแต่งสถาปัตยกรรมที่นิยมมากในราชสมัยพระนารายณ์มหาราช

ภาพนี้ เป็นภาพแกะสลักจำลองเหตุการณ์เมื่อครั้ง ฝรั่งเศสส่งราชทูตมาเจริญสัมพันธไมตรี ตามธรรมเนียมฝรั่งไม่มีการหมอบกราบ ดังนั้น สมเด็จพระนารายณ์จึงเจาะช่องหน้าต่างให้สูงเหนือขึ้นไปจากพื้นเพื่อออกรับราชทูต ช่องหน้าต่างที่ว่า ดูที่ภาพด้านบนเลยค่ะ

ตึกพระเจ้าเหา

ตึกนี้ตั้งอยู่ริมกำแพงด้านซ้ายสุด ชื่อของตึกซึ่งค่อนข้างแปลกนี้ได้รับการสันนิษฐานถึงที่มากันอย่างกว้างขวาง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสันนิษฐานว่าเป็นภาษาเขมร หมายความว่า เรียกเข้ามาหาหรือเรียกเข้ามาประชุม แต่ถ้ายึดตามบันทึกของชาวฝรั่งเศสเป็นหลักฐานจะพบว่า ตำแนห่งของตึกคือสถานที่ที่เขาระบุว่าเป็นวัด จึงอาจจะเป็นไปได้ว่า ตึกพระเจ้าหาคงเป็นหอพระประจำพระราชวังเมืองลพบุรี เนื่องจากภายในกด้านในสุดยังปรากฏฐานชุกชี ซึ่งคงเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปให้เห็นอยู่

และชื่อพระเจ้าเหาคงเป็นชื่อของพระพุทธรูปสำคัญซึ่งประดิษฐานเป็นประธานอยู่บนฐานชุกชี ซึ่งอาจารย์สันติบอกข้าพเจ้าเล่น ๆ ว่า คำว่าพระเจ้าเหา อาจจะเพี้ยนมาจาก พระเจ้าเฮ้าส์ (House) ก็เป็นได้ เรียกไปเรียกมา เลยเพี้ยนกลายเป็นพระเจ้าเหาแทน เพราะออกเสียงคำว่า เฮ้าส์ลำบาก ซึ่งคำนี้ก็น่าจะแปลว่า บ้านของพระเจ้า หรือวัดนั่นเองค่ะ ซึ่งจะว่าไปแล้ว ก็มีความเป็นไปได้อีกเหมือนกัน เพราะในสมัยของสมเด็จพระนารายณ์ ถือว่าเป็นยุคที่มีการค้าขายกับชาวต่างชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวตะวันตกอย่างมากมาย มีการเผยแผ่ศาสนาอย่างอิสระเสรีและไม่ปิดกั้น.....

ตึกพระเจ้าเหามีความสำคัญอย่างมากในปลายรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมื่อทรงพระประชวรเสด็จออกว่าราชการแผ่นดินไม่ได้แล้ว ทรงปลงราชการแผ่นดินให้สมเด็จพระเพทราชาว่าราชการแทน สมเด็จพระเพทราชาทรงใช้ตึกพระเจ้าเหานี้แหล่ะค่ะ เป็นที่ว่าราชการ และตึกหลังนี้นั่นเองที่สมเด็จพระเพทราชาทรงประกาศในที่ประชุมขุนนางและข้าราชการถึงการยึดอำนาจ

ตึกสิบสองท้องพระคลัง

เป็นหมู่ตึกตั้งอยู่ระหว่างถังเก็บน้ำประปาและตึก ซึ่งใช้เป็นสถานที่ใช้พระราชทานเลี้ยงชาวต่างประเทศ สร้างขึ้นอย่างมีระเบียบด้วยิฐ เป็นตึก ๒ แถว ยาวเรียงชิดติดกัน มีถนนผ่ากลาง

รวมทั้งหมด ๑๒ หลัง เมื่อเดินผ่านบริเวณนั้นจะมีความรู้สึกเหมือนเดินอยู่บนถนนที่มีตึกแถว ๒ ข้างกระหนาบ ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าหมู่ตึกกลุ่มนี้สร้างขึ้นเพื่อประโยชน์อันใด แต่ด้วยเหตุที่มีรูปทรงตันทึบ มีหน้าต่างน้อย และมีลักษณะเหมือนกันทั้งหมด จึงเข้าใจว่าจุดประสงค์ของการก่อสร้างคงจะไม่ใช่เป็นที่พำนัก แต่คงใช้เป็นที่เก็บของ จึงเรียกกันว่า สิบสองท้องพระคลัง

ซึ่งในพระราชพงศาวดารตอนหนึ่งกล่าวว่า ในขณะที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชประชวรหนัก ใกล้สวรรคต ได้โปรดให้เบิกผ้าจากคลังศุภรัตน์ ให้ข้าหลวงใส่บวช คลังศุภรัตน์หมายถึงคลังผ้า ซึ่งอาจจะเป็นคลังหนึ่งในสิบสองท้องพระคลังในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ก็ได้

สิบสองท้องพระคลังในปัจจุบัน หลังคาปรักหักพังเหลือแต่ผนัง มีหน้าต่างและประตูเป็นแบบโค้งแหลม อาคารบางหลังชำรุดทรุดโทรมเหลือแต่ฐาน แต่เท่าที่เหลือให้เห็นเป็นหลักฐาน พอจะทำให้ทราบว่าบริเวณนี้ในอดีตคงเป็นบริเวณที่คึกคักเต็มไปด้วยผู้คนที่นำสินค้ามาขายหรือลำเลียงสินค้าออกไปจำหน่าย

ขอจบตอนที่ ๒ ไว้แค่นี้ก่อนค่ะ ไว้มาต่อตอนหน้าค่ะ

เรื่องและภาพ โดย : วนา

ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ และประวัติศาสตร์ศิลปะ

- คำให้การชาวกรุงเก่า

- หนังสือพระนารายณ์ราชนิเวศน์ กรมศิลปากร

- เอกสารประกอบการสัมมนาเรื่อง "ศิลปกรรมในจังหวัดลพบุรี" โดยสถาบันราชภัฏสวนดุสิต

- สันติ  เล็กสุขุม, ประวัติศาสตร์ศิลปะในประเทศไทย (ฉบับย่อ) การเริ่มต้นและการสืบเนื่องงานช่างในศาสนา

ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะชมค่ะ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
กัสโต้ วันที่ : 11/08/2008 เวลา : 17.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/custo
LIFE IS BEAUTIFUL WHEN YOU WALK SLOWLY

เมืองลพบุรี นั่งรถไฟผ่ายบ่อยๆ แต่ยังไม่เคยไปเที่ยวจริงๆ ซักที ของคุณนะคะที่พาเที่ยวเมืองลพบุรี

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 10/08/2008 เวลา : 20.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

ขอบคุณความรู้เรื่องลพบุรี

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 10.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamline

นั่นสิครับ หลายคนไม่รู้ว่าลพบุรีมีอะไรแบบนี้ด้วย
จำได้ว่าเคยไปตอนเด็กๆ
พระเจ้าเหา มีที่มาแบบนี้เอง

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Jui วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 08.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

ยังไม่เคยไปเที่ยวโบราณสถานที่ลพบุรีเลย
ขอบคุณที่เอามานำเสนอ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BlueHill วันที่ : 01/08/2008 เวลา : 14.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

พระนารายณ์ราชนิเวศน์ มีความสำคัญในแง่ประวัติศาสตร์ แต่คนไปเที่ยวชมศึกษากันยังไม่มากนัก น่าเสียดายครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 01/08/2008 เวลา : 12.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

พระปรางค์งดงามมาก

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 01/08/2008 เวลา : 12.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO


หวัดดีกันต่อนะครับ...หลังอิ่มหนำกับอาหารเที่ยงอันสำราญ

เกี่ยวกับเรื่อง "พระเจ้าเหา" นั้น เพิ่งทราบจริง ๆ นะครับ ว่ามีความเกี่ยวข้องทางประวัติศาสตร์แบบนี้ ยังเคยนั่งสงสัยมานาน ว่าชื่อนี้นั้นมาแต่ใด ??

ผมเล่าให้ฟังถึงเรื่องลูกปัดโบราณดีกว่านะครับ..เพราะมีบางท่านที่เคยไปดูพิพิธภัณฑ์ในเขตจังหวัดลพบุรีมา...และบอกว่าในหลุมศพของคนโบราณในท้องถิ่นนั้น (อายุ 2,000 - 3,500 ปี ??) มีเครื่องประดับพวกสร้อยและกำไลที่ร้อยเป็นลูกปัดสีต่าง ๆ มากมาย

ในทางแร่...ลูกปัดเหล่านั้นมักทำจากแร่ "คาลซิโดนี" (จัดเป็นแร่จำพวกควอตซ์ แต่มีเนื้อเป็นผนึกเนียนละเอียด) เพราะในลพบุรีนั้นมีแหล่งแร่ตัวนี้ ราว 10 - 20 แหล่ง กระจายอยู่ในเขต อ.ชัยบาดาล โคกสำโรง สระโบสถ์

คนโบราณนั้นเก่งครับ...นำแร่เหล่านี้มากลึง เจาะรูเพื่อร้อยทำสร้อย ลูกปัด ตามที่เห็นร่องรอยกระจายอยู่ตามหลุมฝังศพทั่วไป

ถึงปัจจุบัน..ก็รู้สึกว่ายังมีการขุดแร่เหล่านี้มาเจียระไนเป็นชิ้นงาน เช่น หัวแหวนหรือกำไล ขายให้นักท่องเที่ยวอยู่นะครับ

เอ่อ..เขียนได้อีกหนึ่งเอนทรี่ย่อยแล้ว.. พอก่อนนะครับ

ขอบคุณและมีความสุขเสมอนะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ธี_คำภรณ์ วันที่ : 01/08/2008 เวลา : 11.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangdoremon
ชีวิตคือการเรียนรู้ อยู่เพื่อเรียนรู้ชีวิต: กลุ่มเขียนข้าว

คือมรดกอันล้ำค่า
เกินราคาที่ผู้คนจะตั้งขึ้น


.......อ่านแล้วอยากไปเที่ยวบ้างจัง...
...เข้ามาเยี่ยมบ้านครับ...


.........ธี คำภรณ์.......

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
officemom วันที่ : 01/08/2008 เวลา : 10.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/officemom
officemom ชอบเล่าเรื่องสนุกๆ 

เมื่อ 3 ปีมาแล้ว เคยพาแม่ไปเที่ยว
กับขบวนรถไฟ รายการ "สิงหาพาแม่เที่ยว"
ได้นั่งรถรางชมเมือง

ร้อนสุดๆ แต่ก็สนุกดีค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน