*/
  • vincentoldbook
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mycompatriot_thailand@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-25
  • จำนวนเรื่อง : 160
  • จำนวนผู้ชม : 332025
  • จำนวนผู้โหวต : 279
  • ส่ง msg :
  • โหวต 279 คน
Besame Macho

Besame Macho By Cesaria Evora _Latin Music

View All
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน 2551
Posted by vincentoldbook , ผู้อ่าน : 5220 , 00:34:45 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

..

.. พระบาทสมเด็จพระปิยะมหาราช ..

 

         เจ็บนานหนักอกผู้                    บริรักษ์    ปวงเฮย

คิดใคร่ลาหาญหัก                              ปลดเปลื้อง

ความเหนื่อยแห่งสูจัก                        พลันสร่าง

ดูจักสู่ภพเบื้อง                                  หน้านั้นพลันเขษม

 

         เป็นฝีสามยอดแล้ว                   ยังร่าย    ส่านอ

ปวดเจ็บใครจักหมาย                        เชื่อได้

ใช่เป็นแต่ส่วนกาย                           เศียรกลัด    กลุ้มแฮ

ใครต่อเป็นจึงผู้                                นั่นนั้นเห็นจริง

 

          ตะปูดอกใหญ่ตรึ้ง                 บาทา    อยู่เฮย

จึงบอาจลีลา                                  คล่องได้

เชิญผู้ที่เมตตา                               แก่สัตว์    ปวงแฮ

ชักตะปูนี้ให้                                   ส่งข้าอันขยม

 

           ชีวิตมนุษย์นี้                      เปลี่ยนแปลง   จริงนอ

ทุกข์และสุขพลิกแพลง                   มากครั้ง

โบราณท่านจึงแสดง                      เป็นเยี่ยง   อย่างนา

ชั่วนับเจ็ดทีทั้ง                              เจ็ดข้างฝ่ายดี

 

           เป็นเด็กมีสุขคล้าย             ดิรฉาน

รู้สุขรู้ทุกข์หาญ                            ขลาดด้วย

ละอย่างละอย่างพาล                     หย่อนเพราะ   เผลอแฮ

คล้ายกับผู้จวนม้วย                      ชีพสิ้นสติสูญ

 

           ฉันไปปะเด็กห้า                 หกคน

โกนเกศนุ่งขาวยล                        เคลิบเคลิ้ม

ถามเขาว่าเป็นคน                         เชิญเครื่อง

ไปที่หอศพเริ้ม                             ริกเร้าเหงาใจ

 

           กล้วยเผาเหลืองแก่ก้ำ        เกินพระ    ลักษณ์นา

แรกก็ออกอร่อยจะ                        ใคร่กล้ำ

นานวันยิ่งเครอะคระ                      กลืนยาก

ทนจ่อซ่อมจิ้มจ้ำ                           แดกสิ้นสุดใบ

 

            เจ็บนานนึกหน่ายนิตย์        มะนะเรื่องบำรุงกาย

ส่วนจิตต์มิสบาย                             ศิระกลุ้มอุราตรึง

 

             แม้หายก็พลันยาก             จะลำบากฤทัยพึง

ตริแต่จะถูกรึง                                 อุระรัดและอัตรา

 

              กลัวเป็นทวิราช                  บตริป้องอยุธยา

เสียเมืองจึงนินทา                             บละเว้นฤว่างวาย

 

               คิดใดจะเกี่ยงแก้                ก็บพบซึ่งเงื่อนสาย

สบหน้ามนุษย์อาย                             จึงจะอุดและเลยสูญ  ฯ

 

(  ร.ศ. ๑๑๒  พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕

คัดลอกจากหนังสือเรื่อง .. ชีวิตของประเทศ )      

 ..................................................................................

..

..   ~ เขาพระวิหารทางขึ้นต้องผ่านด่านของศรีสะเกษ !!  ~ .. คนไทยร้องซะดัง!!! ..

................................................ 

 

แผ่นดินของเรา ..

 

วันนี้..

ฉันน้อมนำเอาพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕  เรื่อง ร.ศ. ๑๑๒ มาประดับไว้อยู่เหนือบนสุดของบทความนี้ ..

ฉันจงใจ..ที่ใคร่อยากจะย้อนนำพวกเราทุกคนกลับไปยังอดีตก่อนกาลนานมาแล้ว ในยุคสมัยที่นักล่าอาณานิคมมหาอำนาจฝรั่งเศส รุกรานไทยอย่างหนัก ยกมาทั้งทัพทางบก และ กองเรือรบทางทะเล มีการสู้รบกัน ปะทะกัน ในบางพื้นที่อย่างหนัก จนกระทั่งมีการเจรจาทำสนธิสัญญาสงบศึกกับฝรั่งเศสมีการทำสัญญายกดินแดนให้ฝรั่งเศสหลายครั้งหลายฉบับ ทั้งดินแดนสิบสองจุไท ดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง หรือ แม้แต่การยินยอมให้ฝรั่งเศสเข้ามายึดและปักหลักอยู่เมืองจันทบุรีเป็นเวลายาวนานร่วม ๒๐ ปี ..

นี่คือความอาดูร คลั่งแค้นใจของชาวสยามในรัชสมัยของพระพุทธเจ้าหลวง !!!..

พระราชนิพนธ์ ร.ศ. ๑๑๒ สะท้อนให้เห็นถึงพระราชหฤทัยของพระองค์ท่านในขณะนั้นเป็นอย่างดี พระองค์ท่านเกรงการกล่าวหาว่าเป็นทวิราชจากลูกหลาน เกรงจะโดนกล่าวร้ายนินทาว่ามิอาจปกป้องผืนแผ่นดินและเมืองต่างๆไว้ได้ ความกลัดกลุ้มในครั้งครานั้นทำให้พระองค์ท่านนั้นถึงกับทรงประชวรเลยทีเดียว ..

ประวัติศาสตร์ชาติไทยยุคใหม่ ต้องจารึก รัตนโกสินทร์ศก ๑๑๒ และ ๑๑๖ ไว้ไปตราบชั่วกัลปวสาน หนึ่งนั้นคือ ช่วงเวลาที่ประเทศไทยเสียดินแดนให้แก่นักล่าอาณานิคมไปมากที่สุด และ อีกหนึ่งนั้นคือช่วงเวลาแห่งการเดินหน้าสู่ความทัดเทียมกับนานาอารยะประเทศ สิ้นสุดสงครามจากนักล่าอาณานิคมและประเทศไทยได้รับการยอมรับจากประเทศมหาอำนาจว่าเป็นประเทศชาติที่เจริญแล้วไม่สามารถที่เข้ากุมยึดและแสวงหาผลประโยชน์ได้อีกต่อไป ..

ในรัชสมัยของในหลวงรัชกาลที่ ๕ นั้น ฝรั่งเศสยกทัพเข้ามาทางอ่าวตั๋งเกียยึดดินแดนสิบสองจุไทไป หลังจากนั้นยกทัพมาประชิดชายแดนไทยเพื่อยึดดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ทั้งสองครั้งนี้ฝรั่งเศสให้เหตุผลทางการทูตว่ามาช่วยไทยปราบฮ่อ ในช่วงที่เราติดพันกับการทำสงครามปราบฮ่อนั้น ฝรั่งเศสได้กอบโกยดินแดนของไทยไปเยอะมาก โดยใช้วิธียกทัพมาช่วยรบแล้วก็ไม่ยอมยกทัพกลับ เราสู้รบกับฝรั่งเศสในเรื่องดินแดน..

ฝรั่งเศสเคยส่งกองเรือรบบุกขึ้นไปตามลำน้ำเจ้าพระยาเข้าถึงใจกลางกรุงเทพมหานคร รุกล้ำเข้ามามีการสู้รบตอบโต้จากฝ่ายไทยอย่างหนัก ฝ่ายไทยเสียหายและฝ่ายฝรั่งเศสก็เสียหายไปมาก แต่ว่าฝรั่งเศสก็มาจอดเรือรบอยู่หน้าสถานทูตฝรั่งเศสจนได้ และ ไทยจำต้องเจริญสัมพันธไมตรีทางการทูต เพื่อยุติการรบ จริงๆแล้วฝรั่งเศสนั้นปรารถนาจะเอาดินแดนสยามของเราทั้งหมดไปเป็นเมืองขึ้น โดยใช้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศสแต่ทำไม่ได้..

รัชกาลที่ ๕ ได้แสดงพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านไว้มากมายในการต่อกรกับเหล่านักล่าอาณานิคม ตั้งแต่พระนางวิคตอเรียผู้มากับรางรถไฟ ความทันสมัยที่ทำให้เพื่อนบ้านที่มีรถไฟก่อนหน้าเรานั้นตกเป็นขี้ข้าฝรั่งไปหมด พระบรมวงศานุวงศ์ รัชทายาทของพระองค์ทุกพระองค์ ต่างได้ทำหน้าที่ของการเป็นคนไทยและหน้าที่ทหารไทยได้อย่างห้าวหาญ มีบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์มากมาย ทั้งทัพบก ทัพเรือ ตำรวจ ..

ลูกหลานไทยทั้งหลายโปรดได้จดจำใส่ดวงหทัยเอาไว้ ดินแดนทั้งหมดที่เราท่านทั้งหลาย ถือสิทธิ์เหยียบย่ำอาศัยแสวงหาผลประโยชน์ดำรงชีวิตอยู่นี้ บรรพบุรุษไทยของเรานั้นต่างได้เคยสละเลือดเนื้อ ชีวิต พลังมันสมอง พลังปัญญา เพื่อรักษาไว้ให้พวกเรามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ..

ในรัชสมัยในหลวงรัชกาลที่ ๕ ประเทศไทยเรามิได้แพ้สงคราม ทว่า เรานำสงครามข้อพิพาทนั้นไปสู่การเจรจาสงบศึกได้ เราเสียดินแดนสยามไปให้อังกฤษในบางส่วน เสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้ฝรั่งเศสไปทั้งหมด เสียสิบสองจุไท แต่เรายังเหลือดินแดนอันเป็นเอกราชเป็นอธิปไตยส่งต่อมายังลูกหลานไทยในปัจจุบันมากมายมหาศาล ..

ปฐพีแหลมทองของเรานี้อุดมสมบูรณ์ ทั้งพืชพันธุ์ ธัญญาหาร ป่าไม้ ทรัพยากรธรรมชาติมากมาย ทั้งทางบก ทางทะเล ทางน้ำ ทางอากาศ ดินแดนขวานทองเล่มนี้เป็นดินแดนสุดท้ายที่ชนชาติไทยทุกคนหลงเหลืออยู่ บรรพบุรุษเราเลือกเอาดินแดนที่ดีที่สุดไว้ให้เรา..นี่คือสิ่งที่เราต้องตระหนักให้จงหนัก และ พึงสำเหนียกกันให้มากๆ 

ในภาวะการณ์โลก ณ ปัจจุบันนี้ เรากำลังเจอการรุกรานจากนักล่าอาณานิคมยุคโลกใหม่ ที่ไม่ได้มาด้วยกำลังเรือรบ กองทหาร หรือ กองทัพอากาศ แต่ทว่า ..พวกมันใช้วิธีใส่สูทผูกเนคไทหิ้วกระเป๋าเจมส์บอนด์เข้ามายึดกุมอำนาจและผลประโยชน์ของประเทศชาติของเรา ..

ในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะได้เห็นพวกนักล่าอาณานิคมเหล่านี้เปิดกระเป๋าเจมส์บอนด์ออก หยิบกระดาษมาร่างสนธิสัญญาผ่านตัวบทกฎหมายเพื่อการพัฒนาประเทศ และใช้มันเป็นอาวุธร้ายในการปล้นชาติปล้นแผ่นดิน พลังการทำลายล้างของอาวุธร้ายแรงจากกระเป๋าเจมส์บอนด์ของนักล่าอาณานิคมโลกยุคใหม่นี้ รุนแรงกว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ทางการทหารมากมายนัก เราแทบจะไม่มีโอกาสได้กระดิกตัวหรือขยับหนีเสียด้วยซ้ำ ..

รู้สึกตัวอีกทีเราก็ได้ตกไปเป็นเชลยของมันแล้ว ต้องถูกจับมัด ถูกพันธนาการ ทั้งแขนขา สมอง ปัญญา หรือ แม้แต่ชีวิตทั้งหมดของเรา ..

เมื่อถึงวันนั้นเราคงจะมีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ไม่ต่างจากทาสเท่าใดนักหรอก !!!..

..

 .. ต่อไปไม่ต้องแล้ว .. หอกหักแอนด์เหล่ศักดิ์ คู่หูดูโอหัวหน้าทีมทนายความเขมรยืนยันว่าเขาพระวิหารตกเป็นของขแมร์เรียบร้อยโรงเรียนแม้วแล้ว คนไทยโปรดทำใจซะเถอะ เดี๋ยวพ่อฮุนเซนของเหล่าไอ้กระผมก็จะทำกระเช้าลอยฟ้าขึ้นมาเองแหละ  !! ..

 

..

.. แผ่นดินของเรา ทำไม ?..มีธงของเขาปักอยู่ ..เหล่เอ๊ยเหล่ !!..

................................................

 

 ปัญหาข้อพิพาทเขตแดนเขาพระวิหาร ..

ในสมัยที่ฝรั่งเศสจะต้องให้เอกราชคืนแก่เขมรนั้น คนไทยเองก็ยังอยู่อาศัยในพระตะบอง เสียมราฐ อยู่มาก คนเขมร คนไทยอยู่ปะปนกันเต็มไปหมด หลังจากเขมรอิสระทำการลุกฮือต่อสู้และขับไล่ฝรั่งเศสมานาน ก็มีการเจรจาเพื่อจะให้เอกราชแก่เขมร มีการสำรวจพื้นที่ทั้งหมดโดยรอบแผ่นดินเขมรขึ้น โดยเฉพาะตลอดแนวตะเข็บชายแดนที่ติดกับประเทศไทย

มีการร่างแผนที่ใหม่โดยนักสำรวจชาวฝรั่งเศส มีการวาดตัวปราสาทเขาพระวิหารไปไว้บนแผนที่ โดยการหลงลืมที่จะวาดรายละเอียดปราสาทองค์อื่นๆโดยรอบไป เรามีการพิพาทคดีเขาวิหารกับทางเขมร และ เมื่อคดีพิพาทขึ้นสู่ศาลโลก ศาลโลกตัดสินให้ไทยเราแพ้คดีเพราะไม่มีการคัดค้านแผนที่ของฝรั่งเศสมาก่อน เสมือนหนึ่งว่าเรายอมรับไปแล้ว ..

แม้ว่าเราจะเอาแผนที่ของเราก่อนหน้านี้ที่มีการแบ่งปันเขตแดนตามหลักสากลถือเอาเขตสันปันน้ำมากล่าวอ้างมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร ความอยุติธรรมในครั้งนั้นทำให้เราเสียตัวปราสาทเขาพระวิหารไป แต่พื้นที่โดยรอบนั้นยังเป็นของเรา เรายังสงวนสิทธิ์ที่จะร้องต่อศาลโลกเพื่อเรียกร้องดินแดนคืนมาโดยตลอด จะว่าศาลโลกในสมัยนั้นลำเอียง หรือ อาจจะมีคนตาเหล่อย่างนพดลอยู่ในศาลโลกด้วยอันนี้ฉันเองก็ไม่แน่ใจ รู้แต่ว่าเราไม่ได้รับความเป็นธรรม มองยังไงๆพื้นที่เขาพระวิหารทั้งหมดต้องเป็นของไทย และ เราควรจะเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรมเหนือดินแดนนี้กลับคืนมาด้วย..

วันนี้ ..

เหตุข้อพิพาทในคราอดีตหวนกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง ครานี้ไทยน่าจะเสียแผ่นดินมากกว่าเดิมเพราะมีรัฐมนตรีต่างประเทศและนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่เสมือนหนึ่งเป็นทนายแก้ต่างให้กับรัฐบาลเขมรฮุนเซน การยินยอมเขมรไปเสียทุกเรื่องเช่นนี้ เป็นเรื่องที่คนไทยโดยทั่วไปรับไม่ได้ มันย่อมทำให้คนไทยตั้งข้อสงสัยว่า ที่รัฐบาลไทยยินยอมเขมรได้มากขนาดนี้ อาจจะสืบเนื่องเพราะผลประโยชน์ในเส้นทางธุรกิจของนายใหญ่หน้าเหลี่ยมที่เกาะกงก็เป็นได้

ใช่หรือเปล่าอันนี้ผู้รู้อื่นๆวิพากษ์วิจารณ์กันมาเยอะแล้ว จนผู้ไม่รู้ หรือ แม้แต่เด็กอนุบาลกับเด็กประถมก็พอจะมองออกว่าอะไรเป็นอะไร ..

งานนี้ไม่ใช่เรื่องของ ขแมร์ต้มไทย แต่เป็นเรื่องของคนไทยต้มคนไทย เสียจนสุก!! ..

เราชาวไทยคงต้องทำใจล่วงหน้าไว้ก่อนเลยว่า เราอาจจะต้องเสียดินแดนไทยเพิ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง และ มั่นใจได้เลยว่า หากเรายินยอมในครั้งนี้ ครั้งต่อๆไปกับพื้นที่เขตทับซ้อนโดยรอบประเทศเรานั้นซึ่งยังมีเหลืออีก ๔๐ กว่าแห่ง หรือ อาจจะมีมากกว่านี้ที่ยังสำรวจไม่หมด บรรทัดฐานของการเสียดินแดนในครั้งนี้ย่อมจะถูกนำไปใช้ในการปักปันเขตแดนในภายภาคหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ .. 

........................................

.ภาพ:Naun1428.jpg.

.. สมรภูมิรบหมู่บ้านร่มเกล้า สงครามที่ไทยแพ้ลาว คือ อุทาหรณ์สอนใจทหารหาญของไทยเป็นอย่างดีว่า .. การข่าวของทหารช้าไปวันเดียวก็ไม่ได้ !! ..  

 

ในอดีตเมื่อไม่นานมานี้ ..

ประมาณปี ๒๕๓๑ เราก็เคยโดนการรุกล้ำอธิปไตยมาแล้ว เพราะความชะล่าใจของกองทัพและผลประโยชน์ของรัฐบาลในสมัยนั้น ในกรณีของสมรภูมิรบหมู่บ้านร่มเกล้า อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ในครั้งนั้น ประเทศไทยเสียหายใหญ่หลวงมาก โดยเฉพาะตรงเนิน ๑๔๒๘ ที่ติดกับชายแดนสาธารณรัฐประชาชนลาว  มีการสู้รบกันอย่างหนัก มีการสู้รบกันอยู่นานก่อนจะเจรจาสงบศึกกัน กองทัพไทยสูญเสียเยอะมาก ทหารไทยเสียชีวิตมากมาย มันเป็นเพราะความอ่อนด้อยทางการข่าวของกองทัพไทย ที่รู้เราแต่ไม่รู้เขา แถมยังประมาทอีกต่างหาก ..

ในยุคนั้นพ่อใหญ่อัลไซเมอร์แมนเป็นแม่ทัพใหญ่ คุมบัญชาการทัพเอง ประมาณตนว่าเป็นขงเบ้งอะไรประมาณนั้น แต่ทว่าเมื่อกองทัพหลากหลายกองพันของไทยยาตราทัพเข้าสู่พื้นที่สมรภูมิก็ต้องตะลึงพรึงเพริดกับสิ่งที่ไม่คาดฝัน นั้นคือกับระเบิดที่ทหารลาววางไว้มากมายมหาศาลโดยรอบเนิน ๑๔๒๘ การระดมยิงปืนกล และ ปืนใหญ่อันทันสมัยอย่างหูดับตับไหม้ แถมทหารลาวยังสอยเครื่องบินไทยร่วงได้ ๑ ลำ ด้วย ลาวเฮกันทั้งประเทศ ไทยได้แต่ก้มหน้าเพราะความอาย ..

บนเนิน ๑๔๒๘ เรามาทราบภายหลังว่ามันถูกสร้างเป็นฐานที่มั่นอย่างดีด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก แข็งแกร่งทนทาน สะท้อนให้เห็นว่าทหารลาวนั้นเขาได้มายึดครองพื้นที่แถบนี้มาหลายปีดีดักแล้ว โดยเฉพาะการวางกับระเบิดไว้เป็นหมื่นๆลูก อีกอย่างหนึ่งที่ขาดเสียจะกล่าวถึงไม่ได้เลย นั่นก็คือ มีกองกำลังทหารประจำการจากประเทศที่สามที่เข้าร่วมรบเป็นพันธมิตรเดียวกันกับฝ่ายทหารลาวด้วย..

จริงๆแล้วภายหลังจากสงครามเวียดนาม ภายหลังจากสงครามอินโดจีนมานั้น กองทัพทหารของประเทศเวียดนาม เขมร ลาว มีสนธิสัญญาทางกองทัพร่วมกันในการที่จะเป็นพันธมิตรร่วมรบในทุกสงครามที่แต่ละประเทศโดนข้าศึกรุกรานหรือเกิดข้อพิพาทใดๆก็ตาม เรื่องนี้ก็เลยทำให้ฉันเองได้คิดและเป็นวิตกกังวลใจว่า รอบๆบ้านเราเนี่ยสงสัยจะมีแต่กองทัพไทยของไทยเนี่ยล่ะมั้งที่ดูจะด้อยประสิทธิภาพกว่าใครเพื่อน ..

พม่าไม่ต้องพูดถึงเลยเพราะรัฐบาลทหารของเขาทุ่มงบประมาณไปกับกองกำลังทหารเต็มที่ แม้จะมีอาวุธสนิมเขรอะ และ ยานรบ ต่างๆที่ไร้งบประมาณซ่อมบำรุงดูแลอยู่เยอะก็ตาม แต่ว่าอาวุธหลายชนิดของพวกเขาก็ทันสมัยกว่ากองทัพไทย  แถมมีพวกชนกลุ่มน้อยให้ทหารพม่าได้ซ้อมรบในสถานการณ์จริงอยู่ตลอดเวลา วันดีคืนดีพม่ามันก็ทำแกล้งเผลอยิงปืนใหญ่ตูมตามมาหาเราด้วยความหมั่นไส้และไม่เกรงใจกันเลย ..

มาเลเซียเช่นเดียวกัน เราแทบจะด้อยประสิทธิภาพทางการทหารกว่ามาเลเซียแทบทุกด้านเสียด้วยซ้ำไป ทำไมเป็นเช่นนั้นไปได้ โดยเฉพาะกองทัพบก และ กองทัพอากาศ ในรอบหลายปีที่ผ่านมานี้เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจเหลือเกินกับวิวัฒนาการของกองทัพไทย ..

................................................

 

..

.. เลือดไทยไหลโลมลงดิน ใครหมิ่นศักดิ์ศรีคนไทย ต้องมีวันสักวันให้ไทย ล้างใจอัปรีย์ !..

 

เราด้อยประสิทธิภาพทางการทหารลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ? ..

ย้อนกลับไปก็ต้องบอกว่า ตั้งแต่ประเทศไทยหันหน้ารุดๆเดินบ้าตามกระแสเศรษฐกิจโลกกับพวกนายทุนนักการเมืองนั่นแหละ ห่วงแต่สนามการค้า แต่สนามการรบกลับไม่มอง งบประมาณในการดูแลกองทัพน้อยลง โดนหั่นแหลกละเอียด กำลังพลทหารประจำการถูกลดจำนวนลง อาวุธยุทโธปกรณ์ไม่ได้ซื้อเพิ่มเติมมานานร่วมสิบปี โดยเฉพาะสมัยนายลิงหน้าเหลี่ยมเป็นนายกฯ แทบจะเป็นง่อยไปเลยล่ะกองทัพน่ะ ..ดีหน่อยที่ได้เข็นออกมาโชว์ในวันเด็ก กับ วันรัฐประหาร ๑๙ กันยายน แต่ก็นั่นแหละ ทหารไทยจำไว้ พวกคุณยังไม่ได้รบในศึกหนัก !! ..

สมรภูมิรบในชายแดนภาคใต้ทหารหาญถูกตีกรอบโดยฝ่ายการเมือง ใช่หรือไม่ ? ..

การข่าวทหารย่อมรู้ดีว่ากองกำลังข้าศึกมีใครมาจากไหนบ้าง ? แต่วันนี้ผ่านไปกี่ปีแล้ว ..ทำไมพวกท่านยังต้องยืนเป็นเป้ากระสุนให้ฝ่ายตรงข้ามปลิดชีพเล่นอยู่ ..ไม่ใช่เพราะการเมือง กับ เรื่องธุรกิจของนายทุนนักการเมืองหรอกหรือ ?

อาวุธที่ทหารไทยใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นอาวุธที่ใช้มาตั้งแต่สงครามเวียดนาม ส่วนใหญ่ก็เป็นของกองทัพอเมริกา ซึ่งในช่วงสงครามคอมมิวนิสต์อาวุธพวกนี้ก็เคยถูกลักลอบเอาไปแบ่งปันส่งไปให้พวกในป่าเอามาไล่ยิงคนไทยด้วยกันเอง ตอนนี้วันดีคืนดีมันก็หายไปอยู่ในมือของข้าศึก โจรใต้ ไปอยู่กับพวกโจรค้ายาบ้า วันดีคืนดีก็ระเบิดตูมตามเองเหมือนคลังแสงระเบิดที่ปากช่องนั่นแหละ

เครื่องบินซ้อมรบ เครื่องฝึกบิน ของเหล่านักบินหน้าใหม่ทั้งหลายก็เหมือนกัน เป็นเครื่องบินสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีร่วง มีหล่น เป็นข่าวมาโดยตลอด เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงสดๆร้อนๆก็เพิ่งร่วง สิ่งเหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นความด้อยประสิทธิภาพของกองทัพไทยในปัจจุบัน ความเกรียงไกรในอดีตมันหายไปไหน นายทหารไทยหันหน้าไปทำธุรกิจ ออกรอบตีกอล์ฟ มุ่งหน้าไปบนเส้นทางการเมือง ทหารชั้นผู้น้อยหลายคนก็ไปรับจ๊อบผิดกฎหมายมากมายมีเป็นข่าวมาโดยตลอด ..

ทหารกล้ามากมายที่เสียงเป็นเสี่ยงตายอยู่ตามแนวหน้าตามชายแดนในปัจจุบัน พวกเขากลับขาดการเอาใจใส่ดูแลจากผู้บังคับบัญชาเบื้องบน ผู้บังคับบัญชาที่วันๆคอยแต่วิ่งเอาใจนักการเมือง หวังผลประโยชน์ส่วนตัว ขาดจิตสำนึกในเรื่องของการรัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ หลงใหลได้ปลื้มในลาภยศตำแหน่งเงินตราที่เหล่านายทุนนักการเมืองประเคนมาให้ คงเหมาะสมดีแล้วกระมังที่ทหารไทยในปัจจุบันจะโดนประชาชนถากถางด้วยถ้อยคำเสียดแทงใจเหลือหลายว่า ..

" หลับเถิดทหารกล้า ปวงประชาจะคุ้มภัย !! "

......................................

..

.. ภาคใต้จะร่มเย็นได้ ทหารไทยจำต้องกล้าหาญ เบี่ยงปากกระบอกปืนจากหน้าประชาชน ไปยัดใส่ปากนักการเมือง ..

 

" ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด " จงจำไว้ทหารหาญ !!..

บางครั้งเราจำต้องหยุดจิตใจรักสงบลงไว้บ้างทหารหาญ ในกรณีอันละเอียดอ่อนเรื่องอธิปไตยของประเทศเช่นนี้ เราต้องดำเนินนโยบายอันแข็งกร้าวบ้าง ทหารควรจะออกมามีบทบาทเสียแต่เนิ่นๆ การเจรจาทุกครั้งควรให้ฝ่ายทหารเข้าไปเจรจา ทั้งหน่วยข่าวกรอง กรมแผนที่ทหาร หน่วยทหารกองกำลังพลต่างๆที่รับผิดชอบทั้งหมด ควรจะมีความมั่นคง และ เด็ดขาด ในการดูแลรักษาอธิปไตยของประเทศชาติ ทหารควรจะมีบทบาทต่อเรื่องนี้มากกว่านักการเมือง ไม่ใช่โดนนักการเมืองเล่นงานเสียงอมพระรามอย่างทุกวันนี้ ..

อย่าปล่อยให้นักการเมืองเอาเรื่องของอธิปไตยนี้ไปปู้ยี่ปู้ยำเล่น ทหารต้องแสดงให้ประชาชนเห็นว่าพวกเขานั้นสามารถรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศไว้ได้ ทหารต้องออกมาแสดงตน แสดงความคิดเห็นที่ให้ความสบายใจ มั่นใจ แก่ประชนชนคนไทยทุกคนให้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ ..

ทหารหาญต้องมี ความเข้มแข็ง มีความองอาจ มีความกล้าหาญ มากกว่านี้ ..

ประเทศชาติถึงจะผ่านพ้นภัยร้ายต่างๆไปได้ !! ..

                  

...........................................................................................

..

.. ยุคจอมพลผ้าขะม้าแดงแทงไม่ยั้งที่เราต้องเสียปราสาทเขาพระวิหารให้เขมรไป ..

 

" ...ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเสมอว่า ชาติของเราจะไม่อับจนเป็นอันขาด เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องหนึ่งในบรรดาเรื่องใหญ่ทั้งหลาย มีความสำคัญมากกว่านี้ ชาติที่รักของเรากำลังพัฒนาไปในสู่วิถีทางที่ดีขึ้น เหตุนี้ไม่ใช่เหตุผลความอับจนของเรา จงหวังและทำในเรื่องชาติที่สำคัญกว่านี้ ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเหลือเกินว่า ชาติไทยของเรามีอนาคตแจ่มใสและรุ่งโรจน์อย่างแน่นอนและมั่นคงในอนาคตอันใกล้ นี้ เราจงมาช่วยกันสร้างชาติที่รักยิ่งของเราต่อไป
       
       พี่น้องชาวไทยที่รักทั้งหลาย วันนี้เป็นวันหนึ่งและเป็นในวันข้างหน้า เราจะต้องเอาปราสาทเขาพระวิหารกลับคืนมา ให้เป็นของชาติไทยให้จงได้ .. "
 

..(จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ กล่าวภายหลังศาลโลกตัดสินไทยแพ้คดีเขาพระวิหาร พ.ศ. ๒๕๐๕ )..

 

...................................................

..

.. เนียงขแมร์ยังมิเคยจะแลกัน ไฉนเลยเนียงไทยนั้นจะหันมาแลกู ..บอง สลัญ เนียง ขแมร์  จุ๊บ จุ๊บ !! ( แปลว่า พี่รักน้องเขมรนะจ๊ะ จุ๊บ จุ๊บ)..

 

“อันนี้ถือว่าเป็นความสำเร็จของกระทรวงการต่างประเทศที่เจรจาสำเร็จ ผมควรจะได้ดอกไม้ ไม่ใช่ได้ก้อนหิน เป็นการเจรจาทางการทูตที่ลูกหลานจะต้องโจษจัน ไปอีกนานว่าทำสำเร็จได้อย่างไร”  ...

นายนพดล ปัทมะ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ปี พ.ศ. ๒๕๕๑

.............................................................

..

.. มีดโกนนี้ท่านได้แต่ใดมา คมบาดลึกบาดใจเหลือร้าย หอกหักโดนกรีดยับปางตาย สมองหมูเกลื่อนกระจาย อนาถล้น กลางสภา .. ออร กุน บาท !! ( แปลว่า ขอบคุณครับ) "

 

 “ ..ผมยอมรับว่าเป็นในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์จริง ซึ่งผมได้นำคณะไปเจรจาประกอบด้วย ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร รมช.ต่างประเทศสมัยนั้น ซึ่งก็มีนายนพดล ปัทมะ เลขานุการ รมว.ต่างประเทศไปร่วมเจรจาด้วย นายนพดลซึ่งมีการทำบันทึกช่วยจำทั้งสองฝ่ายห้ามลุกล้ำหรือใช้ประโยชน์ในพื้นที่ทับซ้อน นายนพดลน่าจะนำข้อมูลนี้ให้นายกฯ ดู ว่าเราได้เตรียมป้องกันปัญหาไว้อย่างรอบคอบ แต่พอถึงปี ๒๕๔๔ - ๔๙ ได้มีการลุกล้ำเข้ามามาก แต่รัฐบาลช่วงนั้นกลับไม่ยอมดำเนินการอะไรเลย พอทางกองกำลังสุรนารีจะผลักดันออกไปก็ถูกฝ่ายการเมืองห้าม อาจจะมองในแง่ดีว่ารัฐบาลคงเป็นห่วงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตรงนี้ทำไมนายกฯไม่พูด หรือว่าขาดอายุความไปแล้ว อยากให้ท่านพูดตรงไปตรงมาด้วย ตนไม่ได้กล่าวหาคนที่พยายามจะแก้ปัญหาให้บ้านเมือง แต่ท่านอาจจะมองสั้นเกินไป .. ”

นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล วันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑

.......................................................................................... 

..

.. ไอ้เรื่องเขตแดนเขาพระวิหารเนี่ย เอาไว้ว่างๆไอ้กระผมจะไปปรึกษาทั่นตานฉ่าย เรื่องนกยูงโง่สามตัวที่ไอ้กระผมนั่งพับก่อนนะครับ ..พม่าจะได้หายมืดซะที อองฉาน ซูจี จะได้ออกบวช !! โฮบ บาย คร๊าบบ โฮบ บาย !!  ..( แปลว่า กิน คร๊าบบ กิน !! ) ..

 

" ... เอาล่ะครับ ทีนี้ก็หวังใจว่าคงเข้าใจนะครับ เพราะผมรับผิดชอบเรื่องนี้ เพราะมันไม่ได้เป็นสนธิสัญญาอะไรเลย เขาตกลงในที่ของเขา แต่บังเอิญการขึ้นทะเบียนยูเนสโกจะเอาบริเวณด้วย เราบอกไม่ได้ บริเวณนั้นทับซ้อน ยังเถียงกันอยู่ ก็ไปตกลงกันที่ปารีส บอกเอาล่ะ เอาเฉพาะตัวปราสาท เขาก็ขึ้นเฉพาะตัวปราสาท ในเขตของเขานะ แล้วถึงว่าอะไร ผมต้องใช้คำว่า "อะไรกันนักหนา" ถึงปลุกระดมกันว่าเสียดินแดน มันเสียอะไรล่ะครับ มันเสียไปเมื่อ ๔๕ ปีที่แล้ว มันแผ่นดินของเขานะครับ แล้วขึ้นก็ขึ้นปราสาทเท่านั้น ทำให้คนไทยเข้าใจผิด เกิดไม่ทัน จะเป็นจะตายขึ้นมาว่าจะเสียดินแดน ไม่มีเสียหรอกครับ แม่ทัพนายกองเขามารับรองกัน เขาดูแผนที่ ไม่มีเรื่องอะไรเลย แต่ทำไมใช้วิธีการกันอย่างนี้ผมไม่เข้าใจ .... "

(พณฯ สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี รายการสนทนาประสาสมัคร ๒๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๑)

.......................................................

..

.. รักชาติของเรา ไว้เถิดผองไทย !!! ..


แผ่นดินของเรา

ย่อมเป็นของเราชาติไทย

ใกล้ไกลต้องเป็นของเรา ชาติไทย !!!!

 

เลือดไทยไหลโลมลงดิน

ใครหมิ่นศักดิ์ศรีคนไทย ต้องมีวันสักวันให้ไทย

ล้างใจอัปรีย์ !!!

 

แผ่นดินของเรา

ย่อมเป็นของเราอยู่ดี ที่ใดต้องเป็นของไทยอยู่ดี

ถูกเชือดเฉือนไปวันใด ??? ย่อมแสนหวั่นไหวชีวี

 

ปฐพีแหลมทอง

ช่วยกันคุ้มครองป้องกัน สักวันต้องคืนกลับมา

มั่นใจเถิดหนาขอพลีชีวา รักษาชาติไทย !!!

ชาติไทยคู่ฟ้า เลือดทาแผ่นดิน !!!

 

.. (บทเพลง แผ่นดินของเรา ขับร้องโดย  สันติ ลุนเผ่) ..

...............................................

.

.

.. โตว เน้อ บอง ปะโอน .... แปลว่า.. ลาไปก่อนล่ะเด้อ พี่น้อง !! ..

...........................................

.............................................

ขอขอบคุณ

ภาพและเนื้อข่าวจากอินเตอร์เน็ท

ดนตรีประกอบ The Exodus Song

เนื้อเพลง แผ่นดินของเรา จากอินเตอร์เน็ท

..............................

ข่าวสารความรู้เพิ่มเติม ..

       ข้อมูลเกี่ยวกับกรณี “เขาพระวิหาร” ที่ต้องรู้
       @เปิดคำฟ้องศาลปกครอง ระงับ “หุ่นเชิด” ยกดินแดนให้เขมร
       @ แถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา กรณีขึ้นทะเบียน ‘ปราสาทพระวิหาร’ เป็นมรดกโลก 18 มิ.ย. 2551
       @ สรุปย่อคำพิพากษาของศาลโลก (The case concerning the Temple of Preah Vihear (Merits) between Cambodia and Thailand) (ภาษาอังกฤษ)
       @ คำประท้วงศาลโลก:โอกาสไทยทวงคืน “ประสาทพระวิหาร”
       @ เปิดจม.เสนีย์ มติครม.2505 ชี้ชัด ปราสาทพระวิหารของ'เขมร' อยู่บนแผ่นดิน 'ไทย'
       @
เปิดคำปราศรัย “สฤษดิ์” ตบหน้า “หมัก” ย้ำชัดไทยทวงคืน “พระวิหาร”
       @ ดูชัดๆ ไทยยกแผ่นดินพระวิหารให้เขมร!!
       @ “ไทยคดีฯ มธ.” แฉเล่ห์ รบ.หมัก เปลี่ยนเส้นเขตแดนแลกประโยชน์กลุ่มการเมือง
       @ ปราสาทเขาพระวิหาร มรดกโลกไม่สมประกอบ
       @ นักวิชาการก่น “นพดล” ทำไทยเสียเปรียบ เสี่ยงเสียดินแดนรอบสอง
       @ “ม.ล.วัลย์วิภา” ชี้ กลุ่มการเมืองใช้เขาพระวิหารบังหน้าแลกประโยชน์-เปลี่ยนเส้นแดนบก/ทะเลไทย
       @ นักวิชาการยันไทยเสียดินแดนให้กัมพูชา 4.6 ตร.กม.
       @ ปธ.มรดกโลกไทยเดือด “นพดล” ยกเขาพระวิหารให้เขมร ลั่นต้องแก้สัญญา
       @ ข้อเท็จจริงและมุมมองกรณีปราสาทพระวิหาร บทความโดย ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
kae_31 วันที่ : 18/10/2008 เวลา : 11.08 น.
www.oknation.net

อ่านแล้วรู้สึกสลดที่คนไทยทำกับคนไทยด้วยกันเอง
พวกโจรเสื้อนอกพวกนี้ได้ดิบไดทุกวันนี้เพราะทุนหลวง
แต่ทำไมกลับตอบแทนคุณแผ่นด้วยการกระทำอันเลวชาติชั่วอย่างนี้
ขอเวรกรรมตามทันพวกที่คิดทรยศแผ่นดินในเร็ววันด้วย

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
vincentoldbook วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 17.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vincentoldbook
ชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพ เสมือนหนึ่งร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ...


สวัสดีภิริสาคนกล้า ..

อารมณ์ตอนนี้คงคึกสุดขีดล่ะซิ ถึงได้หลุดคำสุภาพสุดๆแบบนั้นออกมาได้ ..ฮา

อ้ายพวก อับ - ปะ - รี - ยะ -การันต์ ..พวกนี้ มันเนรคุณได้หมดเลยจริงๆ ทั้งเนรคุณแผ่นดิน เนรคุณต่อชาติ บ้านเมือง แถมยังคิดไม่ดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อีก ต้องบอกว่าคนพวกนี้มันเลวได้สุดๆจริงๆ !!..

รอเสียงนกหวีดอยู่เหมือนกันเด้อ ! ...

มีความสุขมากๆกับชีวิตและการทำงานนะจ๊ะ ..

ถ้าไปกรุงเทพฯแล้วจะติดต่อไปนะจ๊ะ สู้ๆเด้อ อย่าถอดใจล่ะ ..เดี๋ยวหมูหมามันได้ใจมันจะรุกไล่เราใหญ่ !! กลั๊วกลัว ฮา

โชคดีนะจ๊ะคนสวย ..

สู้ สู้ สู้ !!!


ความคิดเห็นที่ 27 (0)
vincentoldbook วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 17.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vincentoldbook
ชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพ เสมือนหนึ่งร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ...


หวัดดีนู๋กวน ..

นกหวีดดังบ่อยๆไม่ดี ลุงอ่ะเหนื่อยสุดๆ สุขภาพ กิจการ ท่าจะแย่น่ะดิ ฮา ..

ลงๆขึ้นๆขอนแก่น - กรุงเทพฯ บ่อยๆ สรรพกำลังเสบียงคลังก็เริ่มจะมีปัญหามารุมเร้า ร้านหนังสือปิดบ่อยๆลูกค้าหนีหายหมด .. ตอนนี้เลยจำต้องขยายกิจการไปทางอินเตอร์เน็ท เพื่อสู้ศึก ( อิอิ ..ไม่เห็นเกี่ยวกันเลยพูดมาทำไมเนี่ย ฮา )

แต่ว่าล่ะนะงานนี้ เจ๊งเป็นเจ๊ง ตายเป็นตาย เหมือนสนธิว่านั่นแหละ ขอปีนรั้วทำเนียบซ่องโจร เข้าไปเตะปากหมูปากหมา พวกอิ๋บอ๋าย !นั่นได้สักครั้งหนึ่งในชีวิตก็พอใจล่ะ ฮา !! ..

( ยังกะมันจะอยู่รอนี่ ฮ่าๆ..ลุงนี่ฝันว่าได้เตะปากหมูชมพู่เน่าทุกวันเลย ..ช่วงนี้ฝันดีจริงๆ เอิ๊ก ๆ )

คงมีความสุขดีน๊ะหนูกวน วันก่อนแวะไปเยี่ยมที่บ้านมายังเป็นเอ็นทรีเก่าอยู่เลย ..หวังว่าคงสบายดีนะ เอาไว้มีโอกาสคงได้เจอกัน

สู้ สู้ สู้ !!




ความคิดเห็นที่ 26 (0)
vincentoldbook วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 12.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vincentoldbook
ชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพ เสมือนหนึ่งร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ...


คุณ jui ..

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมกันครับ คนไทยรักแผ่นดินของเรามากๆครับ วันนี้อะไรๆมันก็ดูจะสับสน วุ่นวาย น่าสลดใจไปหมด คนไทยต้องมาทะเลาะเบาะแว้งกันเพราะใครบางคนต้องการผลประโยชน์เข้าตัวโดยลืมคิดถึงหัวอกคนไทยด้วยกันที่เขารักและห่วงแหนแผ่นดิน ..

มีความสุขมากๆนะครับผม


ความคิดเห็นที่ 25 (0)
feng_shui วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 12.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ซัวซเดยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
vincentoldbook วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 12.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vincentoldbook
ชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพ เสมือนหนึ่งร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ...


คุณ supawan ..

ต้องระมัดระวังมากๆครับ โดยเฉพาะระมัดระวังที่เสียดินแดนบนเขตพื้นที่ทับซ้อนเพิ่มเติม ..

วันนี้พันธมิตรแจ้งว่าได้มีการเปิดเผย แผนที่ของเขมรที่ทางเหล่ศักดิ์และข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศไปยอมรับ และจะแถลงการณกันกับขแมร์แล้ว ..

N1 เป็นบริเวณตัวปราสาทเป็นของขแมร์ตามคำสั่งศาลโลก นพเหล่บอกว่าขแมร์ขอแค่จดทะเบียนตรงนี้ ให้ไทยเซ็นยอมรับให้ด้วย .. ( แค่จะไปเซ็นตรงนี้ก็อุบาทว์แล้วครับเพราะเราไม่เคยยอมรับเลย )

ส่วนแผนที่ N2 N3 เป็นพื้นที่เขตทับซ้อน และ เป็นบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร นพเหล่หมกเม็ดบอกว่าเขาไม่ได้เซ็นยอมรับตรงนี้ แผนที่ N1 และ N2 ขแมร์ทำมาเพื่อประกอบการยื่นขอจดทะเบียนและทำความเข้าใจที่ถูกต้องกับฝ่ายไทย ..
นพเหล่ยอมรับแค่ N1 และ อ้างว่าไม่ได้ยอมรับ N2 N3..

เหล่ เอ๊ย เหล่ เป็นทนายโง่ได้ขนาดนี้หรือ ? คงไม่ล่ะมั้ง ?? เหล่ศักดิ์คงจะไม่โง่แน่ๆ เพราะนี่มันคือการหมกเม็ดที่ร้ายกาจที่สุด ถ้าหากคุณยอมรับแผนที่ตัวปราสาท N1 ไปแล้ว แผนที่บริเวณพื้นที่ทับซ้อน N2 N3 ในอนาคตก็อาจจะถูกขแมร์ฟ้องร้องต่อศาลโลกเอาไปเป็นของขแมร์ได้โดยง่ายเพราะนี่คือแหล่งประวัติศาสตร์เดียวกัน ..

เราดันจะไปยอมรับแผนที่ N1 ที่คนทั้งชาติปฏิเสธคำสั่งศาลโลกมาโดยตลอด และ รัฐบาลหอกหักก็ยังไม่เคยแสดงท่าทีในการขอจดทะเบียนร่วมกันกับขแมร์ด้วย รัฐบาลไทยหมกเม็ดได้น่าเกลียดมากๆ..

เรื่องการหมกเม็ดนี่แหละครับที่ผมว่ามันละเอียดอ่อน เอาคนที่มีรอยด่าง มีชนักปักหลังเป็นอดีตทนายหน้าหอของคนหน้าเหลี่ยมผู้ต้องหาคดีทุจริตทางการเมืองไปเจรจาเนี่ย มองอย่างอื่นไม่ได้เลยล่ะครับ ..นอกจากเรื่องผลประโยชน์ของเจ้านายเขา

เดชะบุญ ศาลปกครองสั่งระงับแถลงการณ์ร่วมเรียบร้อยแล้ว นพเหล่มีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์แต่ว่า ..นพเหล่จะกล้าหรือเปล่า ? .. ผมว่า เขากล้าเพราะหน้าแตกไปแล้วต้องรีบสมานแผลด่วน ตอนนั้นเราคงจะได้เห็นแผนที่กันล่ะครับ !!

...................................

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมบ้านนี้นะครับ บ้านคุณมีภาพปราสาทหินสวยงามมากครับ ผมชอบแวะไปเยี่ยมชมบ่อยๆ ..

มีความสุขมากๆนะครับ


ความคิดเห็นที่ 23 (0)
vincentoldbook วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 12.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vincentoldbook
ชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพ เสมือนหนึ่งร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ...


ญาใจ ..

เตรียมตัวไปปีนรั้วทำเนียบหรือยังจ๊ะ ฟิตร่างกายให้แข็งแรง แกร่งๆไว้น๊า รักษาสุขภาพ ชาติยังต้องการเธอ ฮา !

ตาลายล่ะซิเข้ามาบ้านนี้ ตั้งใจว่าจะพยายามหาข้อมูลประวัติศาสตร์ คำพูดบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาแปะไว้ที่นี่ให้เยอะๆ ..เป็นเอ็นทรี่รวมประวัติศาสตร์เลย ฮา ..

คำพูด เมื่อยังไม่ได้พูดเราก็เป็นนายมัน แต่ว่าเมื่อพูดออกไป มันก็จะเป็นนายเรา ทันที ..เหล่ศักดิ์ กับหอกหัก มีพิรุธทางคำพูด ..ตอนนี้กำลังจะโดนขี้ข้าเก่านายคนใหม่ของตน ( คำพูดมันนั่นแหละ ) พุ่งกลับไปเล่นงานตนเอง ..

เนื่องเพราะวันนี้มีข่าวดี ศาลปกครองระงับการแถลงการณ์ร่วม ไทย - ขแมร์ ไว้แล้ว พวกเราต้องร้องตะโกนดังๆไปยังศาลว่า ..

ออร กุน บาท !

ขอบคุณครับ !!


ความคิดเห็นที่ 22 (0)
vincentoldbook วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 12.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vincentoldbook
ชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพ เสมือนหนึ่งร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ...


คุณเจริญขวัญ ..

อ่านจบ หึ หึ .. แต่ว่าหากว่างานนี้เหล่ศักดิ์ทำงานให้นายใหญ่ทะลุเป้าประสงค์ เราอาจจะต้องมาร้องไห้กัน โฮ โฮ ..เลยล่ะครับ

คนเนรคุณประเทศมีทุกยุคทุกสมัย แต่เนรคุณได้ร้ายกาจเหลือเชื่อ มีสองครั้งเท่านั้นแหละครับในประวัติศาสตร์ชาติ ..

ตอนสมัยกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ ๑ เพราะพระยาจักรีแม่ทัพไทยไปเปิดประตูรับทัพข้าศึกพม่าให้เข้ามาเผาผลาญกรุงฯ บุเรงนองจึงมีชัยชนะเหนือกรุงศรีอยุธยาได้...

มาวันนี้ลูกหลานพระยาละแวกกลับชาติมาเกิดเป็นนพเหล่กับเหลี่ยมศักดิ์และหอกหักกระมัง จึงคิดคดทรยศเนรคุณแผ่นดินถิ่นเกิดได้ ..

น่าเศร้าใจสุดๆ ครับ !!


ความคิดเห็นที่ 21 (0)
vincentoldbook วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 10.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vincentoldbook
ชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพ เสมือนหนึ่งร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ...

คดีหมายเลขดำที่…984…/2551

ศาลปกครองสูงสุด

วันที่ 24 เดือน มิถุนายน พุทธศักราช 2551

นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ที่ 1, นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ 2, ผู้ฟ้องคดี
นายนคร ชมพูชาติ ที่ 3, นายสุริยะใส กตะศิลา ที่ 4,
นายคำนูณ สิทธิสมาน ที่ 5, นายคณิศร ฑปภูผา ที่ 6,
นายกิ่งแก้ว โยมเมือง ที่ 7, นายประภาส บุรีศรี ที่ 8
นางรัศมี ไวยเนตร ที่ 9

ระหว่าง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ (นายนพดล ปัทมะ) ที่ 1,
คณะรัฐมนตรี ที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี

ข้าพเจ้า นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ที่ 1 กับพวกรวม 9 คน (รายละเอียด ที่อยู่ ปรากฏตามบัญชีรายชื่อผู้ฟ้องคดีแนบท้ายคำฟ้องนี้)

ในการฟ้องคดีนี้ ผู้ฟ้องคดีที่ 4 และ ที่ 5 ได้มอบอำนาจให้ นายสุวัตร อภัยภักดิ์ เป็นผู้ฟ้องคดีแทน รายละเอียดปรากฏตามหนังสือมอบอำนาจ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 1 และ ผู้ฟ้องคดีที่ 6 ถึงที่ 9 ได้มอบอำนาจให้นายนิติธร ล้ำเหลือ เป็นผู้ฟ้องคดีแทน รายละเอียดปรากฏตามหนังสือมอบอำนาจ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 2

มีความประสงค์จะขอฟ้อง

- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ (นายนพดล ปัทมะ) ที่ 1 อยู่ที่ กระทรวงการต่างประเทศ เลขที่ 443 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

- คณะรัฐมนตรี ที่ 2 อยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300

ผู้ฟ้องคดีทั้งหมดเป็นประชาชนไทย สัญชาติไทย มีสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายทั้งได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย และเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยของชาติโดยตรงอย่างแท้จริง เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 หมวด 1 มาตรา 3 บัญญัติว่า “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้” วรรคสองบัญญัติว่า “การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญและหน่วยงานของรัฐต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม” และหมวด 4 มาตรา 71 บัญญัติว่า “บุคคลมีหน้าที่ป้องกันประเทศ รักษาผลประโยชน์ของชาติและปฏิบัติตามกฎหมาย”

นอกจากที่กล่าวมาแล้วผู้ฟ้องคดีที่ 4 ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ จังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะเป็นพลเมืองท้องถิ่นคนในพื้นที่ใกล้ชายแดนกัมพูชาอันเป็นที่ตั้งปราสาทพระวิหารซึ่งเป็นมรดกทางอารยธรรมล้ำค่า และจากการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ถูกฟ้องคดี ถือว่าเป็นการกระทำโดยไม่คำนึงถึงคนท้องถิ่นที่อยู่ตามแนวชายแดนไทยซึ่งมีความผูกพันยึดมั่นในปราสาทพระวิหารทำให้ได้รับความเสียหายอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้

ผู้ฟ้องคดีที่ 5 เป็นสมาชิกวุฒิสภา มีหน้าที่ตามหมวด 6 ส่วนที่ 4 มาตรา 122 บัญญัติว่า “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย โดยไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติ มอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทย โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์” ซึ่งผู้ฟ้องคดีที่ 5 เป็นผู้ซึ่งเสียสิทธิในการใช้สิทธิตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ จากการกระทำขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ของผู้ถูกฟ้องคดี จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ผู้ฟ้องคดี ที่ 5 ไม่สามารถใช้สิทธิตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ซึ่งเป็นการใช้สิทธิตามอำนาจหน้าที่ที่ผู้ฟ้องคดีจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ

ผู้ฟ้องคดีทั้งหมดเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย ได้รับผลกระทบโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ จากการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองที่กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ใช้อำนาจหน้าที่และกระทำการนอกเหนืออำนาจหน้าที่โดยไม่สุจริต ไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 พระราชบัญญัติบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 ไม่ยึดถือปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 ทั้งยังกระทำการขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 และไม่บริหารราชการแผ่นดินตามคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2551 ละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ไม่ดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนอันเป็นสาระสำคัญตามที่กฎหมายกำหนด ใช้ดุลยพินิจไม่เหมาะสม ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไทยและปวงชนชาวไทยตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 หมวด 1 มาตรา 1 บัญญัติว่า “ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้” มีผลกระทบต่อพระราชอำนาจขององค์พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข และกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิเสรีภาพของผู้ฟ้องคดีและปวงชนชาวไทยทุกคนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ดังมีรายละเอียดของการกระทำ ข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ เกี่ยวกับการกระทำที่เป็นเหตุให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายดังนี้

ข้อ 1.ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2551 เห็นชอบร่างคำแถลงการณ์ร่วมรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชา ที่ได้จัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2551 กรณีการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกพร้อมแผนที่แนบท้าย โดยมอบหมายให้ นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศเป็นผู้ลงนามในแถลงการณ์ร่วมฯ จากนั้นจึงเสนอกัมพูชาเพื่อรายงานต่อองค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในวันที่ 5 กรกฎาคม 2551 ต่อไป

ต่อมาวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2551 นายนพดล ปัทมะ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ได้ลงนามในคำแถลงการณ์ร่วมรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชากรณีขอขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกพร้อมแผนที่แนบท้ายแล้วนั้น ปรากฏข้อเท็จจริงว่ากระบวนการการดำเนินการดังกล่าวมิได้กระทำไปตามขั้นตอน ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 หมวด 9 คณะรัฐมนตรี มาตรา 190 ที่บัญญัติว่า “พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการทำหนังสือสัญญาสันติภาพ สัญญาสงบศึก และสัญญาอื่น กับนานาประเทศหรือกับองค์การระหว่างประเทศ

หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามหนังสือสัญญา หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ในการนี้ รัฐสภาจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องดังกล่าว

ก่อนการดำเนินการเพื่อทำหนังสือสัญญากับนานาประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศตามวรรคสอง คณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น ในการนี้ ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบด้วย

เมื่อลงนามในหนังสือสัญญาตามวรรคสองแล้ว ก่อนที่จะแสดงเจตนาให้มีผลผูกพันคณะรัฐมนตรีต้องให้ประชาชนสามารถเข้าถึงรายละเอียดของหนังสือสัญญานั้น และในกรณีที่การปฏิบัติตามหนังสือสัญญาดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนหรือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม คณะรัฐมนตรีต้องดำเนินการแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบนั้นอย่างรวดเร็วเหมาะสม และเป็นธรรม

ให้มีกฎหมายว่าด้วยการกำหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทำหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า หรือการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งการแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติตามหนังสือสัญญาดังกล่าวโดยคำนึงถึงความเป็นธรรมระหว่างผู้ที่ได้ประโยชน์กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติตามหนังสือสัญญานั้นและประชาชนทั่วไป

ในกรณีที่มีปัญหาตามวรรคสอง ให้เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยชี้ขาด โดยให้นำบทบัญญัติตามมาตรา 154(1) มาใช้บังคับกับการเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยอนุโลม”

ซึ่งเมื่อพิจารณารายละเอียดคำแถลงการณ์ร่วมรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชากรณีขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกพร้อมแผนที่แนบท้ายแล้วนั้น ทั้งฉบับร่างวันที่ 22 พฤษภาคม 2551 และฉบับจริงที่ลงนามเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2551 จะเห็นได้อย่างชัดแจ้งว่าคำแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวมีลักษณะเป็นหนังสือสัญญา ซึ่งต้องอยู่ภายใต้บังคับตามมาตรา 190 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 โดยพิจารณาจากหลักดังนี้

1) กระทำเป็นลายลักษณ์อักษร
2) สัญญาดังกล่าวอยู่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
3) คู่สัญญาเป็นรัฐหรือรัฐบาล
4) มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจสังคมอย่างกว้างขวาง มีผลผูกพันทางการค้า การลงทุน และงบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อนำหลักข้างต้นมาพิจารณาประกอบข้อตกลงตามคำแถลงการณ์ร่วมฯ ดังกล่าวแต่ละข้อจะเห็นได้ดังนี้

1) คำแถลงการณ์ร่วมฯ ดังกล่าวได้กระทำเป็นลายลักษณ์อักษร
2) คำแถลงการณ์ร่วมฯ ดังกล่าวอยู่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
3) คำแถลงการณ์ร่วมฯ ดังกล่าวลงนามโดยนายนพดล ปัทมะ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กับ นาย ซก อัน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีของราชอาณาจักรกัมพูชา
4) ตามคำแถลงการณ์ร่วมฯ ดังกล่าว มีข้อตกลงดังนี้

(1) ราชอาณาจักรไทย สนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ในบัญชีมรดกโลก ซึ่งเสนอโดยรัฐบาลกัมพูชา ตามที่จะได้มีขึ้นในการประชุมสมัยที่ 32 ของคณะกรรมการมรดกโลก (ที่นครควิเบก ประเทศแคนาดา ในเดือนกรกฎาคม 2008) เขตรอบพื้นที่ของปราสาทพระวิหาร ปรากฏตามที่ระบุไว้ ณ บริเวณ N.1 ในแผนที่ที่แนบท้ายที่จัดทำขึ้น โดยรัฐบาลกัมพูชา แผนที่ดังกล่าวให้รวมถึงพื้นที่กันชน (buffer zone) ในด้านทิศตะวันออกและด้านใต้ของปราสาท ตามที่ระบุไว้ตามเครื่องหมาย N.2 ด้วย

ข้อตกลงดังกล่าวมีผลดังนี้

ราชอาณาจักรไทยได้สละสิทธิในข้อสงวนที่ประเทศไทยจะเอาปราสาทพระวิหารกลับคืนมาในอนาคต กรณีศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้พิพากษาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ.1962 (พ.ศ.2505) ยอมรับอธิปไตยของกัมพูชาเหนือซากของปราสาทพระวิหาร ที่ได้ยื่นหนังสือแถลงการณ์ต่อนายอูถั่น เลขาธิการสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ค.ศ.1962 (พ.ศ.2505) ดังปรากฏข้อความดังนี้

“ในแถลงการณ์เป็นทางการลงวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ.1962 (พ.ศ.2505 รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ประกาศต่อประชาชนแสดงความไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลที่กล่าวข้างต้น โดยมีเหตุผลว่า ตามความเห็นของรัฐบาล คำพิพากษาขัดต่อข้อกำหนดอันชัดแจ้งของบทที่เกี่ยวเนื่องของสนธิสัญญา ค.ศ.1904 (พ.ศ. 2447) และ ค.ศ.1907 (พ.ศ. 2450) และขัดต่อหลักกฎหมาย และความยุติธรรม แต่อย่างไรก็ดีรัฐบาลก็ยังแถลงว่าในฐานะที่เป็นสมาชิกสหประชาชาติ รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะปฏิบัติตามพันธกรณีที่ตนมีอยู่ตามคำพิพากษาดังกล่าว เพื่อปฏิบัติหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ตามข้อ 94 ของกฎบัตร

ข้าพเจ้าใคร่จะแจ้งให้ท่านทราบว่า ในการตัดสินใจที่จะปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ในคดีเกี่ยวกับปราสาทพระวิหารนั้น รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปรารถนาที่จะตั้งข้อสงวนอันชัดแจ้งเกี่ยวกับสิทธิใดๆที่ประเทศไทยมีหรืออาจมีในอนาคต เพื่อเอาปราสาทพระวิหารกลับคืนมา โดยอาศัยกระบวนการกฎหมายที่มีอยู่หรือที่จะพึงนำมาใช้ได้ในภายหลัง และตั้งข้อประท้วงต่อคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ที่ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา

ฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงรู้สึกเป็นเกียรติที่จะแจ้งข้อความข้างต้นให้ท่านทราบ พร้อมกับขอให้ท่านแจ้งข้อความในหนังสือฉบับนี้ ให้สมาชิกทั้งปวงขององค์การนี้ทราบทั่วกันด้วย”

จากคำแถลงการณ์เป็นทางการดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงเจตนาของรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในขณะนั้นว่ายังมีความประสงค์ที่จะเอาปราสาทพระวิหารกลับคืนมา นอกจากคำแถลงการณ์ดังกล่าวแล้วคณะรัฐมนตรีในขณะนั้นยังได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 ซึ่งต้องถือว่ามติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวมีผลผูกพันคณะรัฐมนตรีทุกชุดต้องยึดถือปฏิบัติตาม แม้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจะไม่มีคณะรัฐมนตรีชุดใดดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม แต่ก็ไม่มีคณะรัฐมนตรีชุดใดมีมติคณะรัฐมนตรีให้ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ดังนั้นการที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างคำแถลงการณ์ร่วมรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชา ฯ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2551 โดยมอบหมายให้นายนพดล ปัทมะ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศเป็นผู้ลงนามในแถลงการณ์ร่วม ฯ ซึ่งนายนพดล ปัทมะในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วม ฯ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2551 จึงมีผลเป็นการยกเลิกข้อสงวนในการติดตามเอาปราสาทพระวิหารกลับคืนมา และมีผลเป็นการยอมรับว่าปราสาทพระวิหารเป็นของประเทศกัมพูชาอย่างสมบูรณ์ถาวรตลอดไป นอกจากนี้การลงนามตามคำแถลงการณ์ร่วม ฯ ข้อ 1 ยังเป็นการแสดงเจตนายืนยันอย่างชัดแจ้งถึงการยอมรับในแผนที่กำหนดแนวเขตที่จัดทำโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของกัมพูชาของประเทศไทย ดังปรากฏข้อความในคำแถลงการณ์ร่วม ฯ ว่า “..เขตรอบพื้นที่ของปราสาทพระวิหารปรากฏตามที่ระบุไว้ ณ บริเวณ N.1 ในแผนที่ที่แนบท้ายที่จัดทำขึ้นโดยรัฐบาลกัมพูชา แผนที่ดังกล่าวให้รวมถึงพื้นที่กันชน (buffer zone) ในด้านทิศตะวันออกและด้านใต้ของปราสาท ตามที่ระบุไว้ตามเครื่องหมาย N.2 ด้วย” ความตอนนี้เมื่อพิจารณาประกอบแผนที่แนบท้ายแสดงให้เห็นว่าประเทศกัมพูชาได้แสดงยืนยันอย่างชัดแจ้งเป็นหลักฐานแล้วว่า พื้นที่กันชน (buffer zone) ทางทิศตะวันออกและทิศใต้ของตัวปราสาทเป็นอำนาจอธิปไตยของประเทศกัมพูชา ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่นอกเหนือคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ดังนั้นการลงนามในคำแถลงการณ์ร่วม ฯ จึงมีผลเป็นการสละสิทธิข้อสงวนการติดตามกลับคืน เป็นการยอมรับนับถืออธิปไตยของกัมพูชาอย่างสมบูรณ์ถาวร และยังมีผลเป็นการยอมรับการแสดงสิทธิอำนาจอธิปไตยของประเทศกัมพูชานอกเหนือขอบเขตปราสาทพระวิหารด้วย กรณีนี้จึงต้องถือว่าข้อตกลงตามคำแถลงการณ์ร่วม ฯ มีผลเป็นการเปลี่ยนอาณาเขตไทยอย่างชัดเจน

(2) ในบรรยากาศแห่งความปรารถนาดีและประนีประนอมต่อกัน ราชอาณาจักรกัมพูชายอมรับให้ปราสาทพระวิหารถูกเสนอเพื่อขึ้นทะเบียนในบัญชีมรดกโลก โดยขั้นตอนนี้ยังไม่ให้รวมถึงพื้นที่กันชน(buffer zone) ตามพื้นที่ด้านเหนือและตะวันตกของปราสาท

ข้อตกลงดังกล่าวมีผลดังนี้

ตามเหตุผลดังกล่าวมาในผลข้อตกลงข้อที่ (1) แล้ว ในข้อ (2) ประเทศกัมพูชายังได้แสดงเจตนายืนยันแสดงสิทธิอำนาจอธิปไตยในพื้นที่นอกเหนือตัวปราสาทพระวิหารเหมือนเดิม เพียงแต่ในขั้นตอนเสนอปราสาทพระวิหารขึ้นทะเบียนในบัญชีมรดกโลก ยังไม่ให้รวมถึงพื้นที่กันชน(buffer zone) ตามพื้นที่ด้านเหนือและตะวันตกของปราสาท การพิจารณาข้อตกลงในข้อ(2) ตามคำแถลงการณ์ร่วม ฯ จะต้องพิจารณาถ้อยคำว่า “ในบรรยากาศแห่งความปรารถนาดีและประนีประนอมต่อกัน” และถ้อยคำว่า “โดยขั้นตอนนี้ยังไม่ให้รวมถึงพื้นที่กันชน(buffer zone) ตามพื้นที่ด้านเหนือและตะวันตกของปราสาท” โดยละเอียดรอบคอบอย่างที่สุด เพราะมีความหมายเฉพาะในขั้นตอนเสนอปราสาทพระวิหารขึ้นทะเบียนในบัญชีมรดกโลกเท่านั้น แต่มิได้เป็นการสละสิทธิการแสดงสิทธิอำนาจอธิปไตยในพื้นที่กันชน(buffer zone) ในพื้นที่ทางทิศตะวันตกและทิศเหนือของตัวปราสาท

(3) แผนที่แนบท้ายตามที่ระบุในย่อหน้าที่ 1 ข้างต้น ให้ใช้แทนแผนที่เดิมที่เกี่ยวกับ และรวมถึง “Schema Directeur pour la Zonage de Preah Vihear” และรวมถึงผังหรือแผนแบบอ้างอิงทั้งหมดที่ระบุถึงเขตพื้นที่สำคัญ (Core zone) และเขตอื่น ๆ (zonage) เขตพื้นที่อื่นของปราสาทพระวิหารที่ปรากฏในคำร้องขอขึ้นทะเบียนของกัมพูชา

ข้อตกลงดังกล่าวมีผลดังนี้

การลงนามของประเทศไทยในข้อนี้ถือเป็นการเพิ่มน้ำหนักในคำยืนยันที่จะยอมรับในสิทธิอำนาจอธิปไตยของประเทศกัมพูชาตามที่กล่าวในข้อ (1) ข้อ (2) แล้ว ยังมีผลเป็นการแสดงเจตนาสละสิทธิในบรรดาข้อโต้แย้ง ข้อคัดค้านต่างๆ ที่ประเทศไทยได้กระทำมาแล้วทั้งหมด และไม่ว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป ประเทศไทยก็ต้องยึดถือแผนที่ตามที่ระบุในย่อหน้าที่ 1 แทน ตามถ้อยคำที่ปรากฏดังนี้ “แผนที่แนบท้ายตามที่ระบุในย่อหน้าที่ 1 ข้างต้น ให้ใช้แทนแผนที่เดิมที่เกี่ยวกับและรวมถึง “Schema Directeur pour la Zonage de Preah Vihear” และรวมถึงผังหรือแผนแบบอ้างอิงทั้งหมดที่ระบุถึงเขตพื้นที่สำคัญ (Core zone) และเขตอื่น ๆ (zonage) เขตพื้นที่อื่นของปราสาทพระวิหารที่ปรากฏในคำร้องขอขึ้นทะเบียนของกัมพูชา” อย่างมิอาจปฏิเสธได้อีกต่อไป

(4) ในระหว่างรอผลปฏิบัติงานของคณะกรรมการร่วม (JBC) เพื่อกำหนดอาณาเขตเกี่ยวกับพื้นที่รอบปราสาทด้านทิศเหนือและทิศตะวันตก รอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งระบุโดยเครื่องหมาย N. 3 ไว้ในแผนที่ที่กล่าวถึงในย่อหน้าที่ 1 ข้างต้น ให้มีการจัดเตรียมแผนการจัดการพื้นที่ดังกล่าวโดยวิธีการประสานกันระหว่างรัฐบาลกัมพูชาและรัฐบาลไทยอย่างสอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ ด้านการอนุรักษ์ เพื่อที่จะธำรงไว้ซึ่งคุณค่าที่โดดเด่นเป็นสากลของทรัพย์สินนี้ แผนการจัดการดังกล่าวจะถูกรวมเข้าไว้ในแผนจัดการสุดท้ายสำหรับองค์ปราสาทและพื้นที่รอบ ๆ ปราสาทนั้น ซึ่งจะต้องนำเสนอต่อศูนย์กลางมรดกโลกก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2010 เพื่อนำเข้าพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกในการประชุมครั้งที่ 34ในปี 2010

ข้อตกลงดังกล่าวมีผลดังนี้

ข้อตกลงดังกล่าวเป็นที่ยอมรับร่วมกันของประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาว่าขณะนี้ยังไม่มีกำหนดอาณาเขตเกี่ยวกับพื้นที่รอบปราสาทด้านทิศเหนือและทิศตะวันตก รอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งระบุโดยเครื่องหมาย N.3 ในแผนที่ที่กล่าวถึงในย่อหน้าที่ 1 ข้างต้นนั้น มีข้อที่ต้องสังเกตอย่างพึงระวัง ดังนี้

- พื้นที่ N.3 ไม่ปรากฏว่ามีการกล่าวถึงมาเลยในข้อ 1

- พื้นที่ N.3 เป็นพื้นที่ที่ทั้งประเทศไทยและประเทศกัมพูชาต่างยอมรับซึ่งกันและกันแล้วว่ามีสิทธิอำนาจอธิปไตยร่วมกัน เพียงแต่ขณะนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดลงไปได้ว่าใครมีกรรมสิทธิ์ในส่วนใดเท่านั้นเอง กรณีดังกล่าวจึงต้องถือว่าประเทศไทยยอมรับการมีสิทธิอำนาจอธิปไตยในพื้นที่ N.3 แล้ว ซึ่งเป็นการยอมรับการขยายอาณาเขตของประเทศกัมพูชานอกเหนือไปจากคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ

- มีผลให้เป็นการยุติการปฏิบัติงานของคณะกรรมการร่วม (JBC) ตามพื้นที่ N.3 ในแผนที่ที่กล่าวถึงในย่อหน้าที่ 1 ไปโดยปริยายเพราะทั้งสองฝ่ายได้ตกลงที่จะร่วมกันจัดทำแผนบริหารจัดการในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว

- การกำหนดให้แผนการจัดการดังกล่าวรวมเข้าไว้ในแผนจัดการสุดท้ายสำหรับองค์ปราสาทและพื้นที่รอบ ๆ ปราสาทนั้น ซึ่งจะต้องนำเสนอต่อศูนย์กลางมรดกโลกก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2010 เพื่อนำเข้าพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกในการประชุมครั้งที่ 34ในปี ค.ศ. 2010 นั้น มีนัยสำคัญยิ่งและมีผลเป็นการรับรองแผนการจัดการพื้นที่ดังกล่าวในอนาคต ซึ่งไม่ทราบว่าแผนการจัดการพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นอย่างไร แต่ที่ชัดเจนแน่นอนคือผลตามข้อ 4 มีผลเป็นการหักล้างข้อตกลงคำแถลงการณ์ร่วม ฯ ในข้อ 2 ที่ปรากฏถ้อยคำว่า “โดยขั้นตอนนี้ยังไม่ให้รวมถึงพื้นที่กันชน(buffer zone) ตามพื้นที่ด้านเหนือและตะวันตกของปราสาท” ทั้งยังมีผลเป็นการแสดงเจตยืนยันการแสดงสิทธิอำนาจอธิปไตยตามพื้นที่ N.3 ของประเทศกัมพูชาอีกครั้งหนึ่ง โดยประการสำคัญในข้อความตอนท้าย ของข้อ 4 ที่กล่าวข้างต้นยังแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยได้ให้การยืนยันยอมรับยินยอมให้ประเทศกัมพูชา ยื่นขอจดทะเบียนมรดกโลกได้ทั้งตัวปราสาทพระวิหารและพื้นที่รอบ ๆ ตัวปราสาทด้วย กรณีนี้เมื่อประเทศไทยไม่ได้ยื่นร่วมในการขอจดทะเบียนมรดกโลก ก็จะมีผลเป็นว่าปราสาทพระวิหารและพื้นที่รอบ ๆ ตัวปราสาทเป็นมรดกโลกภายใต้อำนาจอธิปไตยของประเทศกัมพูชาแต่ประเทศเดียว ดังนั้นการบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลกก็จะเป็นสิทธิอำนาจของประเทศกัมพูชาฝ่ายเดียว

(5) การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารในบัญชีมรดกโลก จะเป็นไปโดยไม่กระทบกระเทือนต่อสิทธิของราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรไทย ในการกำหนดเส้นเขตแดนของคณะกรรมการร่วมเพื่อการกำหนดเขตแดน (JBC) ของทั้งสองประเทศ

ข้อตกลงดังกล่าวมีผลดังนี้

หากพิจารณาโดยไม่ละเอียดรอบคอบก็จะเห็นว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นหลักทั่วไป แต่หากพิจารณาโดยละเอียดรอบคอบตามถ้อยคำที่ว่า “จะเป็นไปโดยไม่กระทบกระเทือนต่อสิทธิ..” ย่อมหมายถึงบรรดาสิทธิใด ๆ การสละสิทธิใด ๆ การแสดงเจตนาแสดงสิทธิใด ๆ การรับรอง การโต้แย้ง การคัดค้าน การประนีประนอม ทั้งที่มีอยู่ก่อนหรือเกิดขึ้นในขณะลงนามในคำแถลงการณ์ร่วม ฯ หรือเกิดขึ้นภายหลังจากลงนาม ก็เป็นเรื่องของความผูกพันของทั้งสองประเทศไม่เกี่ยวกับคณะกรรมการมรดกโลก และโดยประการสำคัญการลงนามในคำแถลงการณ์ร่วม ฯ ก็จะเป็นข้อตกลงที่คณะกรรมการร่วมเพื่อการกำหนดเขตแดน (JBC) ของทั้งสองประเทศต้องปฏิบัติตาม

(6) ราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรไทย ขอแสดงความขอบคุณอย่างลึกซึ้งของผู้อำนวยการ ยูเนสโก ฯพณฯ นายโคอิชิโร มัตซุอุระ สำหรับความช่วยเหลือในการอำนวยความสะดวกแก่กระบวนการในการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ในบัญชีมรดกโลก

ข้อตกลงดังกล่าวมีผลดังนี้

การแสดงความขอบคุณเป็นมารยาทอันสำคัญที่ต้องแสดงให้ปรากฏอย่างชัดเจน แต่ขณะเดียวกันการระบุชื่อนายโคอิชิโร มัตซุอุระ ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก ก็ถือเสมือนการแสดงให้ปรากฏต่อคณะกรรมการมรดกโลกและประชาชนโลกด้วยว่ากระบวนการในการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ในบัญชีมรดกโลก ตามความตกลงของคำแถลงการณ์ร่วม ฯ ได้กระทำด้วยน้ำใจแห่งมิตรภาพและความร่วมมือต่อกัน ที่ต่างจะถือข้อกำหนดตามคำแถลงการณ์ร่วม ฯ เป็นข้อมูลผูกพันของทั้งสองประเทศอย่างมั่นคงต่อหน้าพยานที่ปรากฏในคำแถลงการณ์ร่วม ฯ

ดังนั้นเมื่อพิจารณาตามถ้อยคำ เนื้อหา สาระ ดังที่ปรากฏในคำแถลงการณ์ร่วม ฯ ตามที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าคำแถลงการณ์ร่วม ฯ มีลักษณะเป็นหนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่ของอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามหนังสือสัญญา หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ การดำเนินการดังกล่าวจึงต้องอยู่ภายใต้บังคับมาตรา 190 ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ถึงแม้ว่าข้อตกลงดังกล่าวจะใช้คำว่า “คำแถลงการณ์ร่วมฯ” เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ใช้คำว่า “หนังสือสัญญา” ก็ตาม

ข้อ 2. กระทรวงการต่างประเทศมีฐานะเป็นนิติบุคคลมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการต่างประเทศ และราชการอื่นตามที่ได้มีกฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศหรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงการต่างประเทศ นายนพดล ปัทมะ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จึงเป็นผู้ใช้อำนาจตามกฎหมาย ตามอำนาจหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศและเป็นผู้บังคับบัญชาส่วนราชการและข้าราชการในสังกัดกระทรวงการต่างประเทศ การที่นายนพดล ปัทมะ เป็นผู้ร่วมกำหนดข้อตกลงในคำแถลงการณ์ร่วม ฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2551 และเป็นผู้นำเสนอร่างคำแถลงการณ์ร่วม ฯ ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและมีมติคณะรัฐมนตรีในวันที่ 17 มิถุนายน 2551 “เห็นชอบร่างคำแถลงการณ์ร่วมรัฐบาลไทยและกัมพูชา กรณีการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกพร้อมแผนที่แนบท้าย โดยมอบหมายให้นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ลงนามร่วม จากนั้นจึงเสนอกัมพูชาเพื่อรายงานต่อองค์การ ยูเนสโก ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในวันที่ 5 กรกฎาคม ต่อไป” นั้น เป็นการกระทำการโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 แต่เนื่องจากการกระทำดังกล่าวได้กระทำไปโดยปกปิด บิดเบือนข้อมูล ข้อเท็จจริง ความหมายแห่งถ้อยคำในสาระสำคัญของคำแถลงการณ์ร่วม ฯ ไม่แสดงสถานะของคำแถลงการณ์ร่วม ฯ ที่แท้จริงอันจะมีผลต่อกระบวนการขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งไม่แสดงผลความผูกพัน ความเสียหาย อันจะเกิดแก่ประเทศไทยอย่างชัดแจ้ง โดยมุ่งหวังให้สมเจตนาแห่งตนโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายด้านอาณาเขตดินแดนและอำนาจอธิปไตยของประเทศไทย โดยเจตนาไม่สุจริต จึงถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ถูกต้องตามรูปแบบขั้นตอนหรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญ สร้างภาระให้เกิดแก่ประเทศชาติ แก่ผู้ฟ้องคดีทั้งเก้าและปวงชนชาวไทยทุกคน

ข้อ 3. การที่คณะรัฐมนตรีมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2551 เห็นชอบ ฯ ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จึงเป็นการมีมติคณะรัฐมนตรี โดยไม่ตรวจสอบพิจารณาข้อมูลข้อเท็จจริงอย่างละเอียดรอบคอบ ใช้ดุลยพินิจไม่เหมาะสม ไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรี อำนาจ หน้าที่แห่งตน มิได้ยึดถือว่าตนเองเป็นรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังเช่นรัฐบาลชุดก่อนที่ได้พยายามต่อสู้และตั้งข้อสงวนไว้ ไม่ถือปฏิบัติในอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 โดยไม่สุจริต กระทำการขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา ไม่ส่งเสริมคุ้มครองสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารการมีส่วนร่วม ไม่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน มีเจตนาส่งเสริมสนับสนุนรับรองการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของนายนพดล ปัทมะ สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติ ต่อผู้ฟ้องคดีทั้งหมดและปวงชนชาวไทยทุกคนอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ มติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวจึงเป็นมติคณะรัฐมนตรีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ข้อ 4. เมื่อการกระทำของนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไม่ชอบด้วยกฎหมายมาแต่ต้น ดังนั้นมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2551 ที่เห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วม ฯ โดยมอบหมายให้นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ลงนาม ฯ จึงเป็นการเห็นชอบในสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องถือว่ามติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายตามไปด้วย ดังนั้นการใช้อำนาจของนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตามพระราชบัญญัติบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ตามพระราชบัญญัติบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 โดยความเห็นชอบตามมติคณะรัฐมนตรีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงมีผลให้การลงนามในคำแถลงการณ์ร่วม ฯ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีผลผูกพันต่อประเทศไทย

อาศัยเหตุผลตามที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้อย่างชัดแจ้งถึงการร่วมกันกระทำการของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองที่เจตนาจงใจใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ตามพระราชบัญญัติบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 กระทำการทางปกครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ยึดถือปฏิบัติตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มีผลเสียหายต่ออาณาเขตดินแดนของประเทศไทย กระทบกระเทือนต่อพระราชอำนาจขององค์พระมหากษัตริย์และกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของผู้ฟ้องคดีทั้งเก้าและปวงชนชาวไทยทุกคน ทั้งการฟ้องคดีนี้ผู้ฟ้องคดีทั้งเก้ามีเจตนาที่จะปกป้องอาณาเขตดินแดน อำนาจอธิปไตยของประเทศไทย ปกป้องพระราชอำนาจขององค์พระมหากษัตริย์ เป็นไปเพื่อประโยชน์ของปวงชนชาวไทยทุกคน ทั้งเป็นคดีที่ศาลปกครองสูงสุดสามารถออกคำบังคับได้ตามกฎหมาย จึงขอศาลปกครองสูงสุดได้โปรดพิจารณามีคำสั่งรับคำฟ้องคดีนี้ไว้พิจารณาและขอศาลปกครองสูงสุดได้โปรดมีคำพิพากษาหรือคำสั่งดังนี้

1) ให้เพิกถอนการกระทำของนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่เสนอร่างคำแถลงการณ์ร่วม ฯ ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและมีมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ

2) เพิกถอนมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 17 มิถุนายน 2551 ที่มีมติเห็นชอบร่างคำแถลงการณ์ร่วม ฯ โดยมอบหมายให้นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ลงนามในแถลงการณ์ร่วม ฯ

3) ให้เพิกถอนการลงนามในคำแถลงการณ์ร่วม ฯ ของนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่ลงนามเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2551

4) มีคำสั่งให้นายนพดล ปัทมะ ยุติความผูกพันตามคำแถลงการณ์ร่วม ฯ ต่อประเทศกัมพูชาและองค์การ ยูเนสโก


ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด


ลงชื่อ ผู้ฟ้องคดีที่ 1 ลงชื่อ ผู้ฟ้องคดีที่ 2
(นายสุวัตร อภัยภักดิ์) (นายนิติธร ล้ำเหลือ)

ลงชื่อ ผู้ฟ้องคดีที่ 3 ลงชื่อ ผู้ฟ้องคดีที่ 4
(นายนคร ชมพูชาติ) (นายสุริยะใส กตะศิลา)

ลงชื่อ ผู้ฟ้องคดีที่ 5 ลงชื่อ ผู้ฟ้องคดีที่ 6
(นายคำนูณ สิทธิสมาน) (นายคณิศร ฑปภูผา)

ลงชื่อ ผู้ฟ้องคดีที่ 7 ลงชื่อ ผู้ฟ้องคดีที่ 8
(นายกิ่งแก้ว โยมเมือง) (นายประภาส บุรีศรี)

ลงชื่อ ผู้ฟ้องคดีที่ 9
(นางรัศมี ไวยเนตร)

'...........................................................
คำฟ้องศาลปกครอง จากกลุ่มทนายความของฝ่ายพันธมิตร ..เก็บข้อมูลมากจาก manager online ล่าสุดมีการแจ้งข่าว

...............................

ข่าว Upadate ...


ศาลปกครองกลางสั่งระงับแถลงการณ์ร่วมไทย-เขมรจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา ระบุไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้กระทรวงการต่างประเทศและคณะรัฐมนตรียุติการดำเนินการตามแถลงการณ์ร่วม ด้านทนายกู้ชาติเตรียมฟ้อง"นพเหล่"พ่วง ครม.ทั้งชุด-ขรก.ต่างประเทศ-สมช. พร้อมยื่น ป.ป.ช.ฟันซ้ำฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันนี้(28มิ.ย.) ศาลปกครองกลางได้ส่งโทรสารคำสั่งไปยังคู่ความในคดีที่ตัวแทนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองให้ระงับแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชนที่สนับสนุนให้มีการจดทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยศาลฯ มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้กระทรวงการต่างประเทศและคณะรัฐมนตรียุติการดำเนินการตามมติ ครม.ที่รับรองการออกแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาดังกล่าว ไปจนกว่าคดีจะเป็นที่สิ้นสุด หรือ ศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

คดีดังกล่าว ตัวแทนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนำโดย นายสุวัตร อภัยภักดิ์ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ และ คณะ รวม 9 คน ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2551 ขอให้ขอศาลปกครองสูงสุดได้โปรดพิจารณามีคำสั่งรับคำฟ้องคดีนี้ไว้พิจารณาและขอศาลปกครองสูงสุดได้โปรดมีคำพิพากษาหรือคำสั่งดังนี้

1) ให้เพิกถอนการกระทำของนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่เสนอร่างคำแถลงการณ์ร่วมฯ ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและมีมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ

2) เพิกถอนมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 17 มิถุนายน 2551 ที่มีมติเห็นชอบร่างคำแถลงการณ์ร่วม ฯ โดยมอบหมายให้นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ลงนามในแถลงการณ์ร่วม ฯ

3) ให้เพิกถอนการลงนามในคำแถลงการณ์ร่วม ฯ ของนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่ลงนามเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2551

4) มีคำสั่งให้นายนพดล ปัทมะ ยุติความผูกพันตามคำแถลงการณ์ร่วม ฯ ต่อประเทศกัมพูชาและองค์การ ยูเนสโก

ศาลปกครองกลางได้นัดไต่สวนคดีนี้เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. และมีคำสั่งเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า คำแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งนายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศลงนามร่วมกับนายสก อาน รัฐมนตรีของกัมพูชา เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ด้านนายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความ และผู้ฟ้องในคดีนี้ กล่าวภายหลังศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่เพื่อประชาชนทั่วประเทศ ที่ยังรักษาปราสาทเขาพระวิหารไว้ได้ ซึ่งหลังจากนี้ ตนเตรียมดำเนินคดีกับนายนพดลและคณะรัฐมนตรีชุดนี้ อธิบดีกรมสนธิสัญญา และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในความผิดทำให้เสียดินแดน และทำให้รัฐต่างประเทศเป็นปฏิปักษ์กับรัฐไทย พร้อมกันนี้เตรียมร้องที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ให้ดำเนินคดีกับคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ในความผิดเรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วย

..................................

ข่าว Update ล่าสุด !!!! ศาลปกครองมีคำสั่งระงับแถลงการณ์ร่วมไทย-เขมรเรียบร้อยแล้ว ถือว่าเป็นชัยชนะย่างก้าวสำคัญของพันธมิตรและคนไทยทั้งชาติ เพราะศาลระบุว่าการกระทำของเหล่ศักดิ์กับหอกหัก ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ..

ดีใจจัง เอ๊ย ดีใจจัง !!! ฮา



ความคิดเห็นที่ 20 (0)
vincentoldbook วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 03.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vincentoldbook
ชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพ เสมือนหนึ่งร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ...


คุณ ting ..

รัฐธรรมนูญ ปี ๕๐ มาตรา ๑๙๐ ระบุชัดเจนครับ

ตอนนี้ผู้ใดก็ตามในฝ่ายรัฐบาลไปกระทำการอันเป็นสนธิสัญญาที่จะทำให้เราสูญเสียดินแดนของเราแม้แต่ตารางนิ้วเดียว .. โดน " คุก " แน่นอนครับ

ในความคิดของผม ผมเชื่อว่า คนเหล่านี้รู้ว่าตนกระทำการในสิ่งที่ผิดกฎหมายต่อแผ่นดิน แต่ว่าผลประโยชน์มันบังตา และคนพวกนี้เรียนรู้ช่องโหว่ เรียนรู้การหมกเม็ด เรียนรู้การพลิกแพลง ตัวบทกฎหมาย หรือแม้แต่ สร้างกระแสสังคมเพื่อแก้กฎหมายเพื่อช่วยตนและพวกพ้องให้พ้นผิด เรื่องต่างๆเหล่านี้คือสิ่งที่คนเหล่านี้วางแผนไว้หมดแล้ว ..

" ศาล " จะเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน กฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์ สิทธิและ เสรีภาพของนักการเมืองกับประชาชนต้องยืนบนพื้นฐานของความยุติธรรมเดียวกัน ..ใครทำเลว ต้องได้รับผลเลวๆกลับคืนไปในชีวิตของเขาผู้นั้นครับ

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมบ้านหลังนี้ครับ

ขอให้คุณและครอบครัวมีความสุขมากๆนะครับ


ความคิดเห็นที่ 19 (0)
vincentoldbook วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 03.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vincentoldbook
ชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพ เสมือนหนึ่งร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ...


คุณ roselobster ..

พระราชนิพนธ์ของในหลวงรัชกาลที่ ๕ นี่ผมอ่านแล้วกินใจในหลายๆเรื่องครับ ..ช่วงนี้เป็นไรไม่รู้อ่านประวัติศาสตร์ไทยเป็นหลัก หนังสืออื่นๆวางไว้ก่อนล่ะครับตอนนี้ ..

ในสมัยของพระองค์เราเสียดินแดนเยอะมาก นั่นเพราะเราโดนสนธิสัญญาปิดปาก โดนฝรั่งเศสเอากองทัพมาข่มขู่ เราเลยจำใจยอมยกดินแดนของเราไปให้ฝรั่งเศส ..มันเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดมากครับ

วันนี้เรากำลังจะเสียดินแดนเพิ่มขึ้นอีก เป็นเพราะลูกหลานจัญไรคนไทยขายชาติบางพวกบางกลุ่มต้องการเอาไปแลกกับผลประโยชน์ส่วนตน นี่เป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดยิ่งกว่า ..

เราต้องรักษาผืนแผ่นที่เหลือของเราไว้ และ เดินหน้าเพื่อทวงคืนแผ่นดินของเราครับ..ได้คืนไม่ได้คืนแต่ก็ทำให้เราได้ร่วมใจกันทำในสิ่งที่บรรพบุรุษของเราเคยต่อสู้และกระทำมาก่อนเราแล้ว

ขอบคุณสำหรับการแวะมาเยี่ยมเยียนกันครับ

มีความสุขมากๆนะครับ



ความคิดเห็นที่ 18 (0)
vincentoldbook วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 03.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vincentoldbook
ชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพ เสมือนหนึ่งร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ...


คุณวนเวียน ...

ขอบคุณสำหรับการแวะมาเยี่ยมบ้านหลังนี้นะครับ

เราต้องรักบ้านเมืองของเราให้มากๆครับ แม้ว่าใครบางคน หรือ คนบางจำพวกจะคอยเฝ้าค่อนแคระพวกเราว่า พวกคลั่งชาติ พวกชาตินิยม จงภูมิใจครับว่า .. เราได้คลั่ง ได้รัก ในสิ่งที่ประเสริฐที่สุดในชีวิตของเรา ..คือ.. " แผ่นดินที่เราถือกำเนิดมา "

ขอให้คุณมีความสุขมากๆนะครับผม




ความคิดเห็นที่ 17 (0)
cozy วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 23.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

ภาคใต้จะร่มเย็นได้ ทหารไทยจำต้องกล้าหาญ เบี่ยงปากกระบอกปืนจากหน้าประชาชน ไปยัดใส่ปากนักการเมือง ..

เห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ครับผม

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
Augustman วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 20.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Augustman
• มอบทุกสิ่ง ด้วยใจ ใสพิสุทธิ์

เขียนได้ลึกสะใจ โดนใจ วัยสะรุ่น(ดึก) ครับผม


ความคิดเห็นที่ 15 (0)
vincentoldbook วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 20.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vincentoldbook
ชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพ เสมือนหนึ่งร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ...


แม่มดขาว ..

คนขายชาติขายแผ่นดิน ไม่ได้อยู่เป็นสุขหรอกครับ เวรกรรมตามสนองในเร็ววันแน่ๆ เมืองไทยมี พระสยามเทวาธิราชปกป้องคุ้มครองภัยอยู่เสมอ ..

ใครกระทำกรรมชั่วย่อมได้รับผลกรรมชั่วนั้นกลับไป

แผ่นดินของเรา ..

เราต้องรักษาไว้ !! ..

ลูกหลานต้องได้เห็นและได้ชื่นชมสิ่งเหล่านี้ครับ ..


ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมกัน มีความสุขมากๆนะครับผม


ความคิดเห็นที่ 14 (0)
vincentoldbook วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 20.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vincentoldbook
ชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพ เสมือนหนึ่งร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ...


ท่านลานเทวา ..

มันเป็นการกระทำ ระ - ยำ ต่อประเทศครั้งยิ่งใหญ่เลยล่ะครับ นับเนื่องถอยหลังไปไกลสุดกู่ต้องข้ามประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ไปโน่นเลย กรุงศรีอยุธยา .. สมัยกรุงแตกฯ ถึงมีคนขายชาติแผ่นดินได้ขนาดนี้ ..

วันนี้รัฐบาลตลบแตลง ปลิ้นปล้อน ตอบคำถามไม่ตรงประเด็น ชี้แจงมั่วซั่ว .. เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่สุด .. มันยกดินแดนให้เขาไปแล้วนั่นแหละ คือ สามัญสำนึกแรกของคนไทยที่ตระหนักอยู่ ณ ตอนนี้ .. มันให้เขาไปแล้ว !!!



........................

ท่านสบายดีนะครับ ขอให้มีความสุขมากๆนะครับ


ความคิดเห็นที่ 13 (0)
vincentoldbook วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 20.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vincentoldbook
ชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพ เสมือนหนึ่งร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ...

สวัสดีครับ ท่านผู้ชมผู้ฟัง ที่เคารพ ผมหอกหัก นายกรัฐมนตรี ..

อ๋อ ! ก็ต้องแหงล่ะครับ ไอ้กระผมพวกพ้องมากก็ต้องลากกันไป ขี้ใครก็ขี้ใครล่ะครับ จะเป็นจะตายกันหรือไง อันนี้ไม่ทราบครับ ..ต้องช่วยกันล้างช่วยกันถู บ้านเมืองมันถึงจะอยู่รอดปลอดภัย ทั้งโจร ทั้งขโมย ทั้งแมงดา เอามาขัดๆเดี๋ยวมันก็สะอาด มีความสุขกันถ้วนหน้า ประชาชนก่นด่า ใครจะว่าใครจะชังยังไงก็ช่างหัวไอ้พวกกระเหี้ยนกระหือรือมัน

ปุ๊ดโธ่ ! พันธมิตรข้างถนนจะมาขับไล่ยังไงล่ะครับ ก็เราหน้าด้านกันออกอย่างงี้ เราก็จำต้องหน้าด้านหน้าทนกันเข้าไว้อย่างงี้ล่ะครับ มันเป็นเรื่องพวกพ้องนะครับ ผมตอบทั่นผู้มีเกียรติในสภาไปแล้วนะครับ การเมืองไม่มีพวกพ้องอยู่ไม่ได้หรอกครับ การเมืองมันต้องเล่นพวกเล่นพ้อง ไม่งั้นนอนไม่หลับครับ ..

นี่ผมจะบอกอะไรอย่างนะ อย่าว่าสอนอย่างโง้นอย่างงี้เลยนะครับ ไอ้กระผมกว่าจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีนี่ ผมเคยทำสถิติเลียทั่นเหลี่ยมเสียลิ้นห้อยไปถึงตาตุ่ม หมดน้ำลายไปหลายสิบกระบุง จนเจ้าห้อยร้อยยี่สิบต้องกลับไปบุรีรัมย์ไปทำศัลยกรรมลิ้นมาใหม่เพื่อมาเลียนายแข่งกันเลยล่ะครับ

ทั่นเหลี่ยมติดหนี้บุญคุณผมเยอะนะครับ ทั่นตานฉ่วยก็เหมือนกัน เห็นไหมล่ะครับท่านผู้ชม เขาถามเรื่องพระวิหาร เรื่องเขมรอยู่ดีๆ ผมยังดึงพม่ามาพูดได้ นกยูงโง่ผมก็พับมากกว่า ๓ ตัว เก่งไหมล่ะครับ ผมก็ยังงี้ล่ะครับไม่เคยเปลี่ยน หอกหักยังไงก็ยังงั้น ผมตรงไปตรงมาครับ เลวยังไงก็เลวยังงั้นล่ะครับไม่เคยคิดเปลี่ยน ไม่งั้นคนตุลาเขาจะเรียกผมว่า " ไอ้ซ่า " หรือครับ บ้ายังไงก็บ้ายังงั้นล่ะครับ จะไปเปลี่ยนทำไม หมอเหมออย่ามาวินิจฉัยน่ะครับ มีจรรยาบรรณหมอไหมครับ ผมบ้าก็ต้องปล่อยผมบ้าน่ะครับ สิทธิของผมครับ จ้องหน้านักข่าว ๓ นาทีน้อยไปครับ เดี๋ยวรอบหน้าจะจ้องซัก ๓ ชั่วโมง ให้นักข่าวมันตายกันไปหมด เกลียดครับ ไอ้กระผมเป็นโรคเกลียดนักข่าว

อ้อ! อีกเรื่องนะครับ ที่ประเทศชาติวุ่นวายทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะปากผมหรือครับ ไม่ใช่เพราะความสามารถอันแสนพิศดารเหลือเชื่อของผมหรือครับ อยู่มาแค่ ๔ เดือนบ้านเมืองมันบรรลัยได้เพียงนี้นี่ ผมว่าผมควรจะได้ดอกไม้นะครับ ไม่ใช่ได้ก้อนหิน เหมือนทั่นเหล่ศักดิ์ว่านั่นแหละ พวกเราคณะรัฐบาลชุดนี้ มีความประสงค์อยากจะได้ดอกไม้จากประชาชนครับ

ประกาศ !! เหล่เอ๊ยเหล่ เหลิมเอ๊ยเหลิม ไปรับดอกไม้จากประชาชนหน่อยเร๊ว ! นรกป่วนกรุงเขาจัดมาให้แล้ว ..เดี๋ยวยมบาลทั่นก็จะจัดมาสมทบ ..

สุดท้ายไอ้กระผมขอย้ำชัดๆให้คนไทยได้ช้ำจิตใจเล่นๆอีกสักนิดเถอะนะครับว่า เขาพระวิหารเป็นของเขมรนะครับ ไม่ใช่ของเรา ศาลโลกตัดสิน ๔๕ ปีมาแล้วครับ พื้นที่ทับซ้อน ตอนนี้ไม่ใช่ ยังไม่ถึงเวลา อีกซักประเดี๋ยวผมจะพิสูจน์ ให้ทั่นได้ดูกันนะครับว่า ..

เรายกให้เขมรไปหมดทั้งเขาเลยล่ะครับ ...ฮ่าๆๆ เอิ๊กๆๆ

ลาไปตายก่อนน่ะครับ สวัสดี

...................

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
salisa_j วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 20.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/salisa
ฉันคนนี้...กับความรู้สึกดีดีที่อยู่ในใจ.....

เศร้าใจ....

เห็นแก่ได้....

จนต้องขายแม้แผ่นดินของตัวเอง....

อย่างนี้ยังเป็นคนไทยอีกหรือ.....

ช่างน่าอายจริง ๆ.....

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 17.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา...อ่านเรื่องเขาพระวิหารทำให้ตระหนักความจริงหลายอย่าง

ประเทศนี้เคยเสียดินแดนหลายต่อหลายครั้งแต่ก็คิดมาตลอดว่า...จากนี้ต่อไปคงไม่มีอีกแล้วสินะ

แต่เปล่าเลย...ช่วงเวลานี้กลับรู้สึกว่าเรากำลังจะเสียดินแดนแล้วเหรอนี่...ทำไมความคิดของพวกเขามันถึงอัปรีย์อย่างนี้นะ..ไม่รักแผ่นดินนี้กันบ้างเลยนะ

ไม่เอาดีกว่า...เดี๋ยวหลุด เดี๋ยวหลุด...555

สุขสันต์วันศุกร์และตลอดวันหยุดจ้า

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ku_khuan วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 16.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khuan
<<"วันนึงชั้นก็ตื่นขึ้นมา!...แล้วพบว่า....ตัวเองเป็นแค่ถ่านไฟฉายก้อนนึง">>

lสุดยอดเลยพี่ท่าน

รอสัญญาณ นกหวีด อีกครา

หอกหักแอนด์เหล่ศักดิ์ เกลียดมันนัก ๆๆ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Jui วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 07.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

เฉียบมากเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Supawan วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 06.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

เรื่องละเอียดอ่อน ต้องระมัดระวังมากๆ ..

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ญาใจ วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 04.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yahyy



ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เจริญขวัญ วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 04.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charoenkwan

อ่านจบแล้ว

ทำเสียง หึ หึ ในคอ

บอกคำเดียวว่า สลดกับไอ้คนเนรคุณนั้นจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ting วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 03.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

เอาคนที่ยกให้มาลงโทษ อิอิ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
roselobster วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 01.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Memyself
 º°” ไม่มีความรักใดในโลกจะยิ่งใหญ่เท่าคนไทย รักในหลวง””°

บทกวี

งดงามค่ะ


.......

แผ่นดินไทย ยังงัยต้องเป็นของคนไทย
เราจะทวงคืนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
วนเวียน วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 00.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/marryjen
วนเวียน.. 

รักผืนแผ่นดินทองของเราแบบสุดๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แม่มดขาว วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 00.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/superme
<<<< เ ส ม อ ม า แ ล ะ ต ล อ ด ไ ป >>> 

โตว์เฮย.......แปลว่าไปเถอะคะ




เอาใจช่วยนะคะ

ของของเรา

ต้องอยู่กับเราชั่วลูกชั่วหลานคะ


แม่มดขาว

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลานเทวา วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 00.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

ไอ้เหล่มันยกไปให้เค้าเรียบร้อยแล้ว
ป๋าหมากยืนยันได้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน