*/
  • วนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : noi_build@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 117
  • จำนวนผู้ชม : 343402
  • จำนวนผู้โหวต : 119
  • ส่ง msg :
  • โหวต 119 คน
เพลงโปรด

เทียนน้อย โดยวง ฆราวาส

View All
<< มิถุนายน 2009 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน 2552
Posted by วนา , ผู้อ่าน : 3028 , 12:17:17 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ฉันจอดจักรยานไว้บริเวณหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหลวงพระบาง แล้ววิ่งข้ามถนน ตรงไปยังเนินเขาซึ่งไม่สูงมากนัก ตระหง่านอยู่เบื้องหน้า นาม "พูสี"

 นึกถึงคำบอกเล่าจากน้อง ๆ ที่มาร่วมอบรมกับเราที่เวียงจันทน์ "พี่ไปหลวงพระบาง ก็ต้องไปขึ้นพูสี นะ" " 300 กว่าขั้นเองพี่"...อืมมม

300 กว่าขั้นเองเนี่ยนะ...แต่ไหน ๆ ก็มาแล้วนี่.. จริง ๆ แล้วฉันตั้งใจว่าจะมาขึ้นตอนเย็นมากกว่า เพราะอากาศกำลังดี และจะได้ดูพระอาทิตย์ตกด้วย ตามคำบอกเล่าของน้องรีเซฟชั่นโรงแรมสายน้ำคาน

ซุ้มบันไดทางขึ้นพระธาตุพูสี ... ช่างเหมือนกับซุ้มบันไดทางขึ้นปราสาทวัดพูเลยค่ะ คือ สองข้างทางขึ้นบันได จะปกคลุมด้วยต้นจำปา...ซึ่งเป็นไม้ประจำชาติ

 

 

 

แต่เมื่อตอนนี้ ไม่รู้จะไปไหนแล้วนี่...เพื่อรอเวลาพิพิธภัณฑ์เปิด ฉันก็คิดว่า น่าจะฆ่าเวลาตอนนี้ ด้วยการปีนขึ้นพูสี ยามเที่ยงวันนี่หล่ะ...เอาไงเอากัน สู้ตายยยยยย

เพื่อนร่วมทางฉันถามว่า "ข้างบนมีอะไร"

"ข้างบนมีวัด ชื่อวัดพระธาตุพูสี"...ตกลง ขึ้นก็ขึ้น ไม่งั้นเสียชื่อแย่....

ฉันเดินขึ้นไป พักไป ...พอเหนื่อยมาก ๆ ก็หยุดพัก หามุมถ่ายรูป...ไม่ให้ดูเสียฟอร์มมากนัก แต่จริง ๆ ก็เมื่อยนั่นแหล่ะ แหม!! กำลังเที่ยง แดดกำลังบ้าระห่ำ ยังจะมาปีนเขาอีก...เฮ้อ!!!

มองลงมาด้านหน้า มองเห็นอาคารพิพิธภัณฑ์ ตั้งสง่า อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง

 

 

ที่สุด...ฉันก็ขึ้นถึงข้างบนจนได้...เล่นเอาหอบเลยเหมือนกัน...สังขารหนอ

ถึงด้านบนแล้ว....อ้าว เสียตังค์อีกแล้ว เราต้องซื้อบัตร เพื่อจะเข้าไปไหว้พระด้านใน แต่ถ้าอยากจะปีนขึ้นเฉย ๆ เพื่อทดสอบสังขารตนเอง โดยไม่เข้าไปไหว้พระ หรือชมบรรยากาศรอบ ๆเมือง ก็ไม่ต้องจ่ายเงิน เอากับเขาสิ

 

ไม่ไหว้พระ...จะขึ้นมาทำไมฟะ (ฉันนึกในใจ) เอ้า จ่ายก็จ่าย เพื่อจะได้เข้าไปไหว้พระและชมวิวรอบ ๆ เมืองหลวงพระบาง

 

ด้านบน ก็มีวิหารหลังคาคลุมเล็ก ๆ โทรม ๆ ด้านในประดิษฐานพระพุทธรูปองค์นี่หล่ะค่ะ 

ไหว้พระเสร็จแล้ว...ฉันก็ออกมา ดูวิวรอบ ๆ หลวงพระบาง ตรงจุดโน้น จุดนี้...สวยค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 ในคู่มือท่องเที่ยวเล็ก ๆ บอกว่า เดือนที่ไม่น่าท่องเที่ยวของเมืองนี้ คือ ช่วง ก.พ. ถึง เม.ย. เพราะชาวบ้านจะเผาไร่ เพื่อเตรียมดินในการเพาะปลูกครั้งต่อไป ในฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงในเดือน พฤษภาคม ดังนั้น อากาศรอบ ๆ เมืองหลวงพระบาง จะเต็มไปด้วยหมอกควัน...ซึ่งข้อมูลนี้ ไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย ท้องฟ้าที่หลวงพระบาง แม้แดดจะจ้า ร้อนจัด แต่อากาศกลับอึบทึบ ไม่โปร่ง ท้องฟ้าสีไม่สวย และเต็มไปด้วยควัน หายใจไม่ค่อยสะดวก...

 

องค์พระธาตุพูสีค่ะ

 

ฉันใช้เวลาข้างบนพระธาตุพูสี ไม่มากเท่าไหร่ ก็เดินลงมา เพราะเริ่มหิวข้าว ระหว่างนั้น เราได้พบนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส 2 หนุ่มสาว เพื่อนร่วมทางจากเวียงจันทน์ที่ร่วมชะตากรรมมาในรถบัสคันเดียวกัน...เราแวะทักทายกันเล็กน้อย ทั้งสองคน กำลังมุ่งหน้าเดินขึ้นพระธาตุพูสีเช่นกัน

ลงจากพระธาตุพูสี ฉันแวะไปเอาจักรยานที่จอดไว้บริเวณด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ ปรากฏว่าประตูพิพิธภัณฑ์ปิด...ฉันยื่นหน้าผ่านรั้วเข้าไป ขอร้องให้คุณป้า ที่เฝ้าหน้าประตูช่วยเปิดให้หน่อย

คุณป้าเดินมาเปิดด้วยหน้าตาบูดบึ้ง บ่นฉันเสียกระบุงโกย หาว่าไม่รู้จักเวล่ำเวลา พิพิธภัณฑ์ปิด ยังจะเอารถจักรยานมาจอดไว้อีก...อ้าว!!!

ฉันรีบขอโทษขอโพย...ก่อนนำรถจักรยานขี่ออกมา เพื่อหาอาหารกลางวันรับประทาน และนาทีนั้นเอง ฉันก็ตัดสินใจ ยกเลิกรายการทัวร์พิพิธภัณฑ์ กลับไปนอนหายใจทิ้ง ที่ริมสายน้ำคานดีกว่า

ฉันและเพื่อนร่วมทาง ขี่วนเวียนมองหาร้านอาหารอยู่หลายรอบ จนไปจบลงที่ร้านอาหารริมฝั่งแม่น้ำโขง บรรยากาศดีร้านหนึ่ง..แวะไปดูรายการอาหาร เห็นมีอาหารพื้นเมืองหลายชนิด เราจึงตัดสินใจ กินร้านนี้แหล่ะ คนไม่เยอะดีด้วย

และแน่นอน มาหลวงพระบางทั้งที...ฉันหมายมั่นปั้นมือไว้แล้ว ว่าจะต้องมาชิมเมนูสาหร่ายทอดของที่นี่ให้ได้...เอ ฉันลืมชื่อไปเสียแล้ว เขาเรียกว่า "ไก" ใช่หรือเปล่า เป็นสาหร่ายทอดกรอบ...อาหารขึ้นชื่อของหลวงพระบาง

ฉันสั่งทันที 1 จาน นอกนั้นเราก็สั่งอาหารพื้น ๆ กันอีกสองสามอย่าง....ไม่อยากบอกเลยว่า ผิดหวังอย่างแรง ...อาหารที่นี่ ไม่อร่อยเหมือนที่เวียงจันทน์เลย...แงงงงงง...เข้าใจว่า เขาคงปรับรสชาดให้เข้ากับลิ้นฝรั่งแน่เลย...เพราะร้านเหล่านี้ ส่วนใหญ่ก็เน้นขายนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว

เอาเป็นว่า เรื่องบรรยากาศ ฉันให้เต็ม 10 รสชาดอาหาร เอาไป 5 คะแนนพอ บริการ พอไหว ซัก 7 คะแนนก็แล้วกัน

 

บรรยากาศของร้านนี้..ก็สบาย ๆ ตามสไตล์ ร้านริมน้ำล่ะค่ะ มีลมแม่น้ำพัดมาเอื่อย ๆ มีภาพชีวิตผู้คน ที่วาบไหวกับกับสายน้ำ เรือโยง เรือโดยสาร...แปลงเกษตรริมฝั่ง...เป็นภาพที่ชีวิตที่น่ารื่นรมย์ไม่น้อยเลย

 

 

 

 

 

 

รับประทานอาหารเสร็จแล้ว เราจึงเอารถจักรยาน ไปคืนที่ร้านเช่า เพราะตัดสินใจแล้วว่า...สู้แดดไม่ไหว จะกลับไปนอนเล่นชิลล์ ๆ หายใจทิ้ง แถว ๆ ริมสายน้ำคานดีกว่า เย็น ๆ ค่อยออกมา ชมเมืองใหม่อีกรอบ

จากร้านเช่าจักรยาน เดินกลับโรงแรมใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที เราแวะวัดข้าง ๆ โรงแรม ที่เป็นโรงเรียนสงฆ์ เวลานั้น บ่ายโมงกว่า ๆ จั่ว (สามเณร) ทั้งหลาย กำลังทะยอยกันออกจากห้องเรียน บ้างก็นั่งจับกลุ่มคุยกัน ด้วยเป็นเวลาเลิกเรียนแล้ว ต่างเตรียมตัวเดินทางกลับวัดใครวัดมัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เราแวะเข้าไปคุยกับจั่ว ทั้งหลายเหล่านั้น พร้อมชมความงามของวัดไปด้วย ความจริงวัดแห่งนี้ก็เป็นวัดที่เก่าแก่ และสวยมากวัดหนึ่งทีเดียวค่ะ แม้จะไม่ติดอยู่ในทำเนียบสถานที่ท่องเที่ยวของหลวงพระบางก็ตาม

 

 

วัดแห่งนี้ มีชื่อว่า วัดสีพุดทะบาด ทิบพาราม

แถว ๆ โรงแรมสายน้ำคาน ก็มีอาคารสวย ๆ หลายแห่ง ส่วนใหญ่เปิดเป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ น่ารัก ๆ ค่ะ

 

 

 

 

5โมงเย็นกว่า ๆ.... ฉันออกมายืดเส้น ยืดสายอีกครั้ง คราวนี้ ฉันเปลี่ยนเส้นทาง ไม่เดินขึ้นเนิน ไปทางใจกลางเมืองแล้ว ... แต่เลือกเส้นทางเดินเลาะเลียบลำน้ำคาน...สายน้ำที่น่าหลงใหล...อะไรเช่นนี้

 

ภาพชีวิตยามเย็น...น่ารักน่าชัง เด็ก ๆ เลิกเรียนแล้ว เขาก็มากระโดดน้ำเล่น กันบริเวณนี้แหล่ะค่ะ

 

 

 

 

ลานทราย ชายหาดริมลำน้ำ น้ำใส...ไหลเลาะเกาะแก่งหิน น้ำไม่ลึกมาก ตัวเล็ก ตัวใหญ่ กระโดดน้ำกันโครม ๆ เลยทีเดียว

 

 

 

 

เมื่อเดินเลาะมาอีกทาง...ฉันจึงมองเห็นสายน้ำคานในมุมที่แตกต่าง

 

 

 

 

 

 

 

เราเดินทางตามถนนสายนี้แหล่ะค่ะ.............

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บ้านในฝัน....

 

เคยฝันไว้...อยากมีบ้านหลังเล็ก ๆ ริมธารน้ำใส ๆ แบบนี้

 

 

แต่ในความเป็นจริงแล้ว...มันไม่ใช่อย่างที่คิดไว้หรอกค่ะ...อย่างไรนั้น จะเล่าให้ฟังทีหลังค่ะ

 

เดินเลาะมาตามเส้นทางนี้...มีอาคารสวย ๆ แปลกตา น่าดูทีเดียวค่ะ

 

หลังนี้เป็นเกสต์เฮ้าส์ค่ะ

 

 

 

 

 

แบ่งปัน

 

 

วนาขอจบตอนนี้ ไว้ที่ภาพนี้นะคะ

 

พบกันตอนหน้าค่ะ

 

เรื่องและภาพ : วนา

 

ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะชมค่ะ

 

พบกันตอนหน้าค่ะ

 

 

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
phithak-P วันที่ : 25/06/2009 เวลา : 21.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phithak-P

หากจะจำกัดความเมื่ออ่านแล้ว ก็น่าจะบอกได้ว่า "ความรื่นรมย์บนพื้นที่ที่เรียบง่ายและงดงาม" ว่าอย่างนี้พอไหวไหม?

ขอบคุณครับ
ไปล่ะ ปรู๊น ปรู๊น น น นนนน...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Supawan วันที่ : 12/06/2009 เวลา : 17.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

เดินบนถนนสายเดียวกันอยู่หลายวัน ...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
veerin วันที่ : 12/06/2009 เวลา : 14.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/veerin

ถึงจะหอบแต่ก็คุ้มนะคะ
ข้างบนท่าทางจะอากาศดีมากๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 12/06/2009 เวลา : 14.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

นึกถึงตอนเดินขึ้นไป...เหนื่อยนัก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
MT-PONG วันที่ : 12/06/2009 เวลา : 12.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NICHAKHAN
ห่างเพียงนิด ก็ คิดถึง เพราะไกล จึง คนึงหา


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน