*/
  • วนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : noi_build@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 117
  • จำนวนผู้ชม : 343402
  • จำนวนผู้โหวต : 119
  • ส่ง msg :
  • โหวต 119 คน
เพลงโปรด

เทียนน้อย โดยวง ฆราวาส

View All
<< พฤศจิกายน 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน 2551
Posted by วนา , ผู้อ่าน : 2654 , 11:39:01 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

5 พ.ย. 51 รถสองแถวสี่ล้อสี่แดง...4 คัน นำพาพวกเรา สี่สิบกว่าชีวิต...ออกเดินทางจากสันป่าตอง จ.เชียงใหม่..มุ่งสู่ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย

รถสี่ล้อแดงที่ว่า............ก็เจ้าสองคันที่ตามหลังมานี่แหล่ะค่ะ

.......ใช่แล้ว....... ”เวียงป่าเป้า”  ดินแดนแห่งขุนเขา สายน้ำ และเรียวไผ่

เราใช้เวลาไม่นานนักจาก สันป่าตอง...มาถึงเวียงป่าเป้า รวม ๆ แล้ว ประมาณ 1 ชม.ครึ่ง ระหว่างทาง ก็ไม่เป็นอันดูวิวทิวทัศน์ข้างทางกันแต่อย่างใดเลย...เพราะมัวแต่เล่นเกมส์ กันมาเกือบตลอดทาง จนกระทั่ง รถเริ่มไต่ขึ้นภูนั่นแหล่ะ พวกเราถึงหยุดนิ่งกันลงได้บ้าง

ข้าพเจ้าจำไม่ได้ว่าเราไต่ขึ้นภูเขามากี่ลูกต่อกี่ลูก รู้แต่ว่า ใช้เวลาอีกเกือบ 1 ชั่วโมง กว่าจะมาถึงหมู่บ้านของจากาเต....เพื่อนของเรา...บ้าน ”ห้วยน้ำริน”

ก่อนหน้าเดินทางมาที่นี่ 1 วัน จะงอร์ เพื่อนลาหู่อีกคนหนึ่ง ได้ไปให้ความรู้กับพวกเรา เรื่องคำต่าง ๆ ในภาษาลาหู่กันบ้างแล้ว ทั้งนี้ เพื่อให้เราได้ใช้สื่อสารกับชาวบ้านที่นั่น...ซึ่งจะว่าไปเกือบทุกคนก็พูดภาษาไทยได้อยู่แล้ว

หมู่บ้านของจากาเต เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ของชนเผ่าบนที่สูง ที่เรียกว่า ลาหู่ ...ลาหู่ก็คือมูเซอ มูเซอ ก็คือ ลาหู่ แต่ชนเผ่าละหู่ ไม่ชอบให้คนพื้นล่างเรียกเขาว่า มูเซอ เขาภูมิใจในความเป็นลาหู่มากกว่า

คำว่า “ลาหู่” แปลความหมายว่า ชนผู้รักอิสระ ปู่จารย์ ซึ่งเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของหมู่บ้านเล่าว่า บรรพบุรุษของเขา อพยพมาจากเมืองจีนและพม่า เมื่อประมาณ 100 กว่าปีมาแล้ว การอพยพนั้น ก็เพื่อหลบหนีการเกณฑ์ทหาร และสงคราม ... ลาหู่ไม่อยากเป็นข้าของใคร อยากปกครองกันเอง และรักสงบ

ชนเผ่าลาหู่ แบ่งออกเป็น

ลาหู่แดง หรือ มูเซอแดง (ที่ข้าพเจ้าต้องใช้คำว่า “มูเซอ” เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน แต่ความจริงแล้ว ไม่อยากใช้ เพราะรู้ว่า พี่น้องชาวลาหู่ไม่ชอบ การใช้คำว่ามูเซอ เรียกลาหู่ ก็เหมือนเราเรียกคนจีนว่า “เจ๊ก” นั่นแหล่ะค่ะ)

ลาหู่บาลา

ลาหู่ปาลี

ลาหู่นะ หรือ ลาหู่นา ก็คือ หมู่บ้าน ห้วยน้ำรินแห่งนี้ นั่นเอง

จะว่าไปแล้ว กลุ่มของข้าพเจ้า ถือว่าโชคดี ที่ได้ผู้นำกลุ่มเป็นถึงปู่จารย์ หรือผู้นำทางจิตวิญญาณ จึงดูเหมือนว่า ข้าพเจ้าและน้อง ๆ จะได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเพื่อนพี่น้องลาหู่ มากกว่ากลุ่มอื่น ๆ ซึ่งก็ถือว่า เป็นเรื่องที่โชคดีมาก

ส่วนเรื่องที่โชคร้ายก็คือ กล้องดิจิตอลของข้าพเจ้าโดนไวรัสเล่นงาน ขณะกำลังจะโหลดภาพเข้าคอมพ์ ทำให้ไม่สามารถจะมองเห็นภาพในกล้องได้ ทั้ง ๆ ที่ไฟล์ภาพยังอยู่....แง!!! ท่านผู้ใดมีความรู้ กรุณาด้วยเถิดค่ะ....ไม่เช่นนั้น “วนา” จะไม่มีภาพสวย ๆ ของพี่น้องชาวลาหู่มาอวดกันมากนัก เพราะต้องอาศัยภาพของคนอื่น ซึ่งก็ถ่ายมาไม่ตรงกับเรื่องราวที่เราอยากจะถ่ายทอด....เลย.....

เมื่อเราขึ้นไปถึง พวกสาว ๆ หนุ่ม ๆ ลาหู่ เขาก็มาต้อนรับกันอย่างอบอุ่นทีเดียวค่ะ แต่ละคนแต่ชุดประจำเผ่ากันงดงามทีเดียว....

 

 

สาว ๆ ลาหู่ น่ารักทีเดียวค่ะ พวกน้อง ๆ เขาค่อนข้างขี้อาย แต่มีน้ำใจเอื้ออาทรเป็นอย่างมากเลยทีเดียว...อย่างไรนั้น “วนา”จะเล่าให้ฟังในตอนต่อไปค่ะ

 

 

 

จุดแรกที่เราไปเยี่ยมชม คือ พิพิธภัณฑ์ของหมู่บ้าน ซึ่งจากาเตเป็นผู้ริเริ่ม (เพื่อนเราเก่งจัง) ซึ่งจะว่าไปแล้ว จากาเตเขาไม่ได้เป็นลาหู่ดั้งเดิมของหมู่บ้านนี้หรอกนะคะ แต่เขาเป็นเขย่ค่ะ...ลาหู่นิยมแต่งเขยเข้าบ้าน คล้าย ๆ คนไทยภาคกลางนั่นแหล่ะค่ะ....ผู้บ่าว ก็ต้องมาเป็นข้า ของบ้านผู้สาว...แต่ของที่นี่เขาถือเอาความสมัครใจนะคะ แต่ส่วนใหญ่ ผู้ชายลาหู่ก็เลือกที่จะมาอยู่ทางบ้านฝ่ายหญิงกันทั้งนั้นแหล่ะค่ะ

จากาเตพาพวกเราเข้าไปในเรือนไม้ไผ่ขนาดย่อมหลังหนึ่ง ซึ่งชาวบ้านบอกว่า จะต้องสร้างใหม่ทุกปี เพราะบ้านไม้ไผ่อายุการใช้งานจะไม่คงทน 1 ปี ก็ต้องเปลี่ยนวัสดุกันแล้ว...และสามารถสร้างเสร็จได้ภายใน 1 วันเช่นกัน

 

จากาเต เคยเอ่ยปากชวนพวกเรา (ข้าพเจ้าและเพื่อน) ให้มาเที่ยวบ้านเขาปีใหม่ (ประมาณเดือนกุมภาพันธ์) เขาจะปลูกบ้านให้ใหม่ 1 หลัง พวกเราตื่นเต้นกันมาก จะได้มีบ้านอยู่ในหมู่บ้านนี้ จนแล้วจนรอด ก็ไม่ว่ามาเที่ยวปีใหม่บ้านจากาเตเสียที ... ปีหน้าต้องไม่พลาดเสียแล้ว ^_^ (อยากได้บ้านใหม่สักหลัง)

 

 

ก็หลังที่เห็นนี่แหล่ะค่ะ...พอบอกว่าต้องเปลี่ยนใหม่ทุกปี พวกเรา จึงต้องค่อย ๆ ผลัดกันขึ้นไปทีละไม่กี่คน เรื่องของเรื่องคือ กลัวบ้านพังค่ะ

 

ในบ้านหลังนี้ ถูกจัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์ของหมู่บ้าน ภายในก็จัดแสดงเครื่องมือ เครื่องไม้ สำหรับการดำรงชีพของชาวลาหู่เขาล่ะค่ะ...ก่อนเข้าไป น้อง ๆ สาว ๆ ชาวลาหู่ ให้จอกพวกเราเป็นของส่วนตัวคนละ 1 จอก ทำจากไม้ไผ่ เมื่อเข้าไปในเรือนพิพิธภัณฑ์แล้ว ก็จะมีผู้เฒ่า นั่งชงชาสมุนไพร รอต้อนรับพวกเราอยู่ภายใน (น่ารักจัง) ที่สำคัญ...ชาอร่อยมาก....

 

 

นี่ล่ะค่ะ จอกชาที่ว่า

 

 

 ส่วนคนนี้ก็พนักงานชงชาค่ะ....ใส่เสื้อชนเผ่าสีน้ำเงินนั่น...คือ จากาเต เพื่อนของเราเองค่ะ...รอต้อนรับพร้อมให้คำแนะนำอยู่ในพิพิธภัณฑ์ ที่จัดสร้างขึ้นมา จากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และพยายามของเขา จากาเต เรียกพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ว่า "Bamboo Museum"

ถึงจากาเต จะไม่ใช่หัวหน้าหมู่บ้าน แต่เขาก็ริเริ่มทำอะไรหลาย ๆ อย่าง เช่น การทำพิพิธภัณฑ์ การทำสารคดีวิถีชีวิตชาวลาหู่ออกเผยแพร่...ซึ่งจากที่ได้ชมมา ข้าพเจ้าต้องขอชื่นชมจากาเตมาก ๆ ว่า ฝีมือการถ่ายทำ และการตัดต่อ พัฒนาขึ้นเยอะมาก จากงานชิ้นแรก ๆ ซึ่งจากาเตบอกว่า ก็ต้องขอขอบคุณหน่วยงานของข้าพเจ้านั่นแหล่ะ ที่ช่วยสนับสนุน ซื้อกล้องถ่ายวีดีโอให้...ข้าพเจ้าแอบชื่นชมชายผู้นี้อย่างมากมาย

จากาเตเล่าว่า ชาวลาหู่ชอบจิบชาคุยกัน...ภายในบ้าน จะมีลานเตาไฟอยู่ด้านใน เหนือเตาไฟจะทำเป็นชั้นลอย สำหรับแขวน ปลาแห้ง หอมกระเทียม และเมล็ดพันธุ์พืชต่าง ๆ

เขาเล่าว่า .... เตาไฟ และกระด้งแขวนด้านบนนั้น ต้องอยู่คู่กันเสมอ ชาวลาหู่เชื่อว่า ของสองสิ่งนี้เปรียบเสมือน พ่อและแม่ เตาไฟนั้นคือแม่ ส่วนกระด้งแขวนนั้นคือพ่อ ซึ่งคือที่เก็บเมล็ดพันธุ์ ที่จะสามารถแตกหน่อออกพันธุ์ ตามที่ต่าง ๆ ได้ 2 สิ่งนี้ต้องอยู่คู่กัน ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้อย่างเด็ดขาด

 

 

เตาไฟนี้คือ.............แม่

ส่วนกระด้งใส่เมล็ดพันธุ์ ซึ่งมักจะต้องอยู่ตรงกันเหนือเตาไฟนี้...คือพ่อ

น่าแปลก ที่มีลานเตาไฟอยู่ในบ้าน....แต่หมู่บ้านลาหู่นี้ ไม่เคยเกิดเพลิงไหม้เลย แม้แต่ครั้งเดียว..

 

.

มาดูส่วนจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์กันบ้างนะคะ

ภายในพิพิธภัณฑ์ ก็จะจัดแสดงภาพถ่ายกิจกรรมต่างๆ ของชาวลาหู่ รวมถึงเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวลาหู่เขาล่ะค่ะ....พิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ แห่งนี้ อบอวลไปด้วยความอบอุ่น...ตามมาดูภาพกันเลยนะคะ

เครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งปัจจุบัน ก็ยังมีใช้กันอยู่บ้าง 

 

เครื่องแต่งกายสมัยก่อน...ปัจจุบัน ลาหู่เลิกใส่สีดำกันแล้ว...และหันมาใส่เสื้อสีดอก ๆ อย่างที่เราเห็นกันตอนต้นนั่นแหล่ะค่ะ...ยังพอมีผู้เฒ่าผู้แก่ ที่ยังคงสวมชุดประจำเผ่าสีดำกันอยู่ค่ะ

ที่หมู่บ้านนี้ เขาเลี้ยงหมูป่าไว้เป็นสัตว์เลี้ยง....เวลาเดินไปทางไหน จะเจอเจ้าพวกนี้เต็มไปหมดเลยค่ะ...แต่เขาเชื่องกันมาก ไม่วิ่งหนี และไม่มีแววตาหวาดระแวงเลยแม้แต่นิดเดียว

เรื่องราวยังมีอีกมากมาย ใน 1 วันที่ “วนา” ได้ไปสัมผัสมา คงต้องค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป เพื่อได้ดื่มด่ำ ซึมซับบรรยากาศอันน่ารัก น่าอบอุ่น ของชนชาวเขาเผ่านี้....และระหว่างที่ “วนา” ยังไม่สามารถกู้ไฟล์รูปภาพได้....จึงขอแบ่งเรื่องราวออกเป็นหลาย ๆ ตอน....เราจะได้รู้จัก ...แล้วท่านจะนึกรัก ชนชาวเขาเผ่านี้กันค่ะ

 

 

มิตรภาพยังคงงดงามเสมอ.............(สาวน้อยชาวฟิลิปปินส์ และเพื่อนหนุ่มตัวน้อยชาวลาหู่)

 

ด้วยความขอบคุณ

 

เรื่อง โดย วนา

ขอขอบคุณภาพสวย ๆ จากกล้องน้องปุ้ยค่ะ

มีความสุขทุกรอยเท้าที่ก้าวเดินค่ะ/วนา

พบกันตอนหน้านะคะ

ขอขอบคุณ เพลง หมู่บ้านดอกไม้บาน

อัลบั้ม ทุ่งแสงตะวัน : พี่เอก พจนาถ พจนาพิทักษ์

 

Track 4 -

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 29/11/2008 เวลา : 01.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO


หวัดดีคุณวนานะครับ

ช้านานกว่าจะเดินทางมาถึง แต่ผมก็มักจะไม่พลาดหรอกนะ

"ลาหู่" คือ "มูเซอ" นั่นเอง ได้ความรู้ใหม่ครับ หลังเคยไปเที่ยวท่องแถวดอยวาวี เวียงป่าเป้า วกเข้าแม่จัน จนล้อสึกไปหลายรอย

ชอบ "Bamboo Museum" จัง น่าชื่นชมต่อการคิดในเชิงอนุรักษ์สิ่งดีดี

อึ้งกับภาพหมูป่า..หาถ่ายไม่ได้ง่าย ๆ นะเนี่ย เชื่อง ๆ พี ๆ แบบนี้

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
กัสโต้ วันที่ : 24/11/2008 เวลา : 21.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/custo
LIFE IS BEAUTIFUL WHEN YOU WALK SLOWLY

คิดถึง รถแดง ที่เชียงใหม่จัง

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
วาริท_วิมล วันที่ : 17/11/2008 เวลา : 16.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waritwimol
Right to Respect

น่ารักมากเลยครับคุณวนา... จะเป็นพระคุณมากนะครับถ้าต่อไปมีทริปอย่างนี้อีกแล้วบอกผมหน่อย เพื่อมีที่ว่างได้ห้อยโหนไปแจมบ้าง ....

ผมชอบที่สุดตรงที่ความศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อ เตาไฟ และกระด้งใส่เมล็ดพันธุ์ เป็นภูมิปัญญาที่อยู่บนพื้นฐานของความนอบน้อมและรู้คุณต่อทั้งธรรมชาติ และสิ่งของที่เป็นสิ่งเกื้อก่อชีวิต...เปรียบเทียบได้อย่างไรว่าเป็นพ่อและแม่ ...ลึกซึ้งจริงๆครับ

ขอบคุณนะครับที่แวะไปเยี่ยมเยียน อยากบอกว่าเอนทรีลาวของคุณวนานี่ผมอ่านหลายครั้งทีเดียว ... เป็นหนึ่งในตัวกระตุ้นให้อยากไป ... ลาวน่ารักนะครับ แต่ผมห่วงอย่างเดียวว่ากลัวจะ balance กันไม่ได้ระหว่าง เงิน กับ ความสุขใจ ของคน .......

ยังบอกกับคนรู้ใจว่า ถ้าไอ้เห้แม้วกลับมาใหญ่เมืองไทยเมื่อไร เราจะหนีไปลาวกันแน่นอน....

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 17/11/2008 เวลา : 12.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

ชีวิตที่น่าสัมผัสแต่หาโอกาสไปไม่ได้สักที

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 17/11/2008 เวลา : 12.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ชอบบ้านห้วยน้ำรินจัง..
บ้านน่ารักเนาะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ร.นครหลวง วันที่ : 17/11/2008 เวลา : 11.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ronnaphong


น่าไปเยือนซักครั้ง..ครับ
วันนี้มาเลียบค่ายไว้กอ่น..

ภาพ เรื่อง..ชอบครับ..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน