• vickie
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vickie_007@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-25
  • จำนวนเรื่อง : 244
  • จำนวนผู้ชม : 692105
  • ส่ง msg :
  • โหวต 569 คน
vickie
If you are the Parks, I will trek in you.
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
วันอังคาร ที่ 8 เมษายน 2551
Posted by vickie , ผู้อ่าน : 5991 , 05:04:37 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ป่าพะโต๊ะ ….ป่าผืนนี้ แม้จะไม่สูงชัน ที่ท้าทายนักพิชิตยอดเขาสูง ไม่ใช่ป่าดิบชื้น ไม่ใช่ป่าโบราณ ที่เราจะเห็นต้นไม้ใส่เสื้อ แต่ก็เป็นแหล่งต้นน้ำ ที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนไม่น้อย ทั้งในจ.ชุมพร, ระนอง และส่วนหนึ่งไหลไปลงที่เขื่อนเชี่ยวหลาน จ. สุราษฎร์ธานี และป่าผืนนี้ยังมีความหลากหลาย และเรื่องราวแห่งชีวิตที่ต้องจดจำไปชั่วนาน …


บันทึกเรื่องราว เมื่อคราวไปเยือน 4-6 พค.45  ...  วันนี้ปัดฝุ่นขึ้นมาอ่านใหม่ เพราะอีกไม่กี่วันป๋มจะไปเยือนอีกสักครั้ง  แต่เป็นเส้นที่เดินลึกเข้าไปอีก กับระยะทาง 5 วัน 4 คืน ณ หลักไก่ต่อ



ทริปนี้เป็นทริปที่ 2 ของการเดินป่าอย่างจริงๆ จังๆ ป๋มเลือกไป ป่าสงวนแห่งชาติพะโต๊ะ จ.ชุมพร ตามคำเชิญชวนในTKT เดินสบาย ๆ 1 วัน กับล่องแพอีก 2 วัน อย่างนี้พอลุ้น เพราะข่าวว่า ที่นี่ดงทากง่ะ ประสาป่าดิบชื้น และยังเป็นป่าต้นน้ำหลังสวนตอนบนอีกตะหาก
ก่อนไป น้องตุ๊กที่ไปเดินเขาหลวงด้วยกัน ขู่ไว้ซะอีก .. "พี่ ๆ ๆ รับรองไปที่นี่กลับมาเลิกกลัวทากชัวร์ เพราะไม่มีเวลาให้กลัว ง่ะ มันเยอะจัด…”

แต่ตัดสินใจไปแล้วนิ แถมมารู้ตัวเอาวันสุดท้ายว่าเหลือลูกทริป 2 คน  
เอาก็เอาวะ อย่างน้อยยังมีเพื่อนร๊ากที่แทบไม่ต้องชวนก็ขอไปด้วยซะแล้ว.....
เที่ยวป่าให้หนุก ต้องไปลุ้นเอาดาบหน้า จริงมั๊ย ?

เดินทางจาก กทม.ถึง
ไปลงที่ขนส่งระนอง ราวตี 5 ที่ไปลงระนอง เพราะว่า พะโต๊ะชุมพรน่ะ อยู่ห่างจากระนองแค่ 25 กม. แต่ห่างจากชุมพร ร่วม 70 กม. “พรานใหญ่” จากมูลนิธิช่วยชีวิตสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย พร้อมกับพี่กอล์ฟ จากหน่วยต้นน้ำ ก็มารับเรา ... บรรยากาศที่หน่วย “ดีจิงจิง” 

หลังกินข้าวเช้า กะกาแฟอีกถ้วย เราก็เตรียมตัวเดินทางกันล่ะ ถึงตอนนี้ เรารู้ว่า นอกจากจะมี เรา 2 คนกะ"พี่โก๋หลังเขา"เพื่อนผู้น่ารักแล้ว มี พรานใหญ่ ,พี่กบ...แก่งกระจาน กับเจ้าหน้าที่ อีก 4 คน นำทีมโดยพี่กอล์ฟ, พี่เชษฐ์ ,น้องเก่ง และน้องวิ แล้วยังมีครูอ้วน (ครูอัตราจ้าง คนเดียวสอนมันทั้ง 35 ชีวิตน้อย ๆ แห่งโรงเรียนคลองเรือ)

แล้วเราทั้ง 9 ชีวิต …ก็ขึ้นรถจากหน่วยต้นน้ำ ไปบ้านในหยาน …ระหว่างทาง เห็นยอดเขาพ่อตาหลวงแก้ว ผ่านน้ำตกเหวโหลม (ที่น่าไปเดินชะมัด) เลยเข้าไปที่บ้านในปิ จอดส่งเราขึ้นเป้ที่ชายป่า ซึ่งพี่กบ..แก่งกระจาน คะเนว่า ต้นตระกูลคนที่นี่ น่าจะชื่อ นายปิ ต้องลองไปสืบหาดูว่า ใครสืบทอดตระกูลมา

เฮ้อ แดดร้อนจัง ฝนไม่ตก ทำให้เรา(คนกลัวทาก) แอบดีใจลึก ๆ อย่างน้อยทากมันคงไม่ออกมาเริงร่ารับแสงแดดซักเท่าไหร่หรอกน่า แต่แหมม ที่น่าเจ็บใจ ก็เจ้า "ต้นคอฟฟี่เมท" นี่แหล่ะ ใครเคยได้ยินบ้างหว่า เค้าว่านำเข้าจากชิลีเชียวนะ

“ที่นี่เค้าปลูกกาแฟ แล้วก็ต้องปลูกคอฟฟี่เมท คู่กันไป"  พี่เชษฐ์บอก

เรารึ ก็มองว่ามันเหมือนต้นมังคุดนี่นา แต่ไอ้ครั้นจะเถียงคนพื้นที่ ที่เล่นพูดเป็นเสียงเดียวกันทั้งทีม ก็เขวซิ… คิดไปคิดมา น่าจะถูกอำ ก็เดินเลยเถิดเข้าชายป่าไปโน่นกันแล้ว

จากจุดชายป่านี้ เราจะตัดขึ้นเขาด้านขวามือ ผ่านป่าไผ่ สูงขึ้น สูงขึ้น ทางค้อนข้างลื่น เพราะใบไม้แห้งเยอะ แล้วก็ไม่ค่อยมีต้นไม้ให้เกาะ ยกเว้นต้นไผ่ จุดนี้ เรามีต้นใม้ใหญ่แซม สะตอป่า…ต้นยาง…ต้นเหลียง …

เราเดินลัดเลาะไปตามด่านสัตว์ สายตาก็มองต่ำบ้างสูงบ้าง ที่มองต่ำ ก็เพราะไม่อยากไปเหยียบเจ้าที่เค้าน่ะ แต่เหลือเชื่อ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คราวนี้ทากน้อยที่สุด เท่าที่เคยเจอมา กว่าจะรู้ว่ามีทาก ก็โน่น เดินกันไปหลายชั่วโมงแล้ว เพราะพี่กอล์ฟ ถูกกัดก่อน รวม ๆ แล้ว เท่าที่เห็นไม่น่าจะถึง 10 ตัว

ระหว่างทาง เราเดินไป…พักไป…ดูนกไป…ดูล่องรอยสัตว์ไปด้วย อ้อ….เจอแอ่งหมูป่า รอยสมเสร็จก็มี ขี้ช้างก็ด้วย …เขาที่นี่ไม่สูงเท่าไหร่ เดินสบาย ๆ เป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นช่วงแรก ที่เดินขึ้นค่อนข้างชัน..เหนื่อย…

เราไปพักตรงต้นชะมวงยักษ์บนสันเขา ช่วงเกือบ ๆ เที่ยง …พวกเราลองจับมือกับโอบรอบต้น ปรากฏว่า ได้ตั้ง 7 คนโอบ ....ตรงจุดนี้ ปล่อยคนสูงอายุ แข่งกันโหนเถาวัลย์พักหนึ่ง ก่อนจะออกเดินกันไปหาที่เหมาะ ๆ นั่งกินข้าวเที่ยงกัน มื้อนี้กินได้ไม่เยอะเหมือนเคย ตามประสาเหนื่อยจัด ก็ได้น้ำร้อนจากกระติกคู่ใจ ที่เราจะหอบหิ้วไปด้วยทุกที่ ชงกาแฟกิน อีก 1 จอก…ฮืมม…ชื่นใจ 

 
 เพลี้ยขาว เกาะกันอยู่เป็นกระจุก ดูแล้วเหมือนเส้นหมี่
แต่มันเดินไป-เดินมา ป๋มเลยรีบกึ่งยิง(ถ่าย)กึ่งผ่าน

จุดแวะพักกินข้าวเที่ยง เริ่มมีเรื่องเล่าขานทยอยออกมาเป็นระยะ แล้วเราก็ได้รู้ว่า พี่เชษฐ์ เคยพาทริปสำรวจ รวมถึงทริปพี่กัณฑ์ คนแบกเป้ หลงป่าพะโต๊ะมาแล้ว พี่แกเล่าว่า พาเดินวนเวียนไปมา กว่าจะถึงที่พักปาเข้าไปทุ่มกว่า ตื่นเช้ามาถึงได้รู้ว่า ไอ้ที่หลงน่ะ อยู่ห่างจากจุดพักแค่ 10 ก้าวย่าง …ฮา …ส่วนอีกทริป เคยพาฝรั่งเดินหลงป่า กระทั่งคุณเธอทนเสื้อผ้าเสียดสีไม่ได้ เดินไปถอดไป จนเหลือแต่ชิ้นสำมะคัญ ปิดข้างบนกะข้างล่าง …โห..มุขนี้พี่แกเด็ดว่ะ …(แกล้งหลงแหง ๆ ) เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ก็เคยมาหลงป่าพะโต๊ะ จนแต่งหนังสือได้เล่มหนึ่งเชียว 

จุดนี้กินข้าวเสร็จ หลายคนลงงีบกันหน่อย ท่ามกลางเสียงนกร้อง บางตัวแอบเผยโฉม มาหยอกล้อกับพวกเราเป็นระยะจากจุดพักเที่ยง เราเดินกันอีกราว 2 ชั่วโมง บุกป่าไผ่ ไม้ยาง ผ่านร่องรอยของสัตว์ป่า แอ่งหมู่ป่า กองอึสมเสร็จ

“รอยนี้ยังไม่เก่านะ แสดงว่ามันออกหากินแถวนี้ด้วย” น้องกอล์ฟ ผู้เชี่ยวชาญบอก

เดินไปได้ไม่นาน เราก็ทึ่งกับรอยดินบนต้นไม้เหนือหัวเรา เลยปลายเอื้อมไปอีก …รอยเจ้าช้างป่านั่นเอง แอบมาอาศัยใช้เป็นไม้เกาสีข้างให้นั่นเอง พี่กบ ที่ตัวสูงกว่าเราตั้งเยอะ ยังต้องใช้ไม้ชี้จึงจะถึงรอย…. ระหว่างทางเรายังเห็นรอยเล็บหมี ปีนป่ายขึ้นไปบนต้นไม้สูง แหม..ตัดหน้ามาเก็บน้ำผึ้งไปก่อนเราซะได้ ดีนะที่ไม่เจอกัน…ไม่งั้นฮึม..วิ่งกันป่าราบ

 


 ทางบางช่วงโล่ง เดินสบาย ๆ


 บางช่วงก็เข้ารก เข้าพง ดงไผ่ล้วน ๆ แซมด้วยต้นหวาย


 ด้วง-งวง ที่นี่ มาเข้าแถวเรียง 10 ให้ถ่ายรูปเลยทีเดียว สีสัน สดสวย

พี่กบ ที่แอบงีบก่อนหน้า เดินมาดักหน้าเราได้ไงเนี่ย แล้วก็มารู้ว่า บางทีพี่แกนอนรอ เพื่อส่องนกน่ะ แต่ตะจริงเป็นคนเดินไว พี่กบเล่าว่า เจอเจ้ากาฮัง กระพือปีกผ่านไปนะ แล้วระหว่างทางที่เราเดินไป ยังเจอร่องรอยฝูงค่าง ที่เก็บลูกมะปลิงกิน 555…เสร็จเรา เก็บบ้างซิ…ว่าแล้วพี่เชษฐ์ ก็จัดการแปลงกายเป็นค่าง โหนเถาวัลย์ ปีนขึ้นต้นมะปลิง(เจ้าต้นนี้ก็กะไรเลย ไม่มีกิ่งก้านด้านล่างเลย) โหนขึ้นไปสูงขนาดแหงนคอตั้งบ่า แล้วพี่เชษฐ์ก้จัดการปลิด โยนลงมา พร้อมกับเขย่าไปด้วย เราพื้นล่างก็คอยหลบไปเก็บไป …อา..เย็นนี้ น้ำพริกมะปลิง เมนูหนึ่งละ 

เราเดินไปตามสันเขา ขึ้นลงไม่สูงชันมาก ผ่านไปราว 6 เนินได้ คราวนี้เริ่มเดินลง เจอลานราบกว้างพอประมาณ

อา….ลานพ่อหนุ่มนกหว้าสำหรับพลอดรักกะสาวนั่นเอง แต่ลานนี้เป็นลานร้างแล้วล่ะ เดินผ่านไปไม่นาน ได้เสียงตื่นเต้นขึ้นมาอีกครั้ง ก็เราเจออีกลานที่ยังใหม่อยู่ …แสดงว่าเจ้านกหว้าจะต้องแอบซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งในป่านี้แน่

เจ้านกหว้า ผู้มีพฤติกรรมที่แปลกแตกต่างไปจากนกอื่น มันจะต้องมีลานพลอดรัก มีกิ่งไม้สำหรับเกาะไกวยามสวีสฮันนิมูน และจากพฤติกรรมของมันนี่แหล่ะ ทำเอาเกือบจะถูกล่าสูญพันธุ์ไป

วิธีการของพรานสมัยก่อน ฟังแล้วเสียวลำคอพิลึก เค้าจะเอาไม้ไผ่ มาเหลาเป็นเหมือนใบมีดบาง ๆ สูงสักศอกหนึ่งเห็นจะได้ ไปปักไว้บริเวณลานพรอดรักของมัน เจ้าหนุ่มนกหว้า ผู้ซึ่งต้องคอยทำความสะอาด ปัดกวาดลานรัก ก็จะใช้คอถอนทุกอย่างที่ขวางหน้า ทั้งต้นไม้ใบหญ้า แล้วก็รวมถึงไม้ไผ่ที่พรานเอาไปปักไว้ด้วย
เศร้า…ขอไว้อาลัย 1 นาที

จากจุดนี้อีกไม่ได้ เราเริ่มได้ยินเสียงน้ำ แสดงว่าเราไม่หลงทางแน่แล้ว…ไชโย ทริปแรกหรือเปล้าหว่า ที่ไม่หลงไปที่อื่นเสียก่อนน่ะ ก็ได้ความว่าจะเป็นอย่างนั้นซะด้วย….

พ้นป่าไผ่ ดงหวาย ที่เราต้องคอยหลบหนาม ก็เจอกับห้วยกุ่ม ลำน้ำเล็ก ๆ ที่ไหลไปลงคลองศอก กระแสธารใหญ่ ที่หล่อเลี้ยงคนพื้นล่าง จุดนี้ เราต้องโหนต้นไม้ หย่อนตัวลงไป เพราะมันสูงมากแบบดิ่งลงไปเลย แล้วเดินข้ามน้ำลำคลองศอก ที่ลึกประมาณต้นขา ถ้าเดินลงแอ่ง ก็ถึงสะโพก ไปขึ้นอีกฝั่งที่เป็นลานกว้างพอสำหรับการแคมป์ปิ้งของเรา


ห้วยกุ่ม อยู่ด้านขวามือ ที่เราต้องเดินข้ามมา หาลานตั้งแคมป์ ส่วนบริเวณริมร่องน้ำที่ลึกเข้าไปนั้น
เต็มไปด้วยร่องรอยสัตว์ป่า ลงกินน้ำ ทั้งกระทิง, วัวแดง, หมูป่า และก็เรา ที่เดินสำรวจฝากรอยเท้าเอาไว้


 สายน้ำนี้ ทั้งอาบ ทั้งกิน ทั้งเป็นเส้นทางขากลับ "คลองสอก หรือคลองเสาะ"
เพื่อนโพ้ม กำลังถูกน้ำพัดไปโน่นแล้วพี่ตากล้อง


ผู้ชายจัดการตั้งแคมป์ ก่อกองไฟ ตั้งเสาผูกเปล โดยใช้ต้นไผ่ ผูกตั้ง 3 ขา (หน้าที่ไผ่ ไผ่โตและก็งามมาก เยอะแยะไปหมด ก็เจ้าไผ่พวกเนี่ยโตเร็วจะตายไป) ทำกับข้าว หุงข้าวด้วย

ส่วนเรา สาว ๆ 2 คน เล่นน้ำกันสบายใจเฉิบ นอนให้สายน้ำพัดพาไป ก้อนหินใต้น้ำเป็นหมอนวดให้อย่างดี  ฮืมมมม….สดชื่น เย็นกาย เย็นใจจังเลย

เล่นน้ำได้สักพัก พี่กอล์ฟ กะพ่อพรานใหญ่ ก็ชักชวนเราเดินลุยน้ำขึ้นเหนือไปอีก เพื่อไปดูร่องรอยสัตว์ป่า เราเดินตัดน้ำที่บางช่วงค่อนข้างแรง ข้ามไปขึ้นอีกฝั่ง เจอร่องรอยคนมาตั้งห้างย่างปลา แสดงว่าที่นี่ต้องมีปลาเยอะ

ที่พื้นทรายปนกรวด เราเจอร่องรอยหมูป่าหลายจุด เราเดินตัดชายป่าขึ้นไป แล้วก็ข้ามน้ำมาอีกฝั่ง เพื่ออ้อมเขาที่ขวางหน้าอยู่ ตรงนี้ เป็นลานกรวดกว้าง น้องกอล์ฟชี้ให้ดูว่า ตรงนี้ ถ้าเป็นหน้าน้ำ จะท่วมไปหมด แถมสูงท่วมหัวเราอีกต่างหาก แต่ตอนนี้ เราเรียกมันว่า “หาดใหญ่” จุดนี้ เดินตัดขึ้นไปอีกเล็กน้อย ก็แทบตะลึง …รอยเท้าสัตว์ลงมากินน้ำเต็มไปหมด มีทั้งรอยกระทิง และรอยวัวแดง แทบจะเดินย่ำกัน แต่เราพอจะแยกออก เพราะมันไม่เหมือนกัน เพียงแต่ต้องรอพี่กบผู้ชำนาญกว่า ที่เดินตามมาทีหลัง มาอธิบาย “รอยวัวแดงจะเล็กกว่า และปลายเล็บจะเรียว จิกลึกกว่า และด้านท้ายก็จะเล็กกว่า ของกระทิง”

พี่กบยังถามด้วยว่า "เจอวัวแดง หรือกระทิง หรือตัวอะไรบ้างหรือเปล่า"
"ไม่นะ มีแต่รอยเท้า" เราว่า 
พี่กบจึงเฉลยให้ฟังว่า ที่ถาม เพราะตอนที่พี่แกเดินมา ตัดขึ้นเขา ไม่ได้เลียบชายฝั่งแบบเรา พี่แกได้ยินเสียงสัตว์ใหญ่ วิ่งพรวดพราดไป จากจุดที่เราผ่านนั่นเอง แต่แหม…จากรอยเท้าที่เห็น มันก็ยังเป็นรอยเท้าใหม่ ๆ อยู่เลย เพียงแต่เรามิได้ปะหน้ากันเท่านั้นเอง

เราเดินลัดเลาะสำรวจกันได้พักหนึ่ง ท้องฟ้าเริ่มมืด เราจึงกลับที่พัก และพี่กอล์ฟก็ได้ยอดผักกูด ติดมือไปกำใหญ่ ถึงที่พัก เราเล่นน้ำอีกนิดหน่อย ก่อนจะเตรียมตัวกินข้าว …งานนี้สบาย ไม่ทำอะไรสักกะอย่าง ขนาดเปล ยังมีผู้ปรารถนาดี ช่วยกางให้อีก … ขอบคุณคร๊าบบบ


เตียงคู่


มื้อค่ำ เรากินผักกูดจิ้มน้ำพริกมะปลิง แกงไก่ หมูทอด(โปรตีนเกษตรน่ะ) แล้วก็ได้รู้วิธีการหุงข้าวที่นี่ ต่างไปจากที่อื่น ก็ด้วยการนำข้าวแช่น้ำแล้ว ห่อด้วยใบคลุ้ม ตระกูลเดียวกับคล้า แต่ใบใหญ่กว่า ห่อข้าวแบบข้าวต้มมัด แล้วก็ใส่ในกระบอกไม้ไผ่ ซึ่งเป็นไผ่เหลียง ปล้องยาวเป็นพิเศษ ใส่น้ำจนเต็ม แล้วต้ม งานนี้ 3 วันเราเลยไม่ยอมกินข้าวในจานเลย กินมันกะใบคลุ้มน่ะแหล่ะ แหม ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วนี่นา

วงสนทนาคืนนี้ ออกรสชาด ทั้งเรื่องเสือ เรื่องผี จนเราแอบหลบออกมาดูดาวดีกว่า เพราะฟ้าเปิด และเป็นคืนเดือนมืด ว๊าว…ดาวเต็มท้องฟ้าเลย …จน 4 ทุ่มได้มั๊ง เราถึงลงเปลนอน แต่นอนไม่หลับ ก็เลยต้องฟังเรื่องราว ความเป็นไปของป่าต้นน้ำแห่งนี้ จากวงสนทนา …..มารู้ตัวอีกที ก็มีผู้ใจดี เอาตะเกียงแก๊ส มาตั้งให้แสงสว่าง กันเราและเพื่อน กลัว และก็เพื่อความปลอดภัย...ขอบคุณอีกทีคร๊าบบบ

 


เช้าตื่นมา หลังกินกาแฟ เราก็ช่วยทำกับข้าวบ้างล่ะ รวนไก่ ใส่ซ้อสเค็ม ๆ อร่อยดี กะผัดผัก Kood น้ำมันหอย เพื่อนเราช่วยผัดคะน้า บอกว่า สูตรคนขับสิบล้อ อุแม่เจ้า…เธอไปรู้มาได้ไงเนี่ยะ

หลังมื้อเช้า หนุ่ม ๆ ไปช่วยกันตัดไผ่ทำแพ โดยใช้หวาย ที่น้องหนุ่มกะน้องวิ ตัดเตรียมระหว่างเดินป่าเมื่อวานนี้ 

ส่วนเราสาว ๆ และพี่กบ นั่งคุยกันกลางกระแสน้ำ จนขึ้นมาบนบก ทั้งเรื่องดูนก ดูงู เรื่องเที่ยวร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ของผู้มากประสบการณ์ โดยมีครูอ้วนทำกับข้าวกับปลา เตรียมไว้สำหรับมื้อเที่ยง เที่ยงนี้มีน้ำพริกปลาย่างด้วย น้ำพริกฝีมือครูอ้วนนี่อร่อยจริง เมื่อคืนนี้น้ำพริกมะปลิงก็ใช่ รสชาดกลมกล่อม แต่จัดจ้านเอาการ

รอจนหนุ่ม ๆ ถ่อแพมาถึง 3 แพ เราก็เริ่มแพ็คของ กินข้าวเที่ยง แล้วออกเดินทางกันต่อ เราตื่นเต้นจัง ก็ไม่เคยลงแพไม้ไผ่ นั่งแช่น้ำไปทั้งวันอย่างนี้นี่นา ข้าวของก็ต้องแพ็คลงถุงพลาสติกหมด ไม่งั้นเปียก….

เราและเพื่อน ภายใต้การนำของพี่เชษฐ์ กะครูอ้วน ออกแพไปก่อนเป็นลำแรก ตามมาด้วย พี่กอล์ฟ พาพี่พรานใหญ่ น้องวิ ออกตัวตาม และพี่กบกับน้องหนุ่ม บวกสัมภาระ ปิดท้าย

 
เที่ยวไปตามตะวัน บุกบั่นไปตามลม
สนุกสุขสม หัวใจหงายคว่ำ
ชีพที่ยาวนาน หรือสั้นแค่เพียงคำ
เอาตูดแช่น้ำ แล้วจ้ำต่อไป
 

เราพายจ้ำ พายงัด ร้องเพลงบ้าง เงียบบ้าง สายตาสอดส่องดูร่องรอยสัตว์ริมชายฝั่ง หานกบนต้นไม้ ไม้ริมน้ำแถวนี้ เป็นต้นไคร้น้ำ รากสีแดง แปลกตา

บนฝั่งขึ้นไป เราจะเห็นทิวไผ่ ปะปนไปกับไม้ใหญ่ อย่างไม้ยาง อินทนิลต้นใหญ่ ออกดอกสีม่วง เห็นไปไกล กระไดลิง ก็ไม่น้อยหน้า ออกดอกสีส้ม ๆ มาแข่ง ผสมกับดอกสีขาวนวล ของชมพู่ป่า ทำให้เราอยากจะแช่น้ำอยู่ตรงนั้นซะจริง แล้วเรา 4 คนก็โดดน้ำเล่นกัน ถ่ายรูปแอ็คชั่น เด็ด ๆ ซึ่งก็ถ่ายไม่ได้มากเท่าไร เพราะกลัวเปียกน้ำ และมารู้ทีหลังว่า ฟิล์มเสียไปครึ่งม้วน เฮ้อ…เราไม่ได้งัดกล้องมาถ่ายสำรองไว้ซะด้วย


เอ้า  ฮุย....เล....ฮุย

ผ่านไปชั่วระยะหนึ่ง แพอื่น ๆ ก็ประจักษ์แจ้งว่า ควรจะอยู่ห่างจากแพเราให้มาก ๆ ฮา….พี่กอล์ฟ รีบจ้ำแพหนีเรา ล่วงหน้าไปก่อน  กลัวเสียงอ่ะ ส่วนแพหลังก็ไม่ยอมจ้ำตามมา บอกให้เราไปไกล ๆ ก่อน…..55555 …ขนาดหนี ยังไม่วาย ตามมาฟัง เรื่องโจ๊กตกเตียงจากแพเรา

ริมฝั่งยังมีเรื่องเล่า จากแอปเปิ้ลน้ำ ที่นี่ลูกสีแดงสวยสด ขนาดกำมือใหญ่ ๆ ที่เดียว พี่เชษฐ์กระโดดไปเก็บข้างตลิ่งมาให้ดู แต่เราได้กลิ่นซะก่อน …มันไม่ใช่แอปเปิ้ลนะ เหม็นเขียวจะตายชัก บอกได้ไงว่าเป็นแอปเปิ้ล แต่สีแดงสวยสดจริง ๆ แล้วก็มาได้ข้อเฉลยว่า มันคือ …ลูกขี้กา.. โห ที่นี่ลูกใหญ่มาก แล้วพี่เชษฐ์นี่แหล่ะเคยหลอกเด็ก ๆ ที่มาล่องแพก่อนหน้านี้ ว่าเป็นแอปเปิ้ลน้ำ น้อง ๆ ไม่รู้คว้าได้ใส่ปากเลย …ฮา..คายแทบไม่ทัน นอกจากเหม็นแล้วยังขมอีก อิ ๆ


ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง  ถ่ายรูปดีกว่า


เราล่องแพ ลัดเลาะมาตามกระแสน้ำ ผ่านแก่ง ที่เค้าบอกว่า ยากสุดแสน ก็คือ แก่งเหวพง หน้านี้น้ำน้อย เราต้องลงจากแพ เพื่อให้แพผ่านไปได้ ตามความคดเคี้ยวของก้อนหินใหญ่กลางน้ำ ที่เปิดช่องพอดีแพ ประมาณ 4 โมงเย็น เราถึงที่พัก คืนที่สอง ….ห้วยปากหรุย…

ขนของขึ้นฝั่ง ก็ต้องอึ้ง..อึ้ง..อึ้ง ก็เป้ที่คิดว่าแพ็คดีแล้ว เปียกไปหมด ไม่พอ น้ำยังเข้าไปในเป้อีก…โชคดีที่ข้างในใส่ถุงพลาสติกไว้อีกชั้น แต่อิฉันแย่หน่อย ที่เก็บของทุกอย่างแพ็คหมด ยกเว้นกระเป๋าตังค์ ทิ้งไว้ในซอกซิบของเป้…เปียกหมดเลยอ่ะ…ต้องรื้อกระดาษ และเอกสารทุกชิ้นที่มีอยู่ในนั้น ออกตากกะผืนทรายที่มีไออุ่นของแดด ไม่นานก็แห้ง เฮ้อ !! 

 
 
คุ้งน้ำ ก่อนถึงห้วยปากหรุย ที่พักแรมคืนที่สองของเรา


  ต้นไคร้น้ำ มีให้เห็นตลอดสองฝากฝั่ง ตลอดเส้นทาง

แล้วเราก็ได้ความรู้ใหม่ ในการกางฟรายชีต บนที่โล่ง ๆ ก็ด้วยการ ปักเสา 2 ต้น ห่างน้อยกว่าความยาวของฟรายชีตหน่อย ใช้เชือกโยง 2 เสา แล้วปลายเชือกแต่ละข้าง ผูกติดกะท่อนไม้ ขุดหลุมลึกสักศอก ฝังท่อนไม้โดยวางนอนตามขวาง อย่าปักตรง ๆ เค้าบอกว่าวิธีนี้กระเหรี่ยงใช้ผูกช้าง เออ ได้ผลแฮะ ใช้กางฟรายชีตได้สบาย ๆ กระทั่งเช้าแน่ะ  



มื้อเย็นวันนี้ เราแอบประลองฝีมือบ้าง แย่งน้องเชษฐ์ห่อข้าว ถามไถ่ได้ความว่าจะห่อแบบไหนก็ได้ จับจีบแบบข้าวต้มมัด หรือจะห่อแบบธรรมดาก็ได้ แต่สองห่อสุดท้ายเราห่อแบบขนมเทียนอ่ะ…มันก็เลยกลายเป็น 2 เต้าในจานใครก็ไม่รุ (เหมือนไปหน่อย)

ส่วนกับข้าวมื้อนี้ ได้กินแกงจืดวุ้นเส้นแบบแห้งในกระบอกไม้ไผ่ด้วย คล้าย ๆ ผัดวุ้นเส้น แต่เป็นเครื่องแกงจืด โอ้โฮ มีทั้งฟองเต้าหู้ ดอกไม้จีน ที่ต้องมัดปม กุ้งแห้ง เห็ดหูหนู …..หย่อยจัง
เสียดาย ลืมดูขั้นตอนการทำ เผื่อจะลักจำไปลองทำกินป่าอื่นบ้าง

ค่ำนี้ วงสนทนาของเรา แคบเข้ามาถึงความเป็นมาเป็นไปของต้นน้ำแห่งนี้ รวมถึงตำนานเล่าขานเรื่องของความรุนแรงในพื้นที่ การกระทบกระทั่งกัน จนกระทั่งหันมาปรองดองกันได้ รวมถึงการเข้าไปช่วยจัดการความเป็นอยู่ให้กับชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ทำกิน การสอนทำเกษตร 4 ชั้น รวมถึงการตั้งโรงเรียนให้ลูกหลานคนเหล่านี้ ก็แหม จะให้เด็ก ๆ เดินลงเขา 11 กิโลเมตร เพื่อไปเรียน แล้วก็เดินอีก 11 กิโลเมตร กลับบ้านตอนเย็น ก็ตายกันพอดีซี่คะ คุยกันได้ประมาณ 4 ทุ่ม เราขอตัวไปนอนเอาแรงก่อนดีกว่า ยุง แล้วก็แมลงเยอะ เราพกสเปร์กันยุงและแมลงมาด้วย แต่ก็ไม่ได้เอาออกมาฉีด …ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

 
 
อีกมุมหนึ่งของที่พัก


 Hmmm...So heavy !!   ครายอ่ะ


 มุมที่ป๋มแอบมาอาบน้ำ 

เช้าวันสุดท้ายของการพักแรมในป่าต้นน้ำ เรานั่งทอดอารมณ์ ขณะที่พี่กอล์ฟ นั่งทอดหมู(Protien เกษตร) ทอดปลากรอบ เรานั่งดูรูปวาดของครูอ้วนไปพลาง มือหยิบปลากรอบของพี่กอล์ฟมาชิมไปพลาง จิบกาแฟตาม อ้า..อาหร่อย

กิจกรรมยามเช้า ที่ห้วยปากหรุย
ใครใคร่ทอดอารมณ์...ทอด
ใครใคร่ทอดปลากรอบ...ทอด(เหมือนกัน)

หลังมื้อเช้า เราปฏิบัติภารกิจกับเสร็จสิ้น ก็ขึ้นเป้(ขนลงแพ) ราว ๆ 9 โมงเราเริ่มออกเดินทาง ทางน้ำกันต่อ แพใครแพมัน

ลองแพมาวันนี้ ไม่ทันจะพ้นโค้งน้ำ อ้อมขุนเขา เราก็ได้ยินเสียงที่รอคอย
เจ้านกกาฮัง ส่งเสียงมาแต่ไกล
“โน่นไง” แหงนมองไปที่หน้าผา เขาที่ตระหง่านขวางลำน้ำ เจ้าตัวที่หนึ่งบินโฉบไปแล้ว
“นู่นอีก“ เจ้าตัวที่สอง นับไปนับมา ได้ตั้ง 6 ตัวแน่ะ แถมเรามองยาวไปไกล
ขนาดเห็นเจ้าสองตัวหลัง โผล่ลงเกาะบนต้นไม้ริมเขาสูง ชี้ชวนคนโน่นคนนี้ดู
ไม่รู้เค้าเห็นเหมือนเราหรือเปล่า …อา..เจ้ากาฮัง…สุดยอดนกในฝัน

พ้นช่วงตื่นเต้น เราก็นั่ง ๆ นอน ๆ ทอดอารมณ์บนแพบ้าง กระโดดลงน้ำเกาะข้างแพลอยไปบ้าง เสียงเพลงกลับมาเยือนอีกครั้ง วันนี้แพเราเลยกลายเป็นแพซันนี่มูน กลางแดดเปรี้ยง เราลัดเลาะมาตามน้ำ เหนื่อยก็พัก กินกาแฟ ปล่อยแพไหลตามหลังแพอื่นไปเรื่อย ๆ 

เราชมวิวไป กินไป สุขใดไหนจะปาน สองฟากฝั่งเต็มไปด้วยทิวไม้ ..ร่องรอยสัตว์ลงกินน้ำก็มีให้เห็น
"โน่น..ต้นหลุมพอ"(ไม้เศรษฐกิจที่ใกล้จะหายไปจากป่าทุกที)

"โอ้โห...ไม้ต้นนั้นใหญ่จังเลย อย่างน้อยก็ต้อง 2-3 คนโอบ"
มีรังผึ้งด้วย ช่วยกันนับได้ตั้ง6 รัง แต่ทำไมเรานับได้ 5 รังหว่า.. 
มีร่องรอยตอกทอย ขึ้นไปเก็บรังผึ้งอีกต่างหาก

"นั่น...ไม้ล้ม"
"ต้นหลุมพอนี่นา" พี่เชษฐ์บอก
เจ้าต้นนี้ล้มแบบถอนรากถอนโคน อยู่ริมตลิ่ง  รากมันช่างงดงามจังเลย มิน่าล่ะ มันถึงถูกเก็บ หรือโค่นนั่นแหล่ะ  แทบจะทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่เผลอ..

"นี่ยังพอมีหลุมพอต้นใหญ่ ๆ อยู่บ้างนะ แต่อยู่ในป่าลึก เราก็เฝ้าระวังกันตลอด
 ไม่อยากให้ใครลอบตัด" พี่เชษฐ์บอก

ระหว่างทาง เรายังเจอ ไม้ใหญ่มาก ๆ อีกต้นหนึ่ง ล้มขวางทางน้ำ ก็มีรอยเลื่อยออกไป ก็เจ้าท่อนที่ขวางลำน้ำนั่นแหล่ะ แต่ใครเอาไป ไม่รู้ เหลือแต่โค่นบนตลิ่ง ไว้เตือนตาเตือนใจ

แล้วในที่สุด แพของเราก็มาถึงจุดหมาย ที่บ้านหลางตาง เราขึ้นที่จุดนี้ 2 ลำ ส่วนพี่กบ แล่นเลยไปขึ้นที่ โดมอหังการ์ จากจุดขึ้นแพ แบกเป้ ขนของที่หนักอึ้งไปด้วยน้ำ เพราะถุงพลาสติกขาดหมด เดินไม่ไกลก็ถึงโรงเรียนบ้านหลางตาง ที่หน่วยต้นน้ำมาสร้างให้กับเด็ก โดยได้รับความช่วยเหลือ จากค่ายอาสาของมหาวิทยาลัย หลายแห่ง มาช่วยกันต่อช่วยกันเติม จนเป็นอาคารเรียน ที่นี่ มีเด็กนักเรียน 40 กว่าคน ครู 2 คน


ร.ร.บ้านหลางตาง

ส่วนโรงเรียนของครูอ้วน คือโรงเรียนบ้านคลองเรือ ก็เป็นโรงเรียน ในโครงการของหน่วยต้นน้ำเหมือนกัน อยู่ห่างจากหน่วยราว 20 กิโลเมตร แต่เส้นทางเค้าบอกว่า ขนาด 4wd พันโซ่ล้อ ยังไปไม่รอด หน้าฝนนี่ไม่ต้องไปไหนกันล่ะ

 
จากรร.บ้านหลางตาง มองเห็นยอดโดมอหังการ์ ลิบ ๆ  (รูปนี้ สีออกจะเพี้ยนๆ)

หลังจากเราวางข้าวของกันแล้ว ก็ไปรับพี่กบกับสัมภาระ ที่โดมอหังการ์ เดินไปราว 50 เมตร โดมนี้ เจ้าหน้าที่สร้างขึ้นเป็นที่พัก ดักจับพวกลักลอบตัดไม้ทำลายป่า บางครั้งก็เป็นที่พักแรกของคนเดินป่าและชาวคณะล่องแพ ที่ชอบมาผูกเปลที่นี่ (แต่ยุงเยอะ)


โดมอหังการ์ ที่อหังการ์ กับผู้ที่ลักลอบทำผิดสมชื่อ

หลังขนของ กินข้าวเที่ยงเสร็จ เราก็ขึ้นรถ 4 WD กลับหน่วยต้นน้ำฯ แล้วก็ได้รู้ว่า 11 กิโลเมตร ที่ลงไปพื้นราบน่ะ สาหัสขนาดไหน แล้วนี่จะให้เด็ก ๆ เดิน หรือโดยสารรถลงไปเรียนกัน โธ่ ให้ครูสักคนขึ้นมาสอนเด็กน่าจะง่ายกว่าเจ้าค่ะ


อินทนิลใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่หน้าโดมฯ


ถึงหน่วยต้นน้ำ เราได้เจอกันพี่พงศา ชูแนม หัวหน้าหน่วยจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ ซะที ได้ลายเซ็นที่เค้าบอกว่าเป็นที่ต้องการมาก มาด้วย พร้อมกับเรื่องเล่า มุขอำ มุขฮา มากมาย ได้ชิมขนมครกสไตล์ปักษ์ใต้ ชิมทุเรียนจากสวนที่สุกหอมกรุ่น(แต่เราขอบาย เพราะเรากินทุเรียนที่ไม่ค่อยสุกอ่ะ) หลังเก็บข้าวของ เตรียมตัวได้ที เราก็โบกมืออำลาเจ้าหน้าที่หน่วยต้นน้ำทุกคน
อ้อ…ก่อนจากยังได้ฝากลายเซ็นไว้ด้วย จะได้ไม่ขาดทุนไง

เราจากมา แต่ยังหวังว่า สักวันหนึ่งเราจะไปเยือนอีก แม้จะไม่เข้าป่า แต่บ้านพักที่หน่วยก็น่าทอดอารมณ์ แถมยังจะมีโอกาสให้อาหารจระเข้ด้วย….เป็นยังไง ..อยากรู้ม๊ะ…?

 

 


 
ป่าสงวนแห่งชาติพะโต๊ะ เป็นส่วนหนึ่งของป่าต้นน้ำหลังสวนตอนบน ที่ครอบคลุมพื้นที่ กว้างใหญ่ 587,875 ไร่ ใน 3 จังหวัด คือชุมพร, สุราษฎร์ธานี และระนอง เนื้อที่แท้ ๆ ของป่าสงวนแห่งชาติ รวมป่าปังหวานและปากทรง 374,375 ไร่, ที่เหลือเป็นอุทยานแห่งชาติแก่งกรุง ครอบคลุม อ.ไชยา และท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี 206,000 ไร่ และป่าสงวนแห่งชาติราชกรูช-กะเปอร์ จ.ระนอง 7,500 ไร่

ป่าพะโต๊ะ ชุบชีวิตผู้คนจำนวนมากที่ไร้ที่อยู่ ที่ทำกิน เข้ามาตั้งรกราก กว่าครึ่งหนึ่งอพยพมาจากหลายจังหวัด ทางอิสาน

ป่าแห่งนี้ ถูกหักล้างถางพงไปหลายร้อยไร่ กว่าที่หน่วยต้นน้ำจะเข้าไปจัดการอย่างเด็ดขาด ด้วยการนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมชาวบ้านที่บุกรุกป่าเกือบยกหมู่บ้าน หลังจากเตือนและให้โอกาสถอยออกจากเขตป่าเป็นปี…

ป่านี้ เคยมีเรื่องพะบู๊ระหว่างเจ้าหน้าที่ต้นน้ำ กับผู้บุกรุก หรือพวกลอบตัดไม้ ลอบล่าสัตว์ จนเป็นข่าวโด่งดังในหน้าหนังสือพิมพ์ เมื่อหลายปีก่อน

แต่ด้วยความเข้มแข็งของหัวหน้าพงศา กับเจ้าหน้าที่หน่วยจัดการต้นน้ำ ทำให้ชาวบ้านเริ่มให้การยอมรับในที่สุด และท้ายที่สุด ก็เกิดโครงการคนอยู่-ป่ายัง ภายใต้แนวคิดการป้องกันรักษาป่าโดยให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วม มีการตั้งประชาคมคนลุ่มน้ำ ทุกอย่างเริ่มเข้ารูปเข้ารอย ก็เมื่อปี 2537 แต่ถึงตอนนี้ไม้เศรษฐกิจอย่างหลุมพอ ก็ถูกลอบตัดไปเยอะแล้ว

“รู้มั๊ย เค้าตัดแล้วเอาไปทำอะไร “ พี่กอล์ฟตั้งประเด็น คืนหนึ่งริมสายน้ำที่เราอิงอาศัย
“ทำเฟอร์นิเจอร์ส่งนายทุนมั๊ง” เราบอก
“ตอนต้นน่ะไม่ใช่หรอก พวกที่บุกรุกเข้ามาน่ะ ตัดเสร็จเผาทิ้งหมดเลย กว่าหน่วยฯจะเข้ามาจัดการก็หมดไปร่วม 200 ไร่ ในหลาย ๆ จุดรวมกันนะ” พี่กอล์ฟ บอก
เฮ้อ น่าเสียดาย ทำเหมือนมันไม่มีคุณค่าอะไรเลย

 *** การเดินทางไปพะโต๊ะ ***
ก็นั่งรถทัวร์ไปลง ที่ขนส่ง จ.ระนอง จะใกล้กว่า จากขนส่ง ก็เหมารถสองแถว หรือจะเช่า 
ไปหน่วยจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ กรณีที่จะเดินทางเข้าป่าลึก แต่ถ้าไปทัวร์เดินป่า-ล่องแพ
กับชาวบ้าน ก็มีให้เลือกหลายรายค่ะ แต่เป็นช่วงท้าย ๆ ของต้นน้ำแล้ว

ถ้าไปกับหน่วยต้นน้ำฯ ก็ติดต่อให้หน่วยมารับ ก็น่าจะได้ ลองคุยกับเจ้าหน้าที่ชมรมนะคะ
หมายเลขโทรศัพท์ 0-7752-0075 ***แก้ไขคร่ะ

แต่ไปคราวนี้ คงไม่มีการลองแพด้วยแพไม้ไผ่อีกแล้ว แต่จะเป็นแพพีวีซีแทน เพราะ
เลี่ยงที่จะต้องตอบคำถามนักต่อนัก ที่ว่า" ทำไมต้องตัดไม้ไผ่ มาทำแพ"

"เราขี้เกียจอธิบาย ที่จริง ถ้าเค้ารู้ธรรมชาติของไผ่ ก็คงเข้าใจ"
"ไผ่โตเร็วมาก ปีหนึ่ง หรือ 2 ปี ก็ตัดมาทำแพได้แล้ว ถึงไม่ตัด หน้าแล้งมันก็เสียดสีกัน
เกิดไฟป่า ไหม้ลามไปเอง พอฝนมา ก็แทงหน่อขึ้นมาใหม่ เป็นวัฏจักร"

อืมมมม....  สงกรานต์ '51 เจอกันนะ ...ป่าต้นน้ำพะโต๊ะ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
Phithak_C. วันที่ : 27/10/2008 เวลา : 17.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phithak1970

เข้ามาอ่านความหฤหรรษ์ของทริปนี้แล้วขอ-รับ

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
chedtha วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 21.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)

ต้นน้ำ น้ำใส มีก้อนกรวดเยอะแยะ สวยดีครับ
เห็นแล้วคิดถึงตอนที่ไปล่องแก่ง ที่เมืองกาญจนบุรี น้ำก็ใสอย่างนี้เหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
INDYLOVE วันที่ : 16/04/2008 เวลา : 15.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loveindy
บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับความทรงจำความประทับใจ ประสบการณ์ในการท่องเที่ยว และอาหาร

สงกรานต์เกือบได้ไปพะโต๊ะแล้วเจ้าโบวบอกว่าดำเกิงยังขาดคน...
พอดีหลานอยู่บ้านคนเดียวก็เลยต้องอยู่บ้านเป็นเพื่อนหลานกลัวเหงา
ครั้นจะเอาไปด้วยก็กลัวจะหนักกระเป๋าคุณน้าน่ะค่ะ...เลยอยู่เฝ้า กทม. ดีกว่า

อ่านเรื่องของเจ๊วิกกี้แล้วน่าสนุกจัง ดูเจ๊วิกกี้มีความสุขมากเลยค่ะ
นั่งชมนกชมไม้หยิบของกินไปด้วยเหมือนดู TV อยู่บ้านเลยค่ะ...อิอิ
เห็นแพเห็นสายน้ำแล้วน่าสนุกจังนะคะ เจ๊วิกกี้นี่ใช้ชีวิตได้คุ้มค่าดีจังเลยค่ะ!!!
แต่แทบไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าเจ๊วิกกี้จะกลัวทากด้วยอ่ะ...ออกจะลุยซะขนาดนั้น...สู้สู้ค่ะ...เจ๊วิกกี้

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
naijoe วันที่ : 12/04/2008 เวลา : 03.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naijoe

เป็นเรื่องที่ยาวจริงๆ...

เดินป่านี่ก็น่าสนุกดีเนอะครับ...

แต่ไม่ชอบทากอ่ะ...



ความคิดเห็นที่ 38 (0)
nokyoung วันที่ : 11/04/2008 เวลา : 12.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tungtung

ไม่ผิดหวังอีกแล้วจ้า..
ชอบมากๆๆๆ..
เวลาคุณพี่เดินป่า..
แล้วนำเรื่องมาเล่าสู่กันฟัง..
อ่านแล้วรู้สึกรักษ์ป่าทุกทีที่ได้อ่าน...
ขอบคุณจิงๆๆ

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
ฉัตร/ณ/สมุย วันที่ : 09/04/2008 เวลา : 22.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chatsamui
CHAT@HAdyai

ชอบตัวด้วง ที่เรียงให้ถ่ายรูป

ชายคนนั้นช่างสุภาพบุรุษ นอนอย่างสบายให้หญิงถ่อเรือ อิอิ ดีว่าไม่เอาเท้าราน้ำด้วย อะล้อเล่น
หูยยย อิจฉา ป่าโน้น ป่านี้ ป่าไหน ที่คุณวิกกี้ยังไม่เคยไปมีป่ะเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
eddie วันที่ : 09/04/2008 เวลา : 21.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supermodels
http://eddiekomdie.hi5.com

Vickie จะเข้าป่าอีกแล้วเหรอ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 09/04/2008 เวลา : 18.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

ดู vickie ชอบเที่ยวผืนป่าทางภาคใต้นะครับ
มีความหลัง อยู่ที่นั่นหรือเปล่า?
------------------
1 ปีที่เจอกัน แวะไปรับความขอบคุณด้วยนะครับ vickie

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
บ่าวขี้เมี่ยง วันที่ : 09/04/2008 เวลา : 17.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nampol
อยู่ในสายลม....อยู่ที่โค้งรุ้งทอ.... @ ผู้ชายสีน้ำทะเล

วันก่อนดูรายการ ปราชญ์เดินดิน ช่อง 9.
วิถีและแนวคิดของพี่พงษ์ษา ทำให้อยากมาเดินป่าที่นี้.
อยากไปปปปปปปปปปปปปปปปปปปป))))

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
Ch.Minivet วันที่ : 09/04/2008 เวลา : 15.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ChMinivet
Ch.Minivet @ OK NATURE Save Nature Save Life 

พี่ Vickie คะ เอาเรื่องนี้มายั่วนู๋อีกแระ

... ... ...

ยั่งงี้ นู๋ก็ต้องไปน่ะจิ

ขอบคุณสำหรับเบอร์ ทอสับค่า

ไปหาสมาชิก เดินยั่วทาก เล่นๆ ดีก่า

... ... ...

นู๋ชอบวิธี ใช้ชีวิตในป่าแบบพี่มั่กๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
วิตามินบี วันที่ : 09/04/2008 เวลา : 02.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


บ้านนี้เริ่มทำให้บี
หลงเสน์ห์ป่าแล้วนะคะ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
เจเจค่ะ วันที่ : 09/04/2008 เวลา : 01.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj
Completely support 137 

อยากจะใช้เป็นเคสวิถีชุมชนจังเยย




ความคิดเห็นที่ 30 (0)
auguzzy วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 23.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

ป่าแบบนี้จะอยู่กับเราอีกกี่ปีนะ

ไม่อยากคิดเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
AJ.p วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 22.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TheTaleOfFourTribes
- - " หูยาว จ้าวป่า " - - (นะจ๊ะ)

อุดมสมบูรณ์...งดงามครับ ธรรมชาติ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
vickie วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 22.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
       เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว      http://www.oknation.net/blog/vickie1

@ คุณ Walkaway ช่ายแล้วฮับ ป๋มอ่ะชอบมาก นั่งแช่น้ำไปเลย
ตรงไหนน้ำใสๆ ก็โดดเล่น 5 5 5 แถมเผลอๆ ได้เห็นสัตว์ที่ลงมากินน้ำอีก

@ คุณ ณชาติหนึ่ง อย่าโกรธเคืองไปใย เพราะเราจะไปอีกในวันสงกรานต์ หากแต่เส้นทางที่ผ่าน อาจจะลึกเข้าไปจากหุบเขาไร้รักมากนัก .... สนใจไปเจอกันได้นะขอรับที่หน่วยต้นน้ำพะโต๊ะ

@ คุณ itarinenglandoneday ป๋มก็ว่ายน้ำไม่แข็งแรง แต่หน้านี้น้ำไม่มาก จะลึกก็บางช่วง เพราะงั้นไม่น่ากลัวเท่าไหร่ขอรับ

@ คุณ spyone กลอนไพเราะนะขอรับ เห็นภาพของพะโต๊ะได้ดีเลย หน้าฝนที่นั่น ชาวบ้านลำบาก หากแต่ป่าก็นำมาซึ่งความอุดมของคนพื้นที่

@ คุณแม่ค้า 5 5 55 ดีฮับ ป๋มอ่ะ จนป่านนี้ยังไม่กล้าจับเลย แต่ก็โดนกัดมันทุกครั้งอ่ะ

@ คุณ tovigo ที่นั่น มีทั้งนกทั้งสัตว์แหล่ะฮับ แต่ที่ป๋มประทับใจสุด ๆ ก็ตอนล่องแพ แล้วมีฝูงนกเงือกบินผ่าน (ดีที่มันไม่ขี้ลงมาตรงแพป๋ม) ช่วงจังหวะนั้น สุขใจมั่กๆ

@ คุณกัสโต้ น่าไปล่องแพเล่นบ้างเนอะ ว่าแต่ไก่ดินนี่ หมายถึงด้วงงวงป่าวฮับ

@ คุณ amalit1990 ถึงหลงยังไง พวกเราคงไม่เหมือนแหม่มสาวๆ อ่ะ เพราะขืนป๋มเป็นแบบคุณเธอ มีหวังป่าราบ 5 5 5 เครือว่าทั้งคนและเจ้าหน้าที่ วิ่งหนีกันป่าราบ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
vickie วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 20.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
       เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว      http://www.oknation.net/blog/vickie1

@ คุณ saleman โห แฟนรพินทร์นินา ....ช่ายแล้วคร๊าบบบ ป๋มฟังเรื่องราวแล้ว ยังอดเสียวลำคอไม่ได้เลย แล้วก็น่าสงสารที่มันต้องตายเพราะความรักด้วย

@ คุณ ค.โคกทราย ขอบคุณคร๊าบบบบ ดีใจฮับถ้าทุกคนจะรักษ์ป่าเหมือนคุณ แต่ก็น่าเสียดายที่ป่าหร่อยหลอลงทุกวัน

@ คุณพรี่มะอึกขร๋า หลังๆ มานี่ ป๋มเห็นทางอำเภอพะโต๊ะ จ.ชุมพร เองก็พยายามจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวอยู่นะคร๊าบบบ แต่เป็นการล่องแก่งด้านล่าง
ป่านี้ ...หล่อเลี้ยงชีวิตทั้งคนและสัตว์ป่าเชียว
ว่าแต่ อย่าต่อว่าป๋มเยยน๊า น๊า น๊า ที่ป๋มไม่ได้ไปทั้งสองที่ที่ว่า

@ คุณYai_Nid หะแรกก็ว่าจะยังไม่ไปช่วงสงกรานต์ แต่ดันพลาดจากเขาหลง เลยต้องหาทริปที่ดุดันพอกัน ก็ที่นี่แหล่ะ 5 5 5

@ คุณ BlueHill ป่าพะโต๊ะดูเหมือนไม่มีอะไร แต่กลับมีอะไรให้ค้นหามากมายจริงๆ มากมายขอรับ

@ คุณลูกเสือหมายเลข 9 ขอบคุณคร๊าบบบ หวังว่ามาเมนต์บ้านป๋ม ไม่วางมือลำบากเหมือนถ่ายรูปนาคร๊าบบบบ


@ คุณสอนสุพรรณ ขอบคุณคร๊าบบบบ ใช่ขอรับ ป๋มเองดูรูปตอนเล่นน้ำ ก็ช๊อบชอบ มันเย็นใจลงไปได้เยอะเชียว ชอบคร๊าบเวลาเดินป่า แล้วมีน้ำให้เล่นไปด้วยเนี่ยะ เพราะป๋มไม่กลัวเปียก แต่กลัวร้อนมั่กๆ

@ นายตะเกียง แสดงว่าไปมานานมากเลยนะฮับ เพราะทีลอซู ป๋มเพิ่งไปมา กลายเป็นแพยางไปซะและ คนละอารมณ์กันเลย

@ Amm แล้วเราไปรำลึกอดีตกันอีกน๊า ฮี่ๆ

@ คุณ slipknot ช่ายแว้วฮับ ป่าสวย มีเอกลักษณ์พอตัวเชียวฮับ โดยเฉพาะรอยเท้าสัตว์บนหาดทราย ริมธารน้ำอ่ะ

@ คุณPepsi ได้เลยคร๊าบบบ ท่านพรี่ แล้วป๋มจะเที่ยวเผื่อ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
amalit1990 วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 18.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/amalit1990
ศานติ เพื่อ แสวงหา

ไปครั้งนี้หวังว่าไม่หลงนะ

แต่ป่าชื้นมากๆ ผมว่าผ่านไปกี่ทีก็จำทางไม่ได้หรอก

มุกหลงป่านี่น่าใช้มากกกกกกกกกกกกกก

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
กัสโต้ วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 18.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/custo
LIFE IS BEAUTIFUL WHEN YOU WALK SLOWLY

เห็นแล้ว ชุ่มฉ่ำสบายใจ จัง

มี "ไก่ดิน" ด้วย ตั้งหลายตัว

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
tovigo วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 17.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ctc

ถ้าได้เข้าไปดูนก คงลืมโลกภายนอกไปเลย

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
แม่ค้า วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 16.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jiracafe

เคยไปให้อาหารทากครั้งนึงเหมือนกัน

สุดยอดของธรรมชาติเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
spyone วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 15.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก

ค่ะ..พะโต๊ะ..เคยไปทานข้าวกับชาวบ้าน

สูงตะหง่าน ชุ่มฝนคนเมืองหลวง

ถนนลื่น..รถไถลให้หนาวทรวง

เมื่อลุล่วง..ได้ขึ้นภูดูป่างาม



จำได้แต่ป่า 4 ชั้น..

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
itarinenglandoneday วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 14.12 น.

คิดถึงป่าแฉะๆ
ทากไม่กลัว เดินถึกก็ไม่ท้อ
แต่..ล่องแพน่ากลัวไม๊คะ เอ่อ คือว่า ว่ายน้ำไม่เป็น

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ณชาติหนึ่ง วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 13.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nnnnnn
จอมยุทธไพร หัวใจพอเพียง

แวะมาบอกท่าน vickie ค่ะ

ที่นี่คือหุบเขาไร้รัก ที่พำนักแห่งข้าฯ (สำนักสุสานโบราณ)

เหตุใดท่านมาเยือนไม่บอกกล่าว... ข้าพเจ้าแสนเสียดาย

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
walkaway วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 13.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ake-yanee
สิ่งที่เขียนคือสิ่งที่เห็นและเป็นจริงเสมอ

ป่าที่นี่มีน้ำให้ล่อง..น้ำใสน่าไปค่ะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
เป๊ปซี่ วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 13.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Pepsi8

พะโต๊ะ....ชุมพร...บ้านผ๊มมมมม

แต่ผมก็ยังไม่เคยแวะไปเที่ยวเลยจ๊ะ....ได้แต่ขับรถผ่านไปผ่านมา...ทุกที...

วานวิกกี้ไปเที่ยวเผื่อด้วยนะจ๊ะ....

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
slipknot วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 13.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/slipknot
ถึงเป็นผี...ก็เป็นผีมี..หัวใจ...นะเฟร้ยยยยยย

ป่าสวยมากเลย

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
amm วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 13.09 น.

อ่านแล้วคิดถึงอดีต..

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
นายตะเกียง วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 12.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naitakeing

เคยล่องแพไม้ไผ่แบบนี้เหมือนกัน สมัย ไปเที่ยวน้ำตกทีลอซู ที่ตาก หนาวเย็นมาก ครับ..แต่สนุกดี

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
สอนสุพรรณ วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 12.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phaen


ร้อนอบอ้าวมากเลยครับวันนี้... ได้อ่านเรื่องราวและชมภาพแล้วเย็นฉ่ำชื่นใจขึ้นเป็นกองเลยครับ...

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 11.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบคุณครับ ที่ทำให้รู้จักพะโต๊ะมากขึ้น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
BlueHill วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 10.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ป่าเขียวชะอุ่มมาก ๆ สมเป็นป่าต้นน้ำ
คอมเมนท์ก่อน เดี๋ยวตอนเย็นมาเก็บรายละเอียดอีกรอบ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Yai_Nid วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 08.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/YaiNid
เที่ยว Melbourne..ที่นี่  Love U..OK?..รักนะ..ได้มั้ยล่ะhttp://www.oknation.net/blog/konlangkow

..................คิดถึงนะคะ

เล่าเรื่องมันส์ตามเคย..
...........................จะไป...พะโต๊ะ.....
...........ทำไมต้องเป็น...สงกรานต์...
...อยากไปด้วย...วันอื่นไม่ได้..เหรอ???

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
มะอึก วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 08.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

วิกกี้...ป่านี้ผมยังไม่เคยเข้าไป...เคยได้ยินชื่อ.....
.
เที่ยวไปตามตะวัน บุกบั่นไปตามลม
สนุกสุขสม หัวใจหงายคว่ำ
ชีพที่ยาวนาน หรือสั้นแค่เพียงคำ
เอาตูดแช่น้ำ แล้วจ้ำต่อไป
.
เมื่อวานขึ้นไปที่เนชั่นฯ....ก็ไม่เจอ...
ไปที่ห้องมิตติ้ง...ก็ไม่เจอ....
.
ต่อว่า...ต่อว่า....ต่อว่า....ต่อว่า....
.

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ค.โคกทราย วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 07.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SeksantS

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆมีคุณค่า สวยงาม และอยากให้ป่าอยู่คู่กับคนจนวันสิ้นโลก

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
saleman วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 07.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saleman

ชอบมากครับ เหมือนได้ตามเข้าป่าเลย ดูแล้วนึกถึงนายรพินทร์ เดินป่ากับดาริน ในเพชรพระอุมาเลย
ชอบลานนกหว้ามากครับ น่าสงสารมัน อย่าล่ามันแบบนั้นเลย เสียวแทน

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
vickie วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 06.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
       เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว      http://www.oknation.net/blog/vickie1

@ คุณ JJ มาเจี๊ยบแต่เช้ามืด มะด้ายนอนเลยนะนั่น พักผ่อนเยอะๆ นาคร๊า จะได้มีแรงมาอ่านเรื่องยาวๆ ของป๋ม

@ คุณnaijoe อะเอิ๊ก โพสต์เวลาเดียวกันกะ JJ เลยเน้อ .... แซวตามซำบายฮับ แต่อย่าลืมมาอ่านรายละเอียดก็แล้วกัน

@ คุณ Chao-oa มาแนว 2 เมนต์เหมียนกัลเลยนาฮับ
มาร่วมผจญภัยกับป๋มน๊า

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
chao-oa วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 06.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chao-oa

คห.. 1
พักผ่อนบ้างก็ได้นะคะ..จุ๊บๆ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
chao-oa วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 06.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chao-oa

แนวผจญภัย
น่าสนุกจังเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เจเจค่ะ วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 05.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj
Completely support 137 

เย็นเย็นหนูจามาอ่านอีกทีนะคร้า

ตาล้าไปหมดแย้วอ่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
naijoe วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 05.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naijoe

อะโห...คห.1...

เช้าเลยนะคร๊าบบบ...




ขออนุญาต.จขบ.นะครับ...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
naijoe วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 05.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naijoe

ดูรูปกับแปะโป้งไว้ก่อน...

เด๋วมาใหม่ตอนค่ำๆ...



ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เจเจค่ะ วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 05.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj
Completely support 137 


...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เปรโต๊ะลอซู ภาค 3

ไปจับหมอกกันมั้ย

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]