*/
  • vincentoldbook
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mycompatriot_thailand@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-25
  • จำนวนเรื่อง : 160
  • จำนวนผู้ชม : 331977
  • จำนวนผู้โหวต : 279
  • ส่ง msg :
  • โหวต 279 คน
Besame Macho

Besame Macho By Cesaria Evora _Latin Music

View All
<< พฤศจิกายน 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 19 พฤศจิกายน 2551
Posted by vincentoldbook , ผู้อ่าน : 3074 , 13:53:59 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

..ดอกดินกรุ่นกลิ่นไอรักของคุณยายลำดวนกับหลานสาว..

......................

โลกยามว่าง : ดอกดิน กลิ่นรวงข้าว และ ความฝันที่รอวันเก็บเกี่ยวของคุณยายลำดวน ..

ศรี ศรี มื้อนี้แม่นมื้อดี

ศรี ศรี ปีนี้แม่นปีเฮ้า

ปู่เจ้าให้ข่อยคูณขวัญก็ว่าดีมื้อนี้วันนี้

หมอสร้างไฮ่ได้ข้าวฮวงหนาก็ว่าดีมื้อนี้วันนี้

เอาช้างเข้ามาโฮงก็ดีมื้อนี้วันนี้

ท้าวบุญเฮืองขึ้นปราสาทก็ว่าดีมื้อนี้วันนี้

ผู้ฉลาดเข้ามาฟังธรรมก็ว่าดีมื้อนี้วันนี้

ลูกไพร่เข้ามาเบิกการศรีก็ว่าดีมื้อนี้วันนี้

เศรษฐีเบิกเงินคำก็ว่าดีมื้อนี้วันนี้

ศรี ศรี มื้อนี้แม่นมื้อดี ศรี ศรี ...

นี่คือส่วนหนึ่งของคำสู่ขวัญข้าว !!..

ที่คุณยายลำดวนเปิดอ่านตามหนังสือมูลมังดั้งเดิมตำรับคัมภีร์พราหมณ์เพื่อเตรียมทำการสู่ขวัญข้าวขึ้นเล้าในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้..

คุณยายลำดวน หญิงสูงวัยหัวใจแกร่งแห่งท้องทุ่งกุดกระหนวน ..

หมู่บ้านเล็กๆที่งดงามและเงียบสงบ ตั้งอยู่ริมถนนทางหลวงชนบทสายอุบลรัตน์ - น้ำพอง มีทัศนียภาพของเทือกเขาทอดตัวเป็นแนวยาวขนานไปกับถนนลาดยางและผืนนาผืนไร่ของชาวบ้าน

หมู่บ้านแห่งนี้เป็นที่ตั้งของวัดป่าศรีชมภู วัดเล็กๆที่งดงามมากแห่งหนึ่ง กุฎิและโบสถ์ศาลาสร้างด้วยไม้ตลอดทั้งหลัง ด้วยน้ำพักน้ำแรงและพลังศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อพระอาจารย์นักพัฒนารูปหนึ่ง บริเวณวัดเต็มไปด้วยต้นดอกลั่นทม ที่เมื่อผลิดอกบานจะแลเห็นเป็นสีขาวนวลตาเต็มลานวัด

หมู่บ้านแห่งนี้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนประถมเล็กๆแห่งหนึ่งที่เปิดทำการเรียนการสอน ตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงชั้นประถมหก เด็กๆและเยาวชนรอบๆหมู่บ้านใกล้เคียงกันก็จะส่งลูกๆหลานๆมาเรียนกันที่นี่ นักเรียนที่นี่จะมีโครงการอาหารกลางวัน แม่ครัวส่วนใหญ่ก็จะเป็นครูอาจารย์และผู้ช่วยครูในนั้น..

คุณยายลำดวน ..

หญิงมั่นแห่งหมู่บ้านกุดกระหนวน เธอคือผู้มีรอยยิ้ม อารมณ์ขัน และ ความอ่อนโยน ผสานอยู่ในแววตาของความทรหด อดทน อดกลั้น ตลอดเวลา.. 

เธอเป็นนักเดินทุ่งผู้สะดุ้งตื่นทุกๆตีสองของวันใหม่ เธอตื่นนอนก่อนฟ้าสางทุกวัน และ จะออกเดินวนเวียนไปมารอบๆบ้านเพื่อหากิจวัตรประจำวันและการงานต่างๆทำก่อนใครในหมู่บ้านเสมอ ..

คุณยายลำดวน เธอคือผู้ใหญ่ที่มีจิตใจงดงามยิ่ง ..

แม้ว่าภววิสัยแห่งชีวิต เธอจะไม่ใช่คนร่ำรวยเงินทอง และ เธอก็ยังมีชีวิตอยู่ในฐานะของคนทุกข์ยากลำบาก เป็นคนยากจนที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคปัญหาต่างๆนานาของชีวิตมาตั้งแต่สาวจนเริ่มแก่ชรา..

ทว่า คุณยายลำดวน ก็ยังเป็นบุคคลที่มากด้วยน้ำใจไมตรี เธอเป็นคนใจบุญสุนทาน เข้าวัดฟังธรรม ยึดมั่นในอาชีพทำนาทำไร่ มีความเป็นคนที่มีความ ซื่อสัตย์ ขยัน และ หมั่นเพียรไม่เคยขาด เธอมีความห่วงใย และ เธอมีความปรารถนาดีต่อคนรอบข้างเธอเสมอ ..

คุณยายลำดวน ที่ฉันกำลังเอ่ยถึงอยู่นี้ ..

เธอคือ ชาวนาผู้มีจิตวิญญาณของการเป็น ผู้เบิกบาน และ ผู้ตื่นในความสุขแห่งสัมมาอาชีพของเธออยู่เสมอ !!..

.......................................

..คุณนายตื่นสาย ไฉนเลยเจ้าของเจ้า จึงตื่นเช้าจัง ?"

วันจันทร์ที่ผ่านมา..

ฉันมีเหตุต้องปิดร้านหนึ่งวันเพื่อกลับไปเยี่ยมหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้อีกครั้ง ..

วันนี้ที่นี่เขามีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ คนใกล้ตัวฉันเธอมีเหตุจำเป็นต้องกลับบ้านของเธอเพื่อการนี้ ส่วนฉันก่อนจะตัดสินใจปิดร้านและขออาสาติดสอยห้อยตามเธอมาด้วยนั้น..

เพราะตัวฉันเองอยากจะกลับไปเยี่ยมคุณยายลำดวน หญิงแกร่ง เจ้าของอารมณ์ขันที่ไม่สิ้นสุดแห่งท้องทุ่งกุดกระหนวน เพื่อนซี้ต่างวัยของฉัน !!..

ช่วงฤดูหนาวของปีที่ผ่านมา ..ฉันเคยมาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ประมาณร่วมๆสองเดือน ก่อนจะมาเปิดร้านหนังสือในตัวเมืองขอนแก่น ..

คุณยายลำดวนเป็นผู้ที่ฉันให้ความสนิทสนมมากที่สุด เธอเป็นผู้ใหญ่ที่มากความรู้ในเรื่องของการทำไร่ทำนาขณะเดียวกันกับที่ฉันกำลังอยู่ในช่วงของการเรียนรู้ ..

เธอค่อนข้างจะชำนาญและแม่นยำในเรื่องของจารีตประเพณีเก่าก่อนของคนภาคอีสาน  ถือว่าเป็นผู้มีพื้นฐานความรู้ดีในเรื่องราวประเพณีธรรมเนียมพื้นถิ่นต่างๆหลายๆเรื่องราว แม้แต่เรื่องของการดูฤกษ์ดูยามต่างๆเธอก็ถนัด..

เธอเป็นผู้ที่มีความใส่ใจในการอ่านหนังสือ เป็นภาพที่หาได้ยากยิ่งที่จะมีผู้รักการอ่านเช่นนี้ในสังคมชนบทไทย ถึงเธอจะเขียนหนังสือได้ไม่ค่อยดีนัก ทว่า เธอก็อ่านหนังสือได้ค่อนข้างดี อาจมีการอ่านผิดบ้างแต่เธอก็ไม่ใช่ไม่เรียนรู้ บ่อยครั้งที่คุณยายลำดวนจะมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์ อ่านข่าวให้ฉันฟัง และ มักจะถามฉันเสมอว่า ..

"ยายอ่านถูกไหม ?" ..

 

.. คว้าขวดแฟนต้าน้ำเขียวได้ คุณยายลำดวนก็ออกเดินดุ่ม จ้ำอ้าว จ้ำอ้าว ..

 

..รอด้วยคร๊าบ ..ข้ามไงล่ะเนี่ย หนูไม่เค๊ย ไม่เคย  ฮา..

คุณยายลำดวน เป็นคนที่ทันสมัยทางความคิดและทันสมัยในเรื่องของปรัชญาการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก เธอจึงเป็นผู้ที่ยืนอยู่ระหว่างโลกอดีตและโลกแห่งอนาคตด้วยความเข้าอกเข้าใจ ..

เธอไม่ใช่คนแก่ที่ไม่ยอมรับอะไรใหม่ๆ ลูกๆของเธอหนีเข้ากรุงเทพฯไปทำงานตามโรงงาน และ เป็นคนรับใช้ในบ้านผู้ดีมีเงิน โดยที่มีเธอและสามีต้องอยู่กันสองตายาย พร้อมๆกับหลานชายสองคนที่กำลังเติบโตขึ้นมาเป็นวัยรุ่น และ อยู่ในช่วงของการปรับตัว .. 

อนาคตของคุณยายลำดวนคือผืนนา และ อดีตของเธอที่ผ่านมาก็คือผืนนา เธอจึงทำชีวิตปัจจุบันของเธอให้เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ไม่แห้งแล้งตลอดเวลา ..

ใบหน้าและรอยยิ้มของคุณยายลำดวน จึงเป็นใบหน้าและรอยยิ้มของคนแก่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความงดงามในจิตใจ เป็นใบหน้าและรอยยิ้มของคนที่มี ความรัก และ ความเข้าใจ ในผู้อื่นเสมอ

ใบหน้าและรอยยิ้มของคุณยายลำดวน ..

เป็นใบหน้าและรอยยิ้มของชาวนาผู้ที่มีพลังศรัทธาและความหวังอันยิ่งใหญ่ ผู้ที่ไม่ย่อท้อ และ ไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตาของตน !!!

.......................................

.. ขวดแฟนต้าน้ำเขียวที่เปลี่ยนมือ กับ ผู้ดีตีนแดงตะแคงตีนเดิน..

ฤดูหนาวของปีที่ผ่านมา..

ภายหลังการเก็บเกี่ยวเกือบจะทุกๆค่ำคืน ..

คุณยายลำดวน และ ฉัน มักจะมานั่งผิงไฟสนทนาเรื่องราวสารทุกข์สุกดิบในปัญหาต่างๆของชีวิตมากมาย ทั้งเรื่องไร่นา เรื่องครอบครัว เรื่องราวอดีตประวัติศาสตร์คนแก่โบร่ำโบราณ รวมถึงเรื่องปัญหาต่างๆของชาติบ้านเมืองด้วย ..

คุณยายลำดวนมักจะนั่งหรือไม่ก็นอนบนเสื่อผืนน้อยใกล้ๆกองไฟ บางครั้งก็มีหมอนขิดใบน้อยหนุนหัวหรือบางทีเธอก็ใช้ขอนไม้หนุน ส่วนฉันก็นั่งบนขอนไม้ใหญ่ที่รอคิวทำเป็นฝืนสุมไฟ ในมือก็มักจะมีเบียร์กระป๋องที่ฉันชอบมีไว้ไล่ความเหน็บหนาวและความเหงาในทุกๆค่ำคืนมิเคยขาด..

บางคืนเราก็คุยกันจนคุณยายลำดวนเผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าจากหน้าที่การงานในไร่นาที่เธอกระทำมาทั้งวัน เธอจะรู้สึกตัวตื่นมาอีกทีประมาณไม่เกินสี่ห้าทุ่ม และ เธอก็จะกลับไปนอนที่บ้านต่อซึ่งอยู่ไม่ห่างไกลกันกับบ้านที่ฉันอาศัยอยู่นัก ..

ส่วนฉันถ้าคืนไหนไม่มีคุณยายลำดวนมานั่งคุยด้วย ฉันก็จะนั่งดื่มเบียร์ชมดาวชมจันทร์และผิงไฟไล่ความหนาวอยู่คนเดียว ฉันจะนั่งครุ่นคิดเรื่องราวต่างๆอยู่คนเดียว และ จะนั่งดื่มอยู่เช่นนั้นจนดึกดื่นค่อนคืนถึงจะเข้านอน ซึ่งเป็นภาพชีวิตประจำวันของฉันตลอดฤดูหนาวของปีที่ผ่านเลยก็ว่าได้

บรรยากาศของหมู่บ้านแห่งนี้เงียบสงบ ทั้งรุ่งเช้า กลางวัน เย็น พลบค่ำ ดึกดื่น..

ฉันได้คิดใคร่ควรเรื่องราวชีวิต เรื่องราวอะไรต่อมิอะไรมากมาย..

ภายใต้บรรยากาศอันสงบเงียบนี้ !! 

.........................................

.. ผ่านฟาร์มโคนมของชาวบ้าน ที่โคแต่ละตัวมองเราไม่เป็นมิตรเอาซะเลย..

 

วันจันทร์ ..

ฉันเดินทางมาถึงหมู่บ้านตอนประมาณบ่ายๆ ..

แดดร้อนแรง และ การเมืองท้องถิ่นของที่นี่ก็ค่อนข้างที่จะเอาเป็นเอาตายกันเลย ..

ทุกคนที่นี่วันนี้ดูเหมือนจะแตกคอกันเป็นสองกลุ่มสองพวกชัดเจน ไม่ใช่พวกพันธมิตร หรือ พวก นปก. เพราะที่นี่มีแต่พลพรรคเสื้อแดงซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ความแตกแยกของที่นี่จะเป็นเบอร์ ๑ และ เบอร์ ๒ เป็นคนเฒ่าคนแก่กับคนหนุ่มสาว เป็นเรื่องของการเลือกที่รักมักที่ชังมากกว่าการเลือกด้วยเหตุผลเพื่อการพัฒนา

มีการโจมตีกันภายหลังประกาศผล เรื่องของการซื้อเสียงกันและสัญญาว่าจะให้กันจนเป็นเรื่องโจษจันนินทากันทั้งสองฝ่าย ..

ไม่มีใครทำอะไรใครได้ ต่างฝ่ายต่างเกทับบลัฟแหลกกันและกันตลอดเดือนสองเดือนที่ผ่านมา ว่ากันว่าสุดท้ายฝ่ายมีเงินหนากว่าก็ชนะและก็เฮไป ส่วนฝ่ายแพ้ก็นั่งหน้าเศร้ากันไปตามระเบียบ !! ..

คุณยายลำดวน เธอไม่สนใจว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ ใครเป็นก็ได้แต่ขอให้ตั้งใจทำงาน และ ซื่อสัตย์ คุณยายลำดวนเธอก็ไม่ได้คาดหวังอะไร แต่ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ว่าคนในหมู่บ้านจะแตกความสามัคคีกัน ..

หลังจากฟังผลการเลือกตั้งเสร็จแล้ว เราก็มีทริปพิเศษที่จะไปเที่ยวท้องนาที่เต็มไปด้วยรวงข้าวสีทองรอเก็บเกี่ยวของคุณยายลำดวน เธอบอกว่ามีดอกดินขึ้นอยู่เต็มที่นาแปลงหนึ่ง เดี๋ยวจะพาไปถ่ายรูปและเก็บดอกดินมาใส่แจกัน ..

..................................

..ทุ่งรวงทองหลายแห่งยังรอการเก็บเกี่ยว ในขณะที่บางแห่งเก็บเกี่ยว และ สีข้าวขึ้นเล้านานแล้ว ..

 

ปีนี้ ..

คุณยายลำดวนเกี่ยวข้าวยังไม่เสร็จ เนื่องเพราะลูกสาวของเธอที่เป็นแรงงานชั้นยอดและเป็นเรี่ยวแรงแข็งขันเมื่อปีก่อนนั้นตอนนี้ไปทำงานเป็นคนรับใช้ของบ้านเศรษฐีอยู่ที่กรุงเทพฯ ปีนี้เธอและสามีจึงค่อยๆทำไปเพราะมีกันอยู่เพียงสองตายาย ..

ที่นาประมาณสิบกว่าไร่ ตอนนี้เก็บเกี่ยวไปได้ประมาณสองสามไร่แล้ว เมื่อปีที่ผ่านมาฉันจำได้ว่าคุณยายลำดวนขายข้าวเปลือกได้กิโลกรัมละ ๗ บาท แต่มาปีนี้ เสียงแว่วๆ ที่ฉันได้ยินจากถ้อยคำบ่นปนเสียงหัวเราะของแกว่า ..

"ปีนี้ขายข้าวได้ถูกเหลือเกิน โลละ ๔ บาท ใครๆก็ขาดทุน เพราะว่าปุ๋ยมันแพง ยิ่งใครมีนาเยอะทำเยอะยิ่งขาดทุนเยอะ !!" ..

..หลายผืนนาเกี่ยวข้าวมาวางเรียงราย บ้างตากเพื่อไล่ความชื้น บ้างรอขนขึ้นรถอีแต๋นเพื่อไปโรงสี ..

 

ระหว่างทางไป ..

คุณยายลำดวนแวะเข้าไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ ซึ่งตอนนี้มีงานเลี้ยงฉลองแสดงความยินดีกันอยู่ คนเกือบครึ่งหมู่บ้านมารวมกันอยู่ที่นี่ ..

คุณยายกลับออกมาอีกครั้ง ในมือถือขวดน้ำอัดลมแฟนต้าน้ำเขียว เธอบอกว่าจะเอาไปฝากคุณยายพิกุลพี่สาวของเธอที่ตอนนี้กำลังเกี่ยวข้าวอยู่ที่นา ..

เราเดินไปด้วยกันสักพัก ก่อนที่ฉันจะไปถือขวดน้ำอัดลมแทนเธอ เพราะเธอเริ่มจะเดินเซๆ เราเดินตามหลังกันไม่ห่างนัก เดินชมวิว คุยกัน และ เดินถ่ายรูปภาพไปตลอดทาง ฉันยอมรับว่าบรรยากาศโดยรอบตลอดทางไป ร่มรื่นและงดงามมาก มีเรือกสวน และ ที่นา ตลอดสองข้างทางเลย..

นึกถึงสมัยเมื่อครั้งยังเป็นเด็กๆ การเดินลุยทุ่งอย่างนี้เป็นของชอบโปรดปรานนัก ..

โตมาเป็นหนุ่มในสมัยหนึ่งฉันก็เคยออกเดินรังวัดที่นาให้ชาวบ้าน วันๆเดินวนไปวนมาร้อยสองร้อยไร่ ทำอยู่เป็นปีๆ จนตัวดำเมี่ยง เหนื่อยแสนเหนื่อยแต่ว่ามันก็มีความสุข และ ฝึกให้ร่างกายเราทรหด อดทน ..

วันนี้มาเดินตามหลังคุณยายลำดวน คอยฟังเธอเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้ฟังตลอดทาง พร้อมๆกับชี้ให้ดูที่นาแปลงนั้นแปลงนี้ ทั้งที่สวน ที่ไร่ ..

ตรงนั้นของใคร ตรงนี้ของใคร ? ใครจะขายบ้าง ใครซื้อมาจากใครบ้าง ?..

วัวตัวนั้นของใคร ? ตัวไหนบ้างเป็นลูกผสมจากบักสีโทนวัวตัวสุดท้ายของเธอที่เพิ่งขายไป ? เธอจำได้หมด !!..

คุณยายลำดวนเก็บรายละเอียดครบถ้วนทุกแปลง ทุกเรื่อง ทุกสิ่งมีชีวิต จริงๆ !!..

ไม่มีที่ดินแปลงไหนของใครที่คุณยายลำดวนเธอไม่รู้จัก และ ไม่มีใครคนไหน ที่เธอเดินผ่านไปแล้วเธอไม่ตะโกนร้องทัก ..

คุณยายลำดวนจะเดินทักทายคนนั้นคนนี้ไปตลอดทาง ..

บางครั้งเห็นเงาตะคุ่มๆฉันนึกว่าผี แต่เธอก็ตะโกนทักทาย บางครั้งได้ยินเสียงตอบบ้าง ไม่ตอบบ้าง แต่เธอก็จะทักทายทุกผู้คนที่เธอพบเจอบนเส้นทางตลอดทั้งทางไปและทางกลับของพวกเรา ..

.........................................

.. เถียงนาน้อย ที่พักกลางนา ทั้งหลบฝน หลบแดด หลับนอน และ ทำอาหาร ..

.. คุณยายพิกุล นักเดินทุ่งแห่งท้องทุ่งสัมพันธ์ พี่สาวแท้ๆคู่ซี้คุณยายลำดวนในมือเธอตอนนี้ได้รับ แฟนต้าน้ำเขียวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ..

 

เรามาถึงที่หมายใกล้ๆพลบค่ำ ..

แดดร่มลมตกดวงตะวันกำลังคล้อยลงต่ำท้องฟ้าเริ่มฉาบเงาแสงงดงาม..

เรามาเจอะเจอกับคุณยายพิกุล พี่สาวของคุณยายลำดวน กำลังนั่งพักเหนื่อยหลังจากลงสนามเกี่ยวข้าวมาตลอดทั้งวัน นี่ก็เป็นสุภาพสตรีที่น่าทึ่งอีกคน ! ไม่ยอมหยุดทำงานเลยแม้แต่วันเดียว ไม่ว่าจะหน้าแล้ง หน้าฝน หน้าหนาว คุณยายพิกุล และ คุณยายลำดวน ต้องออกมาท้องนา มานั่งอยู่ร่มไม้ หรือตามเถียงนาน้อยทุกๆวัน ..

ที่นี่มีอะไรต่อมิอะไรให้คุณยายทั้งสองคนนี้ได้ร่วมเก็บร่วมกินกันมาอย่างยาวนาน ไม่มีครั้งไหนที่คุณยายลำดวนเดินมาถึงที่นาของเธอแล้วเธอจะกลับบ้านไปด้วยสองมือเปล่า บ่อยครั้งที่เราจะเห็นปลา กบ เขียด ที่เธอจับได้ในสระน้ำที่ขุดไว้กลางนาเพื่อเลี้ยงปลาเลี้ยงกบ บางวันก็หิ้วมะพร้าวอ่อนกลับไป บางวันก็มะม่วง หรือ ไม่ก็พืชผักสวนครัวที่ปลูกอยู่เต็มรอบๆสระน้ำ..

ที่นาของคุณยายลำดวนที่เราเดินมาถึงนี้ เป็นพื้นที่นาของอีกหมู่บ้านหนึ่ง ที่อยู่ห่างกันราวๆสามกิโลเมตร ชื่อหมู่บ้านสัมพันธ์ คุณยายพิกุลและคุณยายลำดวน มีผืนนาติดๆกัน เป็นนามรดกตกทอดของปู่ของทวด แบ่งสันปันส่วนกันทำมาหากินระหว่างพี่ๆน้องๆ

คุณยายลำดวนเล่าให้ฟังถึง "บักสีโทน" วัวคู่ชีวิตตัวสุดท้ายของคอกที่เธอเพิ่งขายไปเมื่อตอนเช้า เคยมีคนตั้งราคาไว้หมื่นห้า แต่เมื่อเช้าเธอจำใจต้องขายไปในราคาแค่หนึ่งหมื่นหนึ่งพัน พร้อมกับข้อสัญญาทางใจที่ทำกับคนซื้อว่า ..

"ถ้าจะฆ่ามันก็เอาไปฆ่าไกลๆอย่าให้เห็นยังทำใจไม่ได้ !!"

เงินส่วนหนึ่งคุณยายลำดวนตัดสินใจว่าจะเอาไปดาวน์รถมอเตอร์ไซค์เพื่อใช้ขับมาที่นา เพราะตอนนี้อายุมากแล้วสังขารเริ่มจะไม่ไหว มีอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัวบ่อยๆ ในวันที่เราไปหาเธอ เราก็เอายาคลายกล้ามเนื้อ ยาบำรุงร่างกาย ยานวด ไปฝากคุณยายลำดวนและคุณยายพิกุลด้วย..

จริงๆแล้วตรงที่นาของคุณยายลำดวนที่เราสามคนเดินมานี้ จะสามารถขับรถมาตามถนนลาดยางอีกเส้นทางหนึ่งได้ ระยะทางก็ประมาณสามกิโลเมตร แต่ถ้าไม่มีรถก็ต้องเดินมาตามทางลัดทุ่งอย่างที่เราสามคนเดินกันมาวันนี้นี่แหละ ..

ปกติเวลามาบ้านคุณยายพิกุลเราก็จะขับรถยนต์มากัน พอมาถึงจะลงไปที่นาเราก็ขับรถเข้าไป ภาพอะไรต่อมิอะไรเราก็ไม่ค่อยได้เห็น เต็มที่ก็จะมีแต่สวนคุณยายพิกุล ที่เมื่อประมาณเดือนเมษายน ฉันมาเก็บมะไฟไปได้ตะกร้าใหญ่ๆนั่นแหละ..

ต้องยอมรับว่าทางลัดทุ่งเล่นเอาเหนื่อยหอบเหมือนกัน และ ยิ่งหากเป็นคนสูงวัยแต่หัวใจแกร่งอย่างคุณยายลำดวนด้วย ยิ่งน่าเป็นห่วง ฉันสนับสนุนให้เธอดาวน์รถมอเตอร์ไซค์มาไว้ใช้ ลูกสาวลูกชายคงช่วยค่าผ่อนได้ เพราะอย่างไรเสียเธอก็ต้องเดินทางมาที่นาของเธออย่างนี้ทุกๆวันไม่เคยหยุด และ ไม่มีใครห้ามปรามเธอได้ด้วย..

..เราเดินไปปะกับหนูน้อยเจ้าถิ่น ดูแววตาน้องเค้าก็รู้ว่า ..คงไม่เคยเห็นคนหล่อ และ หน้าแปลกเช่นนี้มาก่อน !!..

..ต้นไม้ยืนต้นใหญ่ ที่สูงตะหง่านกลางนา สิริมงคลตกทอดมาจากสมัยปู่ทวด ..

 

..ดอกหญ้างาม ดอกดิน แม้จะเกิดท่ามกลางกลิ่นโคลนตม ทว่า เธอก็งดงาม..

 

คุณยายลำดวนพาเราไปตรงที่ๆมีดอกดินขึ้นเยอะๆ ..

เธอเองเรียกดอกหญ้าอันแสนงดงามเหล่านี้ว่า "ดอกขี้กลาก" ..

เราก็เลยจัดแจงให้เธอถ่ายรูปกับ "ดอกขี้กลาก" ของเธอไปเสียหลายรูป ..พร้อมสัญญากับเธอว่าจะอัดเป็นรูปภาพฝากคนนำมาให้เธอภายในสัปดาห์หน้า..

คุณยายพิกุลได้รับแฟนต้าน้ำเขียวจากคุณยายลำดวนแล้วก็เปิดดื่มทันที ก่อนจะชี้ไม้ชี้มือไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง แล้วบอกให้พวกเราถ่ายภาพเก็บไว้ด้วย ..

"ต้นไม้ต้นนี้อายุยืนยาวนานหลายปี มีมาตั้งแต่สมัยทวดสมัยปู่ยังเป็นเด็กๆ หากจะนับย้อนไปก็คงจะเป็นร้อยปีขึ้น "..

คุณยายพิกุลบอกชีวประวัติคร่าวๆของไม้ยืนต้นต้นหนึ่ง ที่หากเรามองผิวเผินเราก็จะไม่เห็นคุณค่าใดๆ นอกจากมันเป็นต้นไม้ต้นหนึ่งที่เกิดและยืนต้นตะหง่านอยู่กลางนา ทำร่มทำเงาอะไรก็ไม่ได้เพราะมันแทงกิ่งก้านแห้งเป็นยอดสูงไม่แผ่ปกคลุมกว้างออกไปเหมือนต้นฉำฉา หรือ ต้นไผ่ ..

ทว่า ..หากนับคุณค่าทางจิตใจและนับคุณค่าในเรื่องของความเชือความศรัทธาแล้ว สองพี่น้องสุภาพสตรีคู่หูดูโอหญิงแกร่งแห่งท้องทุ่งคู่นี้ เธอทั้งสองต่างคนต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ..

"ต้นไม้ต้นนี้ คือ ต้นไม้มงคลของผืนแผ่นดิน เป็นเสมือนบรรพบุรุษสำคัญ ผู้ให้ความคุ้มครองปกปักรักษาผืนนาให้คงความอุดมสมบูรณ์ตลอดมา" ..

..............

.. ดอกดินพวกนี้ ชาวนามองไม่เห็นคุณค่าใดๆเพราะพบเจอมันทุกวัน ทว่า คนห่างไกลกลับรู้สึกว่ามันงดงามยิ่งนัก ..

..ไปเก็บดอกดิน หรือ ดอกขี้กลากของคุณยายลำดวนกันดีกว่าครับ ..

เราพากันเดินเก็บดอกดิน ..

ซึ่งฉันตั้งใจว่าจะนำมาใส่แจกันหรือไม่ก็ปลูกไว้ในโอ่งใบเล็กหน้าร้าน ..

คุณยายลำดวนนำหน้าขบวนเดินเก็บ ก่อนจะสาธยายว่าต้นไหนสวยเก็บได้ ต้นไหนไม่สวยไม่ต้องเก็บ เราเดินก้มๆเงยๆ ดึงกอดอกหญ้าขี้กลากของคุณยายลำดวนอย่างสนุกสนาน คุยกันไปมาในหลายๆเรื่อง พร้อมๆกับถ่ายรูปมุมต่างๆเก็บไว้ ..

คุณยายลำดวนเล่าถึงเรื่องความกลัดกลุ้มในเรื่องค่าสินสอดทองหมั้นของลูกชายคนสุดท้อง ที่เมื่อประมาณต้นปีที่ผ่านมานี้เธอไปสู่ขอให้ที่เมืองเลย ..

ทุกคนต่างก็คาดหวังกันไปต่างๆนานา แม้แต่ผืนนาผืนนี้ก็คาดหวังว่าจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง รวมถึง "บักสีโทน" วัวตัวโปรด พ่อพันธุ์ตัวสุดท้าย ที่ถูกขายทิ้งไป ..

นี่ก็จวนเวลากำหนดหมั้นหมายวันแต่งกันแล้ว แต่ว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนก็ยังไม่สามารถเก็บเงินทองพอที่จะไปขอสาวได้ ดูแววตาของคุณยายลำดวนแล้วเห็นทีจะต้องมีการเดินทางไปเจรจากันใหม่อีกครั้งเป็นแน่แท้ ..

ต้นปีที่ผ่านมาฉันก็เคยเดินทางไปที่อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย กับคุณยายลำดวนมาแล้ว คราวนั้นเราไปกันสองคันรถปิกอัพหนึ่งรถเก๋ง ไปถึงก็ไปนั่งต่อรองราคากันน่าดูชม เหมือนต่อหมูต่อผักในตลาด..

หากลูกชายเราไปขอลูกสาวเขาเราต้องต่อรองราคาให้หนัก หากใครมาขอลูกสาวเราเราก็เรียกให้แหลกลาญไปเลยประมาณนั้น !!..

วันนั้นเหตุการณ์ต่างๆผ่านไปด้วยดี ใบหน้าของทุกคนที่ไปฉาบอาบไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข หนุ่มสาวที่หมั้นหมายหวังแต่งงานครองคู่กันต่างมีแววตาแห่งความรักและความหวังอันแสนสดใส ..

จากภาพวันนั้น มาถึงภาพชีวิตวันนี้ ..

แม้อุปสรรคต่างๆในชีวิตของคุณยายลำดวนจะยังคงมีอยู่มากมาย ทว่า เพื่อความสุขของลูกชายสุดที่รักแล้ว ฉันเชื่อว่าอย่างไรเสียคุณยายลำดวนก็ต้องดิ้นรนหาค่าสินสอดให้ลูกชายได้แต่งเมียจนได้ ..

บางทีอาจจะถึงขั้นระดมทุนลงขันกันในหมู่ญาติพี่น้องเลยทีเดียว !!

..ตะวันเริ่มจะลาลับขอบฟ้า สกุณาบินกลับรวงรัง ลมหนาวเริ่มพัดมาเย็นๆ ทิวเขา และ บรรยากาศโดยรอบในยามนี้ ..ช่างเงียบสงบ !!..

 

.. เดินเด็ดไปคุยกันไปสารพัดเรื่องประสาเพื่อนซี้ต่างวัย ..

..ระวัง อย่าเด็ดดอกขี้กลากเน่าๆไปนะ เอาต้นงามๆจะได้อยู่นานๆ..

 

เรื่องราวในจิตใจของคุณยายลำดวน ..

ในตอนนี้ฉันมองว่าเรื่องแต่งงานของลูกชายคนเล็กคนนี้ของเธอน่าจะเป็นหนึ่งความฝันอันสูงสุดของเธอก็ว่าได้ ..

เธอมีลูกสามคน ชายสองหญิงหนึ่ง สองคนก่อนหน้านี้ออกเรือนไปหมดและมีลูกโตกันหมดแล้ว ส่วนลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้ เพิ่งบวชทดแทนบุญคุณเธอมาเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง เป็นคนที่เธอรักปานดวงใจ หากภาระหน้าที่ของคนเป็นแม่ครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีฉันเชื่อว่าคุณยายลำดวนเธอคงมีความสุขมากมายเลยทีเดียว ..

แม้ว่ามันอาจจะต้องแลกมาด้วยภาระหนี้สินที่เพิ่มมากขึ้น หรือว่า ที่ทางมรดกบางแห่งอาจจะต้องหลุดหายไปก็ตามที ..

แม้ว่าปีนี้ข้าวที่จะขายจะไม่ได้ราคาดี ..เงินเก็บที่เคยมีจะร่อยหรอหมดไป ..

แม้ว่าหนี้สินที่ค้างชำระอยู่ยังไม่มีเงินพอจะไปชำระจ่าย ที่ดินอีกมากมายที่นำไปจำนองทิ้งไว้ยังไม่สามารถหาเงินไปไถ่ถอนคืนมาได้ ..

แม้ว่าวัวตัวสุดท้ายในชีวิตที่มีก็ถูกนำไปแปรรูปเป็นเงินก้อน และ กำลังจะแปรเงินก้อนไปเป็นมอเตอร์ไซค์คันใหม่..

ทว่า ..ในจิตวิญญาณของคนเป็นแม่ ที่รักลูกสุดชีวิต เชื่อได้เลยว่าคุณยายลำดวนก็คงจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกชายของเธอสมหวังในความรักให้ได้ !!.. 

.. เหนื่อยล่ะ กลับกันดีกว่าครับ ..

..ใครบางคนเดินนำลิ่วไม่รอใครเลย ..

.. ผ่านฉำฉาที่ถูกโค่น มองเห็นเป็นภาพชีวิตอีกแง่มุมหนึ่ง ..

เราเดินทางกลับกันตอนโพล้เพล้สุดๆ..

เดินตามรอยทางและแสงดาวที่ขึ้นมาแต่หัวค่ำ ..

คุณยายลำดวนเรียกดาวพวกนี้ว่า "ดาวงัวซัง" ..แปลว่า ดาววัวเกลียด นั่นแหละ ..

เธอไม่รู้ว่ามันคือดาวอะไรกันแน่ ดาวที่นี่มันเยอะแยะไปหมด จำไม่หวาดไม่ไหว ตั้งแต่เล็กๆจนแก่เฒ่า ชื่อที่เรียกๆอยู่นี้ก็เป็นชื่อเรียกบอกต่อๆกันมาอีกที ..

เธอบอกว่าปีไหนดาวประจำเมืองมีแสงประกายสดใส ปีนั้นเศรษฐกิจหรือชีวิตอะไรมันก็ดีไปหมด ปีนี้ดาวประจำเมืองดูมีแสงสีหม่นๆ ดูเศร้าๆ เลยทำให้อะไรต่อมิอะไรในบ้านเมืองเรามันวุ่นวายไปหมด..

เราแวะส่งคุณยายพิกุลที่บ้าน แล้วเราก็เดินต่อมาบนถนนลาดยางทางหลวงสายชนบท มองดูทิวเขาที่ทอดตัวยาวเป็นเงาทะมึนอยู่ไกลๆตรงสุดปลายนาที่เราเดินผ่าน มองเห็นแนวต้นไม้ มองเห็นเรือกสวนอันงดงาม และ ชีวิตยามเย็นของชาวไร่ชาวนา ที่กลับมาจากการกรำงานหนักทั้งวัน ..

เสียงพูดคุยทักทายยังเป็นจุดเด่นของคุณยายลำดวน หากนับตั้งแต่จุดสตาร์ทที่เราออกเดินทางมาจนวกกลับมาถึงบ้านของเรา นับได้ก็ร่วมๆสิบกิโลเมตร ใครบางคนเริ่มเดินขาลาก ทว่า คุณยายลำดวนยังไม่หยุดการสนทนา ..

.. ไม่ได้โม้ เพราะที่นี่สวยจริง ๆ ภาพที่เห็นคือไร่มันระหว่างทางกลับ ..

 

.. ฟ้างาม ยามตะวันลับ ณ หัวไร่ปลายนา ..

.. ลาก่อนตะวัน รุ่งสาง ณ วันพรุ่ง เราค่อยมาเจอะเจอกันใหม่ ..

ถนนสายนี้นานๆรถจะผ่านมาสักคัน ..

เราเดินไปตามแสงของดวงดาวที่ส่องนำทาง มีปลายทางเป็นแสงระยิบระยับของไฟถนนอยู่ไกลๆ ..

บทสนทนาก็มีต่อไปเรื่อยๆ และ สรุปว่าคืนนี้จะไปทานต้มไก่และทำส้มตำทานกันที่บ้านของคุณยายลำดวน ..

ฉันแวะซื้อเบียร์กระป๋องที่ร้านค้าหมู่บ้านก่อนเดินกลับไปนอนดื่มแก้เมื่อยที่เปลยวนใต้ร่มไม้หน้าบ้าน เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้สึกตัวอีกทีคนใกล้ตัวเดินมาปลุก บอกว่าคุณยายลำดวนเรียกให้ไปตำส้มตำ ..

ในครัวมีถาดใส่มะละกอสับวางไว้รอท่าอยู่แล้ว ฉันละเลงพริกสดและพริกแห้งลงไปร่วมๆยี่สิบกว่าเม็ด มันเป็นส้มตำครกใหญ่และทรงเครื่องมาก ทานกันหลายคน มีต้มไก่หม้อใหญ่ฝีมือหลานชายของคุณยายลำดวน ผักแกล้มที่เก็บมาจากริมรั้ว หมูย่าง ปลาทอด ครบครัน บอกได้คำเดียวว่า ..

"แซ่บหลายเด้อ !!" 

.. เห็นเป็นประกายแสงวับๆ นั่นแหละ ดาวงัวซัง ของคุณยายลำดวน ..

 

................................

บ๊ายบาย โชคดี มีความสุขกันทุกๆคนนะครับ

วินเซนต์

ขอนแก่น

๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ..

...................................



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
lanthom วันที่ : 30/12/2008 เวลา : 19.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lanthom

ขนาดไม่ได้ใส่เสื้อแดง .. วัวก็ยังจะไล่ชน :P

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
lanthom วันที่ : 30/12/2008 เวลา : 19.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lanthom

ขนาดไม่ได้ใส่เสื้อแดง .. วัวก็ยังจะไล่ชน :P

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
redribbons07 วันที่ : 20/11/2008 เวลา : 11.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ชื่นชมกับเรื่องราวของคุณยายลำดวนผู้เป็นนักสู้

ชีวิต และอารมณ์ดีค่ะ


ดอกดินสวยงามในความรู้สึกค่ะ




1+สำหรับเรื่องราวดี ๆ ค่ะ







ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 20/11/2008 เวลา : 10.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

เมื่อยขนาดเลย
กั่วสิอ่านจบ
โอ้ย....
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นพลังบางอย่างกระคุ้นเตือนฉัน
พ่อแม่ที่รอฉันอยู่ที่บ้านเกิด
ปลายปีนี้ฉันสัญญากับท่านไว้
จะพาหลานชายตัวน้อบจอมซน
กลับไปกราบท่าน
รอก่อนนะอีพ่ออีแม่
ปลายปีกะพ้อกันแล้ว

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เรือนข้าหลวง วันที่ : 20/11/2008 เวลา : 05.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/banklangtung

อยากไปเยี่ยมดอกดิน
ที่ร้านหนังสือ
เมืองขอนแก่น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
BlueHill วันที่ : 19/11/2008 เวลา : 17.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

งดงามทั้งเรื่องและภาพครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
tatuk วันที่ : 19/11/2008 เวลา : 14.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tatuk
เรานี่แหละ ผู้ปกป้องชาติและราชบัลลังก์! 

โอย...อ่านจนเมื่อยยาย เอ๊ย...เมื่อยตา
สัมผัสกลิ่นไอท้องทุ่งยามเกี่ยวข้าวได้เต็มๆ
คุ้มค่าอีหลีเด้อ
เฮ็ดให้ข้อยคึดฮอดบ้านหลายเด้...



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน