*/
  • vincentoldbook
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mycompatriot_thailand@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-25
  • จำนวนเรื่อง : 160
  • จำนวนผู้ชม : 336453
  • จำนวนผู้โหวต : 279
  • ส่ง msg :
  • โหวต 279 คน
Besame Macho

Besame Macho By Cesaria Evora _Latin Music

View All
<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 10 กันยายน 2551
Posted by vincentoldbook , ผู้อ่าน : 1121 , 14:30:07 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

..

การเมืองใหม่ กับ วัฒนธรรมทางความคิด " กะแล่วแต๊ว่ะ" ของคนไทย !!!

ทำเนียบรัฐบาล ..

บนเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ..

มีคำยอดฮิตคำหนึ่ง กำลังเป็นที่ฮิตติดปากผู้ชุมนุม เรียกเสียงฮา เรียกรอยยิ้ม เรียกอารมณ์ขันได้ทุกครั้งเมื่อได้ยินแกนนำพันธมิตรบางคนเอ่ยคำนี้ไปเทียบเคียงเปรียบเปรยความคิด แนวคิด ของคนในบ้านนี้เมืองนี้หลายต่อหลายคน ..

เทียบเคียงทัศนะของคนไทยในหลายๆภาคส่วนของประเทศ ที่ยังไม่อินังขังขอบต่อปัญหาและวิกฤตการณ์การเมืองของประเทศชาติในเวลานี้ !!!..

"กะแล่วแต๊ว่ะ" .. จากปากของอาจารย์สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สะท้อนให้เห็นมุมมอง แนวคิด ของคนไทยส่วนใหญ่ และ สภาพของ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ทางสังคม ของคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศได้เป็นอย่างดี ..

"กะแล่วแต๊ว่ะ" .. ภาษาท้องถิ่นอีสาน ที่กินความหมายกว้างไกลมากมายคำนี้ เป็นคำที่มีความหมายเชิง "สิ้นหวัง" มันแปลความหมายได้ว่า "ช่างมันเถอะ" .. "ไม่เป็นไร" .. "ตามใจ" .. "ยังไงก็ได้" ฯลฯ ความหมายเหล่านี้สะท้อนให้เห็นวิถีความเป็นอยู่ ความเป็นมา และ หนทางที่จะเป็นไปของประเทศไทยได้ชัดเจนยิ่งนัก

คำอธิบายศัพท์ต่างๆที่กล่าวมานี้นั้น สะท้อนให้เห็นสภาพชีวิตและความเป็นอยู่และระบบคิดของคนไทยส่วนใหญ่ได้เป็นอย่างดี ..มันแสดงให้เห็นถึงภาวะของการ "จำนน" "ทนทาน" "รับได้" และ "ไม่รู้สึกรู้สา" ต่อปัญหารอบๆตัวที่กำลังเกิดขึ้นและทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ..

................................................................

..

ดังนั้น ..

อย่าได้แปลกใจที่โพลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดของคนไทยจากสำนักโพลบางแห่งจะได้ข้อสรุปออกมาว่า ปัจจุบันยังมีคนไทยกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ยังคงแสดงตนอยู่ในฐานะของประชาชนที่มีแนวคิดเป็นกลางต้องการเห็นบ้านเมืองสงบ เลิกทะเลาะกัน ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตร รัฐบาล หรือ แม้แต่กลุ่มริบบิ้นขาว สองไม่เอา สามไม่เอา ไม่เอาไม่ยุ่งไม่เกี่ยวอะไรทั้งนั้น ..

พูดง่ายๆว่าประเทศไทยของเราในขณะนี้มีกลุ่มบุคคล มีประชาชน ที่มีแนวคิดทางสังคม มีวัฒนธรรมทางสังคม มีวิถีชีวิตทางสังคม และ มีสำนึกทางสังคม แบบ .. "กะแล่วแต๊ว่ะ" ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ..

ประชาชน "กะแล่วแต๊ว่ะ" เหล่านี้ พวกเขานั้นต่างถูกสำนักโพลเรียกขานเหมารวมไว้ในถ้อยคำประดิษฐ์ประดอยอันสวยหรูและน่าเกรงขามยิ่งนัก ในนาม "กลุ่มพลังเงียบ" ..

"กลุ่มพลังเงียบ" ที่ยังคงเงียบเชียบทางจิตใจ เงียบเชียบทางกายปฏิบัติ และ อาจจะรวมไปถึงเงียบเชียบทางจิตวิญญาณ พูดง่ายๆว่า จิตสำนึกและจิตวิญญาณทางสังคมของคนกลุ่มนี้ยังคงนิ่งอยู่ เงียบอยู่ อาจจะถึงขั้นหลับอยู่ ..หรือ หลับใหลมาแล้วตลอดกาลเวลาที่ผ่านมาก็เป็นได้

......................................................

..

วิวัฒนาการของนักการเมืองไทย ..

ต่างหากินอยู่กับวิถีชีวิต วิถีสังคม "กะแล่วแต๊ว่ะ" ของคนไทยมาโดยตลอด ..

หากจะว่ากันตามความเป็นจริงแล้ว ระบบคิด "กะแล่วแต๊ว่ะ" ของคนไทยน่าจะมีมากกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำไป หากโพลสำรวจ สำรวจเฉพาะกลุ่มคนเมือง โดยไม่ได้ลงล้วงลึกเข้าไปหากลุ่มคนในชนบทด้วยแล้วยิ่งน่าจะทำให้เชื่อว่า น่าจะมีกลุ่มคนไทยที่มีระบบคิด "กะแล่วแต๊ว่ะ" นี้อยู่ถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ขึ้นไปเสียด้วยซ้ำ

ประชาชนคนไทยที่อยู่ในภาคพื้นเกษตรกรรม ประกอบอาชีพกสิกรรมตามชนบท รวมๆแล้วมีมากกว่า ๔๐ ล้านคน จากประชากรทั้งหมด ๖๐ กว่าล้านคนทั่วประเทศ

นักการเมืองไทยทั้งในอดีตและปัจจุบัน ต่างดำรงรักษาวิถีชีวิต ระบบคิด "กะแล่วแต๊ว่ะ" ของคนไทยในชนบทไว้อย่างเหนียวแน่น นานวันไปพวกนักการเมืองไทยเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะสะสมพวกกลุ่มคน "กะแล่วแต๊ว่ะ" เหล่านี้ไว้เป็นฐานเสียงเท่านั้น

ทว่า ..พวกเขาวิวัฒนาการการใช้งานคนกลุ่มนี้ออกมาในรูปของ "ฐานกำลัง" ด้วย ในบางครั้ง ..

นักการเมืองไทยต่างใช้อิทธิพลของ ผู้นำท้องถิ่น นักการเมืองท้องถิ่น อันธพาลท้องถิ่น กดขี่ ข่มขู่ และ ชี้นำให้ประชาชน "กะแล่วแต๊ว่ะ" เหล่านี้นั้น ซ้ายหัน ขวาหัน กลับหลังหัน หน้าเดิน ได้ตลอดเวลา ..

เมื่อถึงฤดูกาลเลือกตั้ง นักการเมืองไทยระดับประเทศแทบจะไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรเลยเสียด้วยซ้ำไปในการเข้าไปหาเสียงในพื้นที่ชนบทต่างๆของประเทศไทย พวกเขามีฐานเสียง "กะแล่วแต๊ว่ะ" ที่พร้อมจะกากบาทเทคะแนนเสียงเลือกพวกเขา พรรคของเขา ให้มาเป็นตัวแทนบริหารประเทศ มางาบงบประมาณแผ่นดิน มาคดโกงแผ่นดิน มาล้างผลาญแผ่นดินได้อย่างไม่ยากเย็นอะไรนัก

...........................................................

..

ดังนั้น ..

ในพรรคการเมืองใหญ่ๆ ที่ไม่ว่าจะตั้งมานานแล้ว หรือ เพิ่งก่อตั้งขึ้นมา หรือ เพิ่งเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามพรรคใหม่เพราะพรรคเก่าโดนยุบ ต่างวิ่งกันจ้าละหวั่นเพื่อเสาะหา นักการเมืองที่มีกลุ่มฐานเสียง "กะแล่วแต๊ว่ะ" นี้มาไว้ในสังกัดให้มากที่สุด การันตีการมีโอกาสเข้าไปเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากได้ชัดเจนและง่ายที่สุด

บางครั้งจึงมีการทุ่มทุนซื้อ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กันอย่างเอิกเกริก บางคนค่าตัวอาจจะเกิน ๑๐๐ ล้าน เสียด้วยซ้ำไป เนื่องเพราะ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางคนของบางพรรคการเมือง มีฐานเสียงกลุ่มประชาชน "กะแล่วแต๊ว่ะ" อยู่ในกำมือเกือบล้านคะแนนเสียงทั่วจังหวัดที่เขามีภูมิลำเนาและมีอิทธิพลอยู่ หรือ รวมถึงในจังหวัดข้างเคียงที่บารมีของเขาขยายอาณาเขตอิทธิพลไปถึง ..

..

การสร้างการเมืองใหม่ ..

ในแนวคิดของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ..

จึงถือว่าเป็นงานมหาหิน โคตรยาก ยากกว่าการทำรัฐประหาร หรือ การปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศบางประเทศเสียด้วยซ้ำไป ..

เพราะนอกจากว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะไม่ได้ต่อสู้อยู่กับกลุ่มพรรคการเมืองเก่า และ กลุ่มนักการเมืองเก่า หรือ กลุ่มการเมืองเก่าอื่นๆอีกมากมาย เท่านั้น ..

ทว่า .. พวกเขายังต้องต่อสู้และนำแนวคิดของการเปลี่ยนแปลงการเมืองใหม่ ไปต่อสู้กับระบบคิดเก่า ระบบการยอมจำนน การอดทน การทนยอม และ การรับได้แบบเก่าๆ ของคนไทยในหลายๆภาคส่วนของประเทศ เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงแนวคิดทางสังคม "กะแล่วแต๊ว่ะ" ให้หรอยหรอลง ให้สึกกร่อนลง และค่อยๆหายไปจากวิถีชีวิตของคนไทยด้วย

การเมืองใหม่ จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงชาติบ้านเมือง ที่ต้องออกเดินทางไปในบาทวิถีที่ยาวไกลอีกพอสมควร กลุ่มพลังมวลชนต่างๆ ทั้งภาคประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ต้องรวมใจกันอย่างมากมายมหาศาลอีกหลายๆครั้งใหญ่ ..

นักต่อสู้ทั้งหลาย ..

ท่านอย่าเพิ่งท้อถอย ..

จงสู้ต่อไป !!..

สถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยของเราเท่านั้นเอง ..

ยังมีงานและอุปสรรคปัญหาที่ต้องฟันฝ่าต่อไปอีกยาวไกล !!!

..................................

วินเซนต์

ขอนแก่น  ๑๐ กันยายน ๒๕๕๑

..................................

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ใต้เงาธุลีดิน วันที่ : 12/09/2008 เวลา : 16.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boyd3210

ชอบที่พี่เขียนใน คห ที่6 ครับ กระจ่างดี ความคิดสาธารณะ อืมม.. ความคิดสาธารณะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
undertaker วันที่ : 11/09/2008 เวลา : 21.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/undertaker
ความสุข หาก"ขอ"กันได้ โลกนี้ก็คงไม่มีความทุกข์

.
หึหึ...
ผมไม่....กะแล่วแต๊ว่ะ
และผมก็ไม่สมานฉันท์ กับ โจรด้วย
.
ไม่ถอยคนละก้าว
และถ้ามันถอยก่อน...ผมจะเดินหน้า และถีบมัน อีกก้าวครับ....พี่น้องงงง
.
.
อิอิ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
vincentoldbook วันที่ : 11/09/2008 เวลา : 00.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vincentoldbook
ชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพ เสมือนหนึ่งร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ...

สวัสดีคุณมนต์รัตนา ..

คิดอะไรมากไปหรือเปล่าเนี่ย ? ..

นี่คือเรื่องจริง จะไปคิดทำไมว่าใครหมิ่นใคร ?? ..

ยังงี้ถ้าผลวิจัยที่ออกมาว่าคนไทยอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัดงั้นก็แสดงว่า เขาดูถูกว่าเราคนไทยโง่น่ะซิครับ !! ..ทั้งๆที่มันคือเรื่องจริง !!

เปิดใจให้กว้างครับ อย่าเอาอัตตาตัวเองมาบังคับตนให้ต้องแสดงความคิดเห็นออกมาแบบนี้เลยครับ เพราะความเห็นของคุณเป็นการแสดงอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัว จับสิ่งใกล้ตัวมาเป็นข้อสรุป ..การที่คุณบอกว่า .

..................................

" เคยรู้ไหม บางที " กะแล่วแต้ " ที่คุณหมายถึงอาจเป็นบุคคลที่มีคุณค่ามากกว่าที่คิด เพราะหนึ่งชีวิตก็เป็นหนึ่งคนไทย " ครือ ครือ กันเด้อ" .. "

ข้อสรุปเช่นนี้ของคุณ ไม่มีใครเถียงหรอกครับ มันเป็นหลัก " ธรรมชาตินิยม " ซึ่งใครๆเขาก็พูดกันได้ มนุษย์ก็หนึ่งชีวิตเหมือนกันอะไรเทือกนั้น คนทุกคนมีสิทธิตามธรรมชาติเท่าเทียมกันอะไรประมาณนั้น .. มันเป็นหลักธรรมชาติของโลก .. แต่กับสภาพความเป็นจริงของสังคม มันขึ้นอยู่กับมนุษย์ในสังคมนั้นๆ ในประเทศนั้นๆ บางประเทศเรื่องเหล่านี้ไม่เท่ากัน เป็นมนุษย์ เป็นคนเหมือนกัน แต่ไม่ใช่หนึ่งชีวิตเหมือนกัน ไม่ใช่หนึ่งสิทธิ หนึ่งความทัดเทียมเท่ากัน .. มันมีขั้น มีชนชั้น มีระดับ อยู่เสมอทุกสังคม ..แม้แต่สังคมของประเทศคอมมิวนิสต์ที่มันบอกว่ามันทัดเทียมกันๆ นั่นน่ะ ..มันก็ยิ่งโคตรชนชั้นเลยล่ะครับ

โจรผู้ร้าย กับ พลเมืองดี เขาจำต้องแยกแยะออกจากกัน ..เขาไม่เหมารวม ..

คนที่เสียสละ กับ คนที่เห็นแก่ตัว เอารัดเอาเปรียบ เขาจึงมีคุณสมบัติแยกแยะออกมาให้เห็นว่ามีความต่างกัน

คนดี กับ คนไม่ดี ... คนเห็นแก่ตัว กับ คนที่เสียสละ ..คนที่ใส่ใจปัญหา กับ คนที่เฉยเมยปัญหา ..คนที่ทำงานอาสาสมัครเพื่อส่วนรวม กับ คนที่ทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนตัว เขาจะมีพฤติกรรม มีการกระทำ มีจิตใจ ที่แตกต่างกัน ..แยกแยะออกจากกันได้ !!

ผมพูดถึงเรื่อง " ความคิดสาธารณะ ความคิดต่อสังคมส่วนรวม " ของกลุ่มคน "กะแล่วแต๊ว่ะ" หรืออาจจะนับรวมเป็นกลุ่มที่เรียกตัวว่า "พลังเงียบ" ..ไม่ใช่เป็นการดูถูกพวกเขา แต่ชี้ให้เห็นว่าลักษณะพฤติกรรมเฉยเมยต่อสังคมนั้นมีอยู่มากในสังคมไทย เป็นการยกตัวอย่างของคนส่วนใหญ่ในสังคมไทย ที่ยังคงให้ความสำคัญต่อปัญหาสาธารณะในปริมาณที่น้อยอยู่ ..

"กะแล่วแต๊ว่ะ" หลายๆคนอาจจะเป็นคนดี เป็นพระ เป็นพ่อค้าแม่ค้าที่ดี เป็นอาจารย์ เป็นนักศึกษา เป็นทหารที่ดี เป็นตำรวจที่ดี เป็นนักธุรกิจชั้นเลิศ รวยอู้ฟู้ ..แต่ไม่มีประโยชน์อะไรต่อสังคมครับ ถ้าเขาไม่มีความคิดทางสาธารณะ และ มีการปฏิบัติเพื่อช่วยสร้างประโยชน์และร่วมเข้ามาแก้ปัญหาสังคมที่เขาร่วมอยู่อาศัยและแสวงหาผลประโยชน์ในอาชีพการงานของเขา ..

ขอบคุณสำหรับการแสดงความเห็นนะครับ ผมคิดว่าผมอธิบายคุณได้ชัดเจนดีแล้ว หวังว่าคงเข้าใจ ..


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
vincentoldbook วันที่ : 10/09/2008 เวลา : 23.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vincentoldbook
ชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพ เสมือนหนึ่งร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ...

สวัสดีครับคนไกลเมือง ..

อย่าท้อแท้นะครับ ผมตั้งแต่ก่อนปี 49 ผมก็พูดแต่เรื่องการเมือง พูดถึงเรื่องโกงกินของระบอบทักษิณมาตลอด เก็บข้อมูลเข้าตัวเยอะๆ เจาะลึกหาข้อมูลอื่นๆ ทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และ การเมือง เพื่อที่จะใช้ในการสื่อต่อคนอื่นๆ ..

มันเหมือนการทำสงครามมวลชนนั่นแหละ ถ้าพูดถึงช่วงที่ผ่านมาผมก็ทำสงครามมวลชนแบบเป็นบ้าเป็นหลังเหมือนกัน เดินทาง ขอนแก่น - กรุงเทพ ตลอด ..

อย่าให้อุปสรรคอะไรหรือคำพูดใครมาทำให้เราท้อครับ เราสร้างสังคมให้มันดีขึ้น ไม่จำเป็นว่าสังคมมันจะต้องไปดีทั้งหมด เอาแค่มันดึขึ้นกว่าเดิม แค่นั้นก็พอใจแล้วล่ะครับ

มีกำลังใจในการต่อสู้มากๆครับ เป็นกำลังใจให้กันและกันครับผม


ความคิดเห็นที่ 4 (0)
vincentoldbook วันที่ : 10/09/2008 เวลา : 23.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vincentoldbook
ชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพ เสมือนหนึ่งร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ...

สวัสดีครับคุณ น้ำใส ..

บ้านเมืองเรากำลังจะเดินต่อไปในหนทางนั้นครับ จริงๆคนไทยมีความสามารถมาก เพียงแต่ว่าคนไทยเราส่วนใหญ่มักจะถูกสภาพสังคมบีบบังคับให้ยอมจำนนและอดทนต่อสิ่งที่มันไม่เคยเปลี่ยนแปลง จนทำให้เราเชื่อว่ามันจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปตราบชั่วชีวิตเรา ..

นอกจากนักการเมืองขี้โกงฉ้อฉลแล้ว อาการเพิกเฉยต่อความเป็นไปของสังคมของคนไทยส่วนใหญ่ก็เป็นหนึ่งตัวฉุดรั้งสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยยังไม่ก้าวพัฒนาไปไกลเกินกว่าคำว่า "ประเทศด้อยพัฒนา"

ดูได้จากสถิติการเจริญเติบโตทางด้านการศึกษา ปัญหาสิทธิมนุษยชน ปัญหาคอรัปชั่นทางการเมืองที่ทำให้เกิดความเสี่ยงระดับต้นๆของโลกในการลงทุน และ ระบบราชการที่ยังล้าหลัง ..

แปลกไหม ..7-8 ปี ที่ผ่านมาประเทศเรามองๆดูก็เหมือนจะเจริญก้าวหน้านะ แต่ทำไม..ถึงยังเป็นประเทศด้อยพัฒนาอยู่ เหตุผลเดียวก็คือ นักการเมืองทุนสามานย์พวกนี้มันโกงกินตลอดและสร้างภาพลวงตาให้เราดูอย่างเดียวว่าประเทศเรานั้นพัฒนาและเจริญเต็มที่ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ ..เมื่อเทียบหนี้สินที่เพิ่มขึ้นมาแล้ว ..เราจนหนักกว่าเดิมอีก !!


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มนต์รัตนา วันที่ : 10/09/2008 เวลา : 15.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/monruttana

โอ้..คนไทยหมิ่นไทยกันเอง
...ไม่พูดใช่ว่าจะไม่คิด
...ไม่อธิบายใช่ว่าจะไม่รู้
การขาดสมานฉันท์และการแบ่งชั้นโดยการยกระดับความคิดเป็นใหญ่ มองคนอื่นสมองไหล หรือเป็นกล่องใส่เงิน
สังคมทุกวันนี้เลยใกล้ อนาธิปไตย เข้าไปทุกที...ทุกที
เคยรู้ไหม บางที " กะแล่วแต้ " ที่คุณหมายถึงอาจเป็นบุคคลที่มีคุณค่ามากกว่าที่คิด เพราะหนึ่งชีวิตก็เป็นหนึ่งคนไทย " ครือ ครือ กันเด้อ"

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนไกลเมือง วันที่ : 10/09/2008 เวลา : 15.02 น.
เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นราชพลี

ท่านวินเซนต์ครับ บางทีผมยังคิดไปเลยครับ ว่าผมอาจไม่ปกติก็ได้ ที่ยังพล่ามเรื่องยุทธศาสตร์การต่อสู้และจุดยืนของพันธมิตร ให้คนเหล่านั้นฟัง

แต่ยังมีความหวังครับ เพราะพระยาตากยังนำกำลังแค่ 500 ตีฝ่าวงล้อมมาตั้งกองทัพ ขับไล่พม่าได้เลย

ถึงแม้ว่าตอนนี้เขามองไม่เห็นสิ่งที่เราเห็น แต่สักวันคงเห็นเองว่าสงครามนั้นเกิดขึ้นแล้ว เพียงแต่เขาไม่รู้ตัว

ผมขอยืนหยัดปกป้องสิ่งที่ผมรักและเทอดไว้เหนือเกล้าครับ และผมก็ยังคงบ้าต่อไป..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
น้ำใส วันที่ : 10/09/2008 เวลา : 14.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chayada
 

เคยดูหนัง ชีวิตต้องสู้ ของอเมริกา
เป็นยุคที่พวกเขาเปิดให้ฝรั่งอีกทวีป อพยพมาบุกเบิกอเมริกา รุ่นบุกเบิกเหล่านี้ แทบจะไม่มีใครมีวัฒนธรรม ก็แหล่วแต๊ เลย อาจเพราะความเป็นมาพวกเค้าต่างต้องต่อสู้ด้วยลำแข้งของตัวเอง ไม่มีระบบอุปถัมภ์อุ้มชูให้นิสัยเสียกลายเป็นรักสบาย และรอแม่นกป้อนเหยื่อเจ้าปาก

แล้วระบอบประชาธิปไตยของพวกเค้าก็เกิดและพัฒนาด้วยคนลักษณะนี้

พวกเขาจึงสามารถสร้างบ้านสร้างเมือง สร้างประเทศให้เป็นระดับนำขึ้นมาได้ ทั้งๆที่เป็นประเทศที่เกิดทีหลังซะอีก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน