*/
  • วนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : noi_build@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 117
  • จำนวนผู้ชม : 343105
  • จำนวนผู้โหวต : 119
  • ส่ง msg :
  • โหวต 119 คน
เพลงโปรด

เทียนน้อย โดยวง ฆราวาส

View All
<< มิถุนายน 2009 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน 2552
Posted by วนา , ผู้อ่าน : 8870 , 15:39:06 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

การเดินทางอันแสนมาราธอนของฉัน ...หยุดลงชั่วคราวที่เมืองนี้  นั่นหมายความว่ามันสิ้นสุดการใช้ทุนก้อนนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า การเดินทางของฉันจะสิ้นสุดลงแต่เพียงเท่านี้...นี่มันเป็นช่วงเวลาพักยกเท่านั้น พักเพื่อให้ฉันให้มีเวลาหายใจ...และแบ่งปันประสบการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ จากการไปพบไปเห็นเพื่อนร่วมโลก ของเรา...ที่เรามิเคยแม้แต่จะสนใจ ในความมีอยู่ของพวกเขาเหล่านั้น

เมื่อข้อกำหนดของงาน...สั่งให้ฉันจำเป็นต้องเดินทางไปทำงานในประเทศต่าง ๆ รอบ ๆ บ้านเรา ฉันยินดีลุยทุกที่...แต่ประเทศที่ฉันอยากไปน้อยที่สุดก็คือฟิลิปปินส์...เพราะประสบการณ์จากครั้งกระโน้น ไม่ทับใจเอาเสียเลย

ดาวาว...หากได้ยินคำนี้ คุณจะนึกถึงอะไร และฉันก็เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะนึกไม่ออก หรือบางคนอาจจะนึกออกแล้ว..????

และหากฉันพูดว่า ดาวาวซิตี้ (Davao City)หล่ะ!! คุณพอจะนึกออกรึยัง ว่ามันอยู่ตรงส่วนไหนของโลกลูกนี้....ฉันเอง เมื่อก่อนนี้ ฉันก็นึกไม่ออกเหมือนกัน หากไม่ได้มาร่วมทำงานกับกลุ่มประเทศอาเซียน ฉันหรือจะรู้ว่า เมืองชื่อแปลก ๆ นี้ อยู่ตรงซีกโลกไหน หรือมีอยู่ เป็นอยู่ ตรงที่ใด???

แล้วถ้าเป็น มินดานาว(Mindanao)หล่ะ อาบูซายาบหล่ะ คุณพอจะนึกออกรึยัง....??? ฉันว่า คุณน่าจะนึกออกกันบ้างแล้วกระมัง

 เมืองดาวาวซิตี้นี้ เป็นส่วนหนึ่งของเกาะมินดานาวนี่แหล่ะค่ะ

เกาะมินดานาวนี้ ทั่วโลกเขาจะรู้จักในฐานะที่มีกลุ่มแบ่งแยกดินแดนอาบูซายาบ ที่ชอบลักพาตัวนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกเป็นว่าเล่นนั่นแหล่ะค่ะ....พอจะนึกออกกันบ้างรึยังคะ

จริง ๆ เขาก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเรามากเท่าไหร่...อยู่ประเทศฟิลิปปินส์นี่เองค่ะ

ดาวาวซิตี้ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเกาะมินดานาวค่ะ เกาะนี้ยังมีเมืองเล็กเมืองน้อยอีกหลายเมืองทีเดียว ประชากรส่วนใหญ่ เป็นชาวพื้นเมืองดั้งเดิม ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และมีบางส่วนนับถือศาสนาคริสต์ค่ะ

ก่อนหน้านั้น เมื่อรู้ว่าได้รับทุนที่จะต้องเดินทางไปทำงานที่นี่ ฉันและเพื่อน ๆ ทีมงาน รู้สึกอยากจะคืนทุนที่ได้มาไปเสีย แล้วไม่ต้องเดินทางไปที่นั่น ด้วยรับรู้ถึงความไม่ปลอดภัยอย่างรุนแรง...แต่ the show must go on!!

…ไม่ใช่....รับเงินเขามาแล้วนี่ ไม่ไปได้อย่างไร...หลังจากรอดตายมาหวุดหวิดจากเพลิงไหม้และรอดคุกรอดตะรางในฐานะเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐบาลพม่าที่มัณฑะเลย์มาแล้ว....ฉันคิดว่า ชีวิต คงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้แล้วแหล่ะ....อยู่ตรงไหนของโลกลูกนี้ ฉันก็มีสิทธิตาย ได้เท่า ๆ กันทุกที่เหมือนกัน

ฉันออกเดินทางจากกรุงเทพฯ แต่เช้าตรู่ เมื่อ 10 กว่าวันที่ผ่านมาแล้ว เพื่อขึ้นเครื่องไปยังมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ เพื่อต่อเครื่องไปลงยังเกาะมินดานาว....ใช้เวลาเดินทาง 1 วันเต็ม ๆ เชียวค่ะ ...เราถึงที่โน่น เป็นเวลาหกโมงเย็นพอดี เมืองดาวาวซิตี้เวลาเร็วกว่าเรา 1 ชั่วโมง...แต่ฉันว่า ถ้าเขาจะเซ็ทเวลาให้เร็วกว่า สัก 2 ชั่วโมงก็ยังไม่น่าเกลียดหรอก เพราะที่โน่น 5 โมงเย็น ก็มืดตึ๊ดตื๋อแล้ว...ทั้ง ๆ ที่เป็นฤดูฝนแท้ ๆ

แน่นอน...เพราะเป็นฤดูฝน...เครื่องบินของสายการบินแห่งชาติฟิลิปปินส์...ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อจะฝ่าพายุฝนให้ถึงฝั่งฝันอย่างปลอดภัย....สามชั่วโมงบนเครื่อง ที่เครื่องหมายรัดเข็มขัดติดอยู่ตลอดเวลา...ทำเอาเพื่อนสาวชาวอังกฤษของฉัน ที่กลัวเครื่องบินเป็นชีวิตจิตใจ เกือบจะช็อคตายเสียก่อน...เธอน่าสงสารมาก

น่าแปลก ที่ฉันไม่รู้สึกอะไรเลย...เย็นชา ตายด้าน ไร้ความรู้สึก มันคงจะเกิดจากความเหนื่อยล้านั่นเอง ไม่รู้จะทำอย่างไร สงสารเพื่อนก็สงสาร เมื่อตัวเองไม่รู้สึกกลัว จึงไม่รู้จะปลอบเพื่อนยังไง ได้แต่บอกว่า หลับตาเสีย.....เราใกล้จะถึงแล้ว

และแล้วเครื่องก็ร่อนลงจอดด้วยความปลอดภัย...ขอยกความดีความชอบให้กัปตันนะคะ...นายแน่มาก

เพราะไปถึงในความมืด...ดาวาวซิตี้ ยิ่งทวีความน่ากลัวมากขึ้นไปอีก....รถโรงแรมมารอรับเราตามสัญญา ถึงโรงแรมโดยสวัสดิภาพ...เรานัดกันว่า พรุ่งนี้จะไปทัวร์ในเมืองกัน...โดยเพื่อนร่วมงานชาวฟิลิปปินส์ของเราที่มีถิ่นกำเนิดจากเกาะแห่งนี้...รับรองความปลอดภัย ด้วยคำสั้น ๆ ว่า คนที่นี่ใจดี...จะเชื่อดีมั๊ยนี่

ตี 5 พระอาทิตย์สาดแสงส่องเข้ามาให้ห้องนอนของฉัน ที่หันหน้าออกไปทางทะเล....ทะเล ยามเช้าวันนี้ สีหม่นหมอง...ด้วยเมฆฝนฉ่ำฟ้า...ฝนยังไม่ตก แต่อากาศมัวซัวไม่น่าไปไหน แม้จะมีแสงแดด แต่เค้าฝนก็ตั้งทะมึน...ตีห้า พระเจ้า....ทำไมมันสว่างโร่อย่างนี้...อย่างที่ฉันบอกไว้ จะตั้งเวลาให้เร็วกว่า สัก 2 ชั่วโมงก็ไม่น่าเกลียดหรอก

ห้องที่ ฉันพัก ก็เจ้าตึกขาว ๆ สองชั้น ซ่อนตัวอยู่หลังดงมะพร้าวนั่นแหล่ะค่ะ

ลุกขึ้นอาบน้ำอาบท่าเตรียมตัวตะลุยเมือง....ครั้งนี้ ฉันซื้อกล้องถ่ายรูปคอมแพ็คเล็ก ๆ ติดตัวไปแทนกล้องตัวใหญ่เทอะทะ...ทำตัวเนียน ไม่ให้ดูเหมือนนักท่องเที่ยวหรือคนต่างถิ่นมากนัก...ได้ผล ....ไม่มีใครพูดกับฉันเป็นภาษาอังกฤษเลยสักคนเดียว....ทุกคนส่งภาษาตากาล็อกใส่ฉันกันถ้วนทั่ว ...เฮ้อ ต้องอธิบายกันเป็นวรรคเป็นเวร กลัวเขาหาว่าดัดจริตจัง...ทำไงได้ ฟังไม่รู้เรื่องนี่หว่า...!!!

จิราร์ด...เพื่อนสาวในร่างหนุ่ม ไกด์กิติมศักดิ์ของเรา...เรียกแท็กซี่ 2 คัน เตรียมตัวไปตะลุยเมืองกัน...เช้านั้นเป็นวันอาทิตย์ เขาจึงพาเราไปโบสถ์คริสต์เป็นแห่งแรก....เมื่อถึงที่โบสถ์ โบสถ์แห่งนี้มีชื่อว่า San Pedro Cathedral ค่ะโอโห !!! คนเยอะมาก เขากำลังทำพิธีทางศาสนากันอยู่ ผู้คนมากมาย ของขายกันคึกคักทีเดียว....เมืองนี้มีสีสันมาก ๆ เลยค่ะ...ทุกอย่างมันดูมีสีสันสดใส ตั้งอกตั้งใจกันมาก ๆ เลยค่ะ...อย่างไรนั้น ไปดูกันต่อเลยนะคะ

โบสถ์ที่นี่รูปทรงแปลกตา คล้าย ๆ โบสถ์คริสต์ผสมกับมัสยิดของมุสลิม...แต่สอบถามได้ความว่า เป็นรูปทรงคล้ายเรือสำเภา...เหตุเพราะที่นี่เป็นเกาะ เป็นเมืองน้ำ จึงสร้างโบสถ์เป็นรูปเรือสำเภา...แต่ฉันว่าอีกเหตุหนึ่งก็คือ เกาะมินดานาวนี้ เป็นเกาะที่มีภูเขาไฟที่ยังไม่ระเบิดอยู่...จึงเกิดแผ่นดินไหวได้โดยง่าย อาคารถาวรที่นี่ จึงไม่สร้างทรงสูง ๆ เพราะเสี่ยงต่อการพังทลายหากเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมา

ฝั่งตรงข้ามของโบสถ์ ก็มีสินค้าวางขายสีสันฉูดฉาด ตัดกับสีเทาของอากาศที่เทาทึม ดูมีเสน่ห์และคึกคักทีเดียวค่ะ

อย่างรถเข็นขายของ จำพวก ข้าวโพดคั่ว ถั่วต้ม หรือของทานเล่นอื่น ๆ ก็ตกแต่งสวยงามน่ารักจริง ๆ เลยค่ะ

ในความรู้สึกของฉัน คนที่นี่ เขามีศิลปะในหัวใจจริง ๆ เลยค่ะ...ร้านค้าแต่ละร้าน เขาจะตั้งใจตกแต่งร้าน ให้สีสันสะดุดตาน่ามอง สะอาดและดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ดูเขาตั้งใจขายสินค้ามาก ๆ เลยค่ะ

อย่างเช่น อาหารทานเล่นชนิดนี้...จิราร์ดบอกว่า เป็นไข่ต้ม แล้วนำมาชุบแป้งทอด ทานกับเครื่องเคียง คือ ผัก และแตงกวาดองกับน้ำส้ม สีสันดูน่ากลัวมากกว่าน่ากิน...แต่องค์ประกอบที่จัดวาง ดูลงตัวน่าชมค่ะ

นี่เรายังอยู่ไม่ไกลจากบริเวณโบสถ์เลยนะคะนี่...เดินมาอีกนิด ฉันก็เจออนุสาวรีย์ ของ โฮเซ่ ริซัล วีรบุรุษของชาวฟิลิปปินส์เขาละค่ะ ไม่ได้สอบถามประวัติว่า เกี่ยวข้องกันอย่างไร ...เลยถ่ายรูปมาให้ชมกันค่ะ...ที่เมืองนี้เขาน่ารักนะคะ...ในขณะที่มะนิลาเมืองหลวง ประชาชนส่วนใหญ่ สูบบุหรี่กันเป็นอาชีพ...แต่ที่นี่ จะมีจุดห้ามสูบบุหรี่มากมายค่ะ ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมมากเลยค่ะ

สัญลักษณ์ของเมืองนี้ คือทุเรียนและดอกกล้วยไม้ค่ะ คนที่นี่ เขาชูโรงว่า เมืองดาวาวซิตี้ เป็นแหล่งรวมของที่สุดแห่งที่สุด คือ ทุเรียนราชาแห่งผลไม้ กล้วยไม้ ราชินีแห่งดอกไม้ ซึ่งเป็นกล้วยไม้ที่ชาวฟิลิปปินส์เรียกว่า Waling-waling จะมีสัญลักษณะตามเสาไฟฟ้าให้เห็นทั่วเมืองเลยค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมี ราชาและปู่แห่งขุนเขาของฟิลิปปินส์ คือ เมาท์อโป (Mt. Apo) ซึ่งยังมีป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด (เสียดายจัง ไม่ได้ไปดู) มีนกอินทรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก และสุดท้าย ก็มีลิงที่เล็กที่สุดในโลก คือเจ้าตัว Trasia หรือลิงลมพันธุ์เล็กนั่นเองค่ะ ...ว่ากันว่า ตัวของมันขนาดเท่ากำปั้นเท่านั้นเอง

หน้าตาของเมืองดาวาว ก็คล้าย ๆ เมืองใหญ่ ๆ ตามต่างจังหวัดบ้านเรานั่นแหล่ค่ะ

ออกจากบริเวณใกล้ ๆ โบสถ์นี้ เราขึ้นรถจี๊ปนี่ ไปชมตลาดอื่น ๆ กันต่อค่ะ...การขึ้นจิ๊ปนี่ เป็นความใฝ่ฝันของฉันทีเดียว...ตั้งแต่มาเยือนฟิลิปปินส์ครั้งโน้น ที่มะนิลา ฉันไม่มีโอกาสได้นั่ง เพราะที่นั่น คนจะแน่นมาก...และมิจฉาชีพก็เยอะ เลยไม่ได้มีโอกาส ...แต่ที่นี่ บรรยากาศไม่เหมือนมะนิลาจนนิดเดียว...นั่งแท็กซี่ไม่ต้องล็อกประตู...เดินสะพายกระเป๋าไม่ต้องกลัวโดนกระชาก...หรือแม้แต่ตามห้าง ก็ไม่มีพวกมาข่มขู่ขอเงินก่อนขึ้นแท็กซี่ตามห้าง เหมือนที่มะนิลาเลย...สรุปว่า ดาวาวน่าอยู่กว่ามะนิลามากมาย.............เจ้าจี๊ปนี่คันนี้แหล่ะค่ะ...พาหนะพาเราชมเมือง สนนราคา ก็แค่ คนละ 20 เปโซ(ประมาณ 15 บาท)เท่านั้นเอง

สีสัน...ของจี๊ปนี่

เจ้าจี๊ปนี่ พาเรามาส่งลงที่ตลาดนี้ค่ะ

ตลาดที่นี่ น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับฉันมาก....ความที่ display ที่เขาทำ มันน่ารัก จริง ๆ แล้วมันก็คือ ตลาดธรรมดา ๆ นั่นแหล่ะค่ะ...แต่สิ่งที่ไม่เคยคุ้น ก็มักทำให้เราตื่นเต้นได้โดยง่ายใช่มั๊ยคะ...อย่างการจัดเรียงขนมของร้านนี้ น่ารักค่ะ เขาเข้าใจนำของที่มีคู่สีสวย ๆ มาจัดเรียงกัน ทำให้สินค้าธรรมดา ๆ ดูโดดเด่นขึ้นมาทันทีเลยค่ะ

หรืออย่างการจัดวางผลไม้...

เช่นมังคุดแบบนี้เป็นต้น ดูแล้วน่ารักน่าชัง และน่าซื้อทีเดียวค่ะ

ไข่ไก่ที่นี่.....เป็นสีขาวค่ะ แรกทีเดียว ฉันก็แปลกใจ นึกว่าคนที่นี่ไม่กินไข่ไก่ แต่กินไข่เป็ด...แต่พอสอบถามถึงได้ความว่า นี่คือไข่ไก่นั่นเองค่ะ

ตลาดแห่งนี้ เขามีสโลแกนที่ดีและน่ารักมากเลยค่ะ...และเขาสามารถทำได้อย่างที่ชูธงกันไว้ด้วยค่ะ "Keep our city market clean and green" เขาทำได้จริง ๆ ค่ะ ในตลาดสด แม้จะขายอาหารสด เช่นอาหารทะเล แมลงวันสักตัวเดียว ก็ไม่มีให้เห็นค่ะ กลิ่นคาว ก็แทบจะไม่มี เขารักษาความสะอาดดีมากทีเดียวค่ะ

สิ่งที่น่าประทับใจ คือ ความตั้งใจในการนำเสนอขายสินค้าของที่นี่เค้าหล่ะค่ะ เช่น แผงผักแห่งนี้...จัดวางได้น่าซื้อมาก ๆ เลยค่ะ

พวกพริกขี้หนูสวย ๆ แบบนี้...พริกขี้หนูที่นี่ เผ็ดมาก ๆ เลยค่ะ เม็ดเดียว ทำน้ำจิ้มซีฟู๊ดได้ 1 ถ้วยเลยค่ะ

หรือแผงปลาแห้งอย่างนี้...

หรือปลาสดอย่างนี้ ดูซีคะ ตัวนี้คือ ปลาทูน่าทั้งตัว แต่จัดวางอย่างสวยงามทีเดียวค่ะ แสดงถึงความตั้งใจนำเสนอสินค้าอย่างมีศิลปะจริง ๆ 

หรือ การนำเสนอราคาด้วยหัวใจอย่างนี้

เดินพ้นจากตลาดอาหารทะเล...เราก็มาเจอตลาดผลไม้และขนมพื้นเมืองค่ะ...ดูซิว่า "วนา" ไปเจอขนมอะไรเอ่ย

ขนมนี้ เรียกว่า กาลามายย์ค่ะ...เมื่อก่อนนี้ เวลากินกาละแมที่แม่ซื้อมาฝากจากตลาด ก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงเรียกว่า กาละแม...ถามแม่ แม่ก็ตอบไม่ได้ รู้แต่ว่าเขาเรียกกันมาอย่างนี้...ต่อมาเมื่อได้เรียนเรื่องภาษาถิ่นของพื้นบ้าน...ก็ทึกทักเอาเองว่า เอ!!! ท่าจะมาจากเขมรเสียกระมัง เพราะออกเสียงสระแอซึ่งไม่น่าจะใช่ภาษาไทยแต่อย่างใด...แต่วันนี้ เข้าใจแล้ว "กาละแม" ก็น่าจะเพี้ยนมาจากกาลามายย์...อาหารประจำถิ่นของชาวเกาะที่นี่แหล่ะค่ะ ของไทยเราจะออกสีน้ำตาลจนเกือบดำใช่มั๊ยค่ะ...แต่ที่นี่ ออกสีม่วงค่ะ รสชาดก็กลมกล่อม ไม่หวานแหลมมากอย่างของเรา...สรุปรวมแล้ว ..อร่อยค่ะ...

อีกสิ่งหนึ่ง...ที่น่าสนใจ คือกรรมวิธีการปกสับปะรดของที่นี่ค่ะ...พี่เขาปอกได้คล่องแคล่วมากเลยค่ะ...เป็นภูมิปัญญาของการปอกสับปะรดที่ไม่ทำให้สับปะรดกัดมือ และไม่ต้องใส่ถุงมือยาง

เทคนิคคือการตัดหัวตัดท้าย และใช้มีดปลายแหลมคม ๆ คว้านเข้าไปในเปลือกอย่างนี้แหล่ะค่ะ

เสร็จแล้วก็จัดเรียงเปลือกไว้ให้สวยงามไม่รกเลอะเทอะแบบนี้ค่ะ

พ้นจากตลาดออกมาแล้ว...ฝนเริ่มตกพรำ ๆ ข้างทางริมถนน มีหอยทะเลนานาชนิด วางขายพร้อมสาหร่ายทะเลแบบนี้ค่ะ ...เขาว่า เป็นของที่ต้องรับประทานคู่กัน

สาหร่ายรูปทรงแปลกตา...ไปชิมมาแล้ว รสชาดจืด ๆ กรุบ ๆ ค่ะ (ยัยคนนี้ กินไม่เลือกจริง ๆ ^_^)

ขอจบรายการทัวร์ตลาดไว้ที่ภาพนี้ค่ะ

และภาพนี้....ใครคนหนึ่ง เคยบอกกับฉันว่า ชุมชนของมุสลิมนั้นน่ารักเสมอ...ฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ

....พบกันตอนหน้าค่ะ...

ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะชมค่ะ

เรื่องและภาพ โดย : วนา

ขอขอบคุณ เสียงขลุ่ยไม้ไผ่ จาก(Christopher Salem)

หนุ่มน้อยจากเกาะเล็ก ๆ...อันห่างไกลที่ใช้เวลาเดินทางมาดาวาวถึง 3 วันทางเรือเลยทีเดียว เกาะแห่งนี้มีชื่อว่า Mambajao Camiguin

....ถึงจะไกลแค่ไหน หากแต่ยังอยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน....



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


inigmata-song.wma -

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
มะอึก วันที่ : 03/06/2009 เวลา : 18.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom


ความคิดเห็นที่ 12
วนา
.
เห็นมั๊ย อ่านสบายตา
ผู้อ่านจะไม่รู้สึกว่าถูกบีบคั้น
.
อีกนิดเดียวครับ สำหรับการวางรูปภาพ
เมื่อวนาพิมพ์ข้อความแบบเต็มเช่นนี้
ให้เซ็ทภาพทุก ๆ ภาพไว้กึ่งกลางครับ
.
ชมภาพสบายตา แม้ขนาดของภาพจะไม่เท่ากันก็ตาม
.

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
BlueHill วันที่ : 02/06/2009 เวลา : 11.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เคยแต่ได้ยินชื่อ ดาวาวซิตี้
วันนี้ มาอ่านและชมภาพ
เยี่ยมจริง ๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
วนา วันที่ : 02/06/2009 เวลา : 08.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vana

ขอบคุณพี่มะอึกค่ะสำหรับคำแนะนำ..."วนา" ค่อนข้างหูตาอาภัพในเรื่องเทคนิคต่าง ๆ เหล่านี้น่ะค่ะ (โง่นี่)

เปลี่ยนแล้วได้อ่านข้อความครบถ้วนตามที่พี่บอกจริง ๆ ด้วย

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 02/06/2009 เวลา : 08.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO


หวัดดีคณวนานะครับ

คุณภาพเรื่องราวยังเยี่ยมเหมือนเดิม

รู้สึกจะห่างหายกันไปนาน ทั้งสองบ้าน ทั้งบ้านคุณและบ้านผม แต่กลับมาโพสเรื่องใหม่ในวันเวลาใกล้เคียงกันอย่างบังเอิญ

แกะรอยตามเที่ยวชมเมืองดาวาว มีหลายอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะ "กาละแม" แฮ่...ผมคิดว่าเพี้ยนมาจาก "กาละมัง"

สบายดีนะครับ กับชีพจรลงเท้ารอบอาเซียน

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
theeratatt วันที่ : 02/06/2009 เวลา : 08.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebier

ตามคุณวนามา เที่ยวมินดาเนาด้วยคนครับ

ยังไม่เคยข้ามไปที่เกาะนั้นเลยสักครั้ง
ดาเวาซิตี้ น่าสนใจดีเหมือนกันนะครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
มะอึก วันที่ : 02/06/2009 เวลา : 07.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ผมอ่านเรื่องราวของคุณวนาอย่างสนุกสนาน
เหมือนเราจับมือเดินไปด้วยกันบนเกาะมินดานาวทีเดียวครับ
.
โอเคเนชั่น มีเท็มเพลสให้เลือกมากมายนะครับ
หากคุณวนาจะเลือกชนิดที่มีข้อมูลอยู่ข้างเดียว จะทำให้ผู้อ่านสามารถอ่านข้อความได้ครบถ้วน
สังเกตไหมครับว่า อักษรท้าย ๆ ประโยคจะขาดหายไป
.
นำเสนอเล่น ๆ ครับ คุณวนาอาจจะรักเท็มเพลสนี้เป็นพิเศษก็ได้.....
.

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
แม่มด วันที่ : 01/06/2009 เวลา : 22.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/deardog

เทคนิคการปอกสัปรดนี่สุดยอดเลยค่ะ...ชอบจัง

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
วาริท_วิมล วันที่ : 01/06/2009 เวลา : 22.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waritwimol
Right to Respect

คุ้มค่ากับการรอคอยนะครับคุณวนา ...

เป็นเอนทรี่ที่มีชีวิตชีวา และไม่ต้องระทึกใจเหมือนทริปพม่านะครับ .....

ภาพมีสีสัน มีจังหวะ มีชีวิตของมันทุกรูปนะครับ ผมละชอบรถจี๊ปจริงๆเลย ... คลาสสิคมากๆ ยิ่งเขามีหลากหลายสีสันยิ่งทำให้น่าดู เหมือนเป็นคอลเลคชั่นแลย ... ถ้าไม่มีเรื่องตุกติกกัน น่าจะดีกว่านี้นะครับ ...

การจัดการตลาด และลีลาปอกสับปะรดก็น่าประทับใจมากๆครับ ....

สุดท้าย ยินดีด้วยนะครับที่ได้เป็นเรื่องแนะนำด้วย
You deserve this!!!!

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
น.ส.คะน้า วันที่ : 01/06/2009 เวลา : 22.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chatsha
" May the force be with you. "

ชอบการปอกสัปปะรดค่ะ ภูมิปัญญาชาวบ้านจริงๆด้วย
ส่วนพริกนั่น เม็ดเดียวก็เผ็ดแล้วเหรอค่ะ.... น่าเอามาใส่ส้มตำนะพี่ เผ็ดขนาดนี้ใส่เม็ดเดียวก็คงอยู่ล่ะ ไม่เปลืองดี

ส่วนเมืองดาวาว หนูว่าเหมือนอำเภอๆหนึ่งมากกว่าค่ะ
ขอบคุณที่เอามาให้ดูนะคะพี่ เปิดโลกทัศน์อีกหนึ่ง entry

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ถนนโบราณ วันที่ : 01/06/2009 เวลา : 18.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tonhorm

สนุกมากเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
101ไทยหลังอาน วันที่ : 01/06/2009 เวลา : 17.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/101thairidgeback


ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ปลัดแรมโบ้ วันที่ : 01/06/2009 เวลา : 16.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaifreeman
http://www.oknation.net/blog/wangnuea

เมืองนี้ดูรกดี น่าเที่ยวมาก

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 01/06/2009 เวลา : 15.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ชอบรถจิ๊บสีเขียวเหลืองจัง..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ครูเอ วันที่ : 01/06/2009 เวลา : 15.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/larnpikul

หลายอย่าง ช่างเหมือน ประเทศเรา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน