*/
  • vincentoldbook
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mycompatriot_thailand@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-25
  • จำนวนเรื่อง : 160
  • จำนวนผู้ชม : 331970
  • จำนวนผู้โหวต : 279
  • ส่ง msg :
  • โหวต 279 คน
Besame Macho

Besame Macho By Cesaria Evora _Latin Music

View All
<< พฤศจิกายน 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 12 พฤศจิกายน 2553
Posted by vincentoldbook , ผู้อ่าน : 1898 , 16:11:14 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ไอริน โหวตเรื่องนี้

.. เล่าเรื่อง และ ถ่ายภาพ โดย วินเซนต์ ..

....................................

รวยรินกลิ่นชีวา ใต้ฟ้า ลมหนาว เงาตะวัน กับ ความทรงจำ และ ภาพฝันที่เล่าไม่จบ .. (๑)

 

 

นานมาแล้ว..

ที่ฉันมักจะจดจำวัยเด็กเล็กของฉันได้ไม่ค่อยแม่นยำเท่าใดนัก ..

อาจจะเป็นเพราะกาลเวลาที่มันผ่านเลยไปนาน สภาพแวดล้อม หน้าที่การงาน ความเป็นอยู่ รวมถึงอุปสรรคปัญหาต่างๆในชีวิตตอนเติบใหญ่ขึ้นมา มันมีเรื่องราวชีวิตนานาสารพันให้ฉันได้กลับไปครุ่นคิด ได้กลับไปรำลึกถึง และ ฟื้นฝอยหาความทรงจำเก่าๆของฉันได้มากกว่า

หรือไม่บางที ..ก็อาจจะเป็นเพราะว่า..ชีวิตวัยเด็กเล็กของฉันนั้นมีเรื่องให้จดจำน้อยเกินไป !!! ..

ในวัยเด็กเล็กฉันรู้จักตัวเอง และ เคยเห็นภาพตัวเองตอนเป็นเด็กเพียงแค่ภาพถ่ายเก่าๆใบหนึ่ง ที่ฉันยืนถ่ายภาพนั้นคู่กับน้องชายในชุดซาฟารีตรงหน้าบ้านเช่าหลังเก่าของเรา ..

แม่เล่าให้ฟังว่าในวันที่เราย้ายจากบ้านหลังเดิม..ที่มันโดนต้นไม้ใหญ่โค่นทับ !!..

น้องชายอยู่ในชุดสีเทา ส่วนฉันอยู่ในชุดสีเขียวขี้ม้า ภาพนั้นดูเลือนรางมากๆ ฉันมองดูกี่ครั้งต่อกี่ครั้งฉันก็ไม่เห็นเค้าโครงหน้าของตัวฉันเองในภาพนั้นเลย ในขณะที่ภาพน้องชายนั้นกลับมีความชัดเจนมากๆว่าเป็นภาพเขา..

ภาพเด็กชายตัวน้อยที่อยู่ในชุดซาฟารีกลีบโง้งสีเขียวขี้ม้าคนนั้น ..

เขาดูเหมือนว่าไม่ใช่ตัวฉันแต่ก็คือตัวฉันและแม่ก็ยืนยันว่าเป็นฉันจริงๆ  ..

มันเป็นภาพอดีตวัยเด็กเล็กเพียงภาพเดียวของฉันที่ฉันเคยเห็น ซึ่งในวันนี้ภาพนั้นมันก็ไม่รู้ไปอยู่ที่ใครแล้ว ฉันไม่ค่อยได้ใส่ใจมันนักในยามนั้น และ ไม่ได้สนใจที่จะเรียกร้องขอจากแม่เพื่อนำมาเก็บมันไว้เป็นสมบัติส่วนตัว แม้ว่าจะเคยขอแม่ดูภาพนั้นหลายครั้งหลายรอบ..

มันต่างกันกับภาพถ่ายอีกภาพที่เป็นภาพถ่ายของพี่ชายคนโต ที่ถ่ายในสตูดิโอในชุดลำรองน่ารักๆของเด็ก พี่ชายนั่งอยู่บนม้าโยกซึ่งก็คงจะเป็นม้าโยกที่ทางสตูดิโอจัดเตรียมไว้ให้ ทรงผมของพี่ชายในภาพนั้นมันถูกหวีเสียเรียบแปร้ ชุดเสื้อผ้าที่ใส่ก็ดูดีมีระดับ และ ค่าถ่ายภาพนั้นก็คงจะแพงระยับน่าดูเหมือนกันในยุคสมัยกว่า ๕๐ ปีก่อน ..

ซึ่งมันก็เป็นเรื่องจริง ..ในวันที่แม่พาพี่ชายไปถ่ายภาพนั้นในสตูดิโอ กับ วันที่แม่ให้ใครก็ไม่รู้ถ่ายภาพฉันกับน้องชายไว้ที่หน้าบ้านเช่าหลังใหม่ที่พวกเราโซซัดโซเซเข้ามาอยู่เพราะบ้านเช่าหลังก่อนหน้านั้นโดนต้นไม้ใหญ่โค่นทับ ฐานะความเป็นอยู่ของแม่แตกต่างกันลิบลับ.. 

ที่ต้องใช้คำว่า "แตกต่างกันลิบลับ" เพราะมันแตกต่างกันลิบลับจริงๆ ..

แม่เปลี่ยนจากฐานะของคนที่มีอันจะกิน มีที่ดิน มีบ้าน มีทองหยองเต็มตัว ..

มาเป็นผู้มีฐานะขัดสนเพียงชั่วระยะเวลา ๑๐ กว่า ปี ..

พร้อมๆกับมีลูกๆเพิ่มมาอีกเกือบโหล !!!..

...........................................

เรามักจะมีภาพ ..

ที่เป็นภาพแห่งความทรงจำของเราทุกคน ..

บางครั้งบางคราวเมื่อฉันพยายามจะหวนรำลึกไปหาอดีตวัยเด็ก..

มันกลับมีเรื่องของ เหตุการณ์ ตัวบุคคล ที่แลดูคลับคล้ายคลับคลาเข้ามาปะปนมากมายจนเกินความชัดเจน บ่อยครั้งที่ฉันจำต้องมานั่งตั้งสติดีๆเพื่อค่อยๆกลับไปหาอดีตด้วยการเพิ่มความละเมียดเพื่อคิดถึงวันเวลาเก่าๆนั้นได้ครบถ้วนในรายละเอียดมากมายยิ่งขึ้น..

บ่อยครั้งที่ต้องมานั่งทบทวนในความเงียบ ..

นั่งแยกแยะเรื่องราวความฝันออกจากเรื่องราวของความจริง !!..

นั่งคัดกรองเรื่องเล่าอันแสนมหัศจรรย์พิสดารน่าตื่นเต้นที่ฉันมักได้รับฟังจากปากคำของแม่บ่อยๆในตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น วัยหนุ่ม วัยผู้ใหญ่ จวบจนกระทั่งก่อนวันที่แม่จะเสียชีวิต  กับ เรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นจริงที่ฉันเห็นมากับตา หรือ ไม่ฉันก็มีหลักฐานยืนยันได้ว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ ..

 

ในความเงียบ ..

ฉันมักจับต้องความทรงจำ..

ที่มันเคลื่อนผ่านฉันไปได้เป็นรูปเป็นร่างมากมายยิ่งขึ้น ..

และ มันยิ่งจะมีความชัดเจนในรายละเอียดของเรื่องเล่าแห่งความทรงจำนั้นๆมากมายยิ่งขึ้น ..

เมื่อฉันมีหลักฐานต่างๆมาช่วยในการยืนยันกับตัวฉันเอง ทั้งภาพถ่าย สถานที่ และ ตัวบุคคล !!!..

ในความทรงจำที่หลายๆคนมักจะไม่ให้ความสำคัญเพราะเชื่อว่าสิ่งเหล่านั้นมันคืออดีต ..

หลายๆคนไม่ให้ความสำคัญเพราะเชื่อว่าสิ่งเหล่านั้นมันผ่านมาแล้ว..

ไม่มีประโยชน์ในเรื่องของการกลับไปรื้อฟื้น..

ที่สำคัญ ..

หลายๆคนมองข้ามประโยชน์ของความทรงจำเก่าๆไป..

เพราะเชื่อมั่นว่าปัจจุบันเท่านั้นที่ดีที่สุดและ ต้องทำปัจจุบันให้ดีที่สุดเพื่อรับประกันอนาคต..

เนื่องเพราะพวกเขาเชื่อมั่นว่าอดีตและอนาคตนั้นเป็นเรื่องราวที่เราไม่สามารถที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือกำหนดให้เป็นไปตามที่ใจเราต้องการได้ ..

คนหลายคนเชื่อว่า ..เขาลืมอดีตได้ และ ไม่ใส่ใจอนาคตได้ ด้วยการลืม และ แสร้งปล่อยวาง !!..

ฉันใช้คำว่า "แสร้งปล่อยวาง" เพราะว่าในปัจจุบันนี้ โลกมนุษย์ของเรา ..

มีมนุษย์จำพวก "นักปัจจุบันขณะ" เยอะมาก ..

เยอะมากจริงๆ !!!..

เรามักจะเดินชนกับพวกเขาตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ เรามักจะพบเจอพวกเขาตามลานปฏิบัติธรรมของวัดวาอารามต่างๆ ตามสำนักปฏิบัติธรรมของพระอาจารย์นั่น โน่น นี่ ยั้วเยี๊ยะเต็มไปหมด..

ซึ่งสูตรสำเร็จในการแสวงหาทางออกให้กับชีวิตของพวกเขาเหล่านี้นั้น ก็ดูเหมือนจะคล้ายคลึงกันจนแยกไม่ออกว่าค่ายไหนเป็นค่ายไหน ? สำนักไหนเป็นสำนักไหน ? อิทธิพลทางความคิดของพวกเขานั้น ..มาจากคำสอนของศาสดาองค์ไหน ? หรือ มาจากตำรับตำราเล่มใด ??..

หลายๆครั้ง..เรามักจะเจอพวกนักปัจจุบันขณะฉาบฉวย เสียมากกว่าเจอนักปัจจุบันขณะที่แท้ คือ เจอผู้รู้ ผู้อวดรู้ ผู้อุตริรู้ มากกว่าเจอ ..ผู้รู้แจ้ง  !!..

ที่ผ่านมา..เรามักจะออกตามหา "ใครสักคน??" ..ให้มาเป็นไอดอลทางแนวคิด รสนิยม พฤติกรรม หรือ ..แม้แต่ตามหาผู้นำสำหรับการสวมใส่เสื้อผ้าปกห่มร่างกายของเรา ..

โดยที่เราเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรานั้นรู้สึกปิติชื่นชมยินดีในตัวไอดอลของเรามากมายขนาดไหน ??..เราชื่นชมยินดีในการนำของไอดอลของเราด้วยความจริงใจ ..ที่จริงแท้หรือไม่ ??..

หรือ .. เราก็ชื่นชม และ ยินดี เลือกเดินตามเขาไปงั้นๆแหละ ..

เนื่องเพราะเราเองนั้น ..ก็ยังไม่รู้จักตัวเราเองดีพอ !!!..

ว่าเราเป็นใคร ?? มาจากไหน ?? ..

.............................................

มันเป็นเรื่องยากที่ยิ่งกว่ายาก..

หากเราคิดจะเป็นตัวของตัวเองโดยไม่มี "เปลือก" หรือ "มายาคติ"ของใครมาสวมทับ ??..

มักจะมีอิทธิพลของสิ่งหนึ่งสิ่งใด ? หรือ บุคคลหนึ่งบุคคลใด ? ครั้งในอดีต..สวมทับในร่างจริง ณ ปัจจุบันนี้ของเราเสมอ ไม่ว่าจะทางหนึ่งทางใด ไม่ว่าจะแนวคิด วิถีชีวิต รสนิยม ความเชื่อ ความศรัทธา หรือ องค์ความรู้ทางสาขาวิชาชีพต่างๆ ..

แม้แต่ ..คุรุทางจิตวิญญาณ นักบวช นักการศาสนา นักปราขญ์ผู้มุ่งหาความจริงแท้ของชีวิต ก็มักจะเก็บสะสม "มายาคติ" ของ พระศาสดา หรือ คุรุทางปัญญาของพวกเขาติดตัวอยู่เสมอ..

เรามิอาจหลุดพ้นจาก "มายาคติ" ได้พ้น มันมักติดตามเราไปเสมอๆทุกที่่ทุกแห่ง ..

เรามักคิดเหมือนใคร หรือ ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดเหมือนใครบางคนเสมอ ???..

มันเป็นเรื่องง่ายที่เราจะบอกใครต่อใครว่า "เรามีความเป็นตัวของตัวเอง" แต่มันเป็นเรื่องยากแสนยากที่ "เราจะเป็นตัวของตัวเอง" ได้จริงโดยปราศจาก "มายาคติ" อื่นใดมาสวมทับ ??..

ดังนั้น ..การค้นหาตัวเอง ด้วยการย้ำเตือนใจตนโดยบอกว่า "เราต้องมีความเป็นตัวของตัวเอง" ..

มันมักจะไม่สามารถนำพาเราไปสู่เส้นทางของการ "ตระหนักรู้" ได้จริง เรามักจะสะดุด และ ล้มคว่ำระหว่างทางไปเสมอ เพราะนั่นมันคือการ ..หลอกลวงตัวเราเอง !!..

ในท้ายที่สุดแล้วเราก็มักจะไม่สามารถหลุดพ้นจากมายาคติ..

ที่ยังคงเป็นเปลือกห่อหุ้มกายใจปัญญาของเราไปได้ ..

ฉันเองก็เฉกเช่นกัน ..มีมายาคติของสิ่งหนึ่งสิ่งใด ? บุคคลหนึ่งบุคคลใดตั้งแต่ครั้งในอดีตสวมทับอยู่เสมอ ฉันไม่ปฏิเสธว่าฉันมีความชื่นชมยินดีที่มี "มายาคติ" บางๆเหล่านั้นสวมทับตัวฉันไว้ เพราะนั่นมันทำให้ฉันรำลึกถึงความทรงจำในอดีตที่มันผ่านเลยมาแล้วได้เสมอๆ ..

ฉันมักจะมีคำพูดของแม่ติดอยู่ริมฝีปาก มีภาพชีวิตและความเชื่อของพ่ออยู่ในวิถีชีวิตประจำวันของฉัน มีแนวคิดแนวทางดำเนินชีวิตในปัจจุบันจากภาพความทรงจำเก่าๆในอดีตของครอบครัว มีแนวคิดความเชื่อจาก พระศาสดา คุรุทางปัญญา และ ตำรับตำราที่ได้ศึกษามา ..

มีแนวทางแนวปฏิบัติ หลักการดำรงชีวิต จากประสบการณ์ที่เก็บสะสมมาจากใครต่อใครมากมายที่ฉันยอมรับ และ เชื่อถือในคุณค่าของความเป็นมนุษย์ และ คุณงามความดีต่างๆของพวกเขา..

ฉันมีภาพของตัวฉันเองที่ถูกสวมทับด้วยความหลากหลายของภาพความทรงจำเก่าๆหลายๆภาพ ที่มักนำพาให้ฉันกลับไป ถาม-ตอบ ตัวฉันเองในห้วงอดีต ว่าฉันไปหยิบยืมภาพนั้นจากใครมาบ้าง ??..

ทุกวันนี้ฉันพยายามจะกลับไปค้นหาที่มาแห่งปัจจุบันขณะของฉัน ด้วยการรื้อฟื้นความทรงจำในอดีตขึ้นมา ถาม - ตอบ ตัวเอง ทั้งๆที่เป็นเรื่องที่ใครต่อใครหลายๆคนอยากจะลืมเลือนมันไป..

มันเป็นลักษณะของการดำรงไว้ซึ่งแนวคิดที่สวนทางกับกระแสสังคมอยู่มาก ..

ทว่า มันก็นำพาความสุขและความปิติชื่นชมยินดีมาสู่ห้วงใจฉันได้เสมอ ..

แม้จะเป็นเพียงความสุขที่ไม่มากมายอะไรนักก็ตาม ..

ชีวิตที่ผ่านมา ..

อดีตที่ผ่านไป ปัจจุบันขณะที่เรายังคงมีลมหายใจอยู่ ..

อนาคตที่ไม่่รู้ว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นบ้าง ???..เราจะไปถึงไหนต่อไหนได้ ? ..

หรือ เราจะมีชีวิตอยู่กับความชื่นชมปิติยินดีได้ ? ..

หรือ เราจะมีความเป็นมนุษย์ที่ตระหนักรู้ได้ด้วยปัญญาของเราเองนั้น ??? ..

มันมีอยู่หนทางเดียวเท่านั่้นที่จะนำพาเราสู่จุดหมายปลายทางนั้นได้ ..

นั่นก็คือ..เราจะต้อง..ไม่ลวงหลอกตัวเราเอง !!!..

ไม่ว่าจะวันนี้ หรือ วันไหนๆ ???..

( ปล. ติดตามภาพ และ เรื่องต่อ ในบทความหน้าครับ )

...........................................  

วินเซนต์

ริมโขง  หนองคาย

๑๒  พฤศจิกายน  ๒๕๕๓

......................................... 


MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ไอริน วันที่ : 12/11/2010 เวลา : 17.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/irinhome

สวัสดีคะ.. งามทั้งภาพ และภาษา

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เขียดขาคำ วันที่ : 12/11/2010 เวลา : 17.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kiadkakam

แวะมาทักทายก่อนกลับบ้าน

วันนี้วันศุกร์แล้วครับ...

ขอให้มีความสุขกับวันหยุดนะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 12/11/2010 เวลา : 16.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

อ่านและชมภาพ..
ผมว่าเป็นชีวิตที่"งดงาม"มากครับ...เพราะสามารถ"มีวันนี้"ได้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน