*/
  • วนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : noi_build@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 117
  • จำนวนผู้ชม : 343105
  • จำนวนผู้โหวต : 119
  • ส่ง msg :
  • โหวต 119 คน
เพลงโปรด

เทียนน้อย โดยวง ฆราวาส

View All
<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 5 กันยายน 2551
Posted by วนา , ผู้อ่าน : 3843 , 11:14:30 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

มาต่อจากตอนที่แล้วนะคะ...จากบุรีรัมย์..เหล่าอาจารย์และลูกศิษย์มัคคุเทศก์ทั้งมืออาชีพและ มือสมัครเล่น (อย่างข้าพเจ้าเป็นต้น) พวกเราก็ย้อนกลับมาที่ เมืองโคราชกันค่ะ

แหล่งรองสุดท้ายที่เราติดตามอาจารย์มาเที่ยวชม+หาความรู้กันนั้น คือปราสาทหินพิมายนั่นเองค่ะ...แรกก้าวผ่านเข้าไปยังบริเวณตัวปราสาท ซึ่งถึงแม้ตัวปราสาทยังขาวโพลนด้วยฝีมือการราดวิกซอลของเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร อยู่บ้าง แต่ร่องรอยของคราบไลค่าที่ตามมาเกาะติดให้เกิดคราบดำ...ก็ทำให้เสน่ห์ของปราสาทหินพิมายกลับคืนมาพอให้ชื่นใจได้บ้างค่ะ...!!!

ปราสาทหินพิมายนั้น จัดเป็นศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ชื่อของ "พิมาย" มาจาก "วิมาย" ที่ปรากฏในจารึกที่กรอบประตูปราสาทว่า "กมรเตงชคตวิมาย" และ "พิมาย" เป็นชื่อของเมืองโบราณที่ปรากฏในศิลาจารึกมาแล้วตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๒ กล่าวถึงเมือง "วิมายะปุระ" เป็นต้น

ดังนั้น ปราสาทหินพิมายและเมืองพิมายจึงเป็นเมืองศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญในช่วงระยะเวลาหนึ่งของศิลปะขอมที่พบในดินแดนไทยเลยทีเดียวค่ะ

หลักฐานการก่อสร้างปราสาทหินพิมายนี้ปรากฏในจารึกที่กรอบประตูโคปุระด้านหน้า ระบุ พ.ศ. ๑๖๕๑ ซึ่งตรงกับสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๖ (พ.ศ. ๑๖๕๑-๑๖๕๕) ผู้สถาปนาขึ้นครองเขมรสูง (ในเขตภาคอีสานล่าง) ในขณะที่เขมรต่ำกำลังวุ่นวายและทรงเป็นผู้ที่อุปถัมภ์ศาสนาพุทธมหายาน

องค์ประกอบของปราสาทหินพิมายประกอบด้วย

ประตูเมืองและกำแพงเมือง เนื่องจากปราสาทหินพิมายเป็นศาสนสถานศูนย์กลางของเมืองพิมาย ดังนั้น จึงมีกำแพงเมือง คูน้ำและคันดินล้อมรอบ ที่กำแพงเมืองแต่ละด้านประกอบด้วย ประตูทางเข้า

 

กำแพงและซุ้มประตูทางเข้าปราสาท (โคปุระ) มีด้วยกัน ๒ ชั้น ถัดจากประตูเมืองเข้าไปจึงเป็นกำแพงของปราสาท ที่ล้อมรอบศาสนสถานชั้นนอก ระหว่างทางเดินเข้าไปนั้น มีอาคารที่เรียกว่า ธรรมศาลา (ที่พักคนเดินทาง) และสะพานนาคปรากฏอยู่

การสร้างสะพานนาคนี้ เป็นคติ เรื่องสะพานสายรุ้ง เนื่องจากความเชื่อที่ว่า นาคนั้น สามารถเดินทางไปได้ใน ๓ โลก ดังนั้น สะพานนาคจึงเป็นตัวแทนสะพานสายรุ้ง และเป็นการจำลองสวรรค์นั่นเองค่ะ

แล้วจึงเข้าสู่ประตูทางเข้าที่เรียกว่า โคปุระ ที่มีทั้ง ๔ ด้าน บริเวณนี้มีหอ บรรณาลัย ตั้งอยู่ระหว่างทาง ๒ หลัง ถัดจากชั้นนอกจึงเข้าสู่กำแพงชั้นใน ที่มีโคปุระทั้ง ๔ ด้าน เช่นเดียวกัน เมื่อผ่านกำแพงชั้นในจึงเข้าสู่บริเวณปราสาทประธาน

ปราสาทประธาน  ประกอบด้วยปราสาทประธานและปราสาทด้านหน้า ๓ หลัง ได้แก่ ปรางพรมทัต หอพราหมณ์ และปราสาทหินแดง ซึ่ง ๓ หลังนี้สร้างขึ้นภายหลังในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗

รูปแบบของปราสาทประธานประกอบด้วย อาคารทรงปราสาทที่ตั้งอยู่บนฐานบัวเตี้ย ๆ ๒ ฐานรองรับส่วนกลางที่เป็นเรือนธาตุ ส่วนยอดเป็นหลังคาทรงปราสาทแบบเรือนชั้นซ้อนกัน ๕ ชั้น

แต่ละชั้นประดับด้วยบรรพ์แถลงที่มีรูปจำลองของปราสาทประดับด้วยบรรพ์แถลงที่มีรูปจำลองของปราสาทประดับที่มุม นิยมเรียกว่ากลีบขนุน ส่วนที่ประดับด้านเรียกบรรพแถลง ส่วนยอดเป็นทรงกลมคล้ายหม้อน้ำ หรืออมรกะ

รูปแบบพิเศษของชั้นหลังคาปราสาทหินพิมายคือการเปลี่ยนจากการประดับปราสาทจำลองในแต่ละชันมาเป็นบรรพ์แถลงที่อยู่ในรูปทรงสามเหลี่ยมที่นิยมเรียกว่ากลีบขนุนนี้เอง ทำให้ชั้นหลังคาเกิดเป็นทรงพุ่มอันเป็นวิวัฒนาการสำคัญทางด้านรูปแบบปราสาทขอมและเชื่อว่าเกิดขึ้นก่อนในดินแดนไทยเช่นที่ปราสาทหินพิมายและพนมรุ้ง และได้ให้อิทธิพลไปยังปราสาทนครวัดในเขมร

ปราสาทหินพิมายนั้น สร้างด้วยศิลาทราย ดังนั้น จึงสามารถสลักรายละเอียดของลวดลายต่าง ๆ ลงบนเนื้อวัสดุของสถาปัตยกรรมได้โดยตรง

ภาพเล่าเรื่องบนทับหลังและหน้าบัน

ภาพเล่าเรื่องที่ปรากฏมากที่สุดได้แก่ รามายณะ (รามเกียรติ์) ตอนสำคัญ เช่น พระรามพระลักษณ์ต้องศรนาคบาต การรบระหว่างยักษ์กับลิง พระรามจองถนน และท้าวมาลีวราชว่าความ ดังรูปด้านล่างค่ะ

ทับหลังชิ้นนี้ประดับอยู่ที่ด้านทิศตะวันตกของครรภคฤหะแสดงรูปเล่าเรื่องตอนพระรามและพระลักษณ์ต้องศรนาคบาศ โดยอาจจะสังเกตไว่ที่บริเวณขอบล่างของหน้าบันแสดงรูปครุฑที่เหาะมาช่วยกษัตริย์ทั้งสองพระองค์

หรืออย่างภาพเล่าเรื่องเทพเจ้าในศาสนา อย่างเช่นเรื่องของพระวัชรสัตว์คือ พระโพธิสัตว์ที่ได้รับยกยอ่งว่ามีฐานะเสมือนพระพุทธเจ้า และเรื่องไตรโลกยวิชัยผู้กำจัดความโลภ โกรธ หลง

ซึ่งบริเวณทับหลังชั้นใน ซึ่งอยู่โดยรอบครรภคฤหะและอันตราละ อันเป็นส่วนพื้นที่สำคัญของศาสนสถานซึ่งเป็นภาพเรื่องราวในพุทธศาสนามหายานแบบตันตระ ดังภาพตัวอย่างด้านล่างนี้ ซึ่งเป็นภาพพระวัชรสัตว์อันเป็นพระโพธิสัตว์องค์สำคัญในลัทธิตันตระ ดังนั้น ปราสาทแห่งนี้ จึงสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศาสนาแบบตันตระยาน

อันเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า ปราสาทหินพิมายนี้ สร้างขึ้นเพื่อศาสนาพุทธแบบมหายานค่ะ

ภาพนี้เป็นประติมากรรมที่สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ในศิลปะแบบบายน แสดงให้เห็นถึงการใช้งานที่ต่อเนื่องของปราสาทพิมายจนถึงช่วงพุทธศตวรรษดังกล่าว อันเป็นประติมากรรมรูปบุคคลเพศชาย พบในปรางค์พรหมทัต เชื่อว่าเป็นรูปเหมือนของ "พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗" มหาราชองค์สุดท้ายของราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งมีการค้นพบอยู่หลายชิ้นทั้งในเขตประเทศกัมพูชาและประเทศไทยปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงพระราชอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์ โดยในส่วนของปราสาทหินพิมายนั้น มีตำนานกล่าวว่า ประติมากรรมรูปนี้หมายถึง "ท้าวพรหมทัต" ค่ะ

"วนา" ขอจบเรื่องราวของปราสาทหินพิมาย...โบราณสถานสำคัญ ของประตูสู่อีสาน "นครราชสีมา" ไว้ที่ภาพนี้นะคะ

คืนก่อนหน้าที่จะมาปราสาทพิมาย ฝนตกอย่างหนัก ดังที่ท่านได้เห็นภาพน้ำท่วมปราสาทหินพนมรุ้งเมื่อเอนทรีที่แล้ว.... ท้องฟ้าที่ปราสาทพิมาย จึงสวยดั่งที่เห็นนี้แหล่ะค่ะ

หลายคนเคยตั้งคำถามว่า ทำไม??? ฟ้าหลังฝน ถึงได้สดสวยนัก!!!...คำตอบคงเป็นเพราะว่า น้ำฝน ได้ชะล้างฝุ่นละอองสิ่งสกปรก ที่ตลบอบอวลอยู่ในอากาศให้หมดสิ้นไป...ความพร่ามัวของภาพจึงชัดเจนสดใสหลังฝนตกเสมอ...ท่านว่าจริงมั๊ย!!!

มีความสุขทุกรอยเท้าที่ก้าวเดินค่ะ...พบกับตอนจบคราวหน้านะคะ

ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะชมค่ะ

เรื่องและภาพ โดย วนา

ขอขอบคุณ แหล่งอ้างอิงทางประวัติศาสตร์และประวัติศาสตร์ศิลปะ

- ศิลปากร, กรม. นำชมอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย

- สุภัทรดิศ  ดิศกุล. ศิลปะขอม

- สันติ  เล็กสุขุม. ประวัติศาสตร์ศิลปะไทย (ฉบับย่อ) : การเริ่มต้นและการสืบเนื่องงานช่างในศาสนา

- เอกสารประกอบการสัมมนาเรื่อง โครงการมัคคุเทศก์กับโบราณสถาน โดยภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
วาริท_วิมล วันที่ : 07/09/2008 เวลา : 15.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waritwimol
Right to Respect

แวะมาเยี่ยมครับ หลังจากหายไป 1 เดือน .....สบายดีนะครับ

ยินดีนะครับ ที่ชีพจรได้ลงเท้าอีกครั้ง พร้อมนำเรื่องดีดีมาเล่าสู่กันฟังเสมอๆๆ
อย่าลืม save เอาไว้ แล้วรวมเล่มบ้างนะครับ เมื่อเราแก่ตัวไป มันคงมีคุณค่ากับจิตใจมากๆทีเดียว

Happy every trip

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 06/09/2008 เวลา : 10.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO

หวัดดีคุณวนาอีกครั้งครับ...

หลายคนเคยตั้งคำถามว่า ทำไม ??? "ฟ้าหลังฝน" ถึงได้สดสวยนัก !!!...คำตอบคงเป็นเพราะว่า "น้ำฝน" ได้ชะล้างฝุ่นละอองสิ่งสกปรก ที่ตลบอบอวลอยู่ในอากาศให้หมดสิ้นไป...ความพร่ามัวของภาพจึงชัดเจนสดใสหลังฝนตก...เสมอ...ท่านว่าจริงมั๊ย....!!!

ทั้งจริงและไม่จริงครับ...ไม่เสมอไป.......ฟ้าหลังฝน และ "คน" ริมสายน้ำปิง ใช่มั้ย ???

ผมของดเว้นที่จะเมนต์ถึง "พิมาย" เพราะ "ผัดหมี่" และ "ส้มตำโคราช"..นั้น...หลายท่านคงเข้าใจกับชื่อเสียงและรสชาติดี

เอาเป็นว่า...ผมลองกลับไปหยิบหนังสือเล่มนั้นแล้ว...เพียงแค่คำนำ...ก็ทำเอาต้องคิดไปไกล

"เป็นเรื่องน่าประหลาดใจยิ่งที่ไทยและกัมพูชา มีทั้งความไม่รู้จัก ความไม่เข้าใจกัน และอคติ" ซึ่งกันและกัน อย่างฝังรากลึก ยากที่จะแก้ไขได้ง่าย ๆ ความสัมพันธ์ของไทยและกัมพูชาเป็นเรื่อง "ทั้งรักทั้งชัง" และทั้ง "เข้าใจผิด ๆ"

ผมเองรู้สึกมานานครับ...กับเรื่อง "พรมแดนประเทศ"...ที่บรรดาเหล่า "ชาติ" นิยม ชอบยกมากล่าวถึง...

ประวัติศาสตร์ที่ถูกเขียนจากความรู้สึกแบบนี้....นับว่าน่ากลัวครับ...เห็นชัด ๆ มาหลายอย่าง....รวมถึงกรณีอพยพมาจากเทือกเขา "อัลไต"

โอ...เพื่อน "ไท" ที่น่ารัก...เราเลือกที่จะเชื่อเส้นเขตแดนที่ฝรั่งมาขีดให้ จุดเชื้อไว้ให้ทะเลาะกันไม่จบสิ้น

อ้อ...วันหลัง..ผมจะนำเสนอแหล่ง "หินทราย" ที่นำมาก่อสร้างปราสาทนะครับ คิดว่าหลายคนอาจจะยังไม่รู้ ว่าจะต้องลากเลื่อนมาไกลเท่าใด กว่าจะก่อได้เป็นตัวปราสาท

ขอบคุณ...คุณวนานะครับ...ขอให้มีความสุขเสมอ...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 12.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO


หวัดดีเที่ยง ๆ ที่ท้องร้องครวญคราง...

เดี๋ยวกลับมาเมนต์ใหม่นะครับ...ขอนำ "ประวัติศาสตร์กัมพูชา" ของ "David Chandler" ไปล้าง-อัด-ฉีด ก่อน...(แค่ปัดฝุ่นคงไม่พอแล้ว )

ขอบคุณ..คุณวนาครับ...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
siampatriot วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 11.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siampatriot
แวะมาเยี่ยมคร๊าบบบบ


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 11.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ตามมาอ่าน แล้วก็ต้องกลับไปอ่านตอนแรก...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน