• vinitvadee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-06-06
  • จำนวนเรื่อง : 138
  • จำนวนผู้ชม : 27703
  • ส่ง msg :
  • โหวต 74 คน
ของรักของสะสม
ให้มาด้วยรัก น้อมรับไว้ด้วยเคารพรัก
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/vinitvadee
วันพุธ ที่ 12 กรกฎาคม 2560
Posted by vinitvadee , ผู้อ่าน : 621 , 05:26:03 น.  
หมวด : งานอดิเรก

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน february26 , rattiya และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

  

 แสตมป์จีน ปี 1982 - 1985

 

 ชุดบรอนซ์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชุดพวงผกากาญจน์บานแสนงาม

ปี 1984

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชุดอุปรากรจีน

ปี 1985

 

 

 

 

 

 

สัมฤทธิ์ (อังกฤษ: bronze; โบราณเขียน "สำริด") หมายถึง โลหะประสมทองแดงชนิดหนึ่ง ที่มีคุณลักษณะแปรผันหลากหลาย ปกติมีดีบุกเป็นส่วนประกอบหลัก แต่บางครั้งก็มีธาตุอื่นๆ เช่นฟอสฟอรัส, แมงกานีส, อะลูมิเนียม หรือ ซิลิกอน

สัมฤทธิ์เป็นโลหะที่แข็งแรง และเหนียว และมีการใช้งานอย่างกว้างขวางในทางอุตสาหกรรม และมีความสำคัญเป็นพิเศษในสมัยโบราณ จนนักโบราณคดีเรียกยุคหนึ่งว่า ยุคสัมฤทธิ์

ประวัติ

การใช้สัมฤทธิ์นับว่ามีนัยสำคัญต่ออารยธรรมใดๆ ก็ตามที่ใช้โลหะนี้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือ เครื่องใช้ อาวุธ เกราะ และวัสดุก่อสร้างต่างๆ เช่น แผ่นประดับอาคาร ที่ทำมาจากสัมฤทธิ์ล้วนมีความแข็งกว่า และทนทานกว่าหินและทองแดง (Chalcolithic) ที่เคยใช้กันมา

การใช้ในสมัยแรกๆ บางครั้งสารหนูในธรรมชาติที่ไม่บริสุทธิ์ก็มีส่วนสร้างโลหะประสมธรรมชาติที่ยอดเยี่ยมขึ้นมา เรียกว่า "arsenical bronze"

สัมฤทธิ์ที่มีส่วนประกอบดีบุกสมัยแรกสุดนั้น เริ่มมีการใช้เมื่อ 4 พันปีก่อนคริสตกาล ในภูมิภาคซูซา (Susa) ในประเทศอิหร่าน และบางพื้นที่ในลูริสถาน (Luristan) ประเทศอิหร่าน และเมโสโปเตเมีย ประเทศอิรัก

ขณะที่ทองแดงและดีบุกนั้นสามารถเกิดขึ้นอยู่ด้วยกันตามธรรมชาติ แต่ทว่าแร่ดิบทั้งสองนี้ไม่ค่อยจะพบอยู่ด้วยกัน แม้จะพบในแหล่งแร่โบราณแห่งหนึ่งในประเทศไทย และแห่งหนึ่งในประเทศอิหร่าน แต่ก็นับเป็นตัวอย่างที่หาได้ยาก

งานสัมฤทธิ์ที่สร้างด้วยมือมีผลต่อให้เกิดการค้าเสมอมา ความจริงแล้ว นักโบราณคดีคาดว่า การค้าดีบุกที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง เป็นเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคเหล็ก ในยุโรปนั้น

แหล่งดีบุกที่สำคัญคือเกาะเกรตบริเตน ปัจจุบันความสำคัญของสัมฤทธิ์น้อยลง จะพบเห็นได้จากงานศิลปะเท่านั้น เนื่องจากมูลค่าของการสร้างงานด้วยสัมฤทธิ์นั้น มีความสวยงามกว่าวัสดุอื่น เช่น เหล็ก ทองเหลือง หรือทองแดง

ขอบคุณข้อมูล วิกิพีเดีย

 

เครื่องเคลือบกับจีน 

คำว่า “china” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหนึ่งว่า “จีน” และมีอีกความหมายหนึ่งว่า “เครื่องเคลือบ” นานมาแล้วที่จีนได้สมญานามว่า “ประเทศแห่งเครื่องเคลือบ” แล้วจีนกับเครื่องเคลือบมีความเกี่ยวข้องกันลึกซึ้งอย่างไร?

ข้อมูลและหลักฐานทางโบราณคดียืนยันว่า แหล่งที่มาของเครื่องเคลือบคือเครื่องปั้นดินเผา กล่าวคือ เครื่องปั้นดินเผาวิวัฒนาการไปเป็นเครื่องเคลือบสีครามดั้งเดิม ซึ่งมีลักษณะของเครื่องปั้นดินเผาและเครื่องเคลือบอยู่ด้วยกัน

เครื่องเคลือบสีครามดั้งเดิมที่เก่าแก่ที่สุดของจีนพบที่ซากโบราณสถานทางวัฒนธรรมหลงซัน (Long Shan) ที่อำเภอเซี่ยเซี่ยนมณฑลซันซี มีอายุประมาณ 4,200 ปี

เครื่องเคลือบที่แท้จริงของจีนปรากฏขึ้นในยุคฮั่นตะวันออก (ปีคริสต์ศักราช 23-220) เริ่มแรกพบที่แถบมณฑลเจ้อเจียงทางภาคใต้ จากนั้น เทคโนโลยีการทำเครื่องเคลือบก็เผยแพร่สู่ภาคเหนือ และพัฒนาอย่างเต็มที่

เรื่องสำคัญที่สุดในระหว่างนี้ก็คือ การประดิษฐ์เครื่องเคลือบสีขาว ซึ่งพัฒนาจากเครื่องเคลือบสีคราม สองสิ่งนี้ความแตกต่างกันอยู่ที่ปริมาณธาตุเหล็กที่มีอยู่ในตัววัตถุที่ยังไม่ได้แต่งและในสีเคลือบเท่านั้น

เมื่อดินที่ทำเครื่องเคลือบมีปริมาณธาตุเหล็กน้อย ของที่ยังไม่ได้แต่งก็จะเป็นสีขาว เมื่อมีปริมาณธาตุเหล็กมาก สีของนั้นก็จะมัวและจืด เป็นสีเทา สีเทาอ่อนหรือสีเทาเข้ม สำหรับเครื่องเคลือบนั้นจะพัฒนาจากเครื่องเคลือบที่มีสีเดียวไปเป็นแบบที่มีหลากสี

เครื่องเคลือบหลากสีนี้ส่วนใหญ่จะมีสีขาวเป็นสีพื้น  เพื่อให้ลงสีต่างๆ ที่มีความสดใสและวิจิตร ฉะนั้น กำเนิดของเครื่องเคลือบสีขาวจึงส่งผลลุ่มลึกยาวไกลต่อพัฒนาการของเครื่องเคลือบ

ยุคราชวงศ์ถังถึงราชวงศ์ซ่งระหว่างศตวรรษที่ 10-13 เทคโนโลยีในการประดิษฐ์เครื่องเคลือบของจีนได้รับการพัฒนาต่อไป เครื่องเคลือบที่ปรากฏขึ้นใหม่ประเภทหนึ่งคือ “ถังซันไฉ่” ซึ่งแปลว่า “ถังสามสี” (Tang Tri-color) ซึ่งเป็นศิลปะหัตถกรรมเครื่องเคลือบสี

กรรมวิธีก็คือ ทาสีบนตัววัตถุ ระหว่างขั้นตอนการเผาสีก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ส่วนภาพที่วาดลงบนตัววัตถุจะมีภาพวาดและแกะสลักแบบจีน ทั้งมีภาพการตกแต่งแบบนูนและแบบขีดเขียน เป็นต้น บนตัววัตถุหนึ่งชิ้นจะมีสีแดง สีเขียวและสีขาวสามชนิดพร้อมกัน

เมื่อผ่านขั้นตอนการเผาด้วยอุณหภูมิสูงแล้ว สีสามชนิดก็จะหลอมตัวเข้าด้วยกัน โดยสามสีจะกลายเป็นสีต่างๆ มากมาย ทั้งสีเดิม สีซับซ้อน สิ่งที่ปรากฏออกให้เห็นก็คือสีหลากหลายเป็นจุดๆ  นี่คือเอกลักษณ์ของ  “ถังซันไฉ่”

ยุคราชวงศ์หมิง (ค.ศ.1368-1644) และยุคราชวงศ์ชิง (ค.ศ.1644-1911) สองยุคเป็นช่วงเจริญรุ่งเรืองที่สุดของเครื่องเคลือบจีน ทั้งปริมาณและคุณภาพล้วนพัฒนาถึงขั้นสุดยอด

โดยมีเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น (Jing De Zhen) ซึ่งอยู่ทางภาคใต้เป็น “เมืองแห่งเครื่องเคลือบ” เป็นเวลาหลายร้อยปีทั้งในยุคหมิงและยุคชิงต่อเนื่องกัน กระทั่งถึงทุกวันนี้ เครื่องเคลือบชั้นเลิศของจีนก็ยังคงมาจากจิ่งเต๋อเจิ้น

ประวัติการส่งออกเครื่องเคลือบของจีนนั้นสามารถย้อนไปถึงตั้งแต่ศตวรรษที่ 8  ก่อนนั้น “เส้นทางสายไหม” ที่มีชื่อเสียงเป็นเส้นทางเชื่อมการแลกเปลี่ยนทางการค้า ธุรกิจและวัฒนธรรมระหว่างจีนกับต่างประเทศ จีนเคยได้สมญานามว่า “ประเทศแห่งไหม”

เมื่อย่างเข้าสู่ศตวรรษที่ 8 เมื่อจีนส่งออกเครื่องเคลือบไปยังต่างประเทศมากขึ้น จีนก็เริ่มมีสมญานามอีกนามหนึ่งว่า “ประเทศแห่งเครื่องเคลือบ” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก

แหล่งตลาดส่งออกเครื่องเคลือบของจีนในระยะแรกเริ่มนั้นส่วนใหญ่จะอยู่ที่แถบเอเชีย เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 17 ราชสำนักและราชวงศ์ของยุโรปตะวันตกเริ่มเห่อเครื่องเคลือบจีนและนิยมเอาไปสะสมกัน

เมื่อโปรตุเกสเปิดเส้นทางการเดินเรือสายใหม่สำเร็จแล้ว เครื่องเคลือบก็กลายเป็นของขวัญล้ำค่าสำหรับสังคมยุโรป ในยุคดังกล่าว ศิลปะแบบ “โรโคโค” (Rococo) ที่กำลังนิยมกันในยุโรปเน้นเรื่องความมีชีวิตชีวา

ความงามประณีต ความเบาสบายและความเป็นธรรมชาติ ท่วงทำนองนี้มีความคล้ายคลึงกับศิลปะของจีนซึ่งละเอียดประณีต มีความอ่อนโยน ละมุนละไมและความสงบ ฉะนั้นจึงเป็นเหตุให้นำสิ่งของที่มีท่วงทำนองแบบจีน ซึ่งรวมถึงเครื่องเคลือบด้วยไปสู่ยุโรปทั้งทวีป

ตามสถิติไม่ครบถ้วนพบว่า ในศตวรรษที่ 17  แต่ละปีจีนส่งออกเครื่องเคลือบประมาณ 200,000 ชิ้น และในศตวรรษที่ 18 ปีที่ส่งออกมากที่สุดนั้นมีประมาณ 1,000,000 ชิ้น กล่าวได้ว่า เครื่องเคลือบของจีนขายดีทั่วโลกอย่างกว้างขวาง กลายเป็นสินค้าระดับโลก

จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คำว่า “china” กลายเป็นคำเรียกเครื่องเคลือบ ทำให้คำว่า “จีน” (China) กับคำว่า “เครื่องเคลือบ” (china) กลายเป็นคำที่มีความหมายสองแง่ที่แยกออกจากกันไม่ได้

แต่จนกระทั่งปัจจุบันก็ยังคงเป็นปริศนาอยู่ว่า คำสองแง่นี้มีขึ้นเมื่อไรกันแน่ แต่สิ่งที่สามารถยืนยันได้ก็คือ เนื่องจากความรุ่งโรจน์ทางเครื่องเคลือบในสมัยโบราณของจีน รวมถึงการเปิดเส้นทางสายเครื่องเคลือบที่ตามมาทีหลัง

ทำให้ของที่มีเอกลักษณ์แบบจีนเป็นพิเศษชนิดนี้เป็นที่นิยมของชาวโลก และทำให้จีนกับเครื่องเคลือบเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันชั่วนิรันดร์

ขอบคุณ CRI Online CHINA ABC

 

สิริสวัสดิ์วรวาร สิริมานรมเยศนะคะ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 สำรวจฟ้า ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 12/07/2017 เวลา : 15.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

อย่างนี้ก็เหงาแย่เลยซีคะ

งั้นต้องหาพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตน์ มาอ่านแล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 12/07/2017 เวลา : 14.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ไม่ได้ไปครับ ไม่ค่อยจะมีนกให้ส่องแล้วคุณ vinitvadee นกหายากขึ้นทุกที

ความคิดเห็นที่ 11 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 12/07/2017 เวลา : 12.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

พี่รัตติยา

ใช่ค่ะพี่รัตน์

ขอบพระคุณที่โหวต คอมเมนท์ และร่วมถวายพระพรสมเด็จพระเทพรัตน์ค่ะ

ทำงานอย่างเป็นสุขนะคะ

ความคิดเห็นที่ 10 สำรวจฟ้า ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 12/07/2017 เวลา : 12.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

คุณสำรวจฟ้า

บรอนซ์ ของเขาทำหลายรูปแบบนะคะ
เห็นโฆษณาขายของทำนองนี้ ๖๓๐ เหรียญ คงเป็นของเลียนแบบ

ดีบุกไทยเฟื่องฟู .. คงนานมากแล้วนะคะ

วันนี้ไม่ไปส่องนกหรือคะ

ขอบพระคุณค่ะ
อร่อยอิ่มเอมโอษฐ์จากสุธาโภชน์รสเลิศล้ำนะคะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
vinitvadee วันที่ : 12/07/2017 เวลา : 12.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

คุณลุงยั้งคิด

ยิ่งค้นยิ่งมากค่ะ
ขอบพระคุณที่กรุณาโหวตและคอมเมนท์นะคะ

ความคิดเห็นที่ 8 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 12/07/2017 เวลา : 10.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

เครื่องเคลือบในประเทศยุโรป รับวัฒนธรรมไปจากจีนใช่ไหม่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า from mobile วันที่ : 12/07/2017 เวลา : 10.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ชุดบรอนซ์น่าจะมีครบในพระราชวังต้องห้าม

ส่วนดีบุกนั้นทำให้นึกถึงสมัยเหมืองแร่ดีบุกในภาคใต้เฟื่องฟู

ความคิดเห็นที่ 6 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 12/07/2017 เวลา : 09.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

แสตมป์มเนื้อทีเล็กๆ แต่เนื้อหาช่างมากเสียจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
vinitvadee วันที่ : 12/07/2017 เวลา : 08.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

3

ลงแสตมป์ เพราะมันง่ายดี มีอยู่ในมือ พยายามไม่ให้ซ้ำกับที่แม่ลงแล้ว
ขอบพระคุณค่ะ มีความสุขในวันพุธนะคะพี่แม่หมี

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
vinitvadee วันที่ : 12/07/2017 เวลา : 08.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

2

ขอบพระคุณค่ะพี่ตุ่ม
ชอบห้องน้้ำ..ในฝัน ของพี่มาก เข้าใจคิดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 12/07/2017 เวลา : 07.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ขอบคุณค่ะ แสตมป์สวยข้อมูลเพียบ

ความคิดเห็นที่ 2 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ชบาตานี วันที่ : 12/07/2017 เวลา : 06.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ได้ชมความงดงามของแสตมป์
ได้ทั้งความรู้
เยี่ยมยอดไปเลยค่ะน้องสาว

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
vinitvadee วันที่ : 12/07/2017 เวลา : 06.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

เครื่องสำริด

ใช้ในการบูชาเทพเจ้า มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานในประเทศจีน ซึ่งนักโบราณคดีต่างก็ได้ค้นพบหลักฐานต่าง ๆที่เกี่ยวข้องมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์

นับตั้งแต่สังคมเกษตรกรรมเป็นต้นมา ผู้คนก็พากันร้องขอให้เทพประทานลมฝนที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูกมาให้ ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดามาก

ในสมัยเซี่ย ได้เริ่มมีการสักการะฟ้าเกิดขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในการนับถือศาสนา เนื่องจากผู้ปกครองสูงสุดในขณะนั้น ต้องการปกป้องอำนาจของตน

จึงนำการเซ่นไหว้บรรพบุรุษและลัทธิการบูชาธรรมชาติมารวมกัน เกิดเป็น “ฟ้า” หรือ “ฮ่องเต้” ซึ่งมีลักษณะของเทพเจ้าขึ้นมา

จาก อารยธรรมตะวันออก/อารยธรรมจีน วิกิพีเดีย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2017 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]