*/
  • vincentoldbook
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mycompatriot_thailand@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-25
  • จำนวนเรื่อง : 160
  • จำนวนผู้ชม : 332035
  • จำนวนผู้โหวต : 279
  • ส่ง msg :
  • โหวต 279 คน
Besame Macho

Besame Macho By Cesaria Evora _Latin Music

View All
<< มิถุนายน 2009 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน 2552
Posted by vincentoldbook , ผู้อ่าน : 1842 , 15:35:57 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

 

นั่งจับแดดตรงที่แดดจับ ..สุนทรียภาพเล็กๆในงานหนังสือ ฅน ต้นไม้ ณ ศาลหลักเมืองขอนแก่น..

 

นั่งจับแดดตรงที่แดดจับ ..

จ้องมองเงาแวววาวระยับที่กำลังจะลาลับกลีบเมฆ ..

ย่ำโพล้เพล้ ที่ไอแดดแผดกล้าเริ่มซาอ่อน ริ้วขบวนแสงหลบลู่หายวับเข้ากับกลุ่มเมฆฝน หัวงใจไหวเอนและโบกโบยพลิ้วปลิวกระจายหายไปท่ามหว่างสายลมทิศตะวันตกพัดผ่านมา..

สัมผัสรับสายลมเย็นๆที่พัดวกวนวนเวียนอยู่รอบๆกาย มันค่อยๆเคลื่อนตัวผ่านลงมาจากยอดใบไม้สูง คล้อยต่ำลงๆจนมาเรี่ยไรอยู่ปลายยอดหญ้าอ่อน ทำเอาขนยาวๆสีน้ำตาลของใครบางตัว ? ที่กำลังหลับปุ๋ยอย่างสบายอุราอยู่ให้เอนลู่ไหวตาม..

เกลียวลมหมุนตัวเป็นเกลียวคลื่นฝุ่นย่อมๆที่พัดเศษใบหญ้าและใบไม้แห้งชิ้นเล็กชิ้นน้อยให้ปลิวคว้างหมุนอยู่เบื้องล่าง ตรงใต้โต๊ะยาว ตรงใต้เก้าอี้สีขาว เศษซากที่กระจัดกระจายของใบไม้แห้งเกาะติดอยู่ตามกระเป๋า เป้ และ กล่องกระดาษที่ใช้ใส่หนังสือ ..

...........................

"หนังสือ ฅน ต้นไม้" ..

กิจกรรมสุนทรีย์เล็กๆ ถูกจัดขึ้น ณ ลานศาลหลักเมือง โดยกลุ่มคนหนุ่มสาวที่มีพลังสร้างสรรค์..

งานอาจจะได้ผลตอบลัพธ์จากภาคประชาชนในปริมาณที่บางเบา หากเทียบกับอาร์ตเลน หรือ บุญคูนเมือง ที่ผ่านมา..ทว่า นี่คือก้าวแรกเพื่อมีก้าวต่อ ก้าวต่อเพื่อไปให้ถึงความฝัน !!..

ความฝันของคนหนุ่มสาวกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่ง ที่ด้วยมุมมองความคิดและพฤติกรรมลักษณะแล้วย่อมไม่ได้หลุดออกมาจากแคตตาล็อกสินค้าแฟชั่นตามสมัยนิยมแน่ๆ ..

หากแต่ว่าพวกเขาเหล่านี้คือคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่มีพลังไฟฝัน มีความมุ่งมาดปรารถนาใคร่อยากเห็นบรรยากาศแห่งเมืองที่พวกเขาร่วมอยู่อาศัย มีกิจกรรมที่สร้างสรรค์ มีงานมหกรรมการเรียนรู้ที่ประเทืองปัญญา ที่ให้ความสนุทรีย์ทางอารมณ์ หลากล้นด้วยแง่คิด และ คุณค่าทางศิลปะ ..

เป็นเมืองที่มีวิวัฒนาการและมีการเจริญเติบโตทางสติปัญญาของผู้คน มีการบ่มเพาะ และ มีการแลกเปลี่ยนในทุกๆศิลปะการแสดง มีอะไรต่อมิอะไรที่มากมายกว่าการเปิดเวทีแสดงโดยใช้หลักการดึงดูดผู้ร่วมงานด้วยกระแสแฟชั่นนิยม หรือ นักร้อง นักแสดง ซึ่งมักจะไม่มีอะไรตกตะกอนหลงเหลือออกมาให้เห็นมากนักนอกจากขี้เลื่อยกองสองกอง..

หลากรสหลากหลายกิจกรรมที่เตรียมพร้อมไว้สำหรับบริการผู้ที่มาร่วมงาน ทั้งร้านหนังสือที่เรียนเชิญมาจากหลากหลายสำนักพิมพ์ วงสนทนาและงานประกวดบอนไซไม้แปลก ที่ต่างก็มีหลากความงดงามและหลากความน่าฉงนฉงาย ..

เต็นท์ตรวจสุขภาพถูกจัดขึ้นเพื่อให้สอดรับกับวันงดสูบบุหรี่ วงดนตรีเยาวชนคนหนุ่มสาวที่ไม่เดินตามแนวเพลงกระแสนิยม ก็มีมาคอยเขย่าบรรเลงความมันส์ให้ได้สดับเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนในยามค่ำคืนมากมายหลายวง ..

................................

 

 

เวทีเสวนาของนักเขียน..

ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายตรงลานกลางแจ้งในยามที่แดดร่มลมตก สโมสรนักเขียนอีสานเป็นแม่งานหลักในการนำเสนอ มีนักเขียนรางวัลซีไรต์อย่าง คุณไพวรินทร์ ขาวงาม มาร่วมในวงเสวนาเล็กๆครั้งนี้ด้วย .. 

หัวข้อในวงเสวนาแลกเปลี่ยน อ่านเพื่ออะไร ..อ่านแล้วได้อะไร? อาจจะฟังดูเดิมๆฟังดูผิวเผิน ไม่ลุ่มลึกอันใดมากมายนัก ทว่า มันก็เรียบๆง่ายๆคล้ายๆกันกับ การขึ้นต้นบทสนทนาทั่วไปของมนุษย์เรานั่นแหละ ที่มักจะเอ่ยคำทักทายคำแรกๆ ซ้ำๆเดิมๆในทุกๆวัน ..

รุ่งเช้ามาก็ทักทายอรุณสวัสดิ์ ไตร่ถามสารทุกข์สุขดิบกันไปมาประเภทว่า.. สบายดีไหม? ทานข้าวหรือยัง? อะไรนั่นแหละ..

ในแต่ละวันกว่ามนุษย์เราจะได้เริ่มต้นบทสนทนาแลกเปลี่ยนยาวๆ ประเภทว่า ชีวิตคุณเป็นอย่างไรบ้าง? ชีวิตของฉันเป็นเช่นนี้แหละ !!คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ..ฉันคิดของฉันเช่นนี้แหละ !เราก็จำต้องผ่านบททักทายกัน ไตร่ถามทุกข์สุขกันอยู่นานพอสมควรเหมือนกัน ..

หัวข้อคำถามที่บ่งบอกถึงความห่วงใยแห่งมิตรไมตรีเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นคำถามเพื่อปูทางสู่คำตอบใดคำตอบหนึ่งเพื่อต่อยอดไปถึงการขุดคุ้ยและการเสวนาที่ลุ่มลึกมากยิ่งขึ้นในวันใดวันหนึ่งข้างหน้า ของการจัดกิจกรรมในครั้งต่อๆไป ..

.....................................

 

ในงาน "หนังสือ ฅน ต้นไม้" ครั้งนี้..

มีอีกกิจกรรมหนึ่งที่จะไม่กล่าวถึงเลยไม่ได้ ก็คือ การทำเวิร์คช็อปศิลปะ ที่ถูกจัดขึ้นตรงลานสนามหญ้าเล็กๆด้านหน้าศาลหลักเมือง มีการจัดเวทีเล็กๆสำหรับการแสดงของเด็กๆ มีเต็นท์หนังสือของร้านวงน้ำชาขอนแก่น ที่เปิดให้บริการไปพร้อมๆกับเครื่องดื่ม ชา เสื้อผ้า ของที่ระลึก เต็นท์ร้านหนังสือกลิ่นวรรณกรรมของฉันเอง ก็มาตั้งอยู่ใกล้ๆภายในบริเวณเต็นท์เดียวกันนี้ ..

บริเวณนี้ฉันได้มีโอกาสนั่งมองดูเด็กๆล้อมวงวาดภาพ มองดูคนใกล้ตัวที่ไปนั่งกลมกลืนกับเด็กเพื่อเรียนรู้งานศิลปะ มองดูวิทยากรหนุ่มรุ่นน้องสองคนที่ขะมักเขม้นและเอาจริงเอาจังกับงานที่ตนรับผิดชอบดูแล ..

มองเห็นความสนุกสนาน มองเห็นความตั้งอกตั้งใจ และ มองเห็นความสนอกสนใจ ของผู้ที่มาร่วมกิจกรรมแล้ว ฉันเองก็รู้สึกและมองเห็นได้ถึงความสุขเล็กๆความสุขหนึ่งที่ล่องลอยอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลไปจากตัวฉัน ..

มันวนเวียนพัดผ่านมาจากห้วงความทรงจำวัยเด็ก ผ่านกล่องสีน้ำกล่องแรกและสมุดวาดภาพที่แม่ซื้อให้ ผ่านพู่กันเบอร์เดียวที่ฉันมีและใช้มันตวัดเสร็จสรรพได้ทุกภาพและส่งงานคุณครูได้ทุกชิ้นการบ้าน..

....................................

ร้านหนังสือกลิ่นวรรณกรรมของเรา ..

ได้รับเชิญให้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานครั้งนี้ด้วย เนื้อที่ของบูทหนังสือที่เราได้รับแบ่งปันมา มีพื้นที่มากพอที่จะให้เราวางหนังสือได้หลายร้อยเล่ม ..

หนังสือส่วนหนึ่งเป็นหนังสือที่ฉันวางขายอยู่ที่ร้านและเคยนำมาจำหน่ายในงานอาร์ตเลนที่ผ่านมา หนังสืออีกส่วนหนึ่งเป็นหนังสือที่จัดหามาใหม่เพื่อเพิ่มเติมในงานนี้โดยเฉพาะ มีทั้งงานก้าวหน้า งานฝ่ายซ้าย มีทั้งงานประวัติศาสตร์พงศาวดารราชวงศ์ วรรณกรรมที่หลากหลายกลุ่ม หลากหลายประเภท และ งานการเมือง อีกมากมายไว้บริการผู้ที่สนใจ..

แม้ว่าปริมาณผู้มาร่วมงานในครั้งนี้จะบางเบากว่าอาร์ตเลน หรือ บุญคูนเมือง ทว่า ทางร้านเราก็ได้ผลตอบลัพธ์กลับมาเป็นที่น่าพอใจในระดับที่ดี เป็นสองวันที่ไม่ได้สูญเสียเวลาไปเปล่าๆ แต่กลับมีบางสิ่งบางอย่างเก็บกลับมาเป็นแรงบันดาลใจ..

นักเขียนก็เสมือนหนึ่งนักอ่าน ที่ต้องตอบคำถามของตนและคนอ่าน โดยการค้นหาเอาคำถามและคำตอบมาเรียงร้อยต่อกันไว้ให้เป็นเล่ม นักอ่านก็เสมือนหนึ่งนักเขียน ที่แสวงหาอ่านงานเขียนเล่มแล้วเล่มเล่าเพื่อบอกเล่าความเข้าใจของตนต่อโลกที่อาศัยอยู่ ..

เฉกเช่นเดียวกัน ..พ่อค้าขายหนังสือ จำต้องเป็นได้ และ มีความสุขได้ เสมือนหนึ่งเป็นนักเขียนและนักอ่านเอง เพื่อเชื่อมร้อยนักเขียนและนักอ่านให้เข้าถึงกัน ..

หากพ่อค้าหนังสือไม่เป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งทั้งนักเขียนและนักอ่าน เป็นเพียงนักธุรกิจที่อยากทำร้านหนังสือ ส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดอุปสรรคปัญหาทางใจและทางกระเป๋าสตางค์ พ่อค้าหนังสือลักษณะนี้มักจะไปไม่รอดในสังคมไทยที่มีปริมาณคนอ่านหนังสือน้อยนิดกระปิดกระปอยพอๆกับเยี่ยวหมาหยอด..

ช่วงปีสองปีมานี้..

ฉันปรับตัวเข้ากับคอนเซ็ปต์นี้ได้ค่อนข้างจะลงตัวดี ทำให้ทุกๆครั้งที่ฉันและเธอคนใกล้ตัวใกล้ใจได้มีโอกาสออกงานลักษณะนี้คราวใด เราก็มีความสุขและมีเรื่องราวประสบการณ์ดีๆกลับมาทุกที เธอได้ผ่อนพักจากการงานเคร่งเครียดที่โรงพยาบาลมาคอยช่วยขายหนังสือ เดินชมงาน และ เก็บภาพสวยๆไว้เป็นที่ระลึก ส่วนฉันก็ได้พบปะพูดคุยกับผู้คน นักเขียน นักอ่าน นักอยากเขียน มากมายที่เดินเข้ามาที่แผงหนังสือ..

"เจ้ากาแฟ" ลูกหมาคอกเกอร์สีน้ำตาล สมาชิกตัวใหม่ในครอบครัวเรามันก็ดูจะมีความสุข มันสนุกที่ได้วิ่ง ได้เกลือกกลิ้งสนามหญ้า ได้เห่าทักทายผู้คน ที่สำคัญในงานนี้มันได้เพื่อนวิ่งไล่ฟัดตัวใหม่อย่าง "เจ้าเอ็นดู" สุนัขดุพันธุ์บูลเทอเรียด้วย เล่นเอากลับถึงบ้านหลับเป็นตาย..

..............................

 

งานค่อยๆปิดฉากลง..

พร้อมกับพระจันทร์เสี้ยวที่ลอยเด่นอยู่ฟากฟ้าราตรี ..

บทสนทนาบนโต๊ะน้ำชากับลุงเปี๊ยกแห่งกระท่อมบรรพชน ค่อยๆกลายสภาพมาเป็นโต๊ะร่ำสุราเล็กๆ ที่มีเบียร์กระป๋องและเบียร์ขวดเล็กๆวางอยู่เต็มโต๊ะโดยมิรู้สึกตัว ..

ลุงเปี๊ยกผู้เฒ่านักสู้อาวุโสแห่งกระท่อมบรรพชนขอนแก่น อยู่ในชุดเสื้อผ้าที่เราคุ้นตากันดี เสื้อกั๊กสีเขียวตัวเก่งสวมทับเสื้อเชิ้ตแขนยาว สวมหมวกไบเล่คู่ใจ สะพานย่ามที่เต็มไปด้วยเอกสารและหนังสือที่มักมีคำกลอนหรือแง่คมแง่คิดดีๆไว้แจกจ่ายให้แก่บุคคลทั่วๆไป ..

หัวข้อสนทนาเริ่มเข้มข้นที่ละนิดๆ แปลกดีเหมือนกันนี่เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสคุยกับลุงจริงๆจัง ..

มุมมองความคิดที่เกี่ยวกับ การเมือง ปรัชญา ศาสนา และ สถานการณ์ของสังคมไทยปัจจุบัน ถูกเล่าผ่านปากคำผู้เฒ่าที่ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราขาวโพลนยาวรกรุงรัง ..

ลุงเปี๊ยกกำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารมื้อเย็น และ เบียร์ พร้อมๆกับยาเส้นที่พันและจุดสูบตบท้าย..

"ทุนนิยมมันกำลังจะตาย" ..แกว่า

"แต่มันไม่ได้แพ้เพราะไอ้สังคมนิยมชนะมันหรอกนะ ..มันตายเพราะมันกัดกันเอง !!" ..

แกสำทับพร้อมๆกับกระดกเบียร์จิบ ..

 

 

สารพัดเรื่องราวที่เล่าผ่านประสบการณ์การต่อสู้ของเฒ่านักสู้เพื่อประชาชนคนนี้ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งมุมมองใหญ่ๆที่สามารถทะลุต่อยอดเป็น..ความคิดและการกระทำอันใหญ่ยิ่งได้ !..

ในความเห็นของฉัน ไม่มีความเห็นใดเกี่ยวกับสังคมนิยม เกี่ยวกับคอมมิวนิสต์ ที่น่าให้ความสำคัญและมีคุณค่าพอเพียงต่อการรับฟัง เท่ากับปากคำของผู้ที่คร่ำหวอดอยู่กับมัน ต่อสู้เพื่อมันและปฏิบัติอยู่กับมันมาทั้งชีวิตอย่างบุคคลเฉกเช่นเดียวกันกับลุงเปี๊ยกอีกแล้ว ..

ในเมืองไทยเราตอนนี้นับหัวแล้วมีน้อยมากๆ ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นพวกเจ้าทฤษฎี เจ้าคัมภีร์บ้าๆบอๆ ที่เข้ามาล่อกันนัวเนียอยู่ตามเว็บบอร์ดนั่นแหละ และ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกนักสู้ขี้ข้าทุนแอบแฝงมาทั้งนั้น..หานักปฏิบัติ หรือ นักสู้เพื่อประชาชนจริงๆได้ยากยิ่ง !

หมดเบียร์ไประหว่างสนทนาคนละ ๑ กระป๋อง และ ๑ ขวดเล็ก ในระยะเวลาไม่ยาวไม่นาน ทว่า มีคุณค่า ..

คนใกล้ตัวฉันเธอค่อยๆทยอยเก็บหนังสือเข้ากล่อง ฉันกลับไปช่วยเธอเก็บ และ แยกเจ้ากาแฟกับเจ้าเอ็นดูออกจากกัน หลังจากที่มันสั่งลากันด้วยบทโหด เจ้าเอ็นดูงับหูกาแฟ ส่วนเจ้ากาแฟก็งับคอเอ็นดู พร้อมๆกับข่วนปลายจมูกเป็นรอยบากเล็กๆอีกรอยไว้เป็นที่ระลึกด้วย..

หมากัดกัน ..แค่เอาน้ำสาดก็แยกขาด ไม่มีอะไรมาก เปียกปอนกันไป เจ้าเอ็นดูยังคาใจอยู่เพราะมีกำลังวังชาเหนือกว่าแต่ต้องบาดเจ็บและมีรอยแผล ส่วนเจ้ากาแฟ เห่าอย่างเดียวจนคนรอบข้างแสบแก้วหูไปหมด..

ลุงผ่านไปที่เต็นท์ร้านหนังสือของเรา เพื่อทักทายอำลาและเดินทางกลับ ฉันหยิบหนังสือภาษาอังกฤษที่ลุงสนใจเมื่อวานนี้ใส่ถุงให้ ..

"ไม่ต้องจ่ายเงินนะลุง แต่ถ้าว่างก็ช่วยแปลให้ได้อ่านหน่อย" ..ฉันบอก

"ถ้าเอ็งจะให้ข้าแปล เอ็งต้องมาทำงานแทนข้าทั้งหมด ต้องใช้เวลาจิตว่างๆสักเดือนสองเดือนโน้นแหละ " ..ลุงพูดยิ้มๆ ..

ไม่มีใครรู้หรอกว่า..ลุงทำอะไรบ้าง ?..กระท่อมบรรพชน วิถีชีวิตชุมชน ที่ตอนนี้ลุงมีกิจกรรมต้มยาสมุนไพรให้แก่ผู้สนใจที่ผ่านไปผ่านมา และ กิจกรรมดนตรี กวี เพื่อการบ่มเพาะทุกๆวันเสาร์ตรงสวนดอกคูณ บึงแก่นนคร ..มีเฉพาะผู้มีใจและอุดมการณ์เท่านั้นที่จะมองเห็น ..

"กิจกรรมเหล่านี้มันก็มีทั้งคนชมและคนติ คนที่เข้าใจและไม่เข้าใจ" ..ลุงว่า

..................................

รถยนต์ค่อยๆเคลื่อนตัวออก..

มันแน่นและหนักอึ้งไปด้วยกล่องหนังสือ มีสมาชิกเพื่อนรุ่นน้อง รุ่นพี่ เดินทางกลับพร้อมเราสองคน รถแล่นผ่านตัวเมืองที่เงียบเหงา ร้านรวงที่ปิดลง และ ร้านเหล้าที่มีอยู่เกลื่อนกลาดล้วนบางตาไปในเรื่องของจำนวนลูกค้า เศรษฐกิจมันแย่ อะไรๆมันก็ดูแย่กันไปหมดทั้งแผ่นดิน ..

"งานแบบนี้น่าจะมีทุกเดือนนะ" ..

แว่วเสียงของคนใกล้ตัวที่เอ่ยกับฉันเมื่อช่วงบ่ายของวัน..วนเวียนเข้ามาในห้วงคำนึง ..

ฉันมองหาคำตอบเล็กๆในใจ งานสุนทรีย์เล็กๆ งานศิลปะต่อเนื่อง เป็นสิ่งที่ผู้บริหารเมืองใหญ่อย่างเมืองๆนี้ต้องเก็บกลับไปคิดทำเป็นการบ้านเร่งด่วนที่สุด..

ห้างยักษ์ใหญ่ห้างนั้นกำลังใกล้แล้วเสร็จ ผู้คนกำลังตั้งหน้าตั้งตารอคอยมัน ไม่ช้าไม่นานขอนแก่นก็คงจะคล้ายๆกับกรุงเทพฯ ที่มีห้างใหญ่ๆ แอร์เย็นๆ เป็นที่ผ่อนพักของผู้คน ..

มีอีเว้นท์สารพัดอีเว้นท์ดึงดูดผู้คนให้ไปเดินเที่ยวห้างและช้อปปิ้งจับจ่ายใช้สอยเงินทอง มีสารพัดของกระตุ้นต่อมกิเลสไว้คอยบริการผู้คนที่ตกเป็นทาสกระแสบริโภคนิยม ..

 

 

 

ห้วงความทรงจำนำพาฉันไปไกลถึงวันเก่าๆวันหนึ่ง..

ช่วงเวลาที่ฉันยังอาศัยและทำงานอยู่ในกรุงเทพมหานคร ..

มันเป็นวันว่างและเป็นวันหยุด ฉันไม่มีอะไรทำ เบื่อต่อการนั่งจับเจ่าอ่านหนังสือในห้องพัก จึงออกไปหวังสูดอากาศเย็นๆตากแอร์เดินซื้อของสบายๆในห้างยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง..

วันนั้นในห้างมีอีเว้นท์พิศดารอีเว้นท์หนึ่ง เป็นการจัดงานในหัวข้อวิถีชีวิตชนบทไทยอะไรประมาณเนี่ยแหละ มีการออกร้านทำเป็นซุ้มเล็กๆให้มองดูคล้ายกับกระท่อม มีหญิงชราและไม่ชรา สวมหมวกสานปีกใส่เสื้อม่อฮ่อมคอยจำหน่ายสินค้า สินค้าก็สารพัดทั้งขนม อาหาร และ ของที่ระลึก ..

แต่ที่เหนือสิ่งอื่นใด และ เป็นที่สะดุดสายตาผู้คนมากมายที่กำลังเดินเที่ยวช้อปปิ้งภายในห้าง คงไม่มีอะไรเกิน "เจ้าทุย" ควายไทยตัวจริงเสียงจริง ที่เขาเอาไปผูกและทำคอกเทียมไว้ให้ลูกค้าห้างซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมีแต่คนชั้นกลางจูงลูกจูงหลานมาชม และ หวังเรียนรู้วิถีชีวิตชาวนากัน ..

ในขณะที่ฉันเองกำลังเพลิดเพลินอยู่กับการยืนจ้องมอง "เจ้าทุย"ในคอกเทียมอยู่นั่น ก็มีเสียงแป๋นๆของแม่ลูกคู่หนึ่งแว่วดังอยู่ข้างๆ..

"ควาย ลูก ควาย นั่นควายไทยแท้ๆเลยนะนั่น".. คุณแม่บอกให้ลูกสาวตัวเล็กมองดู !..

"ทำไมควายมันไม่อยู่ทุ่งนาล่ะค่ะแม่ ?" .. เด็กหญิงถามแม่ด้วยความซื่อบริสุทธิ์ ..

"ไม่รู้ซิ สงสัยควายมันอยากตากแอร์มั้ง ?" ..คุณแม่ตอบลูกสาวไปพร้อมๆกับหัวเราะชอบใจ

"ฮ่าๆ สงสัยควายมันอยากตากแอร์ !" ..เด็กหญิงหัวเราะชอบใจใหญ่ คุณแม่ก็ทั้งยิ้มทั้งขำ ..

ฉันไม่รอให้แม่ลูกคู่นี้สนทนาอะไรเข้าหูอีกต่อไป ..

ฉันตัดสินใจหันหลังกลับและเดินออกจากห้างนั้นมาในทันที !!..

ฉันรู้สึกสับสนในตัวตนของตัวเองยังไงไม่รู้..มันบอกไม่ถูก !!..

 

..............................

วินเซนต์

ขอนแก่น

๒ มิถุนายน ๒๕๕๒

...............................



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
เจนอักษราพิจารณ์ วันที่ : 04/06/2009 เวลา : 15.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numsunjon

ยิดีครับที่แวะไปทักทาย
และร่วมสร้างสรรค์บนเส้นทางแห่งอุดมการณ์
ชื่นชมกิจกรรมดี ๆ คนเมืองขอนแก่น
ในท่ามกลางความหลากหลายแห่งกระแสนิยม
หากมีกลุ่มกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมผนึกกำลังสร้างสรรค์
ทำให้สังคมชุมชนต่าง ๆ มีที่มาที่ไป
และมีควาหมายมากขึ้น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
cozy วันที่ : 03/06/2009 เวลา : 11.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

น่าสนใจจริงๆครับ

อยากไปร่วมด้วยจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ย่าจิ๋ว วันที่ : 02/06/2009 เวลา : 22.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/grandmumtoday

ขอบคุณที่มีคนทำอะไรน่ารักๆแบบนี้ ขอเลียนแบบมั่งนะคะ ชอบเห็นเด็กๆมีความสุขค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
xanax วันที่ : 02/06/2009 เวลา : 22.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/xanax

กิจกรรมดี๊ ดีเนอะ
ดูภาพจากบล็อกน้องอ้อม ทางหมู่บ้านโน้นแล้วเดินทางมาอ่านที่บล็อกคุณวินเซนต์ที่หมู่บ้านนี้ ก็เพลินดีนะคะ

เจ้าสี่ขา น่ารักมากๆเลย

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
khunphai วันที่ : 02/06/2009 เวลา : 21.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

มาเที่ยวนั่งจับแดดด้วยคน
พร้อมกับน้องหมา
แฮะ แฮะ..บรรยากาศอบอุ่นดีคะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
vincentoldbook วันที่ : 02/06/2009 เวลา : 19.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vincentoldbook
ชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพ เสมือนหนึ่งร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ...

คุณ101ไทยหลังอาน ..

เอาไว้หากมีการจัดกิจกรรมในครั้งต่อๆไปจะแจ้งให้ทราบผ่านบล็อกนะครับ ..


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
101ไทยหลังอาน วันที่ : 02/06/2009 เวลา : 16.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/101thairidgeback


เสียดายจังงานผ่านไปแล้ว ถ้ารู้ล่วงหน้าคงได้ไปเยี่ยมชมแล้ว

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
vincentoldbook วันที่ : 02/06/2009 เวลา : 16.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vincentoldbook
ชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพ เสมือนหนึ่งร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ...

ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายและเยี่ยมชมครับ ..

เสียดายที่กล้องที่นำติดตัวไปมันเป็นอัมพาตซะก่อน ไม่งั้นคงได้ถ่ายภาพมุมอื่นๆมาให้ได้ชมกันมากกว่านี้ ..

คราวนี้ขอโปรโมทเด็กๆ เจ้ากาแฟ และ เจ้าของบ้านไปก่อนล่ะกันนะครับ ภาพผู้ใหญ่เอาไว้งานหน้าจะจัดมาให้ชมนะครับ ..

งานแม้คนจะน้อยแต่ก็อบอุ่นและเต็มไปด้วยมิตรภาพเหมือนที่คุณลูกเสือว่านั่นแหละครับ ..

งานนี้เป็นงานหนังสือโดยเฉพาะแต่เป็นการจัดแบบนำร่องๆน่ะครับ คิดว่างานหน้าคงจะประสบความสำเร็จและครบถ้วนมากกว่านี้

มีความสุขมากๆนะครับ


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สีน้ำฟ้า วันที่ : 02/06/2009 เวลา : 16.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prettybluesea
จิ้มเม้าส์ที่ชื่อล็อกอินแวะไปบ้านริมธาร และบ้านสิรินทร์ จิตร์เกษมบ้างนะคะ

น่าไปร่วมงานด้วยจังค่ะ

ไม่ได้เข้าร้านหนังสือนานแล้ว..
แบบว่า คิดถึงบรรยากาศแบบนี้จัง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 02/06/2009 เวลา : 15.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เห็นภาพคนร่วมกิจกรรม
แม้คนจะไม่เยอะ แต่อบอุ่นดีครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ชะเอง วันที่ : 02/06/2009 เวลา : 15.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chawala
chawala


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน