*/
  • vincentoldbook
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mycompatriot_thailand@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-25
  • จำนวนเรื่อง : 160
  • จำนวนผู้ชม : 332034
  • จำนวนผู้โหวต : 279
  • ส่ง msg :
  • โหวต 279 คน
Besame Macho

Besame Macho By Cesaria Evora _Latin Music

View All
<< สิงหาคม 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม 2551
Posted by vincentoldbook , ผู้อ่าน : 1166 , 13:09:20 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

..

 

 


เรื่องขี้ผง .. 

 

แดดจัดจ้า..

ส่องมาตั้งแต่รุ่งสาง ..

นั่งมองดูไม้กระถางหน้าร้าน ที่ร้างลาห่างการดูแลเอาใจใส่ จากเจ้าของ จากฟ้าฝน มาหลายวัน ..

ฝุ่นเม็ดแดงจับกลุ่มก้อนอยู่หนาตามใบเขียว  ดอกกุหลาบแห้งเหี่ยว ใบไม้ร่วงหล่นเหลืองซีดเซียวอยู่ตามขอบกระถาง ดินเกาะก้อนแข็งเป็นริ้วแตกระแหง ถ้วนทั่วทุกกระถางไม้ในสวนหย่อมเล็กๆหน้าร้าน ฉันเห็นมีคงทนดูสดใสอยู่ได้ก็เพียงแต่ พัดโบกในโอ่งใบเล็ก และ พลูเลื้อยที่ปลูกไว้ในกระถางรูปเต่าตัวใหญ่..

ตลอดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาฉันเดินทางเข้ากรุงเทพฯ หวังในใจว่าจะปล่อยให้เจ้าพวกไม้กระถางในสวนหย่อมเล็กๆแห่งนี้ตกไปเป็นภาระของฟ้าของฝน ที่จะช่วยชะโลมหลั่งหยาดทิพย์มาบำรุงชูช่อ ไม้ดอก และ ไม้ใบ ในกระถางเล็กใหญ่เหล่านี้ ให้เจริญเติบโตได้โดยมิต้องพึ่งพาเจ้าของ..

ทว่า .. มันมิได้เป็นดั่งที่ฉันคาดหวังไว้ ..

เนื่องเพราะตลอดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่นี่..ไม่มีเม็ดฝนหล่นลงมาเลยสักหยด..

....................................................

ต้นไม้ในสวน..

ยามมิได้รดน้ำพรวนดินมันช่างดูแห้งเหี่ยวเฉาไร้ความสดใสเสียยิ่งกระไร !!..

ประสาอะไรกับไม้ในกระถาง !!..

ฉันมองหาปลาหางนกยูงในอ่างน้ำใสที่หายตัวไปสองตัว มันเป็นสองตัวสุดท้ายจากจำนวน ๑๒ ตัว ที่ฉันซื้อมาเลี้ยงและมันก็ได้หายตัวไปหมดแล้ว..

ไม่รู้ว่า..มันเป็นตายร้ายดียังไง ?? ไปตกอยู่ในท้องแมว หรือ ย่อยสลายกลายเป็นเศษก้างแห้งๆตามรังมดคันไฟที่มีอยู่เต็มพื้นดินด้านล่างของอาคารห้องแถวแห่งนี้..

ฉันพบว่า..วันนี้ฉันคงมีเหลือเพียงลูกปลาตัวน้อยๆ หลายสิบตัว ที่เพิ่งเกิดใหม่ ให้ได้ชื่นชม นั่งมองดูมัน วนเวียน แหวกว่าย วกวน ไปมา ในอ่างทรงกลม ..

แม้ว่า..วันนี้ลูกปลาเหล่านี้จะยังมิมีหางสีสวยราวกับสายรุ้งแห่งความฝันให้ฉันได้ชื่นชมก็ตามที .. ทว่า ..สิ่งที่ฉันเห็นปรากฎอยู่นี้คือ สิ่งมีชีวิตเล็กๆชนิดหนึ่งที่ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ พวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆในจำนวนสิ่งมีชีวิตเล็กๆอีกมากมายหลายล้านชนิด..ที่มีเกิดขึ้นมาบนโลก ..

เกิดขึ้นมาในทุกๆวัน .. ทุกๆชั่วโมง .. ทุกๆนาที ..และ ในทุกๆวินาที ..

โลกพยายามเติมแต่งสิ่งใหม่ๆเพื่อมาทดแทนสิ่งเก่าๆของเราที่หายไปอย่างสม่ำเสมอ สิ่งมีชีวิตเล็กๆรอบๆตัวเราล้วนมีการเปลี่ยนแปลง ใบไม้มีการผลัดใบ มีแห้งเหี่ยวและก็มีงอกงาม .. มด แมลง ล้วนมีวงจรชีวิตที่จำกัดไว้แล้วของตน เมื่อครบวาระ..ก็มีการจากไปและมีการกำเนิดใหม่เพื่อมาทดแทน..

โลกนี้พยายามสร้างความสมดุลให้กับชีวิตของเราในทุกๆวัน !!!..

เราคุ้นชินกับการมองดูสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตรูปทรงใหญ่ๆ มันง่ายต่อการมอง ต่อการสังเกต และ ต่อการประเมินค่าความสำคัญ ..

เราเองล้วนต่างคนต่างก็ชื่นชอบธรรมชาติ ชื่นชอบความงดงามอันกว้างใหญ่ไพศาลของ ท้องฟ้า ทุ่งหญ้า ป่าเขา ทะเล หาดทราย สายลม แสงแดด และ เกลียวคลื่น เฉกเช่นกันทุกคน เราจึงเที่ยวไปค้นหาคุณค่าของธรรมชาติเหล่านี้ตามแหล่งต่างๆทั่วโลกเพื่อมาบำรุงความสงบสุขให้กับใจของเรา..

ความคุ้นชินนี้..มันทำให้เราหลงลืมที่จะสำรวจมองลงไปยังความงดงามอื่นๆ ความงดงามเล็กๆ ของธรรมชาติตรงหว่างเท้าทั้งสองข้างของเรา ..

ที่ๆมีละอองฝุ่น และ ใบไม้แห้งเล็ก ๆ ปลิวเคลื่อนตามลม เริงระบำเลียบเคียงลากตัวไปตามพื้นดิน เริงร่าอยู่อย่างเงียบๆ ณ เวิ้งอากาศเบื้องล่างตรงปลายเท้าของเราเอง ..

ความงดงามเล็กๆ ความสมดุลเล็กๆ ของธรรมชาติที่งดงาม ต่างโลดแล่น พลิ้วไหว ตามทิศทางแห่งคลื่นลมของชีวิตบนโลกร้ายๆนี้อยู่อย่างสม่ำเสมอในทุกห้วงขณะจิตของเรา ..

มันอยู่ไม่ไกลห่างจากตัวเราเลย..

.........................................................

เที่ยงคืนวันอาทิตย์..

เมื่อฉันกลับมาถึงร้าน ..

แรกเปิดร้านมาฉันพบเห็นฝุ่นผงเกาะจับอยู่เต็มพื้น ผนัง เพดาน แมงมุมตัวน้อยผูกปมหยากไย่โยงใยเป็นสายใยโยงยาวอยู่เต็มตามซอกหลืบต่างๆของตัวร้าน ทั้งชั้นวางหนังสือ ทั้งประตูเหล็กพับหน้าร้าน  ประตูหลังร้าน ตรงมุมโต๊ะเก้าอี้ที่เขียนหนังสือ และ ทุกๆมุมภายในห้องน้ำมีหยากไย่จับก้อนฝุ่นอยู่เต็มทุกซอกมุม ..

ผ่านไปสักพักเมื่อฉันสำรวจตรวจตราโดยรอบ.. ฉันพบเห็นการละเลยการเอาใจใส่ต่อสิ่งรอบข้างของตัวฉันเอง .. มันเป็นมานานเพียงใด ?? ..ฉันมิอาจตอบตัวฉันเองได้แน่ชัดนัก แต่ว่า..มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ..

ฝุ่นผงเหล่านี้ มันถูกพัดพามาจากท้องถนนหน้าร้าน ท้องถนนหน้าร้านมันมีฝุ่นผงจับหนาเกินปริมาณเหมาะสมเนื่องเพราะมันมีการก่อสร้างอาคารอพาร์ทเมนท์ อาคารพาณิชย์ อยู่ที่ฝั่งตรงข้ามร้านฉันมาร่วม ๑ ปี เข้าไปแล้ว  ..

รถขนดิน รถบรรทุก รถขนเครื่องจักร วิ่งผ่านเข้าออกในทุกวัน ..เสียงอึกทึกครึกโครม เสียงตอกเสาเข็ม เสียงตอกตะปู เสียงกบไสไม้ เสียงสว่านเจาะผนัง ดังระงมในทุกๆวัน ..ฉันแอบตั้งคำถามกับตัวเองเบาๆว่า ระหว่างเมืองที่สร้างเสร็จและเจริญเติบโตแล้ว กับ เมืองที่กำลังสร้าง และ กำลังเจริญเติบโต .. ณ ที่แห่งใด ..จะพบกับความสงบเงียบได้ง่ายกว่ากัน ??..

แน่นอนว่า..

ณ เมืองที่กำลังเจริญเติบโตเราย่อมจะได้ยินเสียงที่ฉันกล่าวมาแล้วอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทว่า ..เมืองที่เจริญเติบโตแล้วล่ะ ?? ..มิคล้ายกันหรอกหรือ ?? ..ทั้งเสียงรถรา เสียงผู้คนที่เข้ามาแออัดยัดเยียดกัน ..จะแตกต่างอะไรกับเสียงค้อนตอกตะปู เสียงปั่นจั่นตอกเสาเข็ม ..

เราจะไปหาความสงบเงียบได้ ณ ที่แห่งใด ?? ..

เมื่อความเจริญแห่งเมืองเดินหน้ามารุกไล่เราแล้ว ..เราไปไหนไม่ได้หรอก !!! ..

เราเป็นสัตว์สังคม เราอยู่ในสังคม และ เราเองก็ล้วนแต่ชื่นชอบสังคมด้วยกันทั้งนั้น !!!..

เราปลดปล่อยตัวเองให้ไปติดกับมนต์เสน่ห์แห่งธรรมชาติก็เพียงได้สักระยะเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น ท้ายที่สุดเมืองก็จะเป็นที่ๆเรานั้นต่างคนต่างต้องการมัน เราต่างคนต่างย่อมจะมีภาระ มีกิจธุระให้ชีวิตได้ว่ายวน ได้เวียนกลับ ไปหาเมืองจนได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ..

บางครา ..การอยู่กับธรรมชาตินานๆ ..

ใครบางคน ??..อาจจะได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมมากกว่าที่ตนเองนั้นเคยได้ยินมาจากตัวเมืองเสียอีก .. ??

เสียงอึกทึกครึกโครมนั้นมันดังมาจากไหน ?? .. ใครบางคน ??.. อาจจะเคยสงสัย !!

ในเมื่อเบื้องหน้านั้นมันคือภาพของ.. ท้องทะเลสีคราม มันคือภาพของท้องฟ้าสว่างสดใส มันคือภาพของขุนเขายาวไกล มันคือภาพลำธารใส ไหลเย็น และ มองเห็นตัวปลา ว่ายแหวกในลำธารนั้น ...

นี่คือความเงียบสงบ มิใช่หรือ ??? !!

ทว่า ..เสียงอึกทึกครึกโครมนั้นมันดังมาจากไหน ?? ..

ในเมื่อความงามและความเงียบสงบ เช่นนี้มิใช่หรือ ??.. ที่มนุษย์ทุกคนต่างใฝ่ฝันและต้องการมัน !!..

เสียงอึกทึกครึกโครมนั้นมันดังมาจากไหน ?? ..

หากมองย้อนและเฝ้าถามใจตัวเองดูสักครั้ง ..

ใครบางคน ?? ..อาจจะเข้าใจที่มาที่ไปของเสียงอึกทึกครึกโครมนั้นได้ดี..

และรู้ว่ามันมาจากไหนกันแน่ ??

...................................................

ขี้ผง ..

ละอองฝุ่นสกปรกอันมิพึงประสงค์จากท้องถนนหน้าร้านมีเข้ามาในร้านทุกๆวัน ..

ฉันจำต้องทำความสะอาดร้านในทุกๆวันเพื่อต่อสู้กับคราบสกปรกและฝุ่นละอองเหล่านี้ตลอดทั้งวัน ฉันต้องทำความสะอาด ปัดกวาด และ เช็ดถูพื้นให้ได้ ๓ เวลาต่อวันถึงพอจะต่อกรกับมันได้ ..

เช้าเปิดร้านมาก็ทำความสะอาดปัดกวาดเช็ดถูให้แล้วเสร็จ ๑ รอบ  ตกช่วงบ่ายหรือเย็นก็ปัดกวาดอีกรอบ ..หลังจากนั้นปัดกวาดเช็ดถูอีกรอบก่อนปิดร้านเข้านอนในช่วงดึกดื่นเที่ยงคืน ..

แต่ก็นั่นแหละ .. มันมีฝุ่นผงละอองสกปรกสิ่งมิพึงประสงค์ผ่านเข้ามาในร้านทุกๆวัน มันมามิได้มาเปล่า ทว่า ..มันนำพาความน่าเบื่อหน่ายมาจับอยู่ในใจฉันด้วย ..

วันแล้ววันเล่า ..สิ่งสกปรกมันก็เกาะก่อนหนาขึ้น ฝุ่นละอองหนาขึ้น เรื่องขี้ผงก็ไม่ใช่เรื่องขี้ผงอีกต่อไป..จากละอองฝุ่นสีจางๆ กลายเป็นฝุ่นสีแดงๆ และ กลายเป็นฝุ่นละอองสีดำ เป็นคราบสกปรกฝั่งแน่นตามร่องรอยแยกแตกของผิวไม้ ผิวปูนในที่สุด ..

มนุษย์อย่างเราๆ หยุดทำความสะอาดสิ่งรอบๆข้างตัวเรานั้นไม่ได้เลยสักวัน โลกมอบสิ่งมิพึงประสงค์ให้กับชีวิตของเรามากพอๆกันกับมอบสิ่งที่ชีวิตเรานั้นพึงประสงค์และต้องการ ..

ทว่า..โลกก็ช่วยสอนให้เรารู้จักว่า..สิ่งใดควรเก็บรักษา?? และ สิ่งใดควรทำลายทิ้ง ?? ..

หากเปรียบฝุ่นละอองเสมือนสิ่งชั่วร้ายในชีวิตคน เรื่องขี้ผงเหล่านี้มันก็ปลิวเข้ามาหาเราในทุกๆวันตามแรงลม ลมแรงเราก็ปะทะกับมันแรง ลมเบาเราก็ปะทะกับมันเพียงแผ่วเบา ..แต่ทว่า ..มันก็ยังมีฝุ่นผง มีความเลวร้ายตกค้างอยู่เสมอ ..

เราจำต้องปัดกวาดความเลวร้ายออกไปจากตัวเราในทุกๆวัน !!!..

หากเราเหนื่อยเราท้อวันใด ?? ..มันก็คงจะตกค้าง !! ..และจะตกค้างมากขึ้นเรื่อยๆทุกวัน ..

หากเราหลงลืมปัดกวาดมันทุกๆวัน..

สุดท้ายนานวันไปมันก็จะเกาะตัวแน่นจนยากจะปัดกวาดเช็ดถูให้สะอาดได้เหมือนเดิม..

....................................................

บ่ายนี้ ..

นั่งมองดูฟ้า ..

ฟ้าเริ่มมีเมฆมาบดบังแสง ก้อนเมฆเริ่มจับกลุ่มก้อนสีคล้ำๆ ..อาจจะมีฝนตก หรือ อาจจะไม่มีฝนตก..

ทว่า ..ฉันก็ได้รดน้ำต้นไม้แล้ว ให้อาหารปลาตัวน้อยแล้ว ปัดกวาดเช็ดถูร้านเรียบร้อยแล้ว ..

คงเหลือเพียงนั่งรอคอยฝุ่นละอองก้อนใหม่ที่จะพัดเขามา ..และ รอปัดกวาดเช็ดถูมันออกไป ..

ฉันอธิษฐานขอให้ใจฉันนั้นอย่าได้ขี้เกียจ อย่าได้ขี้เกียจต่อกรกับสิ่งชั่วร้ายอันมิพึงประสงค์ของชีวิต ..

ฉันอธิษฐานขอให้เพื่อนร่วมชาติของฉันอย่าได้ขี้เกียจ อย่าได้ขี้เกียจต่อกรกับสิ่งชั่วร้ายในชีวิตของพวกเขา ..

ฉันอธิษฐานขอให้เยาวชน คนหนุ่มสาว อย่าได้ขี้เกียจ อย่าได้ขี้เกียจต่อกรกับสิ่งชั่วร้ายที่ผ่านเข้ามาในห้วงคิด วิถีชีวิต และ การกระทำของพวกเขา ..

.............................................

จงอย่าเป็นเหมือนกับใครบางคน? ..

บนผืนแผ่นดินเดียวกันกับเรานี้ !!!..

ที่อายุอานามของเขาหรือของมัน..หงำเหงือกมาถึง ๗๓ ปี แต่ไม่เคยปัดกวาด เช็ดถู ฝุ่นละอองความเลวร้ายออกจากตัวของเขาเลยสักวันเดียว ..

ความชั่วร้ายเกาะกลุ่มเป็นก้อนหนาบนเรือนร่างรูปชั่วตัวดำของเขามานานหลายสิบปี มันมิเคยถูกทำความสะอาดออกไปเลย..

รับความชั่วมามากเท่าใด ..ก็ทิ้งไว้เช่นนั้น ?? ..มิเคยปัดกวาดออกไป..มิหนำซ้ำ..วันคืนล่วงเลยผ่านไปกลับนำเข้าความเลวร้ายมากมายมาสะสมพอกพูนไว้ในตัวจนบดบังเรือนร่างของมนุษย์จนหมดสิ้น ..

ไม่มีช่องว่างให้สายลมพัดผ่าน ไม่มีช่องว่างให้แสงสว่างส่องผ่านเข้าหาตัวและหัวใจของเขาได้ ทั่วตัวของเขาจึงมีแต่สิ่งสกปรก มีแต่ความดำ และ ความมืด ..

เราจึงมองเห็นเรือนร่างของเขา ..ไม่ต่างอะไรกับก้อนเนื้อสกปรกๆที่กลิ้งออกมาให้เราเห็นในรูปทรงสารพัดสัตว์ ทั้ง หมู คิงคอง ฮิปโป ควาย ฯลฯ..

ภายนอกและภายในเรือนร่างของเขา ปะแต้มไปด้วยความสกปรกสารพัดรูปแบบ สารพัดความเหม็น .. ทั้งน้ำมูก น้ำลาย เศษขยะ เศษอาหาร เศษอาจม ..ยามที่เขานั้นเยื้องย่างไป ณ ที่แห่งใด หยิบจับสิ่งใด กระทำสิ่งใด ..ย่อมเหม็นติดสถานที่แห่งนั้น เหม็นติดสิ่งนั้น ..เหม็นติดการกระทำนั้นๆของเขาทุกที ..

ชายแก่หงำเหงือกอายุ ๗๓ ปีคนนี้ ..จึงมีคุณค่า และ มีความหมาย .. ไม่ต่างอะไรนักกับก้อนอาจมเน่าๆกลมๆก้อนหนึ่งที่เคลื่อนที่ได้ ..ไม่ว่าเขาจะเคลื่อนที่ไปทางไหนก็จะมีแต่กลิ่นเหม็นติดตัวไปด้วยเสมอ ..

ทว่า..

ชายชราผู้นี้จะไม่มีวันละอายต่อความเน่าเหม็นของตัวเขาเองเลยจวบจนวันสุดท้ายของชีวิต ..

เนื่องเพราะ ..ในชีวิตที่ผ่านมา เรื่องของความชั่ว ความเลว และ ความเน่าเหม็นสกปรกนั้น..

มันเป็นเรื่องขี้ผงในสายตาของชายชราปากเหม็นคนนี้ไปแล้ว !!!..

...................................................

วินเซนต์

ขอนแก่น  ๒๑  สิงหาคม ๒๕๕๑

 

... ขอบคุณบทเพลงจากอินเตอร์เน็ท ...



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สายลมเหงา วันที่ : 24/08/2008 เวลา : 10.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pim-ja

มาเยี่ยมค่ะ
กะว่าจะมาช่วยปัดฝุ่นให้
แต่พอนึกถึงภาพชายแก่หงำเหงือกอายุ ๗๓
ทำเอาหมดแรงเซ็งไปเลย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
lanthom วันที่ : 22/08/2008 เวลา : 23.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lanthom


:) มาเสิร์ฟกาแฟ ..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปัจเจกตน วันที่ : 21/08/2008 เวลา : 13.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/uthai
รักทุกคนด้วยจิตที่บริสุทธิ์


เป็นธรรมดาของสรรพสิ่งล้วนเกิดมา ตั้งอยู่ ดับไป หมุนเวียน เปลี่ยนแปลงไปตามกาล
เราก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นเช่นนั้น
สัญญาที่มีต่อกันค่อเลือนหายไปเรื่อยๆๆๆๆ

........สบายดีป่าว...
ไม่ได้เจอกันเรย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลานเทวา วันที่ : 21/08/2008 เวลา : 13.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

มันหมัก มันหมม
มันจมจนเป็นสันดาน
หัวหงอก ไร้ราคา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน