• vickie
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vickie_007@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-25
  • จำนวนเรื่อง : 244
  • จำนวนผู้ชม : 692107
  • ส่ง msg :
  • โหวต 569 คน
vickie
If you are the Parks, I will trek in you.
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
วันจันทร์ ที่ 25 กรกฎาคม 2554
Posted by vickie , ผู้อ่าน : 21886 , 19:30:14 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน

จากเหตุการณ์ ฮ.ตกถึง 3 ครั้งในพื้นที่แก่งกระจาน 2 ครั้งแรกเป็นพื้นที่ป่าลึกต้นน้ำเพชรบุรี และครั้งที่ 3 ตกในไร่ชาวบ้านที่แก่งกระจาน จุดที่น่าสนใจของ ฮ.ตก 2 ครั้งแรก อยู่ป่าลึกบนเทือกเขาตะนาวศรี ติดชายแดนพม่า ทำให้ป๋มนึกไปถึงเรื่องราว เรื่องเล่า เกี่ยวกับป่าดิบดึกดำบรรพ์ในแถบนั้นขึ้นมาทันที ... มันมีอาถรรพ์ หรือความจริงของป่า

"ยอด1500 : ยอดงะงัน-นิยวกตอง" ผืนป่าดิบกว้างใหญ่ที่อยู่เลยพะเนินทุ่งขึ้นไป ดินแดนที่ป๋มรู้จักจากการอ่านเรื่องราวในอดีต และเรื่องเล่าจากเพื่อนปัจจุบัน ... พื้นที่ป่าที่ท้าทายและเป็นดินแดนในฝันของนักเดินป่าหนักๆ ที่อยากไปให้ถึง แต่น้อยคนนักที่จะทำได้สำเร็จ ด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง

ทำความเข้าใจก่อน !!!
เรื่องราวที่จะนำมาฝากนี้ เป็นเรื่องเก่าสมัยที่ต้องลาดตะเวนไปกับเจ้าหน้าที่ เป็นการเดินป่าดิบตั้งแต่เมื่อราวปี 2544 (ดูจากวันที่บันทึก) ทุกอย่างล้วนดิบด้าน ที่นำมาเล่าสู่กันฟังจะได้รู้จักผืนป่าสูง เหนือพะเนินทุ่ง แห่งเทือกเขาตะนาวศรี  ปัจจุบัน ยอดงะงันก็ยังดิบอยู่ และไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าถึง ด้วยเพราะอันตราย และความเปราะบางของธรรมชาติผืนป่า หากใครจะเข้าไปก็ต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่อย่างเป็นทางการ และต้องเคร่งครัดในกฎระเบียบ ซึ่งปีหนึ่งจะมีให้เข้าแค่ 1-2 กรุ๊ป 

ส่วนป๋มเอง ... แม้อยากไปใจจะขาด แต่ก็ยอมตัดใจ เพราะ ทากชุมมหาศาล ประมาณว่าระยะเดินชั่วโมงหนึ่งมีทากรุมเป็นร้อยตัว ถึงจุดพักแกะทากทีก็เลือดสาดทีเดียว จนเพื่อนที่ไปมาบอกว่าวิกกี้ไม่ไปหน่ะดีแล้ว ...ฮา และยังมีช้างป่า ซึ่งเป็นสัตว์ที่ป๋มโคตรกลัวเลย อ้อ..แล้วถ้าจะไปก็ควรต้องมีเวลาอย่างน้อย 10 วัน และเผื่อไว้หลงหรือเดินไม่ถึงอีก 2-3 วัน เบ็ดเสร็จคร่าวๆ ไปกันที น่าจะมีลางานกันเกิน 10 วัน... เฮ้อ..โดนไล่ออกพอดี

ยอดงะงัน 1500 กับเรื่องเล่า จากพี่ต้น มือเก่า ซึ่งเจ้าตัวก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่า เดินไปถึงยอด 1500 หรือเปล่า แต่เอาชีวิตรอดกลับมาได้ก็พอแล้ว ... ไปอ่านกันฮะ..



เรื่องเล่าเกี่ยวกับยอด 1500 และยอดงะงัน-นิยวกตอง ใน อช.แก่งกระจานที่ผมได้รับรู้เมื่อราว ๆ ปี 27 จากคุณแวว เมืองหวาน นักเดินป่ารุ่นเก่าของเมืองเพชรทำให้ผมมีความฝันอยากจะไปที่นั่นสักครั้ง เหตุผลของนักเดินทางอย่างผม แค่คำว่า “ไม่เคยไป” ก็เพียงพอแล้ว ในที่สุดผมก็เพิ่งจะมีโอกาสที่เฝ้ารอมาเนิ่นนาน เมื่อเจ้าหน้าที่ อช.แก่งกระจานต้องการลาดตะเวนและสำรวจเส้นทาง สู่ยอด 1500 และผมก็ได้รับการชักชวน ผมจัดเตรียมสัมภาระและอุปกรณ์เดินป่าที่ต้องการทดสอบภาคสนาม พร้อมเสบียงจำนวนหนึ่ง ก่อนออกเดินทางไปแก่งกระจาน 

 ต้นน้ำเพชร มนต์เสน่ห์สำหรับผู้พิสมัยทุกยุคทุกสมัย พ่อผมเคยท่องเที่ยวอยู่แถบนี้ก่อนปี 2500 พ่อเล่าถึงบรรยากาศของป่าเก่า ๆ สมัยโน้น แล้วชวนให้รู้สึกเสียดาย ทั้งที่ ชะอำ ทุ่งพลายงาม หัวหิน สามร้อยยอด กุยบุรี ต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งล้วนแปรเปลี่ยนเป็นเมืองแล้วทั้งสิ้น เอาไว้ว่าง ๆ จะให้พ่อมาเขียนเล่าให้ฟังครับ 

 วันแรกของการเดินทาง เราเริ่มต้น ที่หน่วยห้วยแม่เพรียง โป่งลึก ชุมชนกระหร่าง ใครเคยล่องแพยางคงรู้จัก แต่ถ้าใครสนใจจะไป ควรเริ่มต้นจาก KU camp นะครับเพราะจะประหยัดเวลาไปได้ 2-3 วัน ที่นี่ ครูเนา ปัญญาชนคนกระหร่าง และคณะ เตรียมตัวพร้อมอยู่แล้ว พี่โก๊ะ จรัล ขาวนุ่น หัวหน้าหน่วย เข้ามาทักทายตามประสาคนคุ้นเคย หลังจากอาหารค่ำ เราก็วางแผนการเดินทางร่วมกัน โดยพี่โก๊ะ และครูเนาซึ่งเคยไป ยอด 1500 มาแล้วเป็นผู้วางแผน ครั้งนี้เรามีผู้ร่วมคณะ 9 คน เป็น กระหร่าง 3  เจ้าหน้าที่ 5 ขาแจม 1 ( แฮะ ๆ ผมเองครับ ) อ้อ ตอนเช้ามี หมาตัวแสบตามไปด้วย 1 ตัวครับ ชื่อเจ้า แมคโค แล้วจะเล่าพฤติกรรมมันให้ฟังครับ 

 รุ่งเช้าหลังกินข้าวเช้าและ เฉลี่ยสัมภาระกันถ้วนหน้าแล้ว เราก็เริ่มเดินทาง ย้อนแม่น้ำเพชรไปเรื่อยๆ ผ่าน กำแพงเมืองจีน ขุนกระเวน แยกบางกลอย ผาน้ำหยด จนมาถึง แยกวังน้ำเย็น ใช้เวลาประมาณ 3 วันครับ ช่วงนี้ยังไม่มีอะไรตื่นเต้น มีแต่ความงดงามของธรรมชาติ รอยเท้าสัตว์ เต็มชายหาดเกลื่อนไปหมด และรอยเท้าเสือโคร่ง 3 ตัว ในที่ๆ ห่างกันมากๆ แสดงถึงอาณาเขตของเสือแต่ละตัวว่าต้องใช้อาณาเขตมากมายแค่ไหน เราหยุดพักกันที่ แยกวังน้ำเย็น ตรงนี้เปรียบเป็นปากซอยทางขึ้นยอด1500 ครับ และสายนั้าที่แยกไป เราเรียก "ตะเกลโพ"

 เราเดินตามตะเกลโพ ไปอีก 2 วัน ครับสายน้ำจะเล็กลงเรื่อย ๆ จะถึงทางแยกขึ้นยอด 1500 เป็นด่านสัตว์ขนาดใหญ่มาก ใหญ่ที่สุดที่เคยเห็นมาในชีวิตครับ ตานี้จะเป็นรายการเดินขึ้นแล้วครับเมื่อยกว่าเดินทางราบมาก ๆ ลิ้นห้อยมาถึงหน้าอกเลย รู้สึกเหมือนมันไม่รู้จักถึงเสียที ตานี้ความลำบากเริ่มมาเยือนแล้วครับ เริ่มจากเราต้องห่างแหล่งน้ำ และสองเสบียงหมดครับ ผู้นำผิดพลาดประเมินอาหารผิด แต่ยังไงมาถึงตรงนี้สู้ตายครับเดินหน้าต่อไป 

 ตรงหุบแห่งหนึ่ง เราพบค่ายเก่า มีร่องรอยการอาศัยอยู่ของคนราว ๆ 30 คน มีการทำเรือนพักชั่วคราวด้วย ผมไปคุ้ย ๆ เจอถุงกระดาษสองใบ บนถุงพิมพ์ภาษาพม่าไว้ทั้งสองใบครับ เดินขึ้นเขา 1 วันเต็ม ๆ เราก็ถึงยอด 1500 ครับ รากเลือดกันพอสมควร น้ำในกระติกก็ว่างเปล่าเสบียงก็หมด ไม่มีเหลือ ... อันว่ายอด 1500 นั้น สูง 1513 ม. ครับ อีกยอดคู่กันคือ ยอด งะงันครับ เราไปมันสองยอดเลยในขากลับ 

 บนยอด1500 และยอดงะงัน ลมแรงมาก ๆ อากาศหนาว ต่ำกว่า 10 องศาในตอนกลางคืน ต้นไม้เป็นแบบไม้แคระเหมือนยอดดอยทางเหนือไม่มีผิด นกที่สำรวจพบ ก็ล้วนเป็นนกดอยสูงทั้งสิ้น บนนั้นมีร่องรอยแค้มป์เก่าอีกเหมือนกัน ครูเนาบอกว่า เป็นพวกหาไม้หอมจากฝั่งโน้นครับ เพราะฝั่งเขาด้านหนึ่งติดพม่า คืนแรกบนยอดหนาวสั่นไปหมด จนนอนไม่หลับหิวก็หิว ผมเอาผ้าพลาสติกกั้นลมไว้ แล้วให้มันกลั่นตัวเป็นน้ำใส่กระติก บางคนขุดหลุม ฝังกระติกเอาผ้าพลาสติกคลุม ตามตำราแปะ อีกพวกไปหาตัดบ้องไผ่เอาน้ำข้างใน แต่พวกตัดไม้ผิดหวังครับเพราะข้างบนมีแต่ไม้รวกกอเล็ก ๆ ไม่กี่กอตัดแล้วก็ไม่เจอน้ำ 

 ทุกคนหิวน้ำกันมาก ผมเอามะนาวที่เด็ดจากไร่ที่โป่งลึกมาแจกบีบลงคอ แก้กระหาย น้ำมันหอยที่เหลืออยู่เราก็แจกกันกินเปล่า ๆ ประทังชีวิตกัน หนทางในขากลับยังอีกยาวไกล ในสถานการที่เสบียงและน้ำดื่มหมดเช่นนี้ เราวางแผน จะรีบลงให้เร็วที่สุดเพื่อหาแม่น้ำ ที่นั่นคงมีอะไรพอจะหากินได้บ้าง แต่บนยอดนี้ ช่างแห้งแล้งและอัตคัดจริง ๆ กลางคืนบนยอด 1500 หนาวจริง ๆ ครับบวกกับลมแรงมาก ๆ เราผูกเปลนอนไม่ได้เลย ความเย็นมันจะทะลุหลังแทรกถุงนอน 300 กรัม + เจ็คเก็ตฟิลด์ จนชาไปหมด สุดท้ายก็ต้องเอาเปลปูกับพื้นแล้วนอนค่อยยังชั่วหน่อย ดึก ๆ เจ้าแมคโคร หมาตัวแรกที่ไปยอด 1500 ขึ้นมานอนทับบนตัวผมอีก เอ้าไม่เป็นไรนอนกอดกับหมาก็ได้ว่ะ อุ่นดีเหมือนกัน 

 พูดถึงเจ้าแมคโคร มันเดินตามเรามาตลอดทาง กลางคืนทำให้เรานอนได้สนิทตา เพราะมีอะไรมันจะเห่าก่อน แต่พอเห่าเสร็จมันก็กระโดดขึ้นมาบนเปลเรานัยว่าผมก็กลัวเหมือนกันนี่นาเจ้านาย รูปร่างของมันหรือครับ ก็หมาพันธุ์ทางดี ๆ นี่แหละ แถมยังโหลดเตี้ยอีก ขาแต่ละข้างยาวคืบเดียวมั้งแต่มันฉลาดเหลือร้าย เจ้าหน้าที่ที่โป่งลึก เขาเอากับข้าวซ่อนไว้ในห้องปิดทึบ 4 ด้าน มันก็อุตสาห์ขุดดินจนลอดตัวไปขโมยกับข้าวหม่ำๆ ได้ จนเขาเรียกมันว่า แมคโคร หรือรถขุดแบ็กโฮตามความหมายทางการ นั่นแหละครับ 

 เช้าวันรุ่งขึ้น เราจึงได้สังเกตว่าทิวทัศน์ที่นี่ สวยงามเพียงใด มีต้นคล้ายกุหลาบพันปีออกดอกงามไปหมดอยู่หลายต้น ไอ้ผมมันแสนโง่เรื่องพันธุ์ไม้เลยไม่รู้ว่าต้นอะไร ผมพยายามนั่งคอยเพื่อมี Sunbird แปลก ๆ โผล่มาบ้าง แต่ก็ผิดหวังไม่เจอครับ ส่วน list นกบนนี้ผมทำไว้แต่ไม่ได้รายงาน เพราะจากคำบอกเล่าพบว่าคุณอุทัย นายกสมาคมดูนกปัจจุบัน แกขึ้นมาก่อนผมแล้วครับ ส่วนหน่วยหาน้ำเมื่อคืนปรากฏว่าใช้ผ้าพาสติกได้น้ำเกือบเต็มกระติก แจกกันดื่มกันตายได้คนละนิดหน่อย หน่วยขุดดินไม่ได้น้ำเลย คาดว่าบนนี้คงอากาศแห้งมากเกินไป 

 สายๆ เราเดินทางต่อตามสันเขาไปยังยอดงะงัน คือไม่ต้องลงเขานะครับ เดินลงมาสัก 200 ม.จะเป็นสันเขาแคบๆ เดินไปยังยอดงะงันได้ ระหว่างทางสันเขาแคบ ๆที่เป็นหน้าผาสองข้างนั้น ดาแชะ, ครูเนา,จาระมุ 3 กระหร่างกับพี่โก๊ะ เป็นหน่วยเดินนำหน้า ผมอยู่กองหลัง ทิ้งช่วงกันราว 50 ม. และแล้ว เสียงเจ้าแมคโคร ก็เห่ากระชั้น พร้อมเสียงตะโกน กระชอ ๆ ๆ ผมก็เลยงง ๆ ว่ามันแปลว่าอะไร ไอ้ภาษากระหร่างคำนี้ เกิดอะไรขึ้น????


 

ยังไม่ทันได้รับคำตอบเลย พวก ๆ กองหลังทั้งหลาย หายไปหมดอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงปานฟ้าถล่ม ช้างป่าครับทั้งฝูงเลย ราว 10 กว่าตัว ( ช้างป่าลักษณะนามเป็นตัวกับฝูงครับ ) วิ่งห้อมาทางเราจะหลบไปไหนได้ครับมาเจอะกันบนสันเขาพอดี ผมเลยกระโดด ลงหน้าผาที่ไม่ชันมากห้อยโหนกับต้นไม้อยู่ กะว่าถ้าช้างตามมาก็จะปล่อยตัวกลิ้งลงไปอีก ตกเขายังพอรอดครับแต่ช้างเหยียบ ตายแหง ๆ สุดท้ายมันก็วิ่งผ่านไปด้วยดี ใครเคยเห็นช้างป่าวิ่งบ้างครับ หางมันจะชี้ขึ้น แล้ววิ่ง เร็ว ครับเร็วมาก ๆ เรื่องที่จะวิ่งหนีมันคงจะยาก 

กลับมาสำรวจพรรคพวกกัน ปรากฏว่ายังอยู่กันครบ มีอยู่บนต้นไม้สองคน (ปีนเร็วสุดยอด) แอบอยู่กับผมสองคน อีกคนกระโดดหลบลงฝั่งพม่าชะรอย แกคงนึกกลัวว่าจะหล่นไปฝั่งพม่า แกเลยวิ่งตัดหน้าช้างกลับมาฝั่งไทย แกบอกว่า ขอตายฝั่งไทยดีกว่า ตั่งแต่บัดนั้นผมเลยจำได้ฝังใจว่าคำว่า กระชอ ภาษากระหร่างแปลว่าอะไร หนอยมันดันตกใจแทนที่จะตะโกนภาษาไทย ดันตะโกนภาษากระหร่าง ใครจะไปรู้ว่ะ เกือบไปแล้วไหมล่ะ 
 
หลังจากบรรดา พ่อพลาย แม่พัง ทั้งหลายวิ่งผ่านพ้นไปแล้ว สองกระหร่างกับหนึ่งเจ้าหน้าที่ อ้อ อีกหนึ่งตูบ ก็ทยอยออกมาจากที่หลบภัย มายิ้มหน้าเจื่อนๆ พร้อมกับเพื่อนๆ ที่รุมค้อนกันควับๆ จากนั้นเราก็หาเหล็ก หามีด มาเคาะกันระงม ขณะเดินผ่านสันเขาแห่งนี้ เพราะเกรงจะมีบางตัวหลงฝูงโผล่มาให้อกสั่นขวัญแขวนอีก ประกอบกับเจ้าแมคโคร ทำซ่าส์เห่าต่ออีกเป็นระยะ ทำเอาคณะของเราประสาทเสีย หนอยทีตะกี้มันวิ่งหางจุกตูด 

ก่อนถึงยอดงะงัน เราพบรอยเท้ากระทิง อีกหนึ่งฝูง ซึ่งมันคงเดินข้ามไปมาหากินระหว่างประเทศครับ ตอนนี้เราก็ไต่ความสูงกลับขึ้นมาบนยอดงะงัน บนความสูง 1490 ม. อากาศหนาวเย็นอีกเหมือนเดิม ความหวังที่จะพบอาหารดับวูบลงอีก เพราะพยายามสรรหาอะไรมากินไม่ได้เลย สองวันเต็มๆ แล้วกับการอดอาหาร อารมณ์จะสำรวจยอดเขาหมดสิ้น น้ำก็ไม่มีจะดื่ม อาศัยน้ำจากบ้องไผ่ ที่ตัดระหว่างทางดื่มแก้กระหาย ... ใครเคยกินน้ำในบ้องไผ่บ้างครับ รสชาติมันพิกล ๆ ดีนะครับ น้ำมันหอยยังพอมีเหลือนิดหน่อยแบ่งกันกิน 9 คนได้คนละช้อนโต๊ะ แหะ ๆ เจ้าแมคโครก็ได้กับเขาด้วย 

อาหารพื้นเมืองอย่างหนึ่งของชาวกระหร่างที่จะพกติดตัวไปออกป่าด้วยทุกคน เขาเรียกว่า” ตาละเว” ครับที่จริงมันก็คือปลาร้ากระหร่างนั่นแหละเพียงแต่เขาไม่ได้ใส่ข้าวคั่วอย่างของเรา เขาจะเอามาเคี่ยวไฟ ปรุงรสใส่พริกใส่มะนาว ห่อใส่ถุงมาจากบ้านเก็บไว้ได้นานไม่เสีย ใครมาล่องแพยางที่นี่ ถ้ามีลูกหาบเป็นชาวกระหร่างลองขอเขาชิมซิครับ จะรู้ว่ามันเผ็ดเพียงไหน ผมลองเอามันแตะๆปลายช้อนขึ้นป้ายลิ้นทีเดียวน้ำลายท่วมกินแทนน้ำได้หนึ่งอึกเลย ส่วนครูเนาตัดบ้องไผ่เสร็จยังเอาใบไผ่ มาจิ้มตาละเวกิน ได้อีก พอผมแปลงร่างเป็นหมีแพนด้าลองกินดูบ้าง ปรากฏว่าเผ็ดจนทนไม่ได้ น้ำก็ไม่มีกิน ต้องผิวปากทำเสียงซู๊ดซ้าดอยู่เป็นนาน แถมแสบท้องอีกต่างหากต้องเลิกล้มความพยายาม 

บนยอดงะงันเราถ่ายรูปเก็บเอาไว้กันคนละหลายรูปพร้อมกับนั่งวางแผนปรึกษาหารือกันสักพักถึงเส้นทางที่จะลงจากยอดเขา คณะของเราประกอบด้วยคนสองวัยครับคือพวกหนุ่มแน่นแข็งแรง กับพวกเชิงและประสบการณ์สูง(หลีกเลี่ยงคำว่าแก่เต็มที่ ) พวกหนุ่มๆ เกิดอาการหงุดหงิดจากความเครียดในการเดินทาง หิวโหยและอ่อนล้า แสดงอาการออกมาเป็นระยะครับ แล้วเราก็ตกลงกันได้ว่า จะกลับออกทางห้วยเกาหลี แล้วล่องแพไม้ไผ่ลง KUแคมป์ แต่พอเราเริ่มลงจากเขาทางลงกลับไม่ง่ายอย่างที่คิดครับ เป็นทางชันๆ แคบๆ ต้องหันหลังไต่ลงเป็นบางช่วง 

เวลาที่กะกันไว้ว่าจะถึงทางราบก่อนค่ำจึงผิดพลาด ความมืดเริ่มเข้าปกคลุมอย่างรวดเร็ว บนทางที่ต้องไต่ปีนแคบจนบางครั้งต้องตะแคงตัวเดิน และอีกด้านติดหน้าผา ในตอนกลางวันก็เดินยากอยู่แล้ว ยิ่งตอนมืดด้วยแล้วความลำบากจะเพิ่มเป็นหลายเท่า มือหนึ่งถือไฟฉายอีกมือหนึ่งก็ต้องคอยจับกิ่งไม้ เพื่อยึดตัวข้ามสิ่งกีดขวาง ถ้าพลาดก็อาจถึงชีวิตได้ จะหยุดพักก็ไม่มีที่เพียงพอที่จะล้มตัวนอนหรือผูกแปลได้เลย เราจึงต้องกัดฟันเดินต่อไป 

ตอนนี้ผมใจไม่ดีที่สุดครับ กลัวตกลงไปตาย เพื่อความชัวร์ผมเลยเปลี่ยนเป็นเกียร์ 4 WD แบบ 4 LOW ครับ ก็คลานสี่ขานั่นแหละครับปลอดภัยดี แม้ท่าจะไม่สวยก็ตาม ในการเดินทางในความมืดราว 2 ชม. เราก็พบกับที่ ที่พอจะผูกเปลนอนกันได้กว้างราว ๆ 3 เมตรครับ ด้านหนึ่งติดหน้าผาชันมีต้นไม้ที่จะผูกเปลก็อยู่ด้านหน้าผา ใครตกเปลละก็ ได้ไปอยู่ก้นหุบแน่ๆ 

แต่ความซวยยังไม่หมดครับ ด้านเขาตรงที่เราพักเป็นช่องรับลมพอดี ลมหนาวสุดขั้วพัดอย่างแรงปะทะตัวเราไม่ขาดสาย ประกอบกับใบไม้แห้งที่เกลื่อนอยู่ทั้งภูเขา ทำให้เราก่อไฟไม่ได้ครับ เพราะจะเป็นการเสี่ยงในการเกิดไฟป่าขึ้น ซึ่งความร้อนจะปะทะเขาสะท้อนมายังพวกเราอันหมายถึงความตายที่จะเกิดกับเราทุกคน หนีไม่ทันหรอกครับ ใครเคยเผชิญไฟป่ามาบ้างคงนึกภาพออก ผมเคยเห็นต้นไม้ที่อยู่ห่างจากแนวไฟเป็นร้อย ๆเมตรลุกติดไฟได้เพราะคลื่นความร้อนที่เกิดนั่นเอง 

 เมื่อก่อไฟไม่ได้ แหล่งที่จะให้ความอบอุ่นก็ไม่มี ลมก็แรงขนาดเปลแกว่งได้เองแถมเป็นลมหนาวเสียอีก ใครจะนอนหลับครับผุดลุกผุดนั่งกันทั้งคืน เหนื่อยหิวกระหายอย่างไรก็ต้องทนเอา ทรมานที่สุด ไม่รู้ใครร้องเพลงจากเปลยามดึกว่า "ลมเอยเจ้าหอบรักมาใช่ไหม จงพัดกลับไป เพราะดวงฤทัยข้าไม่ต้องการ"  ร่างกายตอนนี้ก็ไม่ต้องการครับ 




แล้วรุ่งเช้าที่รอคอยก็มาถึง เราจึงค่อยเดินได้อย่างสะดวกขึ้น ก่อนเที่ยงเราก็ถึงเชิงเขาครับ เดินขึ้นเนินลงหุบนิดหน่อย มีอยู่หุบหนึ่งต้องผ่านซุ้ม ราว ๆ 3 วา แต่ทั้งบนพื้นและตามต้นไม้เต็มไปด้วยมัน ... ทากครับ ทากล้วนๆ จำนวนหลายร้อยชูคอกันสลอนไปหมด เหมือนพวกดูนักร้องแล้วชูมือกันสลอนนั่นแหละ ผมวิ่งเอาผ้าขาวม้าคลุมหัวยังติดผ้าและรองเท้ามา กว่า 10 ท่าน พื้นหุบเป็นโป่งใหญ่ครับ รอยเท้าสัตว์เกลื่อนไปหมด มีรอย กวาง เก้ง กระจง หมาใน หมูป่า อะไรอีกก็ไม่รู้ไม่มีอารมณ์ดูละเอียดมาก หิวข้าวครับ 

ที่นี่ครูเนา เก็บใบผักหวาน กับปีนไปตัดยอดเต่าร้าง มาปอกกินจิ้มตาละเว น้ำเราก็อาศัยตัดไผ่ไปเรื่อย มีบ้างไม่มีบ้าง เดินป่าเที่ยวนี้เกรงใจป่าเพราะรบกวนมากเป็นพิเศษ ตอนเย็นเราก็หยุดแรมกันแต่หน่วยหาเสบียงผิดหวังครับ ไม่ได้อะไรเลย หิวต่อไป พอดีผมหันไปเจอเฟินหน้าตาคล้ายเฟินในกระถาง เราก็เลยเด็ดใบมันมาลองให้อาสาสมัครเคี้ยวแล้วอมไว้ในปากสัก 5 นาที เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติ เราก็เด็ดกินกันจนเกลี้ยง สาธุ ขออย่าให้เป็นเฟินพันธุ์หายากเลย 

 เมนูต่าง ๆที่เรากินกันในช่วงนี้ได้แก่ บึ้ง ซึ่งเป็นแมลงมุมชนิดหนึ่ง เอามาเผาไฟกิน แมลงป่องช้างที่กำลังฮิต ตั๊กแตน พวกนี้เดินผ่านก็จับเอาบ้างตัวสองตัว พอประทัง เราเริ่มขาดสารอาหารกันแล้ว หนวดเคราที่งอกออกมาช่วงนี้เป็นสีแดงแห้งและกรอบ ผิวหนังก็เริ่มแห้งครับ 

ในตอนสายของวันต่อมา เราก็ถึงด่านที่แยกเป็นหลายทาง พวกหนุ่มกระหร่าง 2 คน กับเจ้าหน้าที่อีกคน เป็นคนเดินเร็วและนำหน้าคณะอยู่เสมอ คงเกิดอาการหงุดหงิดไม่ได้หยุดรอพวกเรา พากันเดินเข้าด่านหายไป เครื่องหมายก็ไม่ยอมทำไว้ เราพยายามตามหา แต่ข้างหน้าด่านยังแยกออกเป็นหลายด่าน กู่หาก็แล้ว ไม่ได้รับเสียงตอบ ก็ต้องปล่อยเลยตามเลยไปเจอกันที่จุดหมายแล้วกัน อ้อ เจ้าแมคโครก็เดินตาม 3 คนนี้ไปด้วย มันชอบตามคนเดินนำเสมอครับ โธ่ แล้วคืนนี้ผมจะกอดใคร 

ทุกย่างก้าวของผมในช่วงนี้คอยแต่เงี่ยหูฟังเสียงน้ำตลอด ผมเข้าใจลึกซึ้งได้ทันทีเลยว่า ทำไมบรรพบุรุษของเราจึงพากันตั้งถิ่นฐานริมน้ำ อีกวันเต็มๆ ครับ เราก็มาถึงสายน้ำ ทุกคนทรุดลงนั่งริมน้ำอย่างอ่อนระโหย ตักดื่มน้ำกินกันอย่างสมอยาก ผมอยากอาบน้ำครับ ชุดเล็กผมไม่ได้ซักมาหลายวันแล้ว กลับหน้า A หน้าB จนพลิกกลับเป็นหน้า A2 B2 ไม่เหลือแล้ว กลัวจะเขวี้ยงไปติดหน้าผาแกะไม่ออกจะตายอยู่แล้ว  ... แต่ยังไม่ถึงเวลาพัก อยากเร่งเดินให้พ้นป่าเสียทีครับ แต่ถึงตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าเราอยู่ที่ไหน สายน้ำที่เจอเข้าใจว่าเป็นห้วยเกาหลี เดินตามน้ำมาเรื่อย ๆ จึงรู้ เพราะเราเจอแคมป์เก่าเราครับ โธ่ ที่แท้ก็ "ตะเกลโพ" นั่นเอง เป็นอันว่า เราเดินอ้อมหลงเป็นวงกลมเสียเวลาไปเป็นวัน ๆ ครับ 

 มีภูมิปัญญากระหร่างในการหาปลาจะเล่าให้ฟัง โดยครูเนาจะตัดไม้ไผ่ทำคันเบ็ดแล้วเอาเชือกพลาสติกสีแดงลนไฟจนเป็นก้อนกลมๆ ติดไว้กับตัวเบ็ด โยนลงน้ำให้ก้อนพลาสติกสีแดงลอยไปตามน้ำลักษณะเหมือนลูกไม้ในป่า พอได้ผลครับมีปลาเวียนหลงกลขึ้นมาฮุบเหยื่อติดเบ็ดขึ้นมา วันละตัวสองตัว เราต้มกับผักหวานกินกันไม่เหลือก้างเลย อีกครึ่งวันต่อมา เราก็ออกสู่แยกวังน้ำเย็น สายน้ำเพชรบุรีครับ  

ที่นี่เองที่เราตัดสินใจแยกกันเป็นสองคณะ ครูเนากับเจ้าหน้าที่ 2 คนจะถ่อแพกลับโป่งลึก ส่วนผม,พี่โก๊ะกับเจ้าหน้าที่อีกคนจะเดินผ่านซับชุมเห็ด กลับเคยูแคมป์ แล้วขึ้นหน่วยพะเนินทุ่ง ทั้งหมดนัดเจอกันที่โป่งลึก ขณะที่ครูเนาตัดไม้ทำแพและจักตอกอยู่นั้น คณะผมก็แยกจากมาพร้อมคำอวยพรและร่ำลาซึ่งกันและกัน 

ในที่สุด คณะของผมก็แยกตัวออกมา โดยมุ่งหน้าเดินย้อนน้ำไป ตามจุดหมายคือ เคยูแคมป์ เราเดินลัดเลาะข้ามคุ้งน้ำ ผ่านซับชุมเห็ดที่ ๆ สมเด็จพระเทพ ฯ ทรงเคยเสด็จประพาส ด้วยร่างกายที่อ่อนระโหย จากนั้นไม่นาน ผมก็พบกับสิ่งแปลกปลอมจากธรรมชาติ หลังจากที่ไม่เห็นมันเป็นเวลาหลาย ๆ วันที่ผ่านมา ขยะครับ 

 ขยะ ... เศษพลาสติกขวดน้ำ อันเหลือจากการแรมคืนของนักท่องเที่ยวบางจำพวก นั่นบ่งถึงว่าเราถึงจุดหมายแล้ว เดินลัดอีกคุ้งน้ำ เราก็พบเคยูแคมป์อยู่เบื้องหน้า เต้นท์สีสวยของนักท่องเที่ยวกางอยู่เรียงราย เมื่อเราเดินเข้าไปใกล้นักท่องเที่ยวหลายคนมองด้วยความสงสัย และหวาดระแวง คงน่ากลัวอยู่หรอกครับ เราสามคนโผล่ ออกมาจากป่า ในสภาพสุดโทรมทั้งหน้าตาและเสื้อผ้า ชนิดหมาที่บ้านยังต้องเห่า เพราะจำไม่ได้เลย พวกคงนึกว่าพม่าบุกแน่ ๆ 

 พี่โก๊ะ บุกเข้าประชิดนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งพร้อมกับแจ้งเรื่องพอคร่าว ๆ สรุปก็คือขอข้าวกินนั่นแหละครับ พอนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆ ทั้งหลายรู้ความ ก็พากันมารุมล้อมสอบถาม แล้วก็รีบกุลีกุจอเอาอาหารมาให้ ในที่สุดเราก็ได้กินอาหารมื้อแรก เป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สักหกเจ็ดห่อได้มั้ง ต้มมาหม้อเบ้อเร่อ พร้อมถั่วเขียวต้มน้ำตาล ไม่รวมขนมอีกเยอะแยะ ขอขอบคุณทุกๆ ท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ แต่เนื่องจากเราอดอาหารมาหลายวัน ทำให้พวกเราเกิดกระเพาะตีบ กินอาหารทั้งหลายที่เปี่ยมด้วยน้ำใจเหล่านั้นแทบจะไม่ลง 

 เวลานี้ผมคิดถึงคณะของครูเนาและอีกคณะ หนึ่งที่พลัดกันมา ผมได้กินอาหารแล้วส่วนคนอื่นๆ ล่ะ ผมอดเป็นห่วงสวัสดิภาพของเพื่อนร่วมทางไม่ได้ 
แล้วเราก็รวบรวมกำลังครั้งสุดท้าย เดินขึ้น กม37 เส้นที่ทุกท่านรู้จักดี กลางทางผมก็ได้พบกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินสวนลงมา พร้อมกับหมาวิ่งตามลงมาด้วย เมื่อมาใกล้ๆ ผมต้องตะโกนเรียกมันด้วยความประหลาดใจ “ไอ้แมคโคร” เจ้าหมาตัวแสบกระดิกหางร้องรับด้วยความดีใจไม่แพ้กัน แล้วมันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเนี่ย 

 หลังจากสอบถามภายหลังทราบว่าคณะสองกระหร่างและหนึ่งป่าไม้ ดั้นด้นถูกทางมาถึงห้วยเกาหลี และตัดแพไม้ไผ่ล่องลงมาก่อนหน้าเรา 2 วันครับ เจ้าแมคโครก็ตามมาด้วย แต่คณะดันมาถึงตอนกลางคืน นักท่องเที่ยวก็ไม่มีเพราะเป็นวันธรรมดา ต้องหอบสังขารเดินขึ้น กม 37 และเดินต่อกลับไปยังกม 30 ในตอนกลางคืน ข้าวปลาก็ไม่ได้กิน นึกภาพเอาเองแล้วกันครับ 

 พวกผลัดกันเดินผลัดกันเป็นลมสลับกันทั้งกระหร่างทั้งไทยผลัดกันหิ้วปีกประคองกันมา กว่าจะถึงบ้านพักเจ้าหน้าที่ที่กิโล 30 ก็ร่วม ตี1 ตะโกนให้เจ้าหน้าที่หน่วยมาหิ้วปีกเข้าไปหุงข้าวหุงปลาให้กิน ส่วนเจ้าแมคโครไม่ได้เดินตามขึ้น กม 37 ด้วยเข้าใจว่าคงไปคุ้ยหาอะไรกินจนเพลินกระมัง จนกลายเป็นหมาตกค้างอยู่ที่นี่ ดีนะที่ผมกลับเส้นทางนี้ไม่งั้นเจ้าแมคโครได้เป็นเหยื่อเสือดาวแถวนี้แน่ ๆ 

 จากนั้นเราก็อาศัยรถนักท่องเที่ยวไปลงที่กิโล 30 พักผ่อนเอาแรงก่อนจะลงเขาในตอนบ่ายกับรถเจ้าหน้าที่ ส่วนเจ้าแมคโครเกิดเมารถโอ้กอ้าก เป็นการใหญ่ เห็นภาพพจน์คำว่า "เมาเหมือนหมา" ได้ชัดเจนทีเดียว (ไม่ได้ว่าใครนะครับห้ามร้อนตัว) เป็นอันว่าเราจำต้องปล่อยมันลง ฝากไว้ที่"บ้านกร่าง" แล้ววันหลังจะมารับ (ภายหลังเจ้าตัวแสบพาเสือดาวที่วิ่งไล่หม่ำมัน เข้ามาที่บ้านพักเจ้าหน้าที่จนแตกตื่นวุ่นวาย เขาเลยต้องจับมันใส่กรงดักเสือเอาไปส่งคืนพี่โก๊ะแทบไม่ทัน)

 ส่วนคณะครูเนาซึ่งล่องแพจากแยกวังน้ำเย็นมาได้ วันเดียว ก็พบกับชาวบ้านที่ออกมาตามหาพวกเรา เพราะผิดเวลามาหลายวันเลยได้กินอาหารและกลับถึงโป่งลึกในวันถัดมา ... เป็นอันจบเสียทีสำหรับเรื่องราวการผจญภัยสู่ยอด 1500 ของผม 


ปล. จบทริปนี้ ทราบว่า ติดเื้ชื้อมาลาเรียเกือบทุกคน และ 1ในนั้นเสียชีวิต ... หลังจากนี้ มีเพื่อนที่รู้จักเข้าไป 2-3 กลุ่ม search รูปดูได้ในเว็บ trekkingthai.com 

ขอบคุณพี่ต้นมือเก่า กับเรื่องราวที่ทำให้ป๋มอยากเป็นนักผจญภัย และนักเล่าเรื่อง ขอบคุณเว็บ Trekkingthai.com  ของ Mr.OB1 ที่ทำให้พบได้พบมิตร จากการเดินทางสายป่า มากหน้าหลายตา ที่ยังคบหากันยืดยาวจนทุกวันนี้  

ณ ปัจจุบัน ป๋มก็ยังคิดเสมอว่า แม้จะชอบเดินป่า โดยเฉพาะสำรวจป่าใหม่ๆ ป่าที่ไม่ค่อยมีใครเข้าถึง แต่ไม่จำเป็นที่ป๋มจะต้องเข้าไปถึงทุกป่า ละไว้บ้างก็ได้หากเป็นข้อจำกัดของพื้นที่  




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
เพียงลำพัง วันที่ : 22/09/2012 เวลา : 14.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/palnglampung
"เขียนมาเถอะ..เราจะอ่านข้างๆ กัน"

ขอติดตามเรื่องราวสนุกๆ อีกสักคนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
wansuk วันที่ : 03/02/2012 เวลา : 23.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

เป็นเรื่องเล่าที่ชวนติดตาม ตื้นเต้น ผสมอารมณ์ขัน เพลินดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
Yai_Nid วันที่ : 01/08/2011 เวลา : 16.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/YaiNid
เที่ยว Melbourne..ที่นี่  Love U..OK?..รักนะ..ได้มั้ยล่ะhttp://www.oknation.net/blog/konlangkow

โหวตๆๆ ค่ะ โหวต
อยากไปมั่ง คงไม่มีโอกาส

ส่งข่าว กระเจียวยักษ์ กับเห็ดแชมเปญ รวมทั้ง รองเท้านารี กำลังชูช่องามที่ซับลังกาจ้า
เจ้าหน้าที่ป่าไม้คนงาม แจ้งข่าวไว้เมื่อวานนี้
หากกรุ๊ป 4-5 คนก็เข้าไปแขวนเปลได้จ้ะ
ถ้ากรุ๊ปใหญ่กลัวช้างตกใจ..!!...
คิดถึงเจ้วิกคร้าบ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 19.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

ถึงยาว แต่อ่านสนุก เหมือนไปผจญภัยด้วยตัวเองเลย แต่ให้ไปจริง ๆ คิดดูก่อน อิอิ คนอยู่ในเหตุการณ์ตอนนั้นคงไม่สนุกเหมือนมาเล่าตอนนี้แน่เลย

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
พญาไฟสีเทา วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 18.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/andamanwatch
...ศูนย์ข่าว Thai Open News...  http://www.thaiopennews.com

สมัยเป็นนักศึกษาปี 1 เคยบุกเดียวโบกรถขึ้นไปพะเนินทุ่ง ขอเจ้าหน้าที่ไปผูกแปลนอนที่จุดชมวิว ซึ่งมีเรือนรับรอง 2 หลัง แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต ตกดึกอากาศทั้งหนาว ทั้งฝนตก เดินกลับก็ไม่ได้เพราะมืดเสียเหลือเกิน ที่สำคัญกลัวเจ้าหน้าที่ด่าเปิง เพราะห้ามแล้วไม่ฟัง...เหมือนมีอะไรดลใจ ยกมือพนมขอ แล้วเดินไปเปิดเรือนรับรอง...ปรากฎว่าเปิดได้เฉยเลย คืนนั้นเลยนอนอุ่นรอดตายไป

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
market วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

ผจญภัยน่าดูนะคะ แก่งกระจานเคยไปนอนกลางป่ากับเค้าเหมือนกันค่ะ นกเงือกเต็มยอดไม้เลย

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
vickie วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 15.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
       เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว      http://www.oknation.net/blog/vickie1

@พล.ท.นันทเดช ... จริงฮะเส้นทางนี้ได้ชื่อว่าเป็นเส้นทางโหดอีกเส้นหนึ่ง ด้วยสภาพพื้นที่จริงๆ ของป่า ที่มีครบทุกรูปแบบ และรวมไปถึงความหลากหลายของธรรมชาติ น่าจะเป็นเส้นทางลาดตะเวนสายยาวทีเดียว แต่ปัจจุบันทราบว่า มีเทรลเดินขึ้นยอดที่บวกเผื่อหลงแล้ว ไม่เกิน 10 วัน (ผ่านโป่งน้ำพุร้อนด้วย) ยินดีที่เจ้าหน้าที่เข้าจัดการปราบปรามพวกลักลอบต้นไม้ต้นน้ำ แต่เสียใจที่มาจบชีวิตในตอนท้าย ... ซึ่งคงต้องตรวจสอบต้นสายปลายเหตุหล่ะฮะ ป๋มไม่รู้จะเป็นเรื่องอาถรรพ์อะไร แต่ที่แน่ๆ สภาพของพื้นที่จริง โหดทีเดียวฮะ

@ Captain Jack ... เย้ๆๆ เรื่องนี้ป๋มเข้าไปอ่านในบ้านกัปตับมาแล้วฮะ .. สนุกดี เจ้าช้างตัวนี้ท่าทางขี้เล่นเอาเรื่องทีเดียว ป๋มเคยไปเดินเขาชนแดนรอยต่อพม่า กับเจ้าหน้าที่อช.กุยฯ ดันตัดมาลงป่ายาง เจอรอยทีนช้างตะละรอย ป๋มบอกเจ้าหน้าที่แค่ว่า "ถ้าเจอ ป๋มคงยอมให้มันเหยียบละ ไม่รุจะหนีไปไหน"
จริงๆ มีช้างไม่กี่ป่าหรอกฮะที่อารมณ์เครียด เหตุเพราะถูกกระทำจากมนุษย์นั่นแหล่ะ ทั้งการรุกที่ป่า และการทำร้าย

@ พี่ป๋อง ... สวัสดีขอร๊าบ คิดเถิงๆ ๆ เช่นกันฮะ

@ คุณหน่อผุด .. ต้องลองฮะ ทุกที่ที่ไป ก็มีทั้งคนเดินเก่ง และคนเดินไม่เก่ง ป๋มอ่ะจัดอยู่ในอย่างหลังซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ชอบฮะ พอเห็นต้นไม้ ดอกไม้ ที่เรารู้จักมันก็มีความสุข บางทีจำชื่อไม่ได้ ถ่ายรูปออกมาดูกับหนังสือ ก็สนุกดีฮะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
หน่อผุด วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 15.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

อ่านเสร็จเม้นท์ไปมันหายแว่บ สงสัยอ่านนานเกิน

เอาใหม่!

เดินเท้าท่องไปในป่าดิบนี่ ต้องใจถึงมากเลยนะคะนี่ ดิฉันไม่เคยหรอกค่ะ อ่านจากคุณวิกกี้นี่แหละ ไหนต้องผจญภัยสัตว์เล็กอย่างทาก ยุงไปจนถึงเสือ ช้างป่า แล้วยังภัยเหนื่อย ภัยหนาวอีกหงะ ถ้าไม่ฟิต ไม่ลุย เอาชีวิตไปทิ้งแน่เลย

แต่ใครลุยได้คงมีความสุขสนุกมาก คุณวิกกี้จึงได้ท่องป่ามาต่อเนื่อง ความอยากดิฉันเริ่มลดลงตามความสาวและแรงที่เหลือน้อยแล้วค่ะ เกรงจะเป็นภาระแก่ผู้ร่วมทางให้หมดสนุกไปเปล่า

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
พี่ป๋อง วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 13.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/teetatfarm
อาชีพอิสระ.. ทุกคนสามารถทำได้        

แวะมาทักทาย vickie ได้อ่านแล้ว คิดถึงอยู่ ยังจำกันนะจ้ะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
captain.Jack วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 13.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Mafia

อีกประสบการณ์ช่วงสั้น..ณ.ป่ากุยบุรี..ก็เรื่องช้าง..กับกระทิง...

ตอนนั้นไปฝึกแล้วมีการให้สถานการ์..ต้องเคลื่อนย้ายหน่วย..คุยกับรุ่นพี่อีกกองร้อยว่า..พี่ ๆ ระวังช้าง..กับกระทิง...นะพี่...พี่แกตอบว่า..มาก็ดีจับใส่ขวด..แบบกระทิงแดง..แบบเบียร์ช้างซะให้เข็ด...ปรากฏว่าคืนนั้น..ทั้งกองร้อยโดนกระทิงเข้าตีสะกระเจิง...

ส่วนกองร้อยของผม..มีจ่าคนนึงมาขออนุญาตทานสุราเนื่องจากเป็นวันเกิด..ผมถามว่าติดมาเยอะหรือเปล่า..แกบอกว่าแค่แบนเดียว...กินกันสองสามคนแก่เมื่อย..ก็เลยอนุญาต....พอจ่าแกร้อง Happy Birthday to youuuuuuuuu....เท่านั้นแหละ...แปร้นนนนนนนช้างโพล่มาBirthday ด้วย...วงแตกกระจาย..ก็ดี..ไม่ต้องลงไปไล่เอง....กลับมาหน่วยเล่ากันเมื่อไรนำตาไหลทุกที...

ตอนหลังมาทราบว่าช้างชื่อปีเตอร์ที่..พนักงาน อช.กุยบุรีตั้งให้..ปกติจะค่อนข้างดุร้าย...เคยดันรถไถไร่ของชาวบ้านลงนำมาแล้ว...
พวกเราบอกว่าโชคดีของจ่าวุธจริง ๆ...กับเรื่องช้าง Birthday""

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 12.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

เมื่อพื้นที่เข้ายากขนาดนั้น กองกำลังติดอาวุธของขนกลุ่มน้อยจากพม่าก็ถือว่าพื้นที่นี้เป็นสวรรค์ของเขาครับ การตัดไม้ทำลายป่าต้นนำ้จึงเกิดขึ้นอย่างน่ากลัว การขับไล่กองกำลังเหล่านี้จึงเป็นเรื่องลำบากมาก ภารกิจการพิทักษ์ป่าต้นนำ้จึงเริ่มขึ้น มาอย่างต่อเนื่อง จนสำเร็จครับ แต่เราก็แพ้ภัยธรรมชาติเสียก่อน

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
vickie วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 12.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
       เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว      http://www.oknation.net/blog/vickie1

@ คุณภาษาไทย ... น่านซิฮะ มิน่า ถึงมีคำว่า"เมาเหมือนหมา" อ่านแล้วก็ขำขำดีฮะ เรื่องอดข้าวอดน้ำป๋มเคยเจอแค่ครั้งเดียว ระยะแค่บ่ายวันนี้ถึงราว 10 โมงวันรุ่งขึ้น ประทังชีวิตด้วยน้ำจากต้นหวาย ก็ว่าสุดๆแล้ว แต่ชุดนี้เจออดข้าวตั้ง 2 วัน สุดๆ ไปเลยฮะ
ปล.ดีใจฮะที่อ่านแล้วชอบ

@ คุณCaptain Jack ป๋มว่าในสถานการณ์จริงคงหัวเราะไม่ออกทีเดียวฮะ แต่พอมานึกย้อนเหตุการณ์ก็พอขำได้นะฮะ เรื่องกับนี่ตอนเจ้าอาวาสเฉลย พวกเรายังเสียวๆ แล้วใครจะกล้าเดินออกนอกเทรลไปทำธุระส่วนตัวหล่ะ 55
แต่ตาพระยานี่ป๋มยังไม่เคยไปเลยฮะ ลึกสุดของป่าแถวนั้นก็ไปแค่แควมะค่า อช.ปางสีดา เดินสวนทางกระทิงโทนซะงั้น ดีนะที่มันหนีเราไปในระยะประชิด กับเจ้าหน้าที่คนเดินหน้า ...

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
captain.Jack วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 12.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Mafia

555....เรื่องกับเยอะ...ต้องแถวตาพระยา...พลทหาร 28/2 ฝึกมากับ..มือ..เดิน ลว.กัน...คนแรก..เหยียบ...ตูม...คนที่สองวิ่งเข้าไปช่วย...พวกเราก็ตะโกนบอกว่าวิ่งเข้าไป...มันไม่ฟัง...เลยโดนอีกตูม...ดีว่าเป็นลูกเล็ก...เลยขาดแค่เข่า.....ทั้งสองคน..

ตอนขึ้นไปผลัดเปลี่ยนกับหน่วยที่มาอยู่ก่อน...ก็บอกว่าให้หุงข้าวอย่างเดียว...แถวนี้กับเยอะ....

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ภาษาไทย วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 11.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy


อ่านจนจบ ได้ความรู้มากมายค่ะ เก่งจริง ๆ อดอาหารตั้งหลายวันยังสู้ไหว ลุ้นระทึก เป็นระยะ โดยเฉพาะตอนหนีช้าง
ความรู้ใหม่อีกอย่างที่คิดไม่ถึง คือ สุนัขก็เมารถได้ด้วย

โหวต ๆ ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
vickie วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 11.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
       เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว      http://www.oknation.net/blog/vickie1

@คุณCaptain Jack ... อ่านสนุกเลยฮะ แต่วิธีจับปลาพอลุ้น แต่วิธีจับงูแบบนี้ หวาดเจี๋ยวฮะ 5555 ดีนะฮะเอาข้าวไปกับเกลือ ตอนป๋มไปเดินขึ้นเขาสระ -เขาบรรทัดพัทลุง ตอนช่วยชุมชนลานวัดตะโหมดสำรวจเส้นทาง ปี46 เจ้าอาวาสวัดบอกว่า สมัยก่อนเอาไปแค่ข้าวก็พอ เพราะปาที่นี่กับเยอะ ...... 555 กับระเบิดอ่ะฮับ ... ขำเจ้าอาวาสจริงจริ๊ง ๆ
เรื่องราวในป่าสนุกฮะ อ้อ ...รองเท้าแตะก่อไฟก็เคยใช้ฮะ แต่เราใช้เฉือนจากคู่ที่ต้องใส่นั่นแหล่ะฮะ แต่สมัยนี้เข้าป่า มักติดหัวเตาเล็กๆ กับแก๊สกระป๋องเล็กไป เอาไว้ใช้ทำกับข้าว สะดวกดีฮะ
เรื่องนี้เอาไปแปะที่ fb เพื่อนที่เคยไป กับอยากไป แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน สนุกดีฮะ

@ คุณไผ่ เอาสะดวกค่อยอ่าน จะสนุกกว่านะฮะ เรื่องนี้ ป๋มมาอ่านทีไรก็อดหัวเราะไม่ได้สักที จริงๆ จะตัดเป็น 3 ตอน แต่ขี้เกียจหยอดเรื่องไว้ ให้คอยติดตาม แบบว่าพอเอาเข้าจริง ไใม่มีเวลามาลงให้อ่านต่อเนื่อง เลยลงมันรวดเดียวดีกว่า เพราะป๋มเองก็ชอบอ่านแบบรวดเดียวจบ นิสัยๆ 555 ... ว่างก็ค่อยเข้ามาอ่านนะฮะ
ปล. เรียกป๋มว่าพี่วิก ดีกว่าพี่กี้ เป็นไหนๆ แบบว่าป๋มใจด้านพออ่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
khunphai วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 06.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

อรุณสวัสดิ์คะพี่กี้
ไผ่อ่านไม่ไหวอ่าเช้าๆ
ติดไว้ก่อนนะ
จริงๆ็ก็อยากอ่านอ่า ชอบอ่านแนวนี้

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
captain.Jack วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 06.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Mafia

moning ครับ...เสือที่ตามมาตอนหลังมาถามครูว่าทำไมมันตามเรา...ครูบอกว่าเสือมันไม่เคยเห็นทหาร...เสือมันไม่เคยเห็น..แบบว่าตัวอะไรไม่รู้..ตัวเขียว ๆ หน้าเขียว ๆ ลาย ๆ....ครูบอกว่าพวกเราเป็นลิงยักษ์...555...(แบบว่าใส่ชุดพรางหน้าก็พรางเดินสองขาเหมือนลิง)....

อีกวิชา...ที่แลกเปลี่ยนกับทหารอเมริกัน...คือวิชาดำรงชีพในป่า..ครูเกรียงแก่สอนกินทุกอย่างในป่า...นายสิบรบพิเศษจากปราจีนตอนหยุดพักแกไปยืนฉี่....ระหว่างฉี่..ได้ยินเสียงฝ้อ ๆ ๆ..คล้ายเสียงงูเห่า...ง้มหน้าลงไปดู...เง่าเห่าตัวใหญ่กำลังขู่ตรงหว่างขา...กะว่าจะฉก...ลูกโอเล่....555...พี่แกขยับไม่ได้..ที่ฉี่อยู่ก็หยุดเองอัตโนมัติเลย....โถ ๆ ...แล้วเจ้างูเห่าเจ้ากรรมก็กล้ายเป็นอาหารมื้อเย็น....

การจับปลาในแม่น้ำเพชร..ง่ายมาก...คณุสอนอีก...แกเอาก้านร้มเหล็กฝนจนแหลม...เอายางหนังสติ๊กมัน..แล้วสวมแว่นตากันน้ำลงไปดำน้ำ...พอปลาว่ายมาดูว่าเราเป็นตัวอะไรก็ยิง....สรุปว่าตอนเราออกจากค่าย...ครูบอกให้เอาข้าวไปกับเกลือเท่านั้น..ในใจยังนึกเลยว่า..ครูหาอะไรให้กินไม่ได้คงให้พวกเรากินข้าวกับเกลือ....

เล่าเรื่องการก่อไฟ...ระหว่างฝนตก...ตอนสั่งให้นักเรียนเตรียมสัมภาระ...แกบอกให้เอารองเท้าแตะฟองน้ำไปคนละข้าง...ทหารอเมริกันงง...เอาไปใส่ยังไงคนละข้าง 555 .แกก็อุปไว้บอกในป่า...ตอนก่อไฟทำอาหารถึงได้รู้ว่าใช่แทนไต่....555...

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
vickie วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 00.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
       เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว      http://www.oknation.net/blog/vickie1

@ คุณHooknoi ... ก็เจ้าทากนี่หล่ะฮะ ทำให้ป๋มต้องเป็นอันตัดใจ ไม่ไปยอกงะงันสักยอด ก็คงได้ ทั้งที่เป็นป่าที่น่าไปค้นหาที่สุดเลยฮะ
ตอนนี้ก็มีอีก 2-3 ที่ ที่อยากไปเดินหนัก นอกจากยอด1500-งะงันแล้ว ก็มียอด 1400 ของป่าฮาลา บาลา กับยอดโดมที่ อุบลฯ ละมั้ง
แต่ดูแล้ว ... ยากจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
vickie วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 23.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
       เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว      http://www.oknation.net/blog/vickie1

@ คุณหมีน้ำแข็ง ... ยอดงะงันถือเ็นสุดยอดของการเดินป่า เส้นหนึ่งเลยฮะ เพราะน้อยคนเข้าถึง รวมถึงความหลอกหลายของผืนป่า ชนิดที่ว่าเจอครบสูตรแน่ๆ อ้อ .. ช้างกะทากนี่ไม่ต้องพูดถึงเลยฮะ เพื่อนที่เคยไปมา มาเมนต์ไว้ใน FB คอนเฟิร์มเยอะจริง รัยจริง

" รักเดินทาง ดอทคอม ‎.... 555+ เยอะมากมาย จริง จริง แล้ว ไม่ใช่เยอะอย่างเดียว ทากมันตัวใหญ่มาก กัดที่ ขอบกางเกง เป็นเข็มขัดถึงคอ และ รักแร้ ตอนแปีกไป ไม่ปลดมัน ให้มันกัดใหหน่ำใจ แล้วมันคงคลายเอง เลือดสาดกระจาย ไม่เฉพาะ ทาก ผึ้ง ช้าง สมบููรณ์แบบทุกสิ่งอย่าง ....สมลัก ร้องไห้ กลับบ้านอ่ะ เพราะกลัวช้าง ในป่านี้อ่ะ"

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
vickie วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 23.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
       เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว      http://www.oknation.net/blog/vickie1

พี่ต้นมือเก่า อธิบายไว้ว่า : กระหร่างกับกระเหรี่ยงก็คล้าย ๆกันครับ กระหร่างมักอาศัยตามดอยสูง ผิวขาวกว่า ภาษาพูดก็เพี้ยนกันบ้างเล็กน้อย เช่นคำว่ากินข้าว ภาษา กระหร่างว่า เอ๊าะมี ส่วนกระเหรี่ยงจะว่า อั้งมี ครับ
จริง ๆ ก็คือกระเหรี่ยงด้วยกัน (กระเหรี่ยงโพล่งกับกระเหรี่ยงจะกอว์ )
ส่วนคำว่ากระหร่างนั้น คนพื้นราบเราใช้เรียกเพื่อความแตกต่างกัน ครับผม

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
hooknoi วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 23.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

แค่บอกว่ามีทากเป็นร้อยๆตัวก็คงต้องขอบายแน่ๆครับ ยังไม่นับฝูงช้างอีกนะนี่

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
หมีน้ำแข็ง วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/imice
เตาม twitter กันได้ที่ @imsakulsri คะ รวมทั้ง https://www.facebook.com/icejamestravel ด้วยคะ 

ถึงจะชอบป่าเขา แต่ก็อ่อนแอเกินกว่าจะไปถึงได้แบบนี้..(น้อยกว่านี้ยังไม่ได้ไปเลย เฮ้อ..) เพราะฉะนั้น แค่ได้อ่านก็มีความสุขแล้ว..ขอบคุณเรื่องดีๆ คะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
vickie วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 20.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
       เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว      http://www.oknation.net/blog/vickie1

@ Captain Jack 5555 เสือคงตามมาเรียนด้วยแหงมๆ แต่แปลกนะเข้าป่าป๋มไม่กลัวเสืออ่ะ แต่ก็ไม่ประมาทนะ ฮา ก็แหม ด้วยนิสัยของมันถ้าไม่ใช่เสือลำบากจริงๆ คงอยู่ห่างคนไปไกลทีเดียว

แต่ที่ป๋มกลัวจริงๆ ก็น่าจะเป็นช้าง กับหมี และขยะแขยงสุดๆ ก็เจ้าทากนี่หล่ะ

จริงๆ เส้นแก่งกระจานยังมี"ห้วยแม่สะเรียง" ที่อยากไป ตอนนั้นยังให้เข้าไปเดินป่าได้อยู่ ก็สวย ดิบ แต่ทากชุมนัก คราวที่เพื่อนไป ป๋มดันไม่ว่าง มันงั้นตายแน่ เพราะดันต้องหนีช้างกันอีก 55 อุ๊บส์ ..ตอนนั้นคงขำไม่ออกแน่ๆ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
captain.Jack วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 20.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Mafia

ครูบอกเสือเดินตามเรามาหลายร้อยเมตรเชียว..ทหารอเมริกันตามขาวจั้วเลย....555

แก้ไขครับ

ทหารอเมริกัน...ตาขาวจั้วเลย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
captain.Jack วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 20.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Mafia

น่าสนุกมากครับ...ผมเองก็มีประสบการณ์ที่แก่งกระจานนิดนึงครับ...สมัยรับราชการ..ฝึกร่วมทหารอเมริกันแถว ๆ แก่งแหละครับ...เสร็จก็สอนคืนให้อเมริกัน...เรื่องวิชาสะกดรอย...โดย ร.อ.เกรียงไกร..เป็นทั้งครูของผม..และเป็นพรานนำทาง...เริ่มต้นออกจากค่าย ฯ ปลายทางต้นน้ำเพชร...ผมมีตำแหน่งเป็นล่ามการฝึก...แต่ก็ลำบากไม่แพ้นักเรียน...ทาก..ชุมมาก..ผมบอกวิธีกันทากให้ทหารอเมริกัน..ทหารไทย..ยังไม่วายได้เลือด..เดินหน้าฝน..มันส์มาก...เดินเจอรอยสัตว์ป่าหลายชนิด..สุดท้ายเจอเสือ..เป็น ๆ เลย..ครูบอกเสือเดินตามเรามาหลายร้อยเมตรเชียว..ทหารอเมริกันตามขาวจั้วเลย....555

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
vickie วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 20.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
       เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว      http://www.oknation.net/blog/vickie1

เชิญอ่านกันให้สนุกนะฮะ เรื่องราวในอดีตของการเดินทางสายป่า "พี่ต้น มือเก่า"ก็ถือเป็นครูคนหนึ่งที่เคยให้คำอบรม แนะนำในยุคแรกเริ่มการเดินป่าของป๋ม
พอๆ กับ เว็ป trekkingthai.com ก็เป็นเว็บแรกที่ทำให้ป๋มมีโอกาสเติมเต็มฝัน ในการเดินทางท่องป่า

เรื่องค่อนข้างยาว แต่ไม่อยากตัดเป็น 2 ตอน อารมณ์มันจะค้างคาสำหรับคนที่อยากอ่านรวดเดียวจบ ส่วนใครอ่านไม่จบก็มาอ่านต่อตอนว่างก็ได้ฮะ ป๋มรอด้ายยย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เปรโต๊ะลอซู ภาค 3

ไปจับหมอกกันมั้ย

View All
<< กรกฎาคม 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]