*/
  • vincentoldbook
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mycompatriot_thailand@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-25
  • จำนวนเรื่อง : 160
  • จำนวนผู้ชม : 331865
  • จำนวนผู้โหวต : 279
  • ส่ง msg :
  • โหวต 279 คน
Besame Macho

Besame Macho By Cesaria Evora _Latin Music

View All
<< พฤศจิกายน 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤศจิกายน 2553
Posted by vincentoldbook , ผู้อ่าน : 2495 , 14:37:11 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

.. เล่าเรื่อง และ ถ่ายภาพ โดย วินเซนต์ ..

.......................................

รวยรินกลิ่นชีวา ใต้ฟ้า ลมหนาว เงาตะวัน กับ ความทรงจำ และ ภาพฝันที่เล่าไม่จบ ..(๒) 

ภาพในอดีต..

หลายๆภาพนำมาซึ่งความเบิกบานครั้งใหม่ของชีวิตเรา ..

แม้ว่าในหลายๆภาพมันจะนำพาเราไปสู่ความห้วงแห่งทุกข์เศร้าที่มิจางหาย ..

ในหลายครั้งของชีวิตปัจจุบัน เรามักจะสะดุดอยู่กับภาพใดภาพหนึ่ง และ ในชั่วแว้บใดแว้บหนึ่งนั้นความหลังครั้งเก่ามันมักจะวิ่งแล่นเข้ามาในจิตใจให้เราได้หวนรำลึกกลับไปหาเหตุการณ์ในอดีต..

ภาพบางภาพบ่มเพาะชีวิตเราขึ้นมาใหม่ในความเงียบ ..เมื่อเราหยุดนิ่ง เรามักได้พบบางสิ่งบางอย่างที่แปรเปลี่ยนไปในภาพฝันและห้วงคิดคำนึงของเราเสมอ ..

ภาพบางภาพนำมาซึ่งความแปลกใหม่ ความตื่นตาตื่นใจใหม่ และ ความเข้าใจใหม่ของเรา ..

ภาพบางภาพช่วยลดความหยาบกระด้าง และ ความทะนงตนของเราลงมา หลายๆภาพในอดีตนำมาซึ่งความรักความผูกพันครั้งเก่าของเรากับ ครอบครัว คนรัก และ ถิ่นกำเนิด ..

หลายๆภาพช่วยนำพาภาพชีวิตวัยเด็ก..

กลับคืนมาสู่ความทรงจำของเราอีกครั้ง.. 

..........................................

ฉันพบภาพในหลวงภาพนี้ ..

จากร้านกาแฟดงหลวงบนเส้นทาง มุกดาหาร - อำนาจเจริญ ..

ระหว่างเส้นทางกลับบ้านที่อุบลฯในช่วงออกพรรษาที่ผ่านมา ร้านค้านี้จะจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์พื้นเมือง จำพวกเสื้อผ้าฝ้าย กระเป๋า ย่าม และ เครื่องใช้ผลิตภัณฑ์อื่นๆ รวมถึงมีเคาน์เตอร์จำหน่ายกาแฟสด ที่ชื่อ กาแฟดง-หลวง รวมอยู่ด้วย ..

ร้านนี้ตั้งอยู่ริมทางบรรยากาศร่มรื่นเหมาะต่อการแวะพักรถและนั่งพักผ่อนหย่อนใจก่อนจะเดินทางต่อ เราเคยแวะเข้ามาที่ร้านแห่งนี้ ๓ ครั้ง แวะซื้อเสื้อผ้า กระเป๋า ย่าม  จนคุณยายคนดูแลร้านจำเราได้ ..

คุณยายเจ้าของร้ายท่านท่าทางใจดี เจรจาปราศรัยด้วยมิตรไมตรีอันดีทุกครั้งที่เราไปเยือน ท่านชอบสุนัข ไม่ห่วงห้ามเวลาเรานำ "เจ้ากาแฟ" และ "เจ้าหมอก" ลงไปหาน้ำดื่ม และ นั่งพักผ่อน ..

คุณยายก็เลี้ยงสุนัขไว้เหมือนกัน ชื่อ "คุณบัวไร" ซึ่งในวันที่เราไปแวะร้านนี้ครั้งล่าสุดนั้น ..

คุณบัวไร ..กำลังนอนหลับอย่างมีความสขใต้ต้นหมวกจีน !!! 

ต้นหมวกจีนที่ร้านนี้สวยงาม มีเสน่ห์ และ มีสีสันมากๆ หลายคนสะดุดตาสะดุดใจกันตั้งแต่ขับรถผ่านต้องวนรถกลับมาดูและขอตัดกิ่งเพื่อไปเพาะปลูก ซึ่งคุณยายก็ไม่ได้หวงห้าม ..

ที่ร้านกาแฟดง-หลวงนี้ จำหน่ายสินค้าแต่ละชิ้นด้วยราคาที่ไม่แพง ..

หลายๆชิ้นอยู่ในราคาที่เรียกได้ว่า ถูกมาก ..

กาแฟดง-หลวงรสชาติก็อร่อยถูกปาก ..

...................................

ช่วงปีที่ผ่านมา ..

ฉันเคยแวะร้านกาแฟร้านนี้มา ๓ ครั้ง ..

ทว่า กว่าที่ฉันจะสะดุดกับภาพในหลวงภาพนี้ ก็เป็นการเข้าไปเยือนเป็นครั้งที่ ๓ นั่นแหละ ..

ฉันแปลกใจตัวเองว่า ทำไม ๒ ครั้งก่อนหน้านี้ ฉันไม่เห็นภาพๆนี้ ทั้งๆที่ภาพนี้ก็แขวนอยู่ตรงมุมนี้มานานแล้ว อาจจะเป็นเพราะว่า ๒ ครั้งก่อนหน้านี้ ที่เรามาแวะดื่มกาแฟและซื้อสินค้า ฉันคงให้ความสนใจในเรื่องสินค้าในร้านมากกว่าเรื่องของสภาพแวดล้อมภายในร้าน ..

ฉันคงให้ความสนใจในสินค้าที่จะซื้อมากกว่าที่จะสนใจเรื่องราวความเป็นมาต่างๆของร้าน เลยไม่ได้สังเกตเห็นภาพๆนี้ที่ติดไว้อยู่ผนังตรงเคาน์เตอร์ขายกาแฟ เลยไม่ได้ถามไถ่อะไรคุณยายมากกว่าถามซื้อสินค้าที่วางจำหน่ายในร้าน..

คุณยายคนดูแลร้านบอกว่าภาพนี้ได้มาจากอำเภอดงหลวง เป็นภาพถ่ายครั้งสมัยที่ในหลวงเสด็จพระราชดำเนินมาทำโครงการหลวงที่นั่น ภาพนี้บรรยายให้เห็นถึงความเรียบง่ายในการเสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชกรณียกิจของในหลวงเมื่อครั้งในอดีตได้เป็นอย่างดี ..

ฉันมองดูภาพนี้ครั้งแรกแล้วรู้สึกประทับใจขึ้นมาทันทีทันใด ฉันขออนุญาตคุณยายคนดูแลร้านเพื่อจะขอถ่ายภาพนี้เก็บไว้ ฉันพยายามมองดูภาพนี้หลายๆครั้งหลายๆรอบ เพื่อมองหาแว้บแรกของภาพที่ทำให้ฉันรู้สึกประทับใจ และ รู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก ..

มันเป็นความประทับใจที่เคยเกิดขึ้นกับฉันเมื่อตอนฟังแม่เล่าเกี่ยวกับครั้งแรกและครั้งเดียวของชีวิตแม่ที่เคยมีโอกาสได้รับเสด็จในหลวงโดยบังเอิญครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว แม่เล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟังช่วงก่อนที่แม่จะเสียชีวิตไม่กี่ปี ..

แปลกดีเหมือนกันที่ว่าในช่วงชีวิตวัยเด็กนั้นฉันกลับไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ หรือ..บางทีแม่อาจจะเล่าให้ฟังแล้วแต่ว่า ..ฉันนั้นกลับจำเรื่องอันน่าประทับใจนี้ของแม่ไม่ได้เอง ???..

 

แม่เล่าให้ฟังว่าแม่เคยมีโอกาสได้รับเสด็จในหลวงที่หน้าวัดพระแก้วมาครั้งหนึ่ง ตอนนั้นแม่บอกว่าแม่ต้องเบียดเสียดกับผู้คนที่มารอรับเสด็จเพื่อให้ได้เข้าไปใกล้ชิดพระองค์ท่าน ใกล้ชิดพอที่แม่บอกว่าแม่ทำอะไรไม่ถูก มือไม้สั่นไปหมดเมื่อเข้าไปอยู่ใกล้ๆ รู้สึกวูบวาบตื้นเต้นขนลุกซู่ไปทั้งตัว แม่ได้ยื่นเงินเพื่อถวายบริจาคเหมือนคนอื่นๆ โดยที่พระองค์ท่านทรงรับจากมือของแม่ด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง ...

แม่เล่าว่าหากแม่ไปช้ากว่านั้นอีกเพียงนาทีสองนาทีแม่ก็คงไม่ได้มีโอกาสเช่นนั้นอีกแล้ว เพราะวันนั้นมีประชาชนมารอรับเสด็จเยอะมาก ในหลวงพระองค์ทรงพระราชดำเนินผ่านพสกนิกรที่มารอรับเสด็จเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเสด็จพระราชดำเนินกลับ ..

นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นนานมาแล้วหลายสิบปี แต่แม่ก็เล่าได้เหมือนว่าเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นมา หลายรายละเอียดที่แม่เล่าในวันนั้นมากมายกว่าที่ฉันเขียนบรรยายถึงอีกเยอะ แม่มักจะเป็นนักเล่าที่ดีคือมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเรื่องอื่นๆปะปนมาเสมอ ฟังแล้วสนุกดี มีความสุขที่ได้ฟัง..

 

ในชีวิตของฉัน ..ฉันเองก็มีเรื่องประทับใจ..

เกี่ยวกับการรับเสด็จในหลวงเหมือนกับแม่เหมือนกัน..

ทว่า มันเป็นช่วงระยะเวลาที่สั้นๆ และ เป็นแว้บเดียวจริงๆของชีวิต ..

เป็นช่วงระยะเวลาแว้บเดียวของชีวิตที่มีโอกาสได้เห็นพระพักตร์จริงๆของพระองค์ท่านผ่านดวงตาสองคู่ของฉัน ตั้งแต่ครั้งที่ฉันยังเป็นเด็กๆในชั้นเรียนประถม..

ฉันยังจำเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ดี เราได้รับโอกาสให้ไปรอรับเสด็จในหลวงและพระราชินีตรงเชิงสะพานข้ามแม่น้ำมูลที่อุบลราชธานี เราไปรอรับเสด็จกันตั้งแต่เช้า คุณครูจัดแถวให้เรายืนเรียงแถวตามรายทางเป็นแถวยาวสวยงาม ในมือของพวกเราทุกคนถือธงชาติเล็กๆ ..

รถยนต์พระที่นั่งแล่นผ่านมาด้วยความเร็ว พระองค์ท่านโค้งพระพักตร์หันมองมายังแถวรับเสด็จของพวกเราพร้อมโบกพระหัตถ์ และ ฉันมั่นใจว่าฉันเห็นรอยยิ้มเล็กๆของพระองค์ท่านด้วย !!!..

พอขบวนเสด็จผ่านไปสิ่งแรกที่เป็นคำถามที่คุณครูถามพวกเราก็คือ มีใครเห็นพระพักตร์ของพระองค์ท่านบ้าง ? ..ฉันตอบออกไปอย่างสุดเสียงด้วยความตื่นเต้นและดีใจว่าฉันเห็น ในขณะที่เพื่อนๆอีกหลายๆคนตอบว่าพวกเขามองไม่ทัน !!!..

นั่นคือ..อดีตที่น่าประทับใจในวัยเด็ก และ ภายหลังจากนั้นมาจวบจนกระทั่งวันนี้ ..

ฉันก็ไม่มีโอกาสเช่นนั้นอีกเลย !!!..

.....................................

การกลับบ้านที่อุบลฯในคราวนี้ ..

มันเหมือนว่าเป็นการเดินทางย้อนรอยความทรงจำเก่าๆจริงๆ ..

มันมีกลิ่นไอของความหลังมากมายที่ฉันบังเอิญได้กลับมาพบเห็นอีกครั้ง ..

เมื่อฉันไปทำบุญถวายภัตตาหารเพลที่วัดใกล้บ้าน พร้อมๆกับไปไหว้พระธาตุที่บรรจุอัฐิของ พ่อ แม่ พี่สาว และ พี่ชาย ที่เสียชีวิตไปแล้ว ..

วัดข้างบ้านของฉันเป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่มากๆ แต่ว่าสิ่งที่เราเห็นในปัจจุบันนั้น มันจะดูเหมือนกับว่ามันเป็นวัดเล็กๆธรรมดาๆวัดหนึ่ง ..

แต่พอพูดถึงความเก่าแก่ และ ความเป็นวัดป่ามาก่อน มันก็มีเรื่องของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สามารถนำมาอ้างอิงได้ นั่นคือพระอุโบสถหลังเก่า ที่บรรจุพระพุทธรูป และ ภาพเขียนพุทธประวัติที่ว่ากันมามีอายุเป็นร้อยๆปี..

ที่ผ่านมาหลายปีที่ฉันกลับบ้าน ฉันก็มักจะหลงลืมเรื่องราวเหล่านี้ การเข้ามาทำบุญที่วัด หรือ เข้ามาจัดงานศพของญาติมิตรผู้ล่วงลับของฉันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ..

ฉันก็ไม่เคยใส่ใจอุโบสถหลังเก่านี้..

มากมายไปกว่าการหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพรูปอุโบสถเก่าๆทั้งหลังนี้เก็บไว้ ..

ทว่า สิ่งที่บรรจุอยู่ภายใน ซึ่งมันเป็นภาพความทรงจำอันงดงามในวัยเด็กที่ฉันเคยเข้าไปกราบไหว้บูชาพระพุทธรูปในนั้น ที่ฉันได้เคยพบเห็นภาพวาดพุทธประวัติเต็มผนังนั้น ดูเหมือนว่ามันจะเลือนรางไปจากความทรงจำ จนจำไม่ได้แล้วว่ามันมีอยู่จริง ? ..

จนกระทั่งวันที่ได้ไปทำบุญล่าสุดในช่วงออกพรรษาหนนี้นี่แหละ ที่ภายหลังจากที่ฉันเดินเก็บภาพบรรยากาศต่างๆรอบๆวัดเสร็จแล้ว และ การถวายภัตตาหารเพลเสร็จสิ้นลงแล้ว ..

มีหลวงพี่รูปหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นพระที่เข้ามาจำพรรษาที่นี่ไม่นานนัก ได้เข้ามาทักทาย และ พูดคุยเรื่องการถ่ายภาพพร้อมเชิญชวนให้ฉันเข้าไปชมภาพ และ ถ่ายภาพพุทธประวัติภายในพระอุโบสถหลังเก่าที่ว่านี้ ..

มันเหมือนเป็นการย้อนเวลากลับไปในวัยเด็ก ..

ภาพต่างๆและความทรงจำต่างๆโลดแล่นเข้ามาทันทีทันใด..

ภาพชีวิตวัยเด็กที่พื้นที่เล่นซุกซนของเราถ้าไม่ใช่วัด ก็เป็นท้องไร่ท้องนาใกล้บ้าน ..

ผุดขึ้นมาในห้วงภวังค์อันค่อนข้างยาวนานตลอดช่วงที่ฉันเดินกดชัตเตอร์..

เก็บภาพต่างๆภายในพระอุโบสถหลังนี้เอาไว้ทุกมุม !! ..

หลวงพี่ท่านนั้นก็พยายามจะอธิบายที่มาที่ไปของหลักฐานชิ้นสำคัญต่างๆที่มีในนั้น อธิบายความหมายของภาพซึ่งเราก็คงจะเดาได้ไม่ยากเพราะว่าเป็นภาพพุทธประวัติ เรื่องก่อนตรัสรู้ เรื่องตรัสรู้ และ เรื่องปรินิพพานของพระพุทธองค์..

ทว่า สิ่งที่ฉันได้รับกลับมามากมายกว่าเรื่องราวอื่นใด ก็คือ เรื่องของความประทับใจ ..

ความประทับใจที่ได้กลับไปหาเรื่องราวเก่าๆในอดีตของชีวิตด้วยความบังเอิญ ..

ทำให้ฉันรู้สึก ตื่นเต้น และ ปิติชื่นชมยินดี ..

จนยากจะอธิบาย !!!

..........................................

ความบังเอิญ..

เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่มักนำพาเราไปไหนต่อไหนได้ไกลแสนไกล ..

มันนำพาเราไปถึงจุดหมายปลายทางที่ไกลกว่าสถานที่ที่เราเดินทางไปเยือน ..

ความบังเอิญมักเกิดขึ้นอย่างฉับพลันทันด่วน และ หากเรามีโอกาสพบกับความบังเอิญที่ผ่านเข้ามาหาชีวิตเรา โดยที่เราละทิ้งความบังเอิญนั้นไปโดยไม่ใส่ใจใยดี ..

เราก็อาจจะพลาดเรื่องราวดีๆสิ่งสำคัญๆของชีวิตไปได้มากมายเหมือนกัน ..

ความบังเอิญนำพาความตื่นเต้นและแปลกประหลาดใจครั้งใหม่มาสู่ชีวิตเราเสมอๆ  ..

นั่นก็คือเรื่องราวของความประทับใจ !!..

เรื่องราวของความทรงจำที่ยากจะลืม ..

ชีวิตคนเราเลื่อนไหลไปเหมือนสายน้ำ ..

ธรรมชาติสอนให้เรารู้จักการยอมจำนนต่อกฎเกณฑ์

ดำรงชีวิตอย่างเปี่ยมสุขด้วยการตระหนักรู้ ..

อย่างมีอารมณ์ขัน มีความสงบนิ่ง และ ช่างสังเกต..

อดีต ปัจจุบัน อนาคต อยู่ในลำธารชีวิตสายเดียวกัน ..

ที่นำพาชีวิตมนุษย์ทุกชีวิตไหลลงไปยังจุดเหมาะสมที่สุดของชีวิตเสมอ ..

หากเราเรียนรู้ที่จะไม่ขัดขืนธรรมชาติของชีวิตให้มากมายจนเกินไปนัก ..

เราก็จะตระหนักรู้ในเรื่องราวอันเป็นจริงของชีวิตได้โดยง่าย..

ทว่า ในทางตรงกันข้ามหากชีวิตเราเต็มไปด้วย การต่อสู้ ดิ้นรน ขัดขืน เลือกที่จะไม่ไหลละล่องลอยไปตามสายน้ำแห่งชีวิต โดยเชื่อมั่นในความสามารถและพลังอำนาจของตนว่าจะช่วยให้เราทัดทานและฝ่าฝืนกฏธรรมชาติได้ เราก็คงจะไม่มีวันค้นพบความสุขอันแท้จริงของชีวิตได้ ..

ชีวิตมนุษย์เป็นง่ายที่จะสร้างสรรค์ขึ้นมาให้เป็นที่รู้จัก แต่เป็นเรื่องยากแสนยากที่จะทำให้ชีวิตมนุษย์คนนั้นคนนี้ได้พานพบความสุขอันแท้จริงของชีวิต เรากลัวความยากจนพอๆกับกลัวความตาย เรากลัวการเสียหน้ามากมายพอๆกับกลัวที่จะรักใครสักคน  ..

เรากลัวสิ่งแปลกใหม่ เรากลัวความหลัง เรากลัวอดีต เรากลัวอนาคต พอๆกับที่เรามักหวาดผวาในใจลึกๆอยู่ตลอดเวลาเมื่อเราอยู่ตัวคนเดียวในปัจจุบัน ..

เราขาดการเชื่อมผ่านของทางสัญจรอันปลอดโปร่งแห่งจิตใจส่วนลึกของเรา เพื่อเชื่อมผ่านความเข้าใจในกันและกัน เชื่อมผ่านการยอมรับในกันและกัน ด้วยความกล้าหาญและบริสุทธิ์ของภาพชีวิตในคืนวันแห่งอดีต และ ปัจจุบันของเรา ..

หากเราเดินทางไปมาหาสู่กันระหว่างภาพชีวิตในอดีตและปัจจุบันของเราน้อยจนเกินไป อนาคตของเรานั้นก็ไม่มีอะไรมากมายนอกจากขุมนรกแห่งความทุกข์ทรมาน ..

ยิ่งเรามีอดีตที่อยากจะลืม และ แสร้งที่จะลืมมากเท่าใดในปัจจุบัน อนาคตก็รับประกันได้ว่าเราจะได้รับความทุกข์ทรมานมากมายเพิ่มขึ้นมาอีกเป็นเท่าทวีคูณ..

 เราจะได้รับความทุกข์ทรมานที่เรามีสะสมไว้ในอดีต บวกเข้ากับความทุกข์ทรมานที่เราเก็บสะสมมาเพิ่มเติมอีกมากต่อมาก..

ในการแสร้งเป็น...นักปัจจุบันขณะของเรา !!!..

.

.

.

(ปล. ชมภาพและอ่านเรื่องราวต่อในบทความหน้าครับ)

.....................................

วินเซนต์

ริมโขง  หนองคาย

๑๔  พฤศจิกายน  ๒๕๕๓

.........................................


MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
vincentoldbook วันที่ : 22/11/2010 เวลา : 15.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vincentoldbook
ชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพ เสมือนหนึ่งร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ...

ชื่อวัดบ้านนาควายครับ คุณ Zuni ..

อยู่ที่ อ.เมือง จ.อุบลฯ ...คุ้นๆไหมครับ..

ว่างๆแวะไปเที่ยวได้นะครับผม

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมครับ


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
zuni วันที่ : 22/11/2010 เวลา : 11.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/zuni

ชื่อวัดอะไรคะ น่าสนใจ
สะดุดใจภาพพระเดินเป็นแถวค่ะ
เหมือนภาพที่แว่บเห็นมาเรื่อยๆ
ภาพที่เห็นจะเป็นช่วงโพล้เพล้ มีต้นไม้ใหญ่ริมทาง
ท่านเดินเป็นแถวยาว...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน