*/
  • vincentoldbook
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mycompatriot_thailand@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-25
  • จำนวนเรื่อง : 160
  • จำนวนผู้ชม : 336426
  • จำนวนผู้โหวต : 279
  • ส่ง msg :
  • โหวต 279 คน
Besame Macho

Besame Macho By Cesaria Evora _Latin Music

View All
<< มิถุนายน 2010 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 4 มิถุนายน 2553
Posted by vincentoldbook , ผู้อ่าน : 2726 , 22:49:51 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 .. ภาพ และ เล่าเรื่อง โดย วินเซนต์ ..

.............................................

รื่นรมย์กลิ่นชีวา ที่ยังมิร้างลาลับหาย จากริมโขง หนองคาย ไปแอ่วเคอร์ฟิวเมืองเหนือ ณ ตาก ลำปาง เชียงใหม่ ..

ริมโขง..

ในคืนวันที่ลมร้อนเริ่มร้างลาหายไป ..

ลมฝน และ หยดหยาดน้ำทิพย์แห่งการรอคอย พัดสาดให้ใจฉันเย็นวาบ ชื่นช่ำลุ่มลึก..

เช้ากาแฟ ตกดึกเป็นเบียร์เย็นๆ ริมเทอเรสข้างบ้าน นั่งมองดูยอดเขาฝั่งลาว นั่งมองก้อนเมฆก้อนแล้วก้อนเล่า ที่จะเข้ามาฝั่งไทย ก่อนกลับกลายเป็นหยาดพิรุณอันชุ่มฉ่ำเย็น ..

โปรแกรมการเดินทางของเรา ถูกปูพื้นทำความเข้าใจกันคร่าวๆว่าทริปนี้จะเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว ไปเรื่อยๆตามร่ายทาง แวะรับน้องชายเพื่อมาเป็นพลขับที่ขอนแก่น แวะรับแฟนสาวของน้องชายที่โคราช เบ็ดเสร็จทริปนี้เราเดินทางกัน ๔ คน ทิ้งเจ้าหมาน้อย "กาแฟ" ไว้ให้พ่อตาแม่ยายเลี้ยงที่ขอนแก่น ..

ตอนออกเดินทางฝนตกหนักมาก เส้นทางจากริมโขง หนองคาย ไปขอนแก่น จากขอนแก่นไปโคราช และ จากโคราช ผ่าน สระบุรี ลพบุรี ชุ่มโชกไปด้วยสายฝนเกือบตลอดเส้นทาง ..

บรรยากาศช่วงการเดินทางก็เป็นช่วงกลางคืน กว่าจะถึงโคราชก็ได้เวลาเคอร์ฟิว ผ่านมาถึงนครสวรรค์ก็ได้เวลาเลิกลาเคอร์ฟิว ถนนเวิ้งว้าง ร้างไร้ผู้คนสัญจร มีเฉพาะรถบรรทุก และ รถโดยสารเป็นส่วนใหญ่ มันก็เลยทำให้การเดินทางดูวังเวงหัวใจยังไงชอบกลเหมือนกัน..

ปั๊มน้ำมันคือที่หลับนอน แต่ว่าก็เป็นการจอดพักเพียงชั่วครู่ เพราะต้องเร่งไปให้ทันถึงตาก และเข้าไปที่เขื่อนภูมิพลให้ทัน ๙ โมงเช้า ..

เรามาจอดแวะหลับนอนล้างหน้าล้างตาที่ ปั๊มน้ำมันแถวๆกำแพงเพชรเป็นหนสุดท้าย ก่อนจะเติมน้ำมันอีกเต็มถัง แล้วมุ่งหน้าเข้าสู่เส้นทาง ตาก ลำปาง เชียงใหม่ ..

............................................

 

 

เขื่อนภูมิพล จ.ตาก ..

คือ สถานที่เป้าหมายปลายทางแรกของทริปนี้..

คนใกล้ตัวฉันเธอมีภาระหน้าที่สำคัญที่ต้องมาร่วมกิจกรรมกับทางโรงพยาบาลที่นี่ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ไม่มีอะไรมากกว่าการเดินทางมาพักผ่อน กิจกรรมส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมบันเทิง สันทนาการมากกว่า ตกเย็นก็มีงานเลี้ยงสังสรรค์ และ อำลาท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาล ที่จะมาทำหน้าที่ประจำอยู่ที่ทำการที่ใหม่ ที่โรงพยาบาลบ้านตาก

ฉันใช้เวลาอยู่ที่นี่ ด้วยการเดินสำรวจรอบๆบริเวณด้วยความรื่นรมย์ใจ บรรยากาศของที่พักภายในเขื่อนทั่วประเทศส่วนใหญ่ก็จะคล้ายๆกัน มีสายน้ำ ต้นไม้ สนามกอล์ฟ บ้านพักรับรอง..

ทว่า ที่พักริมปิงที่นี่ ทำให้เราอินไซด์สายน้ำ ต้นไม้ และ ขุนเขา ได้ค่อนข้างใกล้ชิดแนบแน่นดี ..

ฉันชอบสะพานสีเหลืองที่ทอดข้ามลำน้ำ มองเห็นต้นหางนกยูง ออกดอกสีแสดแดงเป็นทิวงามตะหง่านริมตลิ่งทั้งสองข้าง ..

สายน้ำนำมาพาความชุ่มฉ่ำเย็นมาสัมผัสกาย ในขณะที่บรรยากาศเมืองเหนือตอนนี้ยังอยู่ในช่วงร้อนระอุของเปลวแดดที่แผดเผาลงมาอย่างไม่บันยะบันยัง ..

ที่มีต้นไม้ยืนต้นใหญ่ๆงดงามหลายต้น เส้นทางที่ขึ้นไปสันเขื่อนก็ดูร่มรื่นตลอดสองข้างทาง และ บางช่วงก็มีต้นหางนกยูงสีแดงแสด ออกดอกบานชวนให้จอดรถลงไปเก็บภาพ..

งานเลี้ยงทำให้ฉันมึนเบียร์เย็นๆ และ บรรยากาศเล็กน้อย กว่าจะเข้านอนได้ก่อนก็ก่อนรุ่งสางเพียงไม่กี่ชั่วโมง ได้นั่งดื่ม นั่งพูดคุย หัวเราะในเรื่องหลายๆเรื่อง ก็ทำให้ผ่อนคลายจิตใจ และ ผ่อนคลายอารมณ์ที่จดๆจ่อๆกับสถานการณ์บ้านเมืองไปได้มากเหมือนกัน

เราอยู่ที่นี่ ๑ วัน ๑ คืน ก่อนจะเช็คเอ๊าท์ออกจากที่พักในช่วงสายๆ ครั้งแรกตั้งใจจะไปแม่สอด แต่เปลี่ยนใจ เพราะเป้าหมายสถานที่ท่องเที่ยวใน จ.ลำปาง ดูจะน่าภิรมย์ต่อการเดินทางมากกว่า เพราะกว่าจะย้อนกลับไปแม่สอด และ ย้อนขึ้นลำปางก็คงจะใช้เวลานานพอสมควร

............................................

ลำปาง ..

สถานท่องเที่ยวแรกที่เราแวะเวียนไปก่อนจะเข้าเมืองเพื่อมองหาที่พัก..

คือ พระธาตุลำปางหลวง ที่เกาะคา ซึ่งเป็นวัดดังประจำจังหวัด โดยมีความโดดเด่น เป็นเสน่ห์ชวนประทับใจอยู่ที่ความงดงามแห่งมนต์ขลังของพระธาตุลำปางหลวง ซึ่งเป็นพระธาตุเก่าแก่ และ มีโบสถ์ไม้ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่ของเมืองเหนือ..

ที่นี่..เราสามารถเดินเที่ยวและเดินถ่ายรูปได้ทั้งวันโดยไม่รู้จักเบื่อหน่าย ขนาดเรามาช่วงกลางวันแดดร้อนเปรี้ยงๆ เรายังเดินเก็บภาพถ่ายรูปกันอยู่ร่วมๆ ๓ ชั่วโมง ทุกมุมทุกพื้นที่ที่นี่ มีความงดงาม และ มีเสน่ห์ ..

รอบๆบริเวณทั้งชุมชนบ้านเรือนผู้คน รวมทั้งอาณาเขตของวัด รถม้าที่เคลื่อนตัวผ่านไปมา ทำให้เรารู้สึกถึงการมาถึงลำปางได้อย่างเต็มๆภาพ ..

เราเข้าไปนมัสการพระ และ กราบไหว้พระธาตุก่อนจะเดินเก็บภาพไปตามมุมต่างๆ มีผู้คนเดินทางมาเที่ยวค่อนข้างจะหนาตามากๆ เรียกว่าพื้นกระไดโบสถ์ไม่แห้งเลย เป็นที่น่ายินดีที่มีพุทธศาสนิกชน ยังเดินทางท่องเที่ยวและกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองอย่างมิขาดสาย..

แม้บรรยากาศของลำปางในคืนนั้น จะยังเป็นคืนแห่งเคอร์ฟิวอยู่ ทว่า บรรยากาศโดยรอบที่เราผ่านมาไม่มีอะไรที่น่ากลัวแม้แต่น้อย มีแต่บรรยากาศแห่งรอยยิ้มแย้มแจ่มใส ข้าวซอยที่เราเลือกทานเป็นอาหารกลางวันที่นี่ก็สุดยอดความอร่อย ก่อนที่เราจะเดินทางเข้าเมืองหาที่พัก..

เราขับรถเข้าตัวเมืองลำปางในช่วงใกล้ๆเวลาเย็นย่ำ มองหาที่พักแถวๆริมน้ำ ทว่า ก็เต็มหมด ที่พักที่มองหามาจากอินเตอร์เน็ต ที่งดงามน่าอยู่ในสไตล์ไทยล้านนา ก็เต็มไม่เหลือ งานนี้เราเลยต้องไปอาศัยหลับนอนในโรงแรมแถวใจกลางเมืองแทน

เราได้สถานที่พักที่โรงแรมพิณ ใกล้ๆถนนคนเดินที่ชื่อ "กาดกองต้า" ทานอาหารมื้อค่ำที่ร้านข้าวต้มบาทเดียว ที่ต้องขอบอกว่าบรรยากาศดีมากๆ เป็นร้านข้าวเต็มที่ดูหรูหราแปลกตากว่าที่ไหนๆ เพราะเป็นเรือนไม้ ๒ ชั้น ตกแต่งด้วยภาพเก่าแก่โบราณๆ มีระเบียงที่เป็นเทอเรส ไว้นั่งชมวิวผู้คนเดินทางสัญจรไปมา ..

ผู้คนมารับประทานอาหารที่นี่กันค่อนข้างจะแน่นร้าน ส่วนใหญ่จะมากันเป็นครอบครัว เป็นครอบครัวใหญ่ บางโต๊ะมองๆดูมากันเป็นสิบ เสียงพูดคุยเลยลั่นร้าน มองดูบรรยากาศแล้วก็ไม่ต่างจากโรงเตี๊ยมในหนังจีนกำลังภายใน แต่เป็นโรงเตี๊ยมแบบไทย ในบรรยากาศของคนเมืองเหนือ..

"กาดกองต้า" เป็นถนนคนเดิน ที่เปิดให้ประชาชนเข้าไปขายสินค้าในย่านธุรกิจเก่าแก่ของเมืองลำปาง ตัวบ้านอาคารไม้ และ ตึกเก่าแก่สองข้างทาง คือ มนต์เสน่ห์สำคัญของที่นี่ ..

แม้ว่าสินค้า และ จำนวนร้านค้าจะไม่สู่ถนนคนเดินเชียงใหม่ ที่เรากำลังจะไปต่อในอีกวัน ทว่า ที่นี่สินค้าก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ชวนซื้อหามาเก็บไว้ ฉันได้หนังสือมาหลายเล่มเหมือนกันที่แผงหนังสือเก่าที่นี่ ..

เรากลับมาที่พักประมาณ ๓ ทุ่ม นั่งริมระเบียงโรงแรมดูบรรยากาศก่อนการประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว ค่ำคืนนี้ผู้คนออกมาเที่ยวกันมากเป็นพิเศษ เบียร์เย็นตรงริมระเบียงโรงแรม พระจันทร์บนท้องฟ้า และ ผู้คนที่สัญจรเดินทางเข้าออกโรงแรม คือ ฉากประกอบที่ทำให้อรรถรสของการดื่มมีรสชาติมากขึ้น เราพูดคุยกันเรื่องแผนการเดินทางเข้าเชียงใหม่ จุดที่จะไปเที่ยว และ โฟกัสสำคัญในช่วงยามเย็นพรุ่งนี้ที่ถนนคนเดิน..

รุ่งเช้าอีกวันที่ลำปางก่อนเดินทางไปเชียงใหม่ เราแวะรับเพื่อนของคนใกล้ตัวฉันอีกคนที่เป็นคนลำปาง เป็นเภสัชกรอยู่ที่โรงพยาบาลลำปาง เพื่อมาเป็นไกด์นำทางท่องเที่ยว ..

ก่อนจะออกจากลำปางก็ไม่ลืมที่จะแวะ ร้านอินทรา เซรามิค ที่จำหน่ายถ้วยชามและตุ๊กตาเซรามิคลายสวยๆงามๆมากมาย ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าฉันจะซื้อและขนมาได้หมด แต่ว่าฉันก็ขนมาได้เยอะจริงๆ ทั้งถ้วยกาแฟ กาน้ำชา จาน ชาม แก้วน้ำ สารพัดหลากสียัดใส่ท้ายรถจนแน่นไปหมด..

...................................................

เชียงใหม่ ..

มนต์ขลังหนึ่งเดียวที่มิเคยร้างลาเสน่ห์ชวนยล..

เรามาถึงที่นี่ในช่วงบ่ายๆท้องร้องบอกว่าหิว และ ความหิวของเรามันก็บอกเราว่า เราต้องได้ทานอาหารพื้นเมืองชาวเหนือเท่านั้น นั่นคือ ที่มาที่ไปที่ทำให้เราได้เข้าไปทานอาหารพื้นเมืองชาวเหนือแบบเต็มรูปแบบที่ร้าน "เฮือนเพ็ญ" ..

เราสั่งอาหารมาสารพัดอย่าง ทั้งข้าวซอย ขนมจีนน้ำเงี้ยว ลาบหมู ไส้อั่ว แคปหมู แกงฮังเล และ ส้มตำลาว สั่งมาเต็มโต๊ะไม่คาดคิดว่าจะทานหมด แต่เพราะความปรารถนาอยากจะลิ้มลองรสชาติให้ครบทุกอย่าง ..

อาหารที่นี่อร่อย ..ไม่น่าแปลกใจที่จะมีคนเดินทางเข้ามารับประทานจนเต็มร้าน การเสิร์ฟหรือบริการก็ดีไม่ล้าช้า เราได้ทานอาหารทันตามอารมณ์ความหิว นั่งทานไปคุยกันไปและวางแผนทิศทางเป้าหมายที่จะไปเที่ยวกันต่อ ..

ซึ่งเราก็ได้ข้อตกลงกันง่ายๆว่า เราจะขึ้นไปเที่ยวภูพิงค์กันก่อน แล้วก็ย้อนกลับมาไหว้พระธาตุดอยสุเทพ จากนั้นก็จะเข้าเมืองหากาแฟดื่มกัน และ ค่อยไปเดินถนนคนเดินเพื่อซื้อของ และ ค่อยเดินทางกลับมาพักที่ลำปาง..

เราขึ้นไปเที่ยวชมภูพิงค์ในช่วงบ่ายๆ แม้ว่าแดดจะร้อนไปนิด ทว่า ความร่มรื่นของธรรมชาติโดยรอบ และ แปลงสวนดอกไม้ ที่ยังคงมีดอกไม้หลากสีงดงามเบ่งบานอยู่ มันเลยทำให้การเดินเที่ยวชมของเรานั้นไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย

เราเดินเที่ยวไปตลอดทั่วทุกพื้นที่ที่เปิดให้เข้าชมได้ ถ่ายภาพดอกไม้ทุกชนิดที่เห็นตรงหน้า แม้ความงดงามของดอกไม้จะเทียบเคียงช่วงหน้าหนาว ทว่า ก็มีความงดงามมากเพียงพอจะให้เราถ่ายภาพเก็บมาฝากเพื่อนๆได้ ..

 

ฉันชอบดอกกุหลาบ ได้ลองดมกลิ่นหอมของกุหลาบสีแดงที่นี่แล้วหอมชื่นใจ เส้นทางที่เราเลือกเดินขึ้นชมสวน ชมป่า ชมดอกไม้ ล้วนต่างเป็นภาพที่น่าภิรมย์ใจทั้งสิ้น ..

ตลอด ๓ ชั่วโมง ของการเดินเที่ยวชมที่นี่ รสชาติน้ำส้ม และ วาฟเฟิล ที่ร้านค้า ตลอดจนภาพนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ ที่มาเที่ยวกันไม่ขาดระยะ ทำให้ความเหน็ดเหนื่อยหายเป็นปลิดทิ้ง ..

เรายังมีคิวไปต่อที่พระธาตุดอยสุเทพที่เราผ่านมา และ ไม่ได้แวะก่อนเนื่องจากต้องรีบมาเที่ยวที่ภูพิงค์ก่อนจะปิดทำการ ..

เดินขึ้นพระธาตุดอยสุเทพในช่วงที่แข้งขากำลังเริ่มล้า ต้องยอมรับว่าเหนื่อยเอาการ แต่ก็แวะพักระหว่างทางขึ้นไปเรื่อยๆ ได้เข้าไปนมัสการพระธาตุ เก็บภาพสวยๆ และ ชมการรำของเด็กๆก็ทำให้รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจมาก

โดยเฉพาะการมองดู เมืองเชียงใหม่ทั้งเมืองจากบนยอดดอยนี้ ทำให้ไพล่คิดไปถึงกลุ่มคนเล็กๆกลุ่มหนึ่ง ที่ตั้งเวทีอยู่ตรงหน้าโรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่ง ที่ทำให้เมืองเชียงใหม่ทั้งเมืองกลายเป็นเมืองอันตรายในสายตาผู้คนไปได้เพียงชั่วระยะเวลาไม่กี่ปี..

ฉันเคยมาเชียงใหม่เมื่อนานมาแล้ว และ ความประทับใจในครานั้น มาถึงวันที่เข้ามาเยือนเชียงใหม่อีกครั้ง บอกตามตรงว่าไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากมายอย่างที่หลายๆคนเอ่ยปากบอกมา ..

 

เชียงใหม่ ก็คือ เมืองใหญ่เมืองหนึ่ง เป็นเมืองท่องเที่ยว ที่จะมีสภาพแปรเปลี่ยนไปตามวิถีแห่งเมือง ชุมชนเปลี่ยนรูปร่าง บ้านเรือนอาคารมีความทันสมัยเข้ามาแทรกซึม ทว่า โดยภาพรวมแล้วความงดงาม และ มนต์เสน่ห์ของคนเชียงใหม่ก็ยังมีให้เห็นตลอดเส้นทาง ..

โดยเฉพาะ ถนนคนเดิน ..ในฐานะของคนที่เคยเป็นพ่อค้าขายสินค้าแบกะดิน นั่งกับพื้น วางกับแผง มาก่อน เห็นแล้วบอกเลยว่า ถนนคนเดินเชียงใหม่ ครบองค์ประกอบของศิลปะมากๆ ..

ผู้คนหลากหลาย เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ มาเดินวนเวียนอยู่บนถนนสายเดียวกัน เลือกชม เลือกเสพ เลือกซื้อ งานศิลปะต่างๆมากมาย ริมถนนมีร้านรวง มีร้านกาแฟ มีมุมพักผ่อน..

แผงหนังสือ แผงเครื่องประดับ แผงโปสการ์ด แผงเสื้อผ้าหลากลายสไตล์ แผงงานศิลปะแทบทุกแขนง ตั้งแต่ภาพวาด หัตถกรรม มาจนถึงงานดนตรี มีครบทุกอรรถรส ..

ฉันและคนใกล้ตัว เราเดินชมทุกตรอกซอกซอย ไม่เว้นแม้แต่ร้านรวงในบริเวณวัด เข้าไปดื่มกาแฟตรงร้านเล็กๆที่ดูเท่ห์ๆเก๋าๆ นั่งมองดูบรรยากาศผู้คนที่เดินจับจ่ายซื้อสินค้า..

ต้องยอมรับว่ามีคนมาเดินเที่ยวซื้อสินค้าเยอะมากๆ เราผ่านตรงจุดที่ "ไม้เมือง" เล่นดนตรี และ เปิดจำหน่ายอัลบั้มผลงานของพวกเขา ฉันน่าจะเป็นคนแรกๆของวันนั้นมั้ง ที่เข้าไปอุดหนุนซีดีชุดแรกของพวกเขา ..

แม้จะเป็นศิลปินในดวงใจของคนใกล้ตัว แต่เธอก็ไม่ได้พูดคุยอะไรมากมายไปกว่าการขอถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกหนึ่งภาพ ก่อนช่วงดึกๆจะย้อนกลับมายืนฟังเพลงที่เธอร้อง และ เก็บภาพงดงามมากอีกชุดใหญ่..

ฉันหอบของพะรุงพะรังเต็มสองมือ ทั้งเสื้อผ้า ซีดี ของใช้ และ ของตกแต่งบ้าน รวมๆแล้วก็หมดไปหลายพันบาทเหมือนกัน ถ้าไม่คิดว่าจะหาที่ยัดตรงท้ายรถไม่ได้ ก็คงจะขนมาอีกเพียบ..

สินค้าที่นี่ราคาไม่แพงและพอซื้อหาได้ทีละจำนวนมากๆ ฉันเลือกซื้องานหัตถกรรม งานศิลปะเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะนานๆจะได้มาเลือกซื้อสินค้าศิลปะทำมือแบบครบวงจรที ..

เราออกจากเชียงใหม่ น่าจะตรงกับช่วงที่มีข่าวเรื่องของการสร้างสถานการณ์บึ้มนั่นแหละ แต่ไม่เห็นมีใครมีท่าทีตกอกตกใจอย่างที่ข่าวบอก ผู้คนยังสนุกสนานกับการจับจ่ายสินค้า และ ขายสินค้า เรามาถึงลำปางค่อนข้างดึก ก่อนจะเข้าที่พักหลับนอน ..

เราเดินทางกลับในรุ่งเช้าอีกวัน ..โดยเลือกใช้เส้นทาง เด่นชัย พิษณุโลก เพื่อจะแวะไหว้สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ แวะร้านศูนย์หนังสือจุฬาฯ ที่ ม.นเรศวร เพื่อซื้อหนังสือ..

ซึ่งก็สมใจอยาก ..เพราะมีหนังสือที่ฉันต้องการอัดเต็มตู้ยั่วกิเลสจนต้องควักเงินจ่ายค่าหนังสือไปอีกหลายพัน โดยมีส่วนลดทุกเล่มที่ ๑๕ เปอร์เซนต์ ..

ฉันชอบแวะมาที่ศูนย์หนังสือแห่งนี้ทุกครั้งที่ได้เดินทางขึ้นเหนือ ดูค่อนข้างจะครบเครื่องดี ในแต่ละชั้นมีความหลากหลายของหนังสือ ครั้งก่อนก็มาเจอหนังสือลดราคาที่ฉันซื้อหอบกลับบ้านเป็นสิบๆเล่ม ..

เราออกจากพิษณุโลกเพื่อกลับมาตามเส้นทาง นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี โคราช เพื่อแวะส่งแฟนสาวของน้องชาย ซึ่งกว่าจะมาถึงโคราชก็ดึกดื่นเที่ยงคืน ..

ทว่า พวกเราก็เดินทางต่อหวังว่าจะถึงบ้านประมาณตีสาม แต่ว่าพวกเราก็ก็ง่วงนอนเสียก่อนเลยแวะหลับพักผ่อนตรงปั๊มแถวๆบ้านไผ่ ก่อนจะตื่นอีกทีในรุ่งสางแล้วก็บึ่งรถเข้าบ้านที่ อำเภออุบลรัตน์ ก่อนที่จะรับ "เจ้ากาแฟ" กลับหนองคาย ..

เป็นอันจบทริป เส้นทาง หนองคาย ตาก ลำปาง เชียง ..ที่ใช้เวลาทั้งหมดก็ราวๆ ๖ วัน ..

คุ้มค่ากับความเหน็ดเหนื่อย และ คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปทุกนาทีจริงๆ ..

..........................................

วินเซนต์

ริมโขง หนองคาย

๔ มิถุนายน  ๒๕๕๓

..........................................


MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ใต้เงาธุลีดิน วันที่ : 18/06/2010 เวลา : 18.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boyd3210

เจ้าโอ ก็ไปหรอครับ เผลอแป๊ปเดียวมีลูกก่อนพี่ได้ไง
อ้อ เด็กชาวเขานี่เอง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ใต้เงาธุลีดิน วันที่ : 18/06/2010 เวลา : 18.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boyd3210

แวะมาอ่านงานเบาๆครับพี่
ป๊าด คืองามแท้

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 05/06/2010 เวลา : 06.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

ต้องการภาษา..
ต้องการบทความเช่นนี้มาเนิ่นนาน...
แต่เข้าใจว่าการเมืองยังคุกรุ่น..
ขอบคุณเจ้ากุหลาบสีแดง..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
รำพึง@ริมเล วันที่ : 04/06/2010 เวลา : 23.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kodarayong

ชอบรถกาแฟ-โมบายครับ
ไปเที่ยวที่ใหนๆ
ผมจะหาเวลาเดินตลาดเช้าแบบชาวบ้านๆ
และมองหาร้านกาแฟพื้นถิ่น
นั่งมองผู้คน
และดื่มกินรสกาแฟ-ขมได้กลิ่นนมแบบโบราณ
ขอบคุณครับ
ที่นำเสนอ..ทำให้อยากไปเที่ยวอีกครั้ง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ครูสบเมย_แม่ฮ่องสอน วันที่ : 04/06/2010 เวลา : 23.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krubaantong
ครบรอบ  ๒๐  ปี พอดี...

อ้อ....เพลงเพราะจังครับ..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ครูสบเมย_แม่ฮ่องสอน วันที่ : 04/06/2010 เวลา : 23.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krubaantong
ครบรอบ  ๒๐  ปี พอดี...

โอ้...พระเจ้าจอร์ช.....สุดยอดจริง ๆ ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน