*/
  • vincentoldbook
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mycompatriot_thailand@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-25
  • จำนวนเรื่อง : 160
  • จำนวนผู้ชม : 336453
  • จำนวนผู้โหวต : 279
  • ส่ง msg :
  • โหวต 279 คน
Besame Macho

Besame Macho By Cesaria Evora _Latin Music

View All
<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 20 กันยายน 2553
Posted by vincentoldbook , ผู้อ่าน : 3034 , 17:41:57 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน มะอึก โหวตเรื่องนี้

.. เล่าเรื่อง และ ถ่ายภาพโดย ..วินเซนต์ ..

..........................................

รื่นรมย์ชีวา ฟ้า แดด ฝน คน สายน้ำ กับ ภาพเทศกาลแข่งขันเรือยาวมิตรภาพ ไทย - ลาว ณ ริมโขง บุ่งคล้า หนองคาย ...

 

 

ช่วงนี้..

ที่นี่..ในทุกๆพลบค่ำ..

เราจะพบเห็นไฟนีออน สีม่วง สีฟ้า ที่ชาวบ้านทำล่อแมงดาประดับอยู่ตามรั้วบ้านกันค่อนข้างดาษดื่น..

ทำให้ในแต่ละค่ำคืนถนนหนทางในอำเภอเล็กๆริมสายน้ำโขงแห่งนี้ แลดูไม่เงียบเหงาและมืดมิดจนเกินไปนัก ถนนหนทางที่ก่อนหน้านั้นแทบจะคลำทางเดินในบางค่ำคืน ก็ดูมีสีสันมีชีวิตชีวามากขึ้น ..

แม้จะเป็นสีสันที่เกิดจากการปรุงแต่งขึ้นมา ทว่า กลิ่นโคลนตม กลิ่นท้องทุ่งที่โชยคลุ้งมากับสายลมเย็นระหว่างทางผ่าน ก็เป็นหลักฐานที่พิสูจน์ชัดเจนในความเป็นเมืองชนบท ..

ที่ดูครบครันกลิ่นหอมของวิถีชีวิตแบบเก่าๆ ..

อันมากล้นคุณค่าความหมายที่ยากเกินพรรณนาได้หมด ..

..................................................

สองสามวัน..

ก่อนวันสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา..

ฉันออกเดินทางกลับไปขอนแก่นเพื่อไปเยี่ยมแม่ยายที่นอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาล..

ไปติดอยู่กับวังวนของภาพเก่าๆที่คุ้นชิน ภาพของการนอนเฝ้าไข้คนป่วย ภาพโรงพยาบาล เตียงผู้ป่วย สายระโยงระยาง และ กลิ่นยา ที่ทำให้รู้สึกวิงเวียน ..

อากาศในเมืองที่ว่าร้อนอบอ้าว ที่ว่านับวันยิ่งไร้หนทางเข้าออกของ ฟ้า แดด ฝน ..ที่ว่านับวันยิ่งอยู่อาศัยก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดเพราะหายใจเข้าออกลำบากมากขึ้น ..

ทว่า มนุษย์เมืองผู้ทรหดอดทนทั้งหลายก็ยังพอจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้เรื่อยๆตามอัตภาพ..

แม้จะแย่งอากาศกันหายใจบ้าง แย่งแข่งขันกันทำมาหากินบ้าง แย่งกันโกงกินบ้าง ทว่า แต่ละวันของชีวิตก็จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี หากไม่ประสบอุบัติเหตุอันไม่พึงประสงค์ใดๆเสียก่อน เช่นเรื่องของ การป่วย เจ็บ ตาย ..

วันพรุ่งนี้ของคนในเมือง ก็ยังคงเป็นรุ่งอรุณวันใหม่..ที่มีชีวิตชีวาอยู่เสมอ!!..

บรรยากาศ และ สถานที่ ที่มักจะทำให้มนุษย์เมือง หรือ ไม่ก็มนุษย์ท้องถิ่นชนบท มนุษย์เมืองท่องเที่ยว มนุษย์เกาะชายหาดอาบแดดที่ไหนก็ตามต่างก็รู้สึกอึดอัดมากมายเสมือนหนึ่งกำลังจะตายดับลาลับโลกนี้ไป ..

คงจะหนีไม่พ้น .. บรรยากาศในโรงพยาบาล..โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่อยู่ในเมืองนี่แหละ ..

มวลอากาศภายในห้องดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาลในเมืองใหญ่ ไม่ว่าจะสูดดมอย่างไร ? ไม่ว่าจะมีผู้ช่วยพยาบาล คนทำความสะอาดเวียนเข้ามาทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอบ่อยครั้งเพียงใดก็ตาม ทว่า มันก็หาได้มีความสะอาด และ ความปลอดภัยใดๆเลยในความรู้สึกนึกคิดของเรา ..

เรามักจะหวาดระแวง และ วิตกกังวลไปต่างๆนานา กับภาพภาวะที่อยู่ระหว่างความเป็นความตายของผู้คนมากมายที่อยู่รายรอบ  ที่ในแต่ละนาทีของชีวิตนั้น ความเป็นความตายของพวกเขาต่างฝากไว้กับการวินิจฉัยโรคของหมอ ฝากไว้กับการเลือกวิธีการหรือขั้นตอนการรักษาโรคของหมอ และ ฝากไว้กับการสั่งยาตามความรู้และประสบการณ์ของหมอ ..

หมอเก่งๆในโรงพยาบาลรัฐเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยจะมีแล้ว ที่ว่าไม่ค่อยจะมีไม่ใช่ว่าไม่มีหมอเก่งๆมาทำงานให้รัฐนะ แต่เพราะว่าหมอเก่งๆส่วนใหญ่ก็จะกลายเป็นที่ปรึกษาของหมอเด็ก หมอฝึกหัด ที่เข้ามาทดลองงานกันเสียเป็นส่วนใหญ่ ..

ดังนั้น โรงพยาบาลตามต่างจังหวัดทุกโรงพยาบาลใหญ่ๆ คนไข้ที่เข้าไปนอนรักษาตัวส่วนใหญ่จึงมีสถานภาพที่ทับซ้อนกันระหว่างการเป็นผู้ป่วย กับ การเป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนทางแพทย์ ..

หลายครั้งก็ได้เป็นผู้ป่วย ที่ได้รับการรักษาตามโรคที่ป่วย ได้หายจากโรคที่ป่วยอยู่ตามการรักษาที่ถูกต้องตามการวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องของหมอ ..

ทว่า หลายๆชีวิตก็มาจบลงตรงการเป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนทางแพทย์ จบชีวิตลงเพราะการวินิจฉัยโรคที่ผิดพลาดของหมอ จบชีวิตลงเพราะการเลือกวิธีรักษาและเลือกขั้นตอนการรักษาที่ผิดพลาดของหมอ ..

มันเลยกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในสัจธรรมชีวิตมนุษย์ ..ในเรื่องของความไม่แน่นอนของชีวิต ..

ไม่มีหมอเก่งในโลกใบนี้ ..ไม่มีใครรักษาชีวิตเราให้รอดปลอดภัยได้ ..นอกจากตัวเราเอง !!..

ดังนั้น โปรดจำไว้อย่างหนึ่งว่า เมื่อเราโดนหามเข้าโรงพยาบาลวันใด ? นั่นหมายความว่า เรากำลังแหย่ขาข้างหนึ่งของเราลงไปทักทายยมโลกเรียบร้อยแล้ว.. นี่คือ ความจริงแท้ที่สุด !!!..

การไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ จึงเป็นลาภอันประเสริฐสุดของชีวิตมนุษย์  ไม่มีมหาเศรษฐีคนใดหลีกหนีความตายพ้นด้วยเงินจำนวนมหาศาลที่เขามีถืออยู่ในมือ เฉกเช่นกันกับยาจกขอทาน ทุกๆชีวิตจะต้องได้รับโอกาสเข้าไปเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่บนเตียงคนไข้เหมือนๆกัน..ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ..

มนุษย์เราทุกวันนี้เลือกที่จะชะลอวันลงโลงของพวกเขา ด้วยสารพัดวิธีรูปแบบทางเลือกที่เขาร่ำลือกันว่ามันดีและเห็นผล ไม่ว่าการรับประทานอาหารครบห้าหมู่ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานผักปลอดสารพิษ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังสารพัดศาสตร์ทางด้านเสริมสร้างพลานามัย ..

ทว่า สิ่งที่เราเห็นและเป็นอยู่ในความจริงแท้ของชีวิต ก็คือ โลกมนุษย์นี้ไม่มียารักษาความตาย !!..

ดังนั้น การมีอยู่กับชีวิตที่ตระหนักถึงความตายอย่างสม่ำเสมอ ตระหนักเห็นการไม่มีอยู่จริง ตระหนักเห็นว่าชีวิตในปัจจุบันขณะนั่นแหละที่ดีที่สุด จึงเป็นยารักษาโรคร้ายก่อนตายที่ดีที่สุดของชีวิตมนุษย์ทุกๆชีวิต !!..

มนุษย์ทุกคน คือ หมอที่ดีที่สุด และ เก่งที่สุดของชีวิตของแต่ละคน ..ต่างเชี่ยวชาญ และ ต่างโง่เขลาในการรักษาโรคร้ายในชีวิตของตนที่แตกต่างกันไป..

มนุษย์แต่ละคน แต่ละชีวิต ต่างก็เป็นหมอที่เก่ง ที่สามารถเลือกวินิจฉัยโรคร้ายของตนเองได้ เลือกวิธีรักษาโรคร้ายของตนเองได้ และ เลือกสั่งยามารักษาโรคร้ายของตนเองได้ ..

ทว่า ใครจะหายหรือไม่หาย ? ..จากโรคร้ายที่เป็นอยู่ .. ก็ขึ้นอยู่กับ ปัญญา แนวคิด และ ทรรศนะมุมมอของแต่ละคน ที่มีต่อชีวิตของพวกเขาเอง ที่มีต่อเพื่อนร่วมโลกของพวกเขาเอง และ ที่มีต่อโลกมนุษย์อันงดงามของพวกเขาเอง..

โลกมนุษย์อันงดงาม..ที่ๆต่างคนต่างก็ได้ร่วมอยู่ร่วมอาศัย..

ที่ๆต่างคนต่างยังวนเวียนว่ายอยู่ในวัฏฏะแห่งความไม่แน่นอนของชีวิตเดียวกัน !!!..

...........................................

จากขอนแก่น ..

เรากลับมาถึงบุ่งคล้าช่วงดึกของคืนวันศุกร์ ..

แวะเดินช้อปปิ้งตลาดนัดที่เมืองอุดร ได้แผ่นหนัง แผ่นเพลง หนังสือ เสื้อผ้า มาเต็มท้ายรถ ตั้งใจว่าจะนอนดูหนังแผ่นตลอดวันเสาร์ และ วันอาทิตย์ค่อยไปเที่ยวชมงานแข่งเรือ ..

เราตั้งโปรแกรมเที่ยวกันไว้คร่าวๆ อยากเดินเที่ยวงาน อยากเดินถ่ายภาพ และ เลือกซื้อของใช้ของกิน จากร้านรวงต่างๆมากมายที่มาเปิดจำหน่ายสินค้า และ ค่ำๆของคืนวันอาทิตย์ เราก็ตั้งใจว่าคงจะได้ไปดูวงดนตรีลูกทุ่งที่มาเปิดการแสดง..

ทว่า โปรแกรมต่างๆที่วางไว้แต่แรกก็ต้องคลาดเคลื่อนไป มีการเปลี่ยนแปลงเพราะเธอต้องมีภาระไปอยู่เวรกระทันหันในช่วงเย็นของวันเสาร์ และ อยู่เวรตลอดช่วงเช้า บ่าย ดึก ของวันอาทิตย์ ..

ทำให้ฉันต้องออกมาเดินเที่ยวเก็บภาพบรรยากาศของงานอยู่คนเดียว ท่ามกลางเปลวแดดที่ค่อนข้างจะร้อนรุนแรงของวันอาทิตย์ ..

ท้องฟ้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้น มันค่อนข้างจะเปิดมากๆ มองเห็นท้องฟ้าสีครามได้กว้างไกลกว่าวันก่อนๆ ที่ท้องฟ้ามักจะฉาบทาไปด้วยเมฆฝนอึมครึม เดี๋ยวแดด เดี่ยวลม เดี๋ยวฝน..

ทว่า ฟากฟ้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้น มันเป็นฟ้าสีครามที่งดงามยิ่งนัก ฟ้าสีครามที่สะท้อนลงมาเป็นเงาฟ้าในน้ำผสานเข้ากับผิวสีขุ่นขลักของสายน้ำโขง มองเห็นเป็นเงาแวววาวระยับ คล้ายๆกับผืนแผ่นน้ำสีขุ่นนั้นมันถูกประดับไว้ด้วยแสงสีเงินอันวาววับงดงาม ..

ฟ้า แดด ฝน  และ ชีวิตผู้คนสองฟากฝั่งโขง กับ เทศกาลอันแสนสนุกสนานครื้นเครงนี้ มีกลิ่นอายของศิลปะวัฒนธรรมของวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนที่นี่สะท้อนออกมาให้เห็นได้ชัดเจน ..

บุ่งคล้า - ปากกระดิ่ง ผู้คนสองฟากฝั่งค่อนข้างจะมีวิถีชีวิตที่ใกล้เคียงกัน ไม่แตกต่างกันมากนัก ..

ซึ่งดูเหมือนจะแตกต่างกันอย่างมากกับวิถีชีวิตของผู้คนริมโขง บึงกาฬ - ปากซัน ที่ดูจะเป็นวิถีชีวิตของผู้คนในเมืองใหญ่เมืองท่าสำคัญ ที่อิทธิพลของการเป็นเมืองใหญ่เมืองสำคัญนั้น มันทำให้กิจกรรมใดๆระหว่างไทย-ลาว ที่ถูกจัดขึ้น มักจะเน้นไปในเรื่องของความใหญ่โตอลังการของงานมากกว่า ..เนื้อหาสาระสำคัญของชื่องาน !! ..

นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด ที่เรือจากพี่น้องฝั่งลาวที่เข้าร่วมแข่งขันที่งานแข่งเรือบุ่งคล้า จะมีความคึกคักมากกว่าที่เข้าร่วมในงานแข่งเรือบึงกาฬ งานแข่งเรือบึงกาฬที่ผ่านมาส่วนใหญ่เรือที่เข้าแข่งขันจะเป็นเรือยาวของเหล่าฝีพายมืออาชีพหลากหลายทีม ที่เดินสายแข่งขันไปทั่วประเทศในเทศกาลแข่งเรือรายการใหญ่ๆต่างๆ ..

หลายๆทีมมีสปอนเซอร์เป็นห้างร้านบริษัท หรือ ผู้จัดจำหน่ายสินค้าที่มีชื่อเสียง หลายๆทีมเป็นทีมขององค์กรขนาดใหญ่ มาแข่งขันเพื่อชิงชัยชนะ ชิงถ้วยรางวัล และ เงินรางวัลเป็นสำคัญ ..

ทว่า งานแข่งขันเรือยาว ที่บุ่งคล้า จะเป็นการแข่งขันเรือขนาดเล็ก ระดับสิบ ยี่สิบ ถึง ยี่สิบห้าฝีพาย เป็นเรือระดับหมู่บ้าน ระดับคุ้มวัด กะเกณฑ์ชาวบ้านหนุ่มฉกรรจ์ในหมู่บ้านมาเป็นฝีพาย การซักซ้อมก็ซ้อมก่อนแข่งขันกันเพียงไม่ถึงเดือน เพราะส่วนใหญ่ผู้คนก็ติดภารกิจหน้าที่การงานในไร่ในนา หรือในสถานที่ทำงานตามอาชีพสาขาของแต่ละคน ..

การร่วมเป็นทีมฝีพายของแต่ละลำเรือ แต่ละทีม แต่ละคุ้มบ้าน จึงเป็นลักษณะของกิจกรรมอาสาสมัครร่วมแรงร่วมใจกัน เป็นการร่วมกันเข้ามาแต่งเติมสีสันของเทศกาลงานแข่งเรือด้วยเป้าหมายที่อยากจะร่วมสร้างสรรค์ความสนุกสนาน มากกว่าเป้าหมายของการจะเอาเป็นเอาตายในการชิงถ้วยและเงินรางวัล ..

ทำให้เราได้อรรถรสในการชมเรือในแบบบ้านๆที่เน้นความสนุกสนาน เฮฮา ครื้นเครง ที่แตกต่างไป..

บางทีมก็คู่คี่สูสี บางทีมก็ทิ้งกันขาดกระจุยกระจาย แต่ก็เรียกเสียงเฮฮา ม่วนซื่นได้จากทั้งพี่น้องไทยลาวที่หอบลูกหอบหลาน และ หอบขวดเหล้าขวดเบียร์ มาเที่ยวชมงานกันจนแน่นขนัด ..

เทศกาลการแข่งขันเรือยาวบุ่งคล้า จึงยังหลงเหลือภาพของประเพณีวัฒนธรรมพื้นบ้านท้องถิ่นแบบวิถีชีวิตเก่าๆที่หลายพื้นที่มักจะละเลยหลงลืม และ มองข้ามผ่านไปเพื่อไปหาวัฒนธรรมประเพณีประยุกต์ใหม่ๆที่ดูใหญ่โตและอลังการงานสร้างมากกว่า อย่างที่เราพบเห็นทางการถ่ายทอดงานแข่งเรือรายการใหญ่ทางหน้าจอทีวี ..

ฉันเดินเก็บภาพตามจุดชมการแข่งขันต่างๆที่ต่างก็เต็มไปด้วยวงเหล้าวงสุราของชาวบ้าน เดินเก็บภาพเรือ ท้องฟ้า ท้องน้ำ และ เด็กๆ  แวะถ่ายภาพวงเหล้าวงนั้นวงนี้ ก็ได้รับคำเชิญชวนด้วยจอกเหล้า แก้วเบียร์ เป็นระยะ แต่ฉันก็จำต้องตอบปฏิเสธมิตรไมตรีอันดีของชาวบ้านไว้ก่อน ไม่เช่นนั้นก็คงจะถ่ายภาพต่างๆตามที่ต้องการไม่ได้หมด ..

กว่าจะถ่ายภาพจบ กว่าจะเที่ยวชมงานได้ทั่วก็ค่อนข้างเหนื่อย แวะซื้อน้ำหวาน และ ขนมอร่อยกลับไปทานที่บ้านเอาไปฝากเธอที่ทำงาน หลังจากนั้นก็กลับมาเก็บภาพในมุมอื่นๆต่อ ..

กว่าจะจบรายการถ่ายภาพต่างๆตามหวังตั้งใจ เวลาก็เดินทางมาถึงเย็นย่ำสนธยา ใกล้ๆเวลาพลบค่ำ ที่ดวงตะวันค่อยๆทอแสงเจิดจ้าสุดท้ายอยู่ตรงเบื้องหลังเขา..ทางฝั่งทิศตะวันตก ..

ฟ้าสีคราม ..เริ่มถูกแซมด้วยหมู่เมฆหลากสีสัน ทั้งชมพู เหลือง ทอง ..เป็นท้องฟ้าที่งดงามมากๆ..

แวะจอดรถ..ชื่นชมภาพความงดงามของชีวิต ยืนสูดดมกลิ่นลมทุ่งแรงๆเข้าปอดลึกๆ ..

โดยไม่ลืม..ที่จะเก็บภาพงดงามนั้น ..มาฝากกันครับ ..

............................................

..........................................................

..............................................................

.....................................................

......................................................................

..................................................

.............................................

.. ขอให้มีความสุขกับชีวิตมากๆนะครับ..

โอกาสหน้าพบกันใหม่ กับ เรื่องราวใหม่ ภาพถ่ายใหม่ๆ ..

โชคดีกันทุกๆคนครับ !!!..

...............................................

วินเซนต์

ริมโขง  หนองคาย

๒๐  กันยายน  ๒๕๕๓

...............................................


MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เทียนส่องแสง วันที่ : 21/10/2010 เวลา : 08.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tiensongsang
ฉันไม่ใช่นักคิด ฉันเป็นแค่เพียง"นักรู้สึก"

ภาพและเรื่องราว
งดงามมากเชียวครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
กอบธรรม วันที่ : 19/10/2010 เวลา : 11.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anakkumlangbai
ก่อนเกิดใครเป็นเรา? ...เมื่อเกิดแล้วเราเป็นใคร? ...ใครที่ว่าไม่นานก็ฝังบ้าง เผาบ้าง ..ไม่เชื่อให้ญาติคอยสังเกตุไว้ได้เลย.

สวัสดีครับ

สบายดีนะครับ

ขอให้มีความสุขกับมื้อเที่ยง.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อาคม วันที่ : 25/09/2010 เวลา : 21.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/akom

มุมกล้อง มุมคิดคนถ่าย สวยงามเสมอครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นกแสงตะวัน วันที่ : 25/09/2010 เวลา : 06.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arunprapa
ส่วนเสี้ยวชีวิตที่เหลืออยู่

วิถีชีวิต ผู้คน รายทาง
สวยงามค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน