*/
  • vincentoldbook
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mycompatriot_thailand@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-25
  • จำนวนเรื่อง : 160
  • จำนวนผู้ชม : 336493
  • จำนวนผู้โหวต : 279
  • ส่ง msg :
  • โหวต 279 คน
Besame Macho

Besame Macho By Cesaria Evora _Latin Music

View All
<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 27 ตุลาคม 2551
Posted by vincentoldbook , ผู้อ่าน : 2240 , 19:13:04 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

 

โลกหมุนวนในถ้วยกาแฟ : รถไฟ โรงแรม ข้าวราดแกง หนังสือ รอยย่ำเท้าของกาลเวลาที่ผ่านเลย และ เสียงสายฝนที่โปรยพรำ ณ ริมทะเลสาบสงขลา .. (๑) 

 

รถไฟสายใต้ .. 

แล่นเรื่อยเอื่อยเฉื่อยเนือยตามรางเหล็ก ฝ่าความมืดมิดแห่งรัตติกาล สู่ยามฟ้าสางของรุ่งอรุณวันใหม่ ขบวนโบกี้อันยาวเหยียด พุ่งทะยานฝ่าเปลวแดดร้อนระอุ ฝ่าสายฝนและเมฆครึ้มดำมัวหม่น .. 

ผ่านสองข้างทางที่เต็มอิ่มไปด้วยความเขียวขจีของหมู่แมกไม้ตามเรือกสวน ภาพของต้นยางพาราที่ยืนตระหง่านเป็นทิวแถวงดงาม สวนมะพร้าวบนเนื้อที่กว้างขว้าง ผืนนาบางส่วนที่ถูกตัดแบ่งมาเพื่อปลูกข้าว ต้นกล้าที่พึ่งผ่านการปักดำ ผืนนาบางแปลงอยู่ในช่วงการพลิกฟื้นไถ่ปรับแต่งหน้าดินเพื่อรอการหว่านเมล็ดพันธุ์อันเป็นทิพย์อาหารหลักของพี่น้องชาวไทยทุกภาคส่วนของประเทศ .. 

ภาพท้องนา ไร่สวน และ บ้านไม้หลังเก่าที่ยังคงอนุรักษ์ภาพงดงามของความเป็นชนชาติไทยไว้ได้อย่างแจ่มชัด .. 

นี่คือปักษ์ใต้บ้านเรา !!!.. 

ปักษ์ใต้แดนทอง แดนดินถิ่นด้ามขวานของสยามประเทศ ความอุดมสมบูรณ์ในครั้งเก่าก่อนยังคงสะท้อนอาบอยู่บนแผ่นหลัง ใบหน้า และ รอยยิ้มแห่งริ้วรอยของการต่อสู้ชีวิตภายใต้จิตวิญญาณอันเข้มแข็งของพี่น้องชาวใต้เสมอมา .. 

นี่คือภาพสะท้อนของจิตสำนึกทางสังคม จิตสำนึกแห่งสาธารณะ จิตสำนึกแห่งความเป็นคนไทย.. 

มันคือภาพแห่งจิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่ของพี่น้องชนชาวไทยที่มีต่อผืนแผ่นดินถิ่นเกิด ผืนแผ่นดินไทย ที่ชาวไทยทุกผู้คนได้อาศัยดำรงชีวิตสืบทอดต่อกันมาอย่างยั่งยืนยาวนานจากอดีตกาลจวบจนกระทั่งถึงปัจจุบัน .. 

.................................................................................. 

ฉันออกเดินทางอีกครั้ง .. 

หลังจากกลับมาจากกรุงเทพมหานครครั้งก่อน ไปหลับนอนที่ทำเนียบรัฐบาลมา ๔ คืน สนทนาสารทุกข์สุกดิบกับเพื่อนๆมิตรสหายพันธมิตรหลายๆคนที่คุ้นเคยและต่อสู้ร่วมกันมา เดินทางไปไหว้เคารพศพ ๒ วีรชนผู้กล้าของชาวพันธมิตร ทั้งน้องโบว์และสารวัตรจ๊าบ ก่อนจะเดินทางกลับขอนแก่นเปิดร้านขายหนังสือตามเดิม   

ทว่า..กลับมาเปิดร้านได้เพียง ๒ วัน ฉันก็ออกเดินทางอีกครั้ง เนื่องจากโดนคนใกล้ตัวหนีบออกจากบ้านให้ไปเป็นเพื่อนร่วมทาง เธอมีภารกิจของการประชุมสัมมนา ส่วนฉันว่างและก็เบื่อหน่ายกับการจับเจ่าเฝ้าร้าน สมองมันไม่แล่น เคว้งคว้างทางความคิดอย่างไรบอกไม่ถูก อาจจะเพราะเกิดภาวะซึมเศร้าในจิตใจที่เห็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ต้องมาจากไป หรือ เพราะว่า ..มันถึงคราวที่ฉันจำต้องออกเดินทางเพื่อมองหาสิ่งใหม่ๆมาแต่งเติมให้กับชีวิตของตนก็เป็นได้ ..แต่ไม่ว่าเหตุผลนั้นมันจะเป็นเรื่องใดก็ตามแต่ ฉันและเธอก็มีทริปสำคัญที่จะต้องออกเดินทางอีกครั้ง .. 

โดยที่ครั้งนี้เป้าหมายปลายทางหลักของเราทั้งสองนั้นอยู่ที่..หาดใหญ่ !! 

เราออกจากขอนแก่นประมาณ ๒ ทุ่มครึ่ง มาถึงกรุงเทพฯอีกทีก็เกือบตีสามเห็นจะได้ มันวังเวงในใจพอสมควรเนื่องเพราะว่าเรามาถึงดึกดื่นอย่างนี้ไม่รู้จะไปหาที่หลับนอนที่ไหน ? .. จึงต้องอาศัยสถานีปรับอากาศของศูนย์บริการรถโดยสารเป็นที่งีบหลับรอจวนกระทั่งตีสี่ ซึ่งได้เวลาเช็คอินของโรงแรมที่เราโทรมาสอบถามไว้ .. 

แต่ว่า ..มันก็เดชะกรรมจนได้ หลังจากนั่งแท็กซี่ที่พาวนเวียนออกนอกเส้นทางเพื่อพยายามให้มิเตอร์มันขึ้นถึงหลักร้อยให้ได้เกือบครึ่งชั่วโมง เราก็มาถึงโรงแรมที่เป็นเป้าหมายหลักข้างๆหัวลำโพง แต่ห้องไม่มีว่างเลยสักห้องเดียว ..

ออกเดินเท้าย่ำไปบนตรอกมืดๆข้ามสะพานตรงเข้าไปยังหัวลำโพง เมื่อผิดแผนก็ไม่รู้จะไปตั้งหลักที่ไหนดี ..ก็ต้องเป็นที่นี่แหละ ..แต่ว่ากว่ารถไฟเที่ยวที่จับจองตั๋วเดินทางไว้จะออกก็ต้องเป็นรอบเกือบห้าทุ่มของวัน .. 

สอบถามประชาสัมพันธ์ ได้รับคำแนะนำว่ายังมีที่พักอีกที่ใกล้ๆอยู่ด้านหลังหัวลำโพงให้ลองไปสอบถามดู ..เป็น Guest House เล็กๆ ชื่อ เดอะ เทรน อินน์ (The Train Inn) ไม่รู้ว่าเพื่อนๆมีใครคนไหนเคยเข้าไปพักมาบ้างหรือยังนะ .. แต่ฉันอยากจะบอกว่าฉันชอบที่นี่ มันน่ารักดี มีสีสัน ห้องเล็กกระทัดรัด ถึงจะเป็นห้องน้ำรวมแต่ก็สะอาดมาก บริการก็ดี พอเราได้อาบน้ำอุ่น ได้ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า ได้นอนตากแอร์เย็นๆ ก็หลับเป็นตาย .. 

แต่ก่อนนอนเราก็ไม่ลืมที่จะตกลงกันว่าจะขอแทรกโปรแกรมพิเศษหลังจากตื่นนอนเพื่อแวะไปงานสัปดาห์หนังสือ .. 

............................................................................

สายๆจวนเที่ยงวัน .. 

ตื่นนอนอาบน้ำและก็เดินเท้าไปขึ้นรถไฟใต้ดินเพื่อไปยังหอประชุมสิริกิติ์ รถไฟวันเสาร์ที่มีเทศกาลเช่นนี้คนแน่นเอียด เป้าหมายปลายทางของผู้โดยสารส่วนใหญ่ก็ลงปลายทางเดียวกันทั้งนั้น คือ งานมหกรรมหนังสือ ฯ อีกแห่งสถานที่ที่ผู้คนจะแห่หลั่งไหลกันไปทุกๆวันเสาร์ก็น่าจะเป็นตลาดนัดสวนจตุจักร .. 

อันที่จริงก่อนหน้านี้สองสามวันฉันก็แวะมาที่งานมหกรรมหนังสือฯ นี้ครั้งหนึ่งแล้ว ได้หนังสือกลับไปประมาณร้อยกว่าเล่มแบกหิ้วจนหลังแทบหัก ช่วงนี้ฉันซื้อหนังสือส่วนใหญ่เข้าร้าน ยังไม่มีหนังสือที่ซื้อให้ตัวเองเลย ได้แต่เดินมองๆและเลือกหาไว้ มีหนังสือดีๆราคาไม่แพงอีกหลายๆเล่มที่จะให้เรานำไปวางไว้บนชั้นได้   

แต่ว่าการกลับมาที่งานอีกครั้งในรอบนี้ฉันเลือกซื้อหนังสือให้ตัวเองไว้หลายสิบเล่ม มีหนังสือใหม่ๆ ความรู้ใหม่ๆ รอให้เราเปิดอ่าน เปิดใจเลือกซื้อมาอ่าน หรือ มีเรื่องราวเก่าๆ มีความรู้เก่าๆ ที่เราหลงลืม หรือ อ่านผ่านเมื่อครั้งคราอดีตให้เราได้กลับไปเก็บไปรื้อทบทวนนำมาอ่าน นำมาขึ้นใจเราอีกครั้ง หนังสือที่ฉันซื้อจึงปะปนกันไประหว่างหนังสือใหม่กับหนังสือเก่าๆที่ฉันลงแรงไปยืนไปนั่งรื้อคุ้ยอยู่นานสองนานเป็นชั่วโมงๆ

ฉันมักจะไม่ตั้งธงไว้ว่าจะซื้อหาหนังสือของนักเขียนคนใด หรือ หนังสือเล่มใดไว้เป็นกรณีพิเศษ ฉันจะเดินเรื่อยๆเอื่อยๆ ไปซอกมุมหนังสือของแต่ละร้าน เดินหาร้านหนังสือเก่าก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อจะคุ้ยหาหนังสือดีๆที่ยังคงพอสภาพไม่ชำรุดทรุดโทรมนักออกมาจากกอง หนังสือเหล่านี้ราคาจะถูกมากๆ มีหนังสือของหลายๆร้าน หลายๆสำนักพิมพ์ที่ยังคงสภาพดีมากๆ และ เป็นหนังสือที่ดีแต่ว่าทางร้านนำมาเร่ขายในราคาถูกๆ 

หลังจากรื้อค้นหนังสือเก่าจนเป็นที่หนำใจแล้ว ฉันก็กลับมาหาที่นั่งพักจิบกาแฟซึ่งมีรสชาติไม่ได้เรื่องตามปกติของร้านกาแฟซดด่วนที่มีขายกลาดเกลื่อนทั่วไป พอหายคอแห้งฉันก็ออกเดินหาเลือกซื้อหนังสืออีกรอบ และ รอบนี้ฉันก็ได้หนังสือที่ถูกใจฉันมาไว้ครอบครองหลายเล่ม รวมทั้งหนังสือที่ซื้อไปเพื่อขายต่อที่ร้านอีกหอบใหญ่ๆ..

บางคราความต้องการเสพ ต้องการศึกษา ต้องการอ่านของคนเรามันไม่คงที่แน่นอน ในวัยหนึ่งเราต้องการอ่านหนังสือประเภทหนึ่ง อาจจะเป็นงานวรรณกรรมเพื่อชีวิต หรือ นิยายแนวบันเทิง เรื่องปรุงแต่ง ในขณะเมื่อกาลเวลาล่วงผ่านเราไปสักระยะ เราอาจจะกลับไปทบทวนเนื้อหาข้นๆของประวัติศาสตร์ทั้งของชาติเราหรือของนานาประเทศทั่วโลก  

พอกาลเวลาผ่านเลยต่อมาอีกระยะ ชีวิตที่ผ่านการเคี่ยวกรำอุปสรรค ผ่านภาระหน้าที่ ผ่านความรับผิดชอบต่างๆมากมาย จนหัวหมุนติ้ว เคร่งเครียดคิ้วขมวด ศรีษะหงอก ศรีษะล้าน เป็นแถบๆ เราก็อาจจะมานั่งอ่านหนังสือปรัชญา อ่านหนังสือเกี่ยวกับศาสนา เพื่อสร้างความผ่อนคลาย และ ปรับความเข้าใจต่อกฏแห่งการเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิต ..

 

 

และ เมื่อวันใกล้ฝั่งฝันของเราว่ายวนไปจนจวบจะถึงจุดหมายปลายทาง เราเองก็อาจจะกลับไปทบทวน หนังสือชวนหัว หนังสือไร้สาระของเรื่องชวนขำ อื่นๆ เพื่อสร้างอารมณ์ขันให้กับชีวิตเราในวันที่รอยยิ้มอันบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเก่าก่อนของเรานั้นมันได้เสื่อมสลายหายไปในกาลเวลาที่มันผ่านเลยไปก็เป็นได้   

ในช่วงหนึ่งนั้นฉันสนใจที่จะอ่านหนังสือนวนิยาย หรือ หนังสือประเภทวรรณกรรม ฉันก็จะวนเวียนมองหาหนังสือประเภทนี้เป็นหลัก ช่วงนี้ฉันสนใจที่จะอ่านงานเขียนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ การเมือง ปรัชญา ศาสนา ฉันก็จะไปยืนแช่อยู่ในร้านหนังประเภทนี้เป็นเวลานานๆ มีหนังสือหลายๆเล่มที่จัดพิมพ์มาใหม่ แปลใหม่ มีเรื่องราวบางเรื่องราว แง่มุมบางแง่มุมที่ถูกนำเสนอมาใหม่ มันก็จะเป็นสิ่งใหม่ๆที่จะมาช่วยละลายความโง่เขลาเก่าๆของเราได้เสมอ

เราทั้งสองมองหาหนังสือที่ไม่เหมือนกัน ฉะนั้นจึงตกลงที่จะเปลี่ยนกันไปเดินเลือกซื้อหาตามใจตนกันคนละรอบสองรอบ แต่ตกลงกันไว้ก่อนว่าใครซื้อเล่มไหนมาก็ไม่ต้องไปว่าไปท้วงติงกัน ต่างคนต่างมุมมองต่างความชื่นชอบ ต่างความสนอกสนใจ ผู้หญิงมีสิ่งที่ผู้ชายไม่เข้าใจมากมาย โดยเฉพาะเรื่องความสุนทรีย์ในบทเพลงหวานๆซึ้งๆ ซึ่งจนป่านนี้ฉันก็ไม่เข้าใจในบทเพลงที่เธอชื่นชอบเลยว่า มันไพเราะ หวานซึ้งกินใจตรงไหน จนถึงขนาดที่เธอจะต้องซื้อหนังสือเกี่ยวกับเนื้อหาของมันมานั่งอ่านอีกรอบ   

จวบจนย่ำเย็นเราต่างก็ได้หนังสือชื่นชอบตามใจตนมาไว้ครอบครอง ฉันอาจจะได้มากกว่าหลายเล่ม แต่ว่าก็มีหลายเล่มที่ซื้อมาเผื่อเธอได้อ่านด้วย ก่อนกลับเรานำหนังสือส่วนใหญ่ใส่กล่องส่งไปรษณีย์กลับมาที่ร้านที่ขอนแก่น หยิบจับเล่มที่จะนำติดตัวไปอ่านระหว่างทางใส่ในกระเป๋า แล้วก็กลับมายังที่พักเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ทานข้าวเย็น และ เตรียมตัวเดินทางต่อไปยังปลายทางหาดใหญ่

ต้นทางหัวลำโพง .. 

สามทุ่มกว่าๆสายฝนเริ่มพรำลงมาเปาะแปะ .. 

จานข้าวตรงหน้าถูกเก็บกวาดเม็ดข้าวไปจนหมดจานด้วยความหิว ฉันมองดูอาคารชานชลาหัวลำโพงที่สว่างไสวด้วยอารมณ์หวนรำลึกความหลังครั้งเก่าก่อน .. 

เดินทางครั้งแรกจากบ้านที่อุบลราชธานีเข้ามากรุงเทพฯ ฉันก็ใช้บริการรถไฟชั้น ๓ เป็นประจำ รถทัวร์ปรับอากาศในช่วงเวลานั้นกับฉันมันยังห่างไกลกันอยู่ จำได้ว่ามีหลายครั้งที่บนรถไฟชั้น ๓ จะเต็มไปด้วยพวกเราเพื่อนๆ ที่เข้ามาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ เรามักเดินทางกันเป็นกลุ่มใหญ่หลายๆคน ก่อนจะมาแยกย้ายกันไปคนละทิศละทางที่หัวลำโพง  

มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นบนรถไฟชั้น ๓ โดยเฉพาะเรื่องของการล้างผลาญและละลายทรัพย์สินติดตัวไปกับน้ำทิพย์สีอำพัน เรื่องสรวลเสเฮฮา ถูกนำมาขับกล่อม บ้างขับบทเพลงผสานเสียงกีต้าร์และเสียงวูดรถไฟ ไม่มีที่แห่งใดจะให้คุณรู้สึกเมาและอยากอ้วกได้ดีไปกว่าการนั่งกินเหล้าบนรถไฟชั้น ๓ อีกแล้ว มันโคลงเคลง และ มันก็ชวนเวียนหัวที่สุด กว่าจะถึงหัวลำโพงก็แทบจะสิ้นเนื้อประดาตัวกันไปตามๆกัน พอต่างคนต่างหายเมาและกลับมามีสติดังเดิมก็มักจะเปล่งวาจาเป็นเสียงเดียวกันว่า .. 

" รู้งี้นั่งรถทัวร์มาดีกว่า "  .. 

ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นทุกที และ มันก็เป็นเช่นนั้นมาอีกหลายๆปี ถึงจะรู้งี้..แต่จะให้ทำยังไง เพราะการนั่งรถไฟนั้นมันให้รสชาติกับชีวิตวัยคะนองยิ่งนัก ฉันยังคงใช้บริการรถไฟเพื่อการเดินทางมาโดยตลอดอีกหลายปี จวบจนกระทั่งฉันทำงานมีรายได้พอที่จะเจียดไปหาความสุขสบายแบบชนชั้นกลางทั่วๆไปฉันจึงหันมาซื้อเวลาที่สูญเสียไปกับเสียง ฉึกฉัก ฉึกฉัก ปู๊นปู๊น ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง ด้วยการใช้บริการรถทัวร์ปรับอากาศ VIP แทน

ด้วยความที่รถทัวร์มันสะดวกกว่า รวดเร็วกว่า และ เย็นสบายกว่ากันเยอะเลย แม้ว่ามันจะเสี่ยงอันตรายบนท้องถนนมากกว่าก็ตาม แต่ว่ามันก็คุ้มค่าถ้าหากว่าเราเลือกบริการของทัวร์ที่มีคุณภาพและมีบริการที่ดี รถไฟจึงเป็นภาพอดีตหนหลังที่มีไว้ให้ฉันจดจำ ฉันจำได้ว่าครั้งล่าสุดที่ฉันเดินทางโดยรถไฟนั้นเมื่อปี ๒๕๔๙ เป็นเส้นทาง กรุงเทพฯ - ตรัง ..

ครานั้นฉันเดินทางเพือไปสัญจรกับเพื่อนๆพันธมิตรตามเวทีพันธมิตรในหลายๆจังหวัดแถบภาคใต้ เพื่อนออกเดินทางล่วงหน้าไปก่อนแล้วด้วยรถปิกอัพ และ โทรมาให้ฉันตามไปสมทบ ฉันเก็บเสื้อผ้าและออกเดินทางทันทีหลังจากวางโทรศัพท์ สิ่งแรกที่คิดถึง คือ หัวลำโพง ได้รถเที่ยวดึกไปถึงก็บ่ายสองโมงกว่า ตลอดทางรถไฟชั้น ๓ สายใต้ ก็ไม่ต่างจากรสชาติชีวิตของรถไฟชั้น ๓ สายอีสาน มากนัก ฉันนั่งรำลึกความจำด้วยการอัดเบียร์กระป๋องไปตลอดทาง..

ได้สนทนากับคนเมา ได้นั่งคุยกับคนบ้า ได้นั่งฟังคนบ้าด่าคนแก่ นึกย้อนกลับไปแล้วก็ขำดี .. มันคือรสชาติชีวิตบนรถไฟชั้น ๓ ที่มิมีวันเปลี่ยนแปลงจริงๆ .. 

........................................................................................

ไปหาดใหญ่คราวนี้ .. 

เราจองตั๋วรถไฟปรับอากาศชั้น ๒ เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวาย และ ซื้อความสะดวกสบายอันน้อยนิดที่พอจะมี .. 

ในใจก็หวังว่าคงพอจะนั่งงีบหลับสบายไปได้ตลอดทาง เพราะตลอดระยะเวลาการเดินทางร่วมๆ ๑๔ - ๑๕ ชั่วโมง บวกกับ ระยะเวลาเดินทางจากขอนแก่นเข้ามากรุงเทพฯ อีกทำเอาเพลียและละเหี่ยใจเหมือนกัน .. 

ทว่า .. ก็เดชะกรรมเหมือนเดิม ไม่มีทางที่คุณจะหลับนอนได้สนิทตาบนรถไฟ ยกเว้นว่าคุณจะอัดยานอนหลับไปหลายๆเม็ด หรือ อัดเบียร์ อัดเหล้าไปอย่างหนักจนหลับสนิท .. 

เนื่องเพราะตลอดระยะเวลาของการเดินทาง คุณจะได้พบเจอกับการเดินสวนสนามของผู้คนมากหน้าหลายตา ตั้งแต่เด็กเล็กๆ ที่กระโดดโลดเต้นด้วยความสนุกสนาน การเดินวนเวียนเข้าห้องน้ำของวัยรุ่นหนุ่มสาวที่คุณอาจจะตั้งข้อสงสัย และ การเดินไปเดินมาด้วยความยากลำบากของคนแก่ชราที่คุณต้องคอยเอื้อมมือไปช่วยพยุง .. 

พนักงานบริการจะมาคอยสะกิดเสิร์ฟน้ำอาหารคุณ พนักงานทำความสะอาดจะแอบเอาไม้ถูพื้นมาเสียดสีปลายเท้ายามคุณถ่างขานอนกว้างเกินพิกัดกำหนด ยามไม่มีใครมารบกวนคุณโบกี้ที่คุณนั่งมันก็จะสบัดเหวี่ยงให้คุณโยกซ้ายโยกขวาเด้งหน้าเด้งหลังจนคุณรู้สึกเมื่อยคอปวดหลัง จากนั้นมันก็จะพาคุณไปนั่งแช่อยู่นานสองนานกลางป่ากลางเขา ที่คุณไม่รู้หรอกว่ามันอยู่ที่ไหน เพราะมันมืดมากๆ ก่อนที่มันจะค่อยๆเคลื่อนตัวช้าๆและไปต่อไป .. 

นี่คือภาพของรถไฟไทย เอกลักษณ์แห่งขบวนม้าเหล็กประจำทางที่อยู่คู่เราคนไทยมาตั้งแต่เล็กจนกระทั่งเติบใหญ่แก่เฒ่า บริการให้กับคนทุกระดับชนชั้น ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง แต่ก็ถึงจุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพปลอดภัยดีทุกที ..

หวนรำลึกความหลังไปไกลๆ มีบางครั้งบางทีที่ฉันใช้บริการรถไฟแล้วฉันรู้สึกได้ถึงความสุนทรีย์ในห้วงอารมณ์กวีขึ้นมาดื้อๆ หลังจากย้อมใจด้วยเหล้าเบียร์จนหนำ ฉันหยิบสมุดบันทึก ปากกา เพื่อมาร่ายรำท่วงทำนองอารมณ์เป็นตัวหนังสือ กระดกเบียร์มองดูราวป่า และ ฟากฟ้าที่มีดวงดาวระยับ เผลอเคลิ้มทำตนเป็นศิลปิน .. 

รุ่งเช้ามาอีกที .. เปิดสมุดบันทึกขึ้นมาอ่าน .. จำลายมือตัวเองไม่ได้ !! กูเขียนห่าอะไรไปว่ะเนี่ย !! 

ฉันมักนึกด่าตัวเองทุกทีหลังจากอารมณ์กวีของฉันมันดันไปก่อเกิดในยามที่ฉันนั่งรถไฟที่มันกำลังส่ายสะบัดและโยกหนักๆ และ มือฉันยังยกน้ำทิพย์สีอำพันกระดกเข้าลำคอไม่หยุด !!

จินตนาการ มันทำให้เราได้เดินทางไปไกลแสนไกลในห้วงหาวของความรัก และ ความฝัน เราอาจหยิบฉวยมันไม่ได้เนื่องด้วยมันคือนามธรรม ..

นามธรรมที่ "เจ้าชายน้อย" เคยบอกให้เราได้เรียนรู้ไว้เมื่อตอนเราอยู่ชั้นประถมหรือมัธยมว่า " มันไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตา " ทว่า .."เราสามารถที่จะเรียนรู้และสัมผัสมันได้ด้วยใจเท่านั้น"  ..

การเดินทางของฉันครั้งนี้ก็เฉกเช่นกัน ..

มันยาวนานหลายวันจากแหล่งหลักปักฐานที่ฉันคุ้นชิน ออกเดินทางไปเพื่อไปนั่งจับเจ่าอยู่ในห้องพักในโรงแรมดูน่าเบื่อหน่าย ..นั่งมองสายฝนที่โปรยพรำลงมาวันแล้ววันเล่า .. เธอมีงานและงานที่ต้องไปกระทำ ส่วนฉันก็มีเพียง หนังสือ อินเตอร์เน็ท และ ข่าวสารจากเคเบิลทีวีของโรงแรมเป็นเพื่อนคลายเหงา .. 

แต่เนื่องเพราะการเดินทางหนนี้ของฉัน เสมือนหนึ่งการกลับไปอ่านหนังสือเล่มเก่าก่อน เสมือนหนึ่งกลับไปอ่านหนังสือในวัยเยาว์เรื่อง "เจ้าชายน้อย" เสมือนหนึ่งไปเยี่ยมเยือนสิ่งที่เรามิอาจสัมผัสได้ด้วยมือและมองเห็นได้ด้วยสายตา ..

ภาพวิถีชีวิตของคนใต้ ภาพทุ่งนาป่าเขา ไร่นาสวนยาง ภาพรถกระเป๊าะ ภาพข้าวหมูน้อยห่อใบตอง ภาพข้าวราดแกงปักษ์ใต้ ภาพท้องทะเล เรือประมง ที่ใครต่อใครต่างเคยคุ้นชิน แต่ฉันกลับพยายามมองหาสิ่งใหม่ๆผ่านเมฆหมอกที่ครึ้มฝน มองผ่านสายฝนที่โปรยพรำลงมาจนทำให้ฟ้าดูพร่ามัว เพื่อค้นหา ..

เรื่องราวที่มากกว่าสองดวงตาที่ฉันมองเห็น !!! .. 

มีเรื่องเล่าดีๆ อีกมากมายที่อยากจะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับทริปครั้งนี้ ..

................................................................................

 

( เอาไว้ ..อ่านต่อเอ็นทรี่ต่อไปนะครับ )

................................................

วินเซนต์

ขอนแก่น

๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๑

...........................................................................................

....................................................................



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 04/11/2008 เวลา : 17.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

ได้มีเวลาอ่านยาว ๆ แล้วแหละ

โห! เดินทางมาราธอนเลยแหะ...

ขอนแก่น กรุงเทพ สงขลา...คุ้มจริง ๆ ค่ะ

ว่าแต่นั่ง Spinter ล่ะสินะดูจากภาพ...เคยไปชั้น 3 บ่อย ๆ แต่ถ้าไปหาดใหญ่จะขึ้นขบวนบัตเตอร์เวอตไปนะ...ชั้น 2 นอนแอร์ไง...สบายดีนะแต่แพงหน่อย

...ว่าแต่ปีนี้ไม่ได้ไปสัปดาห์หนังสือเลย...เห็นหนังสือที่ Post แล้วน่าอ่านทั้งนั้น

ตามต่อไปดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
lanthom วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 23.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lanthom

สวัสดีเรื่องที่ ๙๙ ...

..
มีเพลงมาฝากค่ะ -

ทะเลหน้าฝน เหมือนคนร้องไห้
เจ้าคร่ำครวญหาใคร เขารู้บ้างไหม ทะเล..

หยดหยาดฝนพราว วาวแก้มแดงหว้าเหว่
เรือรักเจ้าร่อนเร่ คลื่นลมกล่อมเห่เดียวดาย

ขอบตาพร่าพราย ขอบฟ้าห่างหาย
ตะวันฝันวาย เมื่อไหร่จะหวนคืนมา

เจ้านกหัวใจ อย่าหวั่นไหวซับน้ำตา
มืดไม่นานหรอกหนา ฝั่งฟ้าพรุ่งนี้สีทอง

..

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
วิตามินบี วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 14.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


ป่าเป็นสมบัติของเรา OK Nature คือชมรมของคุณ
อย่าทิ้งให้ชมรมเดียวดาย ทุกพลังความคิดมีความหมาย
ขอเชิญร่วม ปักธงแห่งอุดมการณ์ปกป่าร่วมกัน
ด้วยการส่งโลโก้และสโลแกนเข้าประกวด
ลุ้นรางวัลเสื้อเสื้อกันลม-กันฝน (win-brecker) จากลอนดอน

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
วิตามินบี วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 14.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


คงจะมีสักวัน
ที่จะได้ไปเยือนร้านกลิ่นวรรณกรรมของคุณ
เพราะงานเขียนของบล็อกนี้
เป็นหนึ่งในดวงใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Supawan วันที่ : 28/10/2008 เวลา : 18.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ชอบนั่งรถไฟมากกว่ารถทัวร์ค่ะ รู้สึกปลอดภัยดี

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Wachi วันที่ : 28/10/2008 เวลา : 13.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Phuritchaya

ตามกลิ่นกาแฟมาครับ...

พอได้อ่าน...ทำให้นึกถึงบรรยากาศของตู้เสบียง....

กาแฟหนึ่งแก้ว...

หนังสือหนึ่งเล่ม....

โต๊ะริมหน้าต่าง....

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เจ้าไหม วันที่ : 28/10/2008 เวลา : 09.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LadyofAndaman

จริงๆเป็นคนใต้ที่ไม่ค่อยชอบใช้รถไฟเพราะมันช้า
แต่อ่านแล้วรู้สึกดีจังค่ะ รู้สึกว่าเวลาเดินช้าลง

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ผู้หญิงร้อยความฝัน วันที่ : 28/10/2008 เวลา : 08.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Paraneelovely
รสชาติ ความจริง บางครั้งก็ "ขมเกิน" กลิ่นของความฝันบางคราวก็ไช่ว่าจะ "หอมพอ"

คุณเขียน อ่านเพลินเลยล่ะ....

ได้หนังสือ มาหลายเล่ม เลยนะ

ไว้คอยอ่านเอนทรี่ ต่อไปคะ

หวัดดี ยาม ฝนพรำ เช้าๆค่ะ ...

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Jui วันที่ : 28/10/2008 เวลา : 07.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

ตามมาเยี่ยมและชมบ้าน
ซื้อหนังสือได้เยอะนะครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
www.pierra-vejjabul.com วันที่ : 28/10/2008 เวลา : 00.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vejjabul

แวะมารับรู้เรื่องราวดี ๆ พร้อมภาพสวย ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
mookie วันที่ : 27/10/2008 เวลา : 21.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

อ้อ ลืมถาม ไม่ทราบว่าสติ๊กเกอร์เดินทางถึงร้านกลิ่นวรรณกรรมโดยสวัสดิภาพหรือยังครับผม...


ความคิดเห็นที่ 4 (0)
mookie วันที่ : 27/10/2008 เวลา : 20.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

อ่านเพลินจำเริญใจจริงๆ ครับ....

ช๊อบ ชอบ ฟังคอกาแฟเค๊านั่งคุยบรรยายสรรพคุณความกลมกล่อม หอมหวล ต่างๆ นานา...

เพราะว่ามุกกี้ไม่ดื่มกาแฟมาน่าจะสิบปีขึ้นแล้วล่ะ เลยไม่ค่อยเข้าใจความแตกต่างของกาแฟแต่ละชนิดสักเท่าใด....

แต่กาแฟรสชาดไม่ได้เรื่องเนี่ย น่าสนใจ...นะ...

จะรออ่านเรื่องราวการเดินทางตอนต่อไป...

ขอให้ปลอดภัยตลอดเส้นทางนะครับผม...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ปราณชลี วันที่ : 27/10/2008 เวลา : 20.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

เรื่องราวของ 'นักเดินทาง' ตัวจริง
อ่านเพลิน, เต็มไปด้วยอรรถรสและเปี่ยมชีวิตชีวา
ขอมีความสุขกับการเดินทางครับ.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 27/10/2008 เวลา : 20.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 


ชื่อเรื่อง
ชวนให้หวนคำนึงถึงเพื่อนเก่า
ในหุบเขาฝนปรยไพร
คนนั้น
ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
beckyblooms วันที่ : 27/10/2008 เวลา : 19.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

รูปก็สวย..

และ..

คุณเขียนดีเลยล่ะ..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน