*/
  • vincentoldbook
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mycompatriot_thailand@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-25
  • จำนวนเรื่อง : 160
  • จำนวนผู้ชม : 332001
  • จำนวนผู้โหวต : 279
  • ส่ง msg :
  • โหวต 279 คน
Besame Macho

Besame Macho By Cesaria Evora _Latin Music

View All
<< กรกฎาคม 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม 2552
Posted by vincentoldbook , ผู้อ่าน : 2366 , 18:26:47 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

..รุ่งอรุณ กับ หยาดฝนที่หล่นพรำ ฤา นี่คือ สรวงสวรรค์ของเหล่านักเดินทาง..

 

ตามรอยฝนพรำ ย่ำอารยะ-ธรรมะ-ชาติ ชายแดนไทย-ลาว : รวยรินกลิ่นชีวา จากบุ่งคล้าหนองคาย ถึง ริมฝั่งโขงนครพนม !(ตอนที่ ๑)..

 

ก้าวย่างเดิมๆ..

ที่เราเรียกว่า"การเดินทาง"..

หลายๆคนมักจะมีวิถีชีวิตประจำวันของการก้าวเดินที่วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาในหนทางเก่าๆ วนเวียนซ้ำซากจำเจอยู่ในบาทวิถีเดิมๆเฉพาะที่เฉพาะสถาน จากเล็กจนโตจวบจนกระทั่งเนื้อหนังเหี่ยวหย่อนยานก็มิเคยที่จะคิดหลีกหนี เปลี่ยนแปลง หรือ หันเหวิถีชีวิตอันจำเจซ้ำซากของตนนั้นไปทางไหน..

บ่อยครั้งที่วิถีชีวิตของคนเรามักจะมีการย่ำเท้าอยู่กับที่เดิมๆ จนทำให้เราเกิดความคุ้นชินเดิมๆ อันทำให้เรารู้สึก ชื่นชอบ หลงใหล คิดคล้อยตามอย่างเชื่อมั่นว่าความรู้สึกเหล่านี้ มันคือ ความรัก ความผูกพัน ระหว่างเรากับสถานที่แห่งนั้นๆ ..

ทว่า ในความเป็นจริงแล้ว มันใช่เช่นนั้นจริงๆหรือ ?..

เรารัก เราแคร์ สถานที่ที่แห่งหนึ่งแห่งใดมากมายจนเรามิกล้าจากมันไปไหนจริงๆหรือ ?..

????????????????????..

วันเวลาที่ผ่านมาของชีวิต ..

ฉันมักจะตั้งคำถามดุจเดียวกันนี้ ..กับตัวฉันเองเสมอ !!..

..............................

..กาแฟตื่นมากินอาหารจนอิ่มหนำตั้งแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวเดินทาง..

..แววตาบ๊องแบ๊ว และ ใสซื่อ กึ่งๆ ซื่อบื้อคู่นี้ มองเราด้วยความสงสัย ???..

..จะพาหนูไปไหน..อีกล่ะเนี่ย ????..

 

หลายวัน..

ตั้งแต่วันที่ ๕ ถึง วันที่ ๘ กรกฎาคม ที่ผ่านมา ..

เราสองคนออกเดินทางอีกครั้ง จากขอนแก่น ผ่านเมืองอุดร เข้าหนองคาย นอนพักที่ อ.บุ่งคล้า ชายแดนไทยลาว ก่อนออกเดินทางต่อไปโดยเลาะเลียบริมฝั่งแม่น้ำโขง ผ่านนครพนม อ.ธาตุพนม เข้ามุกดาหาร อำนาจเจริญ ..

โดยมีจุดหมายปลายทางคือการไปร่วมชมงานแห่เทียนพรรษาที่ จ.อุบลราชธานี ก่อนจะวกกลับขอนแก่น ผ่านทาง ยโสธร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ร่วมระยะเวลาทั้งหมด ๔ วัน..

ทริปนี้เราสองคนมีเป้าหมายระหว่างทาง และ เป้าหมายปลายทางรออยู่เบื้องหน้า !!ซึ่งล้วนแต่เป็นเป้าหมายสำคัญๆด้วยกันทั้งนั้น ..

เป้าหมายแรกระหว่างทางเพื่อไปสำรวจที่ทางใหม่ๆสำหรับชีวิต !..

ส่วนเป้าหมายที่สองเป้าหมายปลายทาง เพื่อนำทางเพื่อนๆน้องๆของเราประมาณ ๖ ชีวิต ไปท่องเที่ยวงานแห่เทียนพรรษาอุบลฯ !..

เป้าหมายระหว่างทางนี้ดูเหมือนว่ามันจะมีความหมายต่อฉันมากกว่างานแห่เทียนพรรษามากมายนัก เนื่องเพราะเป้าหมายอันหลังนี้ ฉันคุ้นชินกับมันมานานหลายปีจนแยกแยะไม่ออกว่าปีไหนมันดีกว่ากัน หรือ มันงดงามสุดยอดต่างกันอย่างไร ?..

ความรู้สึกของฉันมันก็เหมือนๆเดิมในทุกๆปีที่มีการจัดงาน คือ เป็นงานประเพณีที่เราคุ้นชินกับมันมากพอแล้ว มันงดงาม มันสวยงาม และ มันยังคงคุณค่าต่อการอนุรักษ์รักษาไว้ให้สืบทอดต่อไปอย่างยาวนานชั่วลูกชั่วหลาน ..

.............................

 

..เห็นแค่เงาพญานาค ก็พอจะบอกได้แล้วล่ะว่า ..ที่นี่ ที่ไหน ???..

ทว่า ..

กับเป้าหมายระหว่างทาง..

ณ เมืองเล็กๆริมฝั่งโขง มันคือการตั้งรกราก มันคือการสร้างครอบครัว..

มันคือ ความฝันที่เราสองคนแอบนึกฝัน แต่ว่ากับสภาพวิถีชีวิตประจำวัน ณ ปัจจุบันนี้ บ่อยครั้งที่เราสองคนนั้นต่างคนต่างก็ไม่แม้แต่จะกล้าคิดต่อ ปล่อยความฝันที่มีให้มันล่องลอยอยู่ในสายลมแห่งความหวัง สวนทางกันไปสวนทางกันมากับบาทวิถีของชีวิตจริงหนแล้วหนเล่า ..

โดยมิมีวี่แววหรือลู่ทางใดๆจะทำให้ความฝันและความจริงนั้นมันมาบรรจบกันได้..

ทว่า เพียงชั่วห้วงเดือนกว่าๆที่ผ่านมานี้ ..จู่ๆความฝันนั้นมันก็กลับมาวิ่งชนเราเข้าตูมเบ่อเร้อ ..

ทำให้สิ่งที่วันคืนในอดีตที่ผ่านมาเราสองคนไม่กล้าแม้แต่จะคิดไม่กล้าแม้แต่จะฝันต่อไปนั้น มันกลับมาให้เราสองคนได้มีสิทธิ์ที่จะคิด มีสิทธิ์ที่จะฝันถึงมันอีกครั้ง ..

และ ที่สำคัญเราสองคนอาจจะทำให้มันเป็นความจริงขึ้นมาได้ในเร็ววันอันใกล้นี้ !..

................................

..สายโปรยพร่ำลงมาไม่ขาดสาย ยามรถบ่ายหน้าเข้าตัวเมืองหนองคาย ..

..พากาแฟเดินย่ำถนนที่มีน้ำฝนเจิ่งนอง ..

.. มีเป้าหมายที่อาหารการกินในตลาด และ ของใช้บางสิ่งบางอย่าง ??? ..

 

เราขับรถแล่นผ่านทางมาเรื่อยเฉื่อย ..

ไม่รีบ ไม่ร้อน เพราะมีสายฝนโปรยพรำลงมาตลอดทาง บรรยากาศตลอดวัน ตลอดเส้นทาง ฉันเองยอมรับว่าหลงใหลบรรยากาศโดยรอบในทุกๆหนทางที่เราผ่านมา มันล้วนสดชื่น เขียวขจี อุดมสมบูรณ์งดงามตายิ่งนัก ..

ทั้ง แม่น้ำ ลำคลอง ท้องนา ป่าเขา ผู้คน ทุกสิ่งทุกอย่างดูเสมือนโลกนี้เพิ่งถูกสร้างขึ้นมาใหม่ วิถีชีวิตผู้คนที่มองลอดผ่านบานกระจกรถ สะท้อนกลับมาให้เราเห็นได้ถึง ความพอเพียง และ ความพึงพอใจในความเป็นไปของชีวิต ..

บางครามันอาจจะดูเสมือนว่า ชีวิตนั้นมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา..ซึ่งก็จริงอยู่ ..

ทว่า บางครามันก็กลับดู ..สงบนิ่งยาวนาน ..อย่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก !!..

ไม่ว่าจะเป็นแมกไม้ ต้นไม้ใหญ่น้อยริมสองข้างทาง เทือกเขาที่มองเห็นอยู่ไกลๆและแลเห็นเป็นเงาทะมึนเบื้องหลังหมอกเมฆสีขุ่นมัวเบื้องหน้า ล้วนต่างนำพาความสุขใจมาสู่เราทั้งสิ้น ..

รถแล่นผ่านถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าสู่ จ.อุดรธานี ก่อนจะตรงออกไปถนนสาย อุดร -หนองคาย ใช้เวลาประมาณร่วมๆสองชั่วโมงเศษๆเห็นจะได้เราก็มาถึงตัวเมืองชายแดน กาลเวลานั้นมันเคลื่อนผ่านไปโดยที่เรามิรู้สึกทุกข์ร้อนอันใดในใจเกี่ยวกับ "ระยะ" ของมันเลย..

ฝนพรำหนาเม็ดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเราบ่ายหน้าเข้าสู่ตัวเมืองหนองคาย ..

เมืองชายแดนเล็กๆแห่งนี้ ค่อนข้างเงียบสงบ วัดวาอาราม อาคารบ้านเรือน สถานที่ราชการ อาคารพาณิชย์สมัยเก่า ยังคงตั้งตะหง่านริมสองข้างทางอย่างมั่นคงงดงาม ..

เสมือนภาพฝันเลือนลางที่คอยกระตุ้นจิตสำนึกของเราให้ได้ล่วงรู้และเข้าใจต่อหลักสัจธรรมอันแท้จริงของโลกมนุษย์อย่างหนึ่งว่า ..

แท้จริงแล้วกาลเวลามิสามารถทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างลงไปได้หมด จิตใจมนุษย์ต่างหากที่ทำลายมันลงได้ ..เพียงชั่วพริบตา !!

..................................

 

.. อีกหนึ่งประตูและถนนที่เป็นทางเข้า ..

..อาคารพาณิชย์เก่าแก่ หนึ่งฉากสะกดใจผู้คนที่ผ่านไปมาให้หันกลับมาถ่ายภาพเก็บไว้..

 

เราจอดรถไว้ภายในวัดศรีสะเกษข้างๆตลาดท่าเสด็จ ..

เดินลัดเลาะตามท้องถนนที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำฝน ห้างร้านตลอดสองข้างทางหลายแห่งปิดกิจการ มันคงเป็นวันหยุดยาวของใครต่อใคร อีกอย่างสายฝนที่หล่นพรำลงมาตลอดทั้งวันเช่นนี้ ก็คงจะมิมีประโยชน์อันใดหากใครจะเปิดประตูร้านออกมาเพื่อดู ท้องถนนที่ว่างเปล่า และ เงาของผู้คนที่ค่อนข้างจะเบาบาง ..

ทว่า ต่างกันกับภายในตลาดท่าเสด็จ ที่ยังคงความคึกคักของตลอดริมฝั่งโขงไว้อย่างเหนียวแน่นมั่นคง สินค้ามากมายถูกนำเสนอตลอดทุกช่องทางเดิน ทั้งอาหารการกิน ของใช้จิปาถะ ..

บางสินค้าหาซื้อได้ยากเพราะหลบเลี่ยงนำเข้ามาจากฝั่งลาว บ้างสินค้าหาซื้อไม่ยากเพราะไม่ได้แตกต่างอันใดมากมายนักจากสินค้าอื่นๆที่มีขายตามท้องตลาดทั่วๆไป ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะมีสินค้าที่นำมาจากแหล่งเดียวกัน ทั้งตลาดโบ๊เบ๊ ประตูน้ำ สำเพ็ง เยาวราช คลองถม หรือ ตลาดโรงเกลือ ..

..................................

..ใครบางตัวดื้อมาก ต้องจับผูกไว้เพราะจะวิ่งซนลุยเล่นน้ำท่าเดียว!..

..ฟ้าฝนอึมครึม ลำโขงไหลเอื่อยๆ กับ วิถีชีวิตริมฝั่งที่ไหลไปเรื่อยๆ ดุจเดียวกับสายน้ำ ..

.. เรือหางยาวกลางลำน้ำ กับ ชาวบ้านที่กำลังตกปลา มองเห็นความสงบทางใจลึกๆ ..

.. จะซื้ออะไรในตลาดนี้ดีหว่า ..ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก ???? ..

.. CD LATIN GUITAR ของฉัน และ CD รวมเพลงฮิต ENYA ของเธอ ตีตราจีนแดง คือ สินค้า ๒ ชิ้นที่เราได้จากตลาดท่าเสด็จ หลังจากใช้เวลาเลือกอยู่เป็นชั่วโมง.. 

 

ร้านอาหารริมฝั่งโขง ..

ดูจะช่วยให้บรรยากาศตลาดที่ซ้ำซากจำเจในเรื่องตัวสินค้าหมดไป ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านอาหารตามสั่ง บาร์เหล้า ร้านกาแฟสด ตลอดจนสวนอาหารที่ลอยแพอยู่ริมฝั่งโขงต่างเนืองแน่นไปด้วยผู้คนมากมาย..

จะว่าไปแล้วก็เหมือนกันแทบจะทุกๆที่ที่ฉันเคยไป ตลาดริมโขง ร้านอาหารริมโขง ร้านเหล้าริมโขง ดูเหมือนจะเป็นโฟกัสสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการผ่อนคลาย ผ่อนพักจิตใจ อย่างสะดวกและเรียบง่ายที่สุด ..

ไม่มีอะไรดีไปกว่าการนั่งรับประทานอาหารริมสายน้ำ ฟังเพลงคลอเบาๆ ปล่อยจิตใจให้ไหลล่องไปกับสายน้ำ มีเบียร์ หรือ วิสกี้ผสมโซดาเย็นๆ จับต้องอาหารบนโต๊ะบ้างเล็กน้อย และ นั่งสนทนากันให้ยาวนานที่สุด.. 

เวลาเป็นข้อจำกัดเดียวของมนุษย์ ฉันใดฉันนั้น มนุษย์งานทุกผู้คนที่มีพันธการชีวิตผูกมัดติดอยู่กับหน้าที่ความรับผิดชอบอันน่าเบื่อหน่ายมากมายของสถานที่ทำงาน ยามเมื่อสามลมแห่งวันหยุดเบาๆ หรือ วันหยุดยาวๆเวียนผ่านเข้ามาเมื่อใด มักจะต้องทุ่มเทชีวิตจิตใจไปกับการท่องเที่ยวและดื่มกินด้วยกันทั้งนั้น..

จะต่างกันก็เพียงแค่พวกเขาจะเก็บเกี่ยวความสุขจากวันหยุดชั่วครู่ชั่วคราวที่ว่านี้อย่างไร ? และ จะเก็บเกี่ยวมันไปด้วยวิธีการใดถึงจะหอบหิ้วความสุขนั้นกลับไปได้มากที่สุด ?..

สำหรับฉัน การได้นั่งมอง และ การได้นั่งคิด ได้ปล่อยชีวิต จินตนาการ ให้ไหลเอื่อยๆ ไหลเฉื่อยๆไปตามภาพชีวิตเบื้องหน้า เบื้องข้าง และ เบื้องหลัง ที่ฉันแลเห็น มันก็เสมือนหนึ่งการท่องเที่ยวอันวิเศษสุดยากจะหาใดเหมือนแล้ว ..

ฉันเบื่อการท่องเที่ยวที่เราต้องเดินช้อปปิ้งซื้อของพะรุงพะรังมากมาย ฉันเบื่อการท่องเที่ยวแบบนั่งดื่มกิน นอนกินดื่ม แบบสรวลเสเฮฮาอย่างไม่หยุดไม่หย่อนเสมือนว่าต้องการระบายความอัดอั้นตันใจ ความเบื่อหน่ายในกายใจออกไปให้หมดภายในชั่วข้ามคืน..

การผ่อนคลายตัวเองด้วยวิธีการเหล่านี้ การเลือกที่จะหลอกลวงตัวเองเช่นนี้ ล้วนแล้วแต่จะนำความทุกข์และความเซ็งกะตายแบบดับเบิ้ลมาสู่เราในภายภาคหน้าด้วยกันทั้งนั้น ..

ดังนั้น นิยามการท่องเที่ยวของฉันจึงมีอยู่เรื่องเดียว คือ การได้มีเวลาปล่อยจิตปล่อยใจให้ไหลนิ่งอย่างสงบในทุกๆภาพชีวิต ทุกๆภาพความคิด ทุกๆภาพอารยะ-ธรรมะ-ชาติ ที่ฉันประสบพบเจอในทุกที่ทุกสถาน ..

ไม่เว้นแม้แต่ในร้านหนังสือ หรือ ในบ้านที่ฉันนั้นอยู่อาศัย !!..

...............................

 

.. ใครบางตัว ?ได้เวลากลับเข้าไปนอนในกรง! ..

..พลขับ ยังคงยิ้มแป้น ..

.. แม้หนทางข้างหน้า และ จุดหมายปลายทางนั้น ยังคงอีกยาวไกล ???..

 

เราออกจากตลาดท่าเสด็จ ..

ราวๆประมาณสี่โมงเย็นเดินทางต่อไปบนเส้นทางสายยุทธศาสตร์ทางหลวง ๒๑๒ เลียบฝั่งโขง ..

ฝนยังคงโปรยเม็ดลงมาไม่หยุด ตลอดสองข้างทาง มองเห็นแม่น้ำโขงอยู่เป็นช่วงๆ สลับกับภาพท้องนา ป่าเขา เราอิ่มท้องกันด้วยอาหารที่นำติดมาจากบ้าน..

โดยครั้งแรกตั้งใจจะหาที่พักริมทางแวะปูเสื่อปิกนิกทานอาหารกัน แต่เมื่อเห็นว่าฝนพรำไม่หยุด เราก็เลยต้องจัดการให้เรียบร้อยเสียตั้งแต่อยู่ในรถตรงลานจอดภายในวัดศรีสะเกษ..

หลังจากเราเดินเที่ยวตลาดท่าเสด็จกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อย และ เจ้ากาแฟก็มอมแมมไปทั้งตัวและก็หิวโซมาอย่างหนัก !..

เราเดินทางต่อ จากตัวเมืองหนองคาย มุ่งหน้าผ่านอำเภอปากคาด อำเภอบึงกาฬ เพื่อสิ้นสุดเป้าหมายปลายทางของค่ำคืนที่ อำเภอบุ่งคล้า อำเภอเล็กๆที่ตั้งอยู่ตรงรอยตะเข็บเชื่อมต่อระหว่างหนองคายกับนครพนม และ ติดกับฝั่งโขงชายแดนไทยลาว ..

ระยะทางที่เหลือจากตัวเมืองหนองคายถึงอำเภอบุ่งคล้าก็ราวๆร้อยแปดสิบกิโลเมตร !!..

...................................

 

..ช่วงพลบค่ำ ฝนตกถนนลื่น ทางก็มืด ทำเอาพลขับเคร่งเครียดไปนิด ..

.. ทว่า สองข้างทางก็มีทิวทัศน์ให้เราได้ทอดใจและผ่อนคลายสายตาตลอดทาง..

.. แม้ว่ายิ่งมืด หมอกก็ยิ่งมาบังตา ทว่า ความหวังข้างหน้าก็รอเราอยู่ไม่ไกลนัก ..

.. หมูกะทะ คือ มื้อค่ำมื้อแรกที่บุ่งคล้า มีเบียร์เย็นๆ และ เพื่อนสนทนาดีๆ มีรสชาติ มาคอยสร้างบรรยากาศของไกด์นำทางท่องเที่ยว !! ..

บรรยากาศของการขับรถกินลมชมวิวทิวทัศน์ไปเรื่อยๆ ..

ทำให้เราไม่เร่งรีบอันใดกันนัก แม้ว่าบรรยากาศจะเริ่มมืดค่ำเข้าไปทุกขณะ สองข้างทางเริ่มมองไม่เห็นบ้านเรือนผู้คน และ ฝนที่โปรยพรำลงมาอย่างต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ..

ตลอดสองข้างทางอันมืดมิดก่อนจะเข้าถึงบุ่งคล้า เราเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าทางที่เราผ่านมานั้นเริ่มเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว โรงพัก ที่ทำการอำเภอ โรงพยาบาล และ ตลาด อยู่ห่างกันพอสมควร ..

เราพยายามจะจับจ้องมองป้ายบอกทาง และ จุดหมายปลายทางที่ๆเราจะไปนั่นก็คือ โรงพยาบาลบุ่งคล้า ซึ่งมีเพื่อนสาวของคนใกล้ตัวฉันรอคอยเราอยู่ที่นั่น พร้อมอาหารมื้อค่ำ และ ที่พักหลับนอน..

เรามาถึงราวๆเกือบๆสองทุ่ม ฝนที่ตกลงมาตลอดทั้งวัน ทำให้ผู้คนปิดบ้านหลับนอนกันไปหมด ถนนหนทางดูมืดไปหมด มองดูวังเวงๆ เงียบเหงาใจอย่างไรบอกไม่ถูก ?..

ทว่า เมื่อเราเลี้ยวรถเข้ามาที่บ้านพักภายในโรงพยาบาล ได้พบเพื่อนที่รอเราอยู่ และ ได้ทักทายสนทนากัน ก็ทำให้ความเคร่งเครียดเกร็งๆนิดๆนั้นหายหมดไป ..

อาหารง่ายๆอย่างหมูกะทะ และ เบียร์เย็นๆ กับเพื่อนร่วมวงสนทนาที่เดินทางมาสมทบจากบึงกาฬ รวมถึงวงเหล้าเล็กๆก่อนเข้านอนตรงโต๊ะอาหารด้านหน้าห้องพัก ดูจะมาช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าของการเดินทางลงได้สนิท..

บรรยากาศเย็นสบายจากหยาดฝน และ สายลมจากภูเขา ทำให้สมองเราทั้งหลายปลอดโปร่ง มันโล่งจนฉันเผลอผล่อยหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้ตัว ..

ที่นี่ คือ ที่ๆเราสองคนคาดหวังว่าจะได้มาอยู่ เรากำลังรอดำเนินการบางสิ่งบางอย่างอยู่ พร้อมๆกับการวางโปรแกรมสำรวจรอบๆพื้นที่ทั้งหมด..

ในตอนรุ่งเช้าของวันพรุ่งนี้ .. 

(มีต่อ)

............................

วินเซนต์

ขอนแก่น

๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๒

............................


MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
lanthom วันที่ : 26/08/2009 เวลา : 21.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lanthom

: ) เส้นทางประทับใจในรอบปีเลยเนอะ .. ต่อไปถ้าฝันเป็นจริงเราคงมีเวลาบิดมอไซด์ชมทุ่ง .. จะวางโปรแกรมเดินทางไว้ทุกสัปดาห์เลยเชียว

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
คนในแผ่นดิน วันที่ : 20/07/2009 เวลา : 12.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ninja45
เขียนไม่เก่ง แต่อยากเขียน

ไม่ได้เข้า OK นานเลยครับ สบายดีนะครับ

นั่งอ่านทริปแล้ว สนุกครับ ...... เดี๋ยวตามไปอ่านตอน 2

ส่วนตัวไปงานแห่เทียนที่ จ.อุบล 2 ครั้งแล้ว ยิ่งใหญ่ สวยงามมากๆ

ล่าสุดไป กราบหลวงตามหาบัว และทัวร์วัด ที่ จ.สกลนคร ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
malee วันที่ : 10/07/2009 เวลา : 18.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/malee
ลิงกำถั่ว

บุ่งคล้าเงียบสงบ...จริงๆ
ได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตอยู่หลายปี
ชอบ ๆ ชอบริมโขง
หลังฝนตก เมฆลอยต่ำๆ และเรือหางยาวออกหาปลา สวย ๆมาก

ยิ่งถนนตรง ๆ ไม่มีรถสวนทาง
ชวนแก่การเหยียบ....และง่วงได้ใจ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
vincentoldbook วันที่ : 10/07/2009 เวลา : 18.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vincentoldbook
ชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพ เสมือนหนึ่งร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ...

คุณลูกเสือ ..

กลับมาแล้วครับ ปลอดภัยดีทุกประการครับ ตอนนี้ก็เลยได้เวลาอัพบล็อก ลงภาพ ลงเรื่องราว ที่ไปพบไปเจอมาครับ

มีความสุขมากๆนะครับผม



ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 10/07/2009 เวลา : 18.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ฝนตก(หนัก)ขับรถระวังนะครับ
(หรือกลับมาแล้วเนี่ย.ภึงมาอัพบล็อคได้)

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน