• vinitvadee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-06-06
  • จำนวนเรื่อง : 138
  • จำนวนผู้ชม : 28006
  • ส่ง msg :
  • โหวต 75 คน
ของรักของสะสม
ให้มาด้วยรัก น้อมรับไว้ด้วยเคารพรัก
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/vinitvadee
วันอาทิตย์ ที่ 6 สิงหาคม 2560
Posted by vinitvadee , ผู้อ่าน : 741 , 00:07:45 น.  
หมวด : งานอดิเรก

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน ni_gul , ชบาตานี และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

 

เสือโคร่ง หรือ เสือลายพาดกลอน

DPR OF KOREA 1976

ข้างไผ่ด้านขวา บอก 1965

 

 

 เสือดาว หรือ เสือดำ

 

เสือโคร่งอินโดจีน (P. t. corbetti) ที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

 

 ลูกเสือโคร่งมลายู (P. t. jacksoni) 2 ตัวกำลังเล่นกัน

 

เสือโคร่ง หรือ เสือลายพาดกลอน เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม อันดับสัตว์กินเนื้อ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Panthera tigris ในวงศ์ Felidae จัดเป็นสัตว์ที่มีขนาดที่สุดในวงศ์นี้ และเป็นเสือชนิดที่ใหญ่ที่สุดด้วย

กายภาพและลักษณะ

เสือโคร่งมีโครโมโซมจำนวน 38 โครโมโซม (2 N = 38) มีความยาวโดยเฉลี่ยจากหัวไปจนถึงโคนหาง 1.4-2.8 เมตร หางยาว 60-95 เซนติเมตร น้ำหนักตัว 130-260 กิโลกรัม มีขนลำตัวสีน้ำตาลเหลืองหรือเหลืองอมส้ม

มีลายสีดำ พาดขวางตลอดทั้งลำตัวเป็นจุดเด่น ซึ่งลายเส้นนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เสือโคร่งแต่ละตัวจะมีลายไม่เหมือนกันเช่นเดียวกับลายนิ้วมือของมนุษย์ ส่วนหางมีแถบดำเป็นบั้ง ๆ หรือวงสีดำสลับน้ำตาล

ปลายหางมีสีดำ โดยไม่มีพู่เหมือนสิงโต (P. leo) ซึ่งเป็นสัตว์ในสกุลเดียวกัน หางของเสือโคร่งมีความยาวประมาณครึ่งหนึ่งของลำตัว ใช้สำหรับการทรงตัวโดยเฉพาะเวลากลับตัวกระทันหัน

นอกจากนี้แล้วการขยับของหางเสือโคร่งยังสามารถใช้บ่งบอกถึงอารมณ์ ความรู้สึกเหมือนกับแมวบ้าน (Felis catus) ใช้ในการสื่อสารกับเสือโคร่งตัวอื่น

ขนใต้คาง คอ และใต้ท้องเป็นสีขาว ขนเหนือบริเวณตาเป็นสีขาวหรือเป็นแถบหรือเส้นสีดำพาดขวางเช่นกัน หลังใบหูมีสีดำและมีจุดสีขาวนวลอยู่ตรงกลาง อายุโดยเฉลี่ย 15-20 ปี

พฤติกรรม

เสือโคร่งมีพฤติกรรมและอุปนิสัยชอบอยู่เพียงลำพังตัวเดียวโดด ๆ ยกเว้นในฤดูผสมพันธุ์จึงจะจับคู่กัน อายุที่พร้อมจะผสมพันธุ์ได้นั้นคือ 3-5 ปี โดยตัวเมียจะเป็นสัดทุก ๆ 50 วัน และจะส่งเสียงร้องดังขึ้น ๆ และถี่ขึ้นเรื่อย ๆ

การผสมพันธุ์ของเสือโคร่งนั้นใช้เวลาเร็วมาก คือ ใช้เวลาเพียง 15 วินาทีเท่านั้น เมื่อเสร็จแล้วตัวผู้จะแยกจากไป และอาจไปผสมพันธุ์กับตัวเมียตัวอื่น

ตัวเมียที่ปฏิสนธิแล้วจะตั้งท้องนานประมาณ 105-110 วัน คลอดลูกครั้งละ 1-6 ตัว และจะเลี้ยงลูกเองตามลำพังโดยไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ประมาณ 2 ปี

ชอบอาศัยอยู่ตามป่าทึบสลับกับทุ่งหญ้าโล่ง ชอบว่ายน้ำและแช่น้ำมาก ซึ่งแตกต่างจากเสือสายพันธุ์อื่น ล่าเหยื่อได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ส่วนใหญ่ในเวลากลางวันจะนอนพักผ่อน

ล่าเหยื่อในเวลาเย็น พลบค่ำ กลางคืน หรือขณะที่อากาศไม่ร้อนจัด มีสายตาที่มองเห็นได้ทั้งที่มืดและสว่าง จะคืบคลานเข้าหาเหยื่อในระยะใกล้ 10-25 เมตร จนกระทั่งได้ระยะ 2-5 เมตร จึงกระโดดใส่

หากเป็นเหยื่อขนาดเล็กจะกัดที่คอหอย หากเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ เช่น เก้ง หรือ กวาง จะกัดที่ท้ายทอยหรือหลังด้านบน เสือโคร่งวิ่งได้เร็วกว่า 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง และสามารถกระโจนในระยะทาง 500 เมตรได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

เสือโคร่งมักจะกัดที่คอหอยเหยื่อจากทางด้านบนหรือด้านล่าง บางทีกระโดดตะปบหลังและตะปบขาหลังเหยื่อให้ล้มลงก่อนที่จะกัดคอหอย และเมื่อได้เหยื่อแล้ว จะเริ่มกินเนื้อบริเวณคอก่อน แล้วจึงมากินที่ท้องและกล้ามเนื้อหลัง

โดยมักจะไม่กินหัวและขาของเหยื่อ เหยื่อที่เหลือจะถูกฝังกลบโดยใช้ใบไม้ หรือกิ่งไม้ หรือเศษหญ้า และตัวเสือโคร่งเองจะหลบนอนอบู่บริเวณใกล้ ๆ นั้น และบางตัวอาจคาบเหยื่อขึ้นไปขัดไว้ตามคบไม้เหมือนเสือดาว (P. pardus) ด้วยก็ได้

เสือโคร่งมีกล้ามเนื้อขาที่แข็งแรงมาก สามารถตามเหยื่อได้ไกลถึง 100-200 เมตร เพศผู้มีพื้นที่ในการหากินกว้างถึง 200-300 ตารางกิโลเมตร ขณะที่ตัวเมียมีเพียง 60 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น เพื่อเลี้ยงตัวเองและลูกน้อย

นิสัยปกติจะหวงถิ่น โดยการหันก้นปัสสาวะรดตามต้นไม้ โขดหิน เพื่อให้กลิ่นของตนเองติดอยู่ เพื่อประกาศอาณาเขตและสื่อสารกับเสือโคร่งตัวอื่น ซึ่งกลิ่นใหม่จะมีกลิ่นค่อนข้างหอม

ในบางครั้งอาจจะข่วนเล็บกับเปลือกไม้ด้วยเพื่อเป็นการลับเล็บและประกาศอาณาเขต หากมีเสือโคร่งตัวอื่นหรือสัตว์อื่นที่มีขนาดใหญ่รุกล้ำมา จะต่อสู้กัน โดยปกติแล้ว เสือโคร่งจะกลัวมนุษย์ จะหลบหนีไปเมื่อพบกับมนุษย์

แต่จะทำร้ายหรือกินเนื้อมนุษย์ได้ เมื่อบาดเจ็บหรือจนตรอก หรือเป็นเสือที่อายุมากแล้วไม่สามารถล่าเหยื่อชนิดอื่นได้ หากได้กินเนื้อมนุษย์ก็จะติดใจและจะกลับมากินอีก จนกลายเป็นเสือกินคน

การแพร่กระจายพันธุ์

เสือโคร่งกระจายพันธุ์อยู่ทั่วไปในทวีปเอเชีย ตั้งแต่เอเชียตะวันออกจนถึงตะวันออกกลาง เป็นสัตว์ที่ปรับตัวให้อยู่ในภูมิประเทศต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี แม้แต่ในพื้นที่หนาวเย็นอย่างไซบีเรีย หรือแห้งแล้งเป็นทะเลทราย

อีกทั้งยังอยู่ได้ตามเกาะแก่งกลางทะเลอีกด้วย หากมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีรายงานว่า เสือโคร่งสามารถว่ายน้ำข้ามไปมาระหว่างเกาะต่าง ๆ ได้ด้วย

ปัจจุบัน ปริมาณเสือโคร่งในธรรมชาติในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลกมีจำนวน 3,890 ตัว กระจายทั่วไปใน 13 ประเทศของทวีปเอเชีย ได้แก่ บังกลาเทศ, ภูฏาน, กัมพูชา , จีน , อินเดีย, อินโดนีเซีย, ลาว, มาเลเซีย, พม่า, เนปาล, รัสเซีย, เวียดนาม และไทย

สำหรับในประเทศไทยมีราว 250 ตัว ส่วนใหญ่กระจายพันธุ์อยู่ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และผืนป่าตะวันตก เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร, อุทยานแห่งชาติแม่วงก์, อุทยานแห่งชาติคลองลาน รวมถึงอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ฮาลา-บาลา ที่มีปริมาณรองลงมา ส่วนป่าแถบอื่นพบน้อยมาก

ชนิดย่อย

เสือโคร่งนั้นจากการที่มีจำนวนประชากรกระจายอยู่ทั่วทวีปเอเชีย ทำให้มีชนิดย่อยมากถึง 9 ชนิดด้วยกัน แต่สูญพันธุ์ไปแล้วถึง 3 ชนิด ส่วนที่เหลือก็อยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์หรือใกล้สูญพันธุ์ในขั้นวิกฤตแทบทั้งสิ้น

โดยในแต่ละชนิดย่อยนั้น จะแตกต่างกันที่ขนาดรูปร่างและลวดลายบนลำตัว แต่พฤติกรรมและนิเวศวิทยาจะไม่แตกต่างกันมากนัก

ความเชื่อและความสัมพันธ์กับมนุษย์

เสือโคร่งเป็นสัตว์ที่ผูกพันกับมนุษย์มาช้านาน โดยเฉพาะในวัฒนธรรมของเอเชีย มีเรื่องราว ความเชื่อและนิทานเกี่ยวกับเสือโคร่งมากมาย ด้วยเป็นสัตว์ใหญ่มีพละกำลังมากมาย และมีความสง่างาม เช่น เรื่องราวของบู๋ซ้งสู้กับเสือด้วยมือเปล่า ของจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในวีรบุรุษในวรรณกรรมเรื่อง 108 ผู้กล้าหาญแห่งเขาเหลียงซาน เป็นต้น

แต่เสือโคร่ง ก็จัดได้ว่าเป็นสัตว์ที่ทำร้ายและกินมนุษย์ได้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในอินเดีย ในช่วงทศวรรษที่ 20 มีผู้ถูกเสือโคร่งฆ่าตายและกินไปกว่า 1,600 รายต่อปี แม้แต่ในปัจจุบันก็ยังคงมีผู้ถูกทำร้ายและกินเป็นระยะ ๆ

ในอดีตการล่าเสือโคร่ง ถือเป็นกิจกรรมของบุคคลชั้นสูงและระดับเชื้อพระวงศ์ แม้กระทั่งในยุคที่อังกฤษเข้ามาปกครองอินเดีย โดยการขี่หลังช้างล่าในทุ่งหญ้าทั้งหญ้าสูง และหญ้าต่ำ แต่เสือโคร่งก็สามารถกระโจนหรือโจมตีช้างหรือผู้ที่อยู่บนหลังช้างได้อย่างไม่เกรงกลัว

โดยมากแล้ว เสือโคร่งที่กินมนุษย์ จะเป็นเสือโคร่งที่แก่หรือได้รับบาดเจ็บจนไม่อาจล่าเหยื่อที่เป็นสัตว์ชนิดอื่นได้ จึงหันมาโจมตีมนุษย์ เพราะเป็นเหยื่อที่อ่อนแอ โจมตีได้ง่ายกว่า และเมื่อได้กินเนื้อมนุษย์ครั้งแรกแล้วก็จะติดใจ

ในบางพื้นที่ของอินเดีย จะมีวิธีการป้องกันเสือโคร่งโจมตีได้ด้วยการใส่หน้ากากไว้ข้างหลัง เพราะเสือโคร่งมักจะโจมตีเหยื่อจากด้านหลัง  ในซันดาร์บังส์ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์เขตติดต่อระหว่างอินเดียและบังกลาเทศ เป็นสถานที่ ๆ เป็นที่รู้กันดีว่า เป็นที่ ๆ เสือโคร่งโจมตีใส่มนุษย์มากที่สุด

ชาวพื้นเมืองที่นี่มีความเชื่อว่า บอนบีบี ซึ่งเป็นเทพธิดาแห่งป่าช่วยคุ้มครองปกป้องมนุษย์ให้พ้นจากเสือโคร่ง แต่ก็มีรายงานการโจมตีใส่มนุษย์เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 10 ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

ในมาเลเซีย ได้ใช้เสือโคร่งเป็นตราแผ่นดินและสัญลักษณ์ของประเทศ โดยทีมฟุตบอลทีมชาติมาเลเซียก็ได้รับฉายาว่า "เสือเหลือง" ด้วยเช่นกัน

สำหรับความเชื่อทางโหราศาสตร์และไสยศาสตร์ ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเสือโคร่ง เช่น กระดูก กะโหลก เขี้ยว เล็บหรือหนังใช้เป็นเครื่องรางป้องกันภูผีปีศาจหรือเสนียดจัญไรได้ นอกจากนี้แล้วในตำรายาจีนอวัยวะของเสือโคร่ง เช่น อวัยวะเพศผู้ เชื่อว่าเป็นยาบำรุงกำลัง ยาอายุวัฒนะ หรือเสริมสร้างสมรรถนะทางเพศ

ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดเพราะจากการได้ศึกษาแล้วก็พบว่าเป็นเพียงอาหารให้โปรตีนเช่นเดียวกับเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ๆ แต่จากความเชื่อนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งทำให้เสือโคร่งถูกล่าจนเกือบสูญพันธุ์จากธรรมชาติเช่นในปัจจุบัน

การอนุรักษ์

ปัจจุบัน เสือโคร่งทุกชนิดจัดเป็นสัตว์ที่อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ของสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) โดยถูกล่าเพื่อนำเอาชิ้นส่วนต่าง ๆ ขายในตลาดค้าสัตว์ป่าหรือตลาดมืด ซึ่งชิ้นส่วนของเสือโคร่งนับว่าเป็นที่ต้องการอย่างมากของทวีปเอเชียรองลงมาจากงาช้างและนอแรด

ในปี ค.ศ. 2010 ทุกประเทศที่มีเสือโคร่งอาศัยอยู่ในธรรมชาติมีการทำสัตยาบันร่วมกันว่าภายในปี ค.ศ. 2022 ทุกประเทศจะต้องทำให้ประชากรเสือโคร่งในป่าอนุรักษ์เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวจากปริมาณที่มีอยู่ปัจจุบัน

สำหรับในประเทศไทย เสือโคร่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2546 ประเภทสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อีกทั้งประเทศไทยยังจัดว่าเป็นประเทศที่อนุรักษ์เสือโคร่งได้ดีในลำดับต้น ๆ

โดยในรายงานขององค์การอนุรักษ์เสือโลกยกย่องให้ประเทศไทยอยู่อันดับ 4 ที่ขึ้นชื่อว่าสามารถอนุรักษ์ ฟื้นฟูและเพิ่มปริมาณเสือโคร่งในป่าธรรมชาติได้ดีรองจากอินเดีย, รัสเซีย และเนปาล

ในระดับโลก ในวันที่ 29 กรกฎาคม ได้ถูกจัดให้เป็นวันอนุรักษ์เสือโคร่งโลก โดยเริ่มต้นขึ้นจากการประชุมว่าด้วยเรื่องเสือโคร่งที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย ใน ค.ศ. 2010

 

 

เสือดาว หรือ เสือดำ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Panthera pardus) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จัดอยู่ในวงศ์เสือและแมว (Felidae) เป็นเสือขนาดใหญ่รองจากเสือโคร่ง (P. tigris)

ลักษณะทั่วไป

ลำตัวสีน้ำตาลอมเหลืองหรือมีสีเหลือง มีลายจุดสีดำเรียกว่า "ลายขยุ้มตีนหมา" แต้มบริเวณลำตัวเป็นจำนวนมากโดยลายจุดจะเรียงตัวกันเป็นกลุ่ม ๆ โดยจะปรากฏเฉพาะที่บริเวณด้านหลังและด้านข้างของลำตัว แตกต่างจากบริเวณส่วนหัว ขา เท้า

บริเวณใต้ท้องที่จะมีจุดสีดำปรากฏอยู่เช่นเดียวกับขนใต้ท้องที่มีสีขาวหรือสีเทา ขนาดความยาวหัวถึงลำตัว 107-129 เซนติเมตร หางมีความยาว 79.2-99.1 เซนติเมตร ใบหูมีความยาว 6.5-7.4 เซนติเมตร และหนัก 45-65 กิโลกรัม

เสือดาวและเสือดำ จัดอยู่ในเสือชนิดเดียวกัน ซึ่งส่วนมากโดยทั่วไปจะเข้าใจผิดว่า เสือดาว และ เสือดำ เป็นเสือคนละชนิด

ซึ่งในการผสมพันธุ์ของเสือดาว ลูกเสือที่เกิดใหม่ในครอกเดียวกัน อาจมีลูกเสือได้ทั้งสองชนิดคือเสือดาวและเสือดำ โดยที่เสือดำจะมีสีขนปกคลุมร่างกายด้วยสีดำ ซึ่งมีลายจุดเช่นเดียวกับเสือดาว เพียงแต่กลมกลืนกับสีขนทำให้มองเห็นได้ไม่ชัด

พบในแอฟริกาและเอเชีย ตั้งแต่แมนจูเรียลงมาถึงอินโดจีน ไทย มาเลเซีย ชวา เอเชียใต้ บางส่วนของเอเชียกลาง จนถึงตะวันออกกลาง โดยเสือดาวที่พบนอกทวีปแอฟริกามักมีอุปนิสัยดุร้ายกว่า

สำหรับประเทศไทยพบตามป่าทั่วไปแต่พบมากทางภาคใต้ กินสัตว์ป่าทุกชนิดที่จับได้ เช่น หมู กวาง ลิง นกยูง สุนัข และแมลง บางครั้งปู ปลาก็กิน ว่ายน้ำได้เก่ง มักอยู่อาศัยในป่าโปร่ง สามารถขึ้นล่าเหยื่อบนต้นไม้ หรือ ลากเหยื่อไปกิน บนต้นไม้เพื่อหลีกหนีจากศัตรูได้ ตามลำตัวมีลายจุดสีดำ บนพื้นเหลือง

เสือดาว จัดเป็นเสือขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่กระจายพันธุ์กว้างไกลที่สุด และสามารถปรับตัวได้ดีในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ โดยสามารถอาศัยอยู่ได้ในอุณหภูมิ 43 องศาเซลเซียสในทะเลทราย หรือกระทั่ง -25 องศาเซลเซียสในรัสเซีย

และยังอยู่ได้ในระดับความสูงถึง 5,200 เมตร บนเทือกเขาหิมาลัย รวมถึงพื้นที่ป่าที่ใกล้กับชุมชนหรือแหล่งที่อยู่อาศัยของมนุษย์ได้ด้วย

เชื่อว่าเสือดาว ถือกำเนิดมาเมื่อ 500,000 ปีที่แล้ว ที่แอฟริกา ก่อนจะแพร่กระจายพันธุ์ขยายไปเอเชีย

สถานภาพปัจจุบัน

สถานภาพตามกฎหมาย เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง VU มีแนวโน้มว่าใกล้สูญพันธุ์ สถานภาพในธรรมชาติ IUCN (1996) LR/lcCITES (1996) Appendix I และเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 ของประเทศไทยด้วย

เสือดาวถูกมนุษย์ล่าเพื่อเอาหนัง ซึ่งมีลวดลายสวยงามเพื่อใช้เป็นเครื่องประดับ โดยหนังเสือดาวเป็นเครื่องแต่งกายในพิธีกรรมทางศาสนาของชนพื้นเมืองในแถบแอฟริกา รวมถึงเนื้อหรืออวัยวะส่วนอื่น ๆ เพื่อการบริโภคตามความเชื่อหรือผู้ที่นิยมบริโภคเนื้อสัตว์ป่า

หรือถูกฆ่าเพื่อป้องกันการจู่โจมใส่ปศุสัตว์หรือสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ ของมนุษย์ รวมถึงพื้นที่ป่าที่เป็นแหล่งอาศัยก็ถูกแผ้วถางทำลายลงด้วย

รูปร่างลักษณะ

เสือดาว กับ เสือดำ เป็นเสือชนิดเดียวกัน ในลูกเสือครอกเดียวกันมีได้ทั้งเสือดำและเสือดาว

เสือดาว จะมีลำตัวสีน้ำตาลอมเหลืองหรือสีเหลือง และมีลายจุดสีดำเป็นจำนวนมาก ลักษณะลายเป็นจุดเรียงตัวกันเป็นกลุ่มดอก ปรากฏเฉพาะบริเวณด้านหลังและด้านข้างลำตัว ส่วนที่หัว ขา เท้า และใต้ท้อง เป็นจุดสีดำโดด ๆ ส่วนขนใต้ท้องเป็นสีขาวหรือสีเทา

เสือดำ เกิดจากความผิดปกติของเม็ดสีที่เรียกว่า เมลานิซึม ทำให้มีสีพื้นตามลำตัวเป็นสีดำ ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่าเสือดำก็มีลายเช่นเดียวกับเสือดาว เพียงแต่มองเห็นไม่ชัดนัก แต่จะมองได้เด่นชัดถ้าอยู่ท่ามกลางแสงแดด

เสือดำพบทางภาคใต้ของประเทศไทย และมีมากในประเทศมาเลเซีย ส่วนในพื้นที่อื่นพบเสือดาวได้ง่ายกว่า ภาษาพื้นบ้านบางแห่งเรียกว่า "เสือลายตลับ" หรือ "เสือแผ้ว" ภาษาลาว เรียกว่า "เสือลายจ้ำหลอด"

ชนิดย่อย

เสือดาว สามารถแบ่งเป็นชนิดย่อย ได้ 8 หรือ 9 ชนิด เช่น P. p. delacouri, P. p. fusca, P. p. pardus, P. p. orientalis เป็นต้น โดยที่เสือดาวแต่ละชนิดนั้นแตกต่างกันที่ลวดลายและขนาดของลำตัว และถิ่นที่อยู่อาศัย

เนื่องจากเสือดาวมีถิ่นที่อยู่กระจายกว้าง รวมทั้งมีพฤติกรรมบางอย่างที่แตกต่างออกไปด้วย เช่น เสือดาวที่พบในทวีปเอเชียไม่ค่อยมีพฤติกรรมซ่อนเหยื่อบนต้นไม้เหมือนเสือดาวที่พบในทวีปแอฟริกา เป็นต้น

นิเวศวิทยาและพฤติกรรม

เสือดาวอาศัยได้ในสภาพแวดล้อมหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นป่าหรือพื้นที่โล่ง ซึ่งมีหินและพุ่มไม้แห้ง ๆ แต่มันชอบสภาพป่ามากกว่า เสือดาวทนแล้งทนร้อนและอาศัยในพื้นที่ห่างไกลแหล่งน้ำได้ดีกว่าเสือโคร่ง ถ้าจำเป็นจริง ๆ เสือดาวก็ว่ายน้ำได้

แต่โดยปกติมันจะพยายามหลีกเลี่ยง เสือดาวชอบใช้ชีวิตบนต้นไม้และเคลื่อนที่ว่องไวไปตามกิ่งไม้ เสือดาวกินเหยื่อทุกชนิดที่จับได้ เช่น หมู กวาง ลิง นกยูง และหมา มันจะดักคอยเหยื่ออยู่บนต้นไม้และหลังจากฆ่าเหยื่อแล้ว จะลากเหยื่อกลับขึ้นไปกินบนต้นไม้ เพื่อป้องกันสัตว์กินซากมาแย่งอาหาร

เสือดาวเริ่มกินเหยื่อที่บริเวณท้องก่อน ในขณะที่เสือโคร่งเริ่มกินที่สะโพกก่อน

เสือดาวมีวิธีอันชาญฉลาดในการจับค่างและลิงกิน โดยเสือดาวจะวิ่งเหยาะ ๆ ไปมาอยู่ใต้ต้นไม้ พวกลิงค่างบนต้นไม้ก็จะเริ่มตื่นกลัวและเตรียมตัวหนี โดยพากันกระโดดจากกิ่งหนึ่งไปอีกกิ่งหนึ่ง

จากนั้น เสือดาวจะแสร้งทำท่าปีนต้นไม้ ลิงที่มีประสบการณ์น้อยจะหลงกลกระโดดลงพื้นเพื่อหาทางหลบหนีไปตามพุ่มไม้ แต่นั่นคือจุดจบของมัน เพราะเสือดาวจะหันมาไล่จับมันอย่างง่ายดาย

อาหารของเสือดาวนอกจากสัตว์กินพืชจำพวกเก้ง กวาง แล้วมันยังล่าเหยื่ออื่น ๆ อีกเช่น กระต่าย นกยูง ชะมด หรือแม้แต่สัตว์เล็ก ๆ เช่น งู กิ้งก่า เป็นต้น เรียกได้ว่า เสือดาวกินสัตว์ทุกชนิดที่ล่าได้

การล่าของเสือดาวจะคล้ายกับเสือโคร่ง คือ การไล่ล่าโดยตรง การซุ่มดักเหยื่อ แต่จะแตกต่างไปบ้างก็ตรงที่มันอาจจะขึ้นไปพรางตัวสงบนิ่งอยู่บนต้นไม้ เพื่อรอคอยตะครุบเหยื่อที่ผ่านเข้ามาใกล้

เมื่อล่าเหยื่อได้มันจะกินบริเวณท้องและซี่โคร่งก่อน ต่างจากเสือโคร่งที่จะเริ่มกินเหยื่อบริเวณสะโพกก่อน

นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล ได้เขียนในบทนำของนิยายเรื่อง “เดชเสือดาว” ว่าเสือดาวมีความฉลาดและนิสัยระแวดระวังภัยมากกว่าเสือโคร่ง เวลาที่มันจะเข้าไปกินซากที่มันกินเหลือไว้จากคืนก่อน มันมักจะแอบดูเหตุการณ์อยู่นาน จนแน่ใจว่าไม่มีใครแอบซุ่มนั่งห้างคอยดักยิงมันอยู่

มันจึงจะค่อย ๆ แอบเข้าไปกินซาก ไม่เหมือนกับเสือโคร่งที่มักเดินเข้าไปอย่างสง่าผ่าเผย ศัตรูของเสือดาวก็คือเสือโคร่งนั่นเองที่มักมาแย่งอาหารของมันบ่อย ๆ นอกจากนี้ยังมีพวกหมาจิ้งจอกและหมาไนที่มักเข้ามาแย่งซากสัตว์ของมันเช่นกัน

เสือดาวจะมีพื้นที่ในการหากินประมาณ 27-37 ตารางกิโลเมตร ส่วนใหญ่จะออกหากินตามลำพัง ยกเว้นในช่วงฤดูผสมพันธุ์หรือมีลูกอ่อน

ปัจจุบันสถานภาพของเสือดาวในประเทศไทยมีจำนวนลดลง เหลืออยู่ตามป่าอนุรักษ์ต่าง ๆ เช่น ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติเขาสก ประมาณ 500 ตัวเท่านั้น

เสือดาวชอบอยู่สันโดษ จะจับคู่เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์เท่านั้น ตั้งท้องประมาณ 90-100 วัน ออกลูกครั้งละ 1-2 ตัว เสือดาวตัวเมียสามารถมีลูกได้ตลอดทั้งปี เมื่อลูกยังเล็ก แม่เสือดาวจะคาบลูกไปซ่อนไว้ในที่ ๆ ปลอดภัย

ลูกเสือดาวจะเรียนรู้การล่าเหยื่อจากแม่ เสือดาวใช้เวลาประมาณ 2 ปี จึงจะโตจนสามารถช่วยเหลือตัวเองได้และจะแยกออกจากแม่ไปอยู่ตามลำพัง เสือดาวมีอายุในสภาพกักขังประมาณ 20 ปี

ขอบคุณข้อมูล วิกิพีเดีย

 

สิริสวัสดิ์วรวารสิริมานรมณีย์นะคะ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
vinitvadee วันที่ : 07/08/2017 เวลา : 04.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขอบพระคุณโหวต จากพี่รัตน์ค่ะ
รักษาสุขภาพนะคะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
vinitvadee วันที่ : 07/08/2017 เวลา : 04.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขอบพระคุณโหวต จากพี่รัตน์ค่ะ
รักษาสุขภาพนะคะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
vinitvadee วันที่ : 07/08/2017 เวลา : 04.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

พึ่ตุ่มขา

ชีทชุดนี้ แม่ซื้อมานานมากแล้วค่ะ
เสือประเทศไหนๆ ก็มีลวดลายของเสือ
สวย ไม่ต่าง

ขอบพระคุณนะคะ

ความคิดเห็นที่ 11 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ชบาตานี วันที่ : 06/08/2017 เวลา : 19.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

แสตมป์รูปเสือ แปลกตาดีค่ะ ไม่เคยเห็นมาก่อน

ความคิดเห็นที่ 10 สำรวจฟ้า ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 06/08/2017 เวลา : 17.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

สวัสดีค่ะท่านPT


ดูรูปร่างลักษณะไม่น่าเป็นสัตว์ที่ดุร้าย มีแต่ความน่ารัก
เสือที่ไหนไม่ดุคะ เสือย่อมเป็นเสือวันยังค่ำ
น่ารักน่ะ น่าจะเป็นแมวนะคะ

ขอบพระคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 06/08/2017 เวลา : 10.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

สารคดีเรื่องเสือเป็นสารคดีที่น่าชม แต่สถานะเสือบ้านเราอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธ์ ถูกคุกคามที่อยู่อาศัย

ดูรูปร่างลักษณะไม่น่าเป็นสัตว์ที่ดุร้าย มีแต่ความน่ารัก

ความคิดเห็นที่ 8 แม่มดเดือนMarch ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 06/08/2017 เวลา : 09.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

พี่ตุ้มขา

แสตมป์ลูกเสือตัวเล็กๆ น่าจะมี ต้องค้นก่อนค่ะ
หากพบน้องจะทำบล็อกพิเศษให้พี่ตุ้มนะคะ
.
น้องคันในหัวใจค่ะ พี่สาวน้องก็หงุดหงิดใจ
"มัน" ไม่หยุดดอกค่ะ ยิ่งทีวี "พวกมัน" มาทำข่าวออกอากาศ เลย "เป็นยัวะ" ค่ะ
น้องก็บ่นในนี้ บล็อกคุณลุงยั้งคิด ก็ไม่กล้าบ่นค่ะ
แต่อึดอัดใจตามประสาวัยรุ่นกำลังเลือนลางค่ะ

ขอบพระคุณที่กรุณาเตือนสติค่ะพี่ตุ้มที่รักขา

ความคิดเห็นที่ 7 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 06/08/2017 เวลา : 09.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

มีแสตมป์ภาพลูกเสือตัวเล็กๆไหมคะ

เรื่องเด็กคนนั้น แม่มดมองนิ่งๆนะคะ
เขาต้องการความสนใจและเรียกร้องมากมายจนล้ำเส้น
เราอย่าเต้นตามค่ะ มองเขาเหมือนอากาศธาตุ
เขาไม่ได้สิ่งที่ต้องการ เขาก็จะหยุดไปเอง

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
vinitvadee วันที่ : 06/08/2017 เวลา : 09.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขอบพระคุณโหวต จากคุณ february26 ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 สำรวจฟ้า ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 06/08/2017 เวลา : 09.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

สวัสดีค่ะท่านPT

ขอบพระคุณโหวตค่ะ
ไม่มีเวลาคอมเมนท์เพราะจะรีบไปส่องนกกระมังคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
vinitvadee วันที่ : 06/08/2017 เวลา : 07.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

จากหัวข้อข่าวบ้านคุณลุง

ฝากความรักมาถึงน้องวรวีร์ ผู้กล้าแสนประเสริฐสมชื่อ น้องบอกเพื่อนๆ แชร์ไปมากๆ นะจ๊ะ คนอื่นจะได้ทราบ

วันนี้ ชื่นชมหนุ่มวิดวะจากสามแยกปากหะมาสุดๆ พี่สาวชาวเทวาลัยใกล้ชราขอสดุดีจ้ะ พี่รังเกียจกรวดแหลมในบาทาจังน้องวรวีร์ หามาใส่ไว้ในบาทาให้ยาตราลำบากทำไมมิรุ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
vinitvadee วันที่ : 06/08/2017 เวลา : 07.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

5 ส.ค. 60 นายวรวีร์ ธรรมพุฒิพงศ์ นิสิต ชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ได้โพสต์เฟซบุ๊กเล่าถึงเหตุการณ์กรณีนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ประธานสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เล่าเหตุการณ์ที่มีนิสิตคนหนึ่งถูกอาจารย์รายหนึ่ง "ทำร้ายร่างกาย" ระหว่างเดินออกจากพิธีถวายสัตย์หน้าลานพระบรมรูป 2 รัชกาล วันนี้ (3 ส.ค.)ที่ผ่านมา กระทั่งเป็นกระแสวิพากษ์ทางสังคมโซเชียล จึงต้องการเล่าในส่วนที่เขารับรู้หลังพิธีถวายบังคมจบแล้ว โดยอยากจะเขียนบันทึกอะไรซักหน่อย ก่อนที่สังคมจะมองเกี่ยวกับพิธีนี้ผิดไปมากกว่านี้ โดยระบุว่า ในเวลาประมาณ 15.30 น. นิสิต Freshy ทุกคนมารวมกันที่ด้านข้างของสนามหญ้า มีเต็นท์กางไว้ให้แล้ว ไม่มีแดด ลมเย็นพอสมควร และฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว จากนั้นพี่สตาฟฟ์ ก็แจกใบกำหนดการให้ ซึ่งมี 2 หน้า เป็นกระดาษแผ่นเล็กๆ ตามรูปด้านล่าง หน้าแรกไม่ได้ถ่ายมาเป็นคำปฏิญาณตน ส่วนหน้านี้ เป็นตารางของพิธี ซึ่งพอได้รับมาผมก็สะกิดใจพอสมควรว่า ทำไมมีแค่ถวายบังคม 3 ครั้งละจบ สักพัก แถวของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่ผมอยู่ก็ได้เข้าที่สนามตรงกลาง จุดที่ผมยืนคือ ฐานส่วนล่างสุด มองไปด้านหน้าจะเห็นพระบรมรูปของทั้ง 2 รัชกาล อยู่ตรงหน้าไม่มีใครบัง พิธีกรกล่าวซักซ้อม บอกกำหนดการ ขณะกำลังจะเริ่มซักซ้อม เมฆฝนก้อนมหึมาได้เคลื่อนตัวเข้ามาอยู่ด้านบนหัวผม ฝนเม็ดที่หนึ่ง หยดลงมา เป๊ะ ที่ขาผม และเพื่อนๆอีกกลุ่มหนึ่ง ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 16.10 น.

“พี่สตาฟฟ์กลุ่มหนึ่งเริ่มวิ่งวุ่นกันไปทั่ว เพื่ออะไร ผมก็ไม่ทราบ และแอบรำคาญหน่อยๆด้วย คือกำลังจะเริ่มพิธีจะทำให้อลหม่านกันทำไม แถมฝนก็หยดลงมาเม็ดสองเม็ด แต่สิ่งที่พบคือ เขากำลังรีบแจกจ่าย “แผ่นกระดาษบางๆ” ไม่สิ ความจริง สิ่งๆนั้น คือ “เสื้อพลาสติกกันฝน” ให้กับนิสิต โดยจะเริ่มจากนิสิตหญิงก่อน ขณะที่ฝนเริ่มตกปรอยๆ แต่มีความถี่ที่เพิ่มขึ้น นิสิตหญิงเท่าที่ผมสังเกตได้รับเสื้อกันฝนอย่างรวดเร็วด้วยการประสานงานกันของทางสต๊าร์ฟ เมื่อการแจกจ่าย “เสื้อพลาสติกกันฝน” ให้นิสิตหญิงเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงคราวของนิสิตชาย ขณะนั้นยังตกปรอยๆอยู่นะครับ แจกกันอย่างรวดเร็ว แต่ก็มีบางส่วนที่ยังไม่ได้ เพราะลำเลียงมาไม่ทัน ซึ่งก็เลยแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันไปโดยฉีกพลาสติกแบ่งๆกัน หรือบางคนก็ไม่รับ เพราะฝนยังตกแบบ ปรอยๆ หนึ่งในนั้นก็คือผม” นายวรวีร์ ระบุ

นายวรวีร์ ระบุต่อว่า สำหรับจุดที่ฝนเทกระจาดลงมาคือ หลังเสร็จสิ้นพิธีแล้วแป๊บเดียวครับ ซึ่งคนส่วนมากเข้าไปหลบฝนในเต็นท์กันแล้ว (พวกที่ยังอยู่กลางแจ้งคือ กำลังถ่ายรูปอยู่ -.-) ดังนั้น ผมขอชื่นชมพี่สตาฟฟ์ทุกคนครับ ที่ช่วยกันจ่ายเสื้อกันฝนให้ทุกคนอย่างเร่งรีบ และโดยเฉพาะนิสิตหญิงมีเสื้อกันฝนก่อนที่ฝนจะตกจริงๆ ซึ่งสามารถป้องกันการโป๊ได้อย่างดี

กลับมาที่พิธีกันต่อ พิธีกรจึงเริ่มพิธี (ซึ่งผมมารู้ทีหลังว่า ไม่มีซ้อมละลุยจริงเลย) สัญญาณครั้งที่ 1 มารวดเร็วมากครับ ต่อด้วย 2-3-4 เสร็จภายใน 15 วินาที ซึ่งผมตามไม่ทัน จากนั้นสัญญาณครั้งที่ 5 ได้ดังขึ้นต่อทันที ทุกคนลุกขึ้นกล่าวคำ ปฏิญาณ ต่อทันที โดยที่พิธีนี้ ไม่มี “การหมอบกราบ” ใดๆทั้งสิ้น นะครับ คือ ถวายบังคมเสร็จลุกขึ้นปฏิญาณตน เสร็จเลยใน 1 นาที พอเสร็จแล้วก็เป็นอันยุติพิธีเลย ไม่มีการร้องเพลง เนื่องจากมีสัญญาณว่า ฝนจะเทกระจาดลงมา ผมได้รับสัญญาณจากคนข้างหน้าว่า “เฮ้ย สลายตัว” ยังไม่ทันไร ทุกคนวิ่งไปเข้าเต็นท์ทันที ส่วนผมก็ยังยืนงงๆอยู่ จนเพื่อนมาเรียก “เฮ้ย วิ่ง” ถึงได้สติว่า ฝนกระหน่ำมาแล้ว ก็รีบวิ่งไปเข้าเต็นท์ เป็นอันเสร็จพิธี

นายวรวีร์ ระบุทิ้งท้ายว่า จากนั้นก็ได้รับเสื้อกันฝนจากพี่สตาฟฟ์ ก็ได้เสื้อตัวนี้แหละครับที่พาลุยจากศาลาพระเกี้ยวไปคณะอักษรศาสตร์ จากนั้นเดินอ้อมข้ามฝั่งไปหาข้าวทานที่คณะนิเทศศาสตร์ ส่วนผู้ใหญ่ในพิธีสิบกว่าท่าน ใจแข็งมากครับ ยืนทนฝนอย่างงั้นเลย ผมเห็นร่มกางแค่คันสองคันเอง ที่มีข้อมูลขนาดนี้ได้ เพราะจุดที่นั่งค่อนข้างโล่งและสามารถมองเห็นพิธีได้อย่างชัดเจนนะครับ ทั้งหมดที่เขียนมาก็เพราะ อยากจะมาเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในงานจริงๆนะครับ อยากให้อ่านให้จบนะครับ เพราะคุณจะได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงภายในงาน งานอาจจะจบไม่สวยหรู แต่ทุกฝ่ายประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยมครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
vinitvadee วันที่ : 06/08/2017 เวลา : 07.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

สวัสดีค่ะคุณลุง

หากสนใจอ่านแม้ยาวสักหน่อยก็ได้ความรู้มากมายค่ะ

คุณลุงตื่นเช้าจัง
ขอบพระคุณนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 06/08/2017 เวลา : 07.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ข้อมูลเป็นความรู้จริงๆครับ ขอขอบคุณที่นำมาเผยแพร่ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2017 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]