• vinitvadee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-06-06
  • จำนวนเรื่อง : 72
  • จำนวนผู้ชม : 13575
  • ส่ง msg :
  • โหวต 26 คน
ของรักของสะสม
ให้มาด้วยรัก น้อมรับไว้ด้วยเคารพรัก
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/vinitvadee
วันอาทิตย์ ที่ 13 สิงหาคม 2560
Posted by vinitvadee , ผู้อ่าน : 394 , 08:26:30 น.  
หมวด : งานอดิเรก

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน sorkanchana , ni_gul และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

 

 

ประเพณีสะท้อนวิถีไทย ๒๕๕๔

 

ประเพณีสะท้อนวิถีไทย

ออกแบบโดย นายอนุสรณ์ ประดิษฐ์

พิมพ์ที่

บริษัทไทยบริติชซีเคียวริตี้พริ้นติ้ง จำกัด

(มหาชน) ประเทศไทย

วันแรกจำหน่าย

๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

 

ประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ

จังหวัดสุโขทัย

 

ความสำคัญ

มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีว่า ประเพณีลอยกระทงเกิดขึ้น ณ เมืองสุโขทัยเมื่อ ๗๐๐ ปีเศษล่วงมาแล้ว ศิลาจารึกหลักที่ ๑ ได้กล่าวไว้ว่า เมืองสุโขทัยมีสี่ปากประตูหลวง เทียรย่อมคนเสียดกันมาดูท่านเผาเทียนเล่นไฟ เมืองสุโขทัยนี้มีดังจักแตก...

ประเพณีนี้ยังคงสืบทอดต่อมาจนถึงยุคกรุงศรีอยุธยาและรัตนโกสินทร์ จนกระทั่งถึง พ.ศ. ๒๕๒๐ จังหวัดสุโขทัยร่วมกับกรมศิลปากรและการท่องเที่ยว จึงได้ฟื้นฟูประเพณีลอยกระทงขึ้นมาใหม่ เรียกว่างานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ จนมีชื่อเสียง และได้รับความสนใจทั้งจากชาวไทยและชาวต่างประเทศเป็นอย่างสูง

การลอยกระทงเพื่อบูชารอยพระพุทธบาท ณ หาดทรายแม่น้ำนัมทานที และเพื่อแสดงความสำนึกในคุณของแหล่งน้ำต่าง ๆ รวมทั้งขอขมาลาโทษที่อาจกระทำ การใดๆ อันเป็นเหตุให้แหล่งน้ำนั้นๆไม่สะอาด ซึ่งการสำนึกคุณและขออภัย ถือเป็นวัฒนธรรมอันดีงามอย่างหนึ่งของไทย

งานประเพณีลอยกระทงของไทย มีมาแต่สมัยสุโขทัย โดยมีคติความเชื่อว่าเป็นการบูชา และขอขมาพระแม่คงคาเป็นการสะเดาะเคราะห์ และบูชาพระผู้เป็นเจ้าในศาสนาพราหมณ์ หรือเป็นการบูชารอยพระบาท เป็นต้น

งานลอยกระทงเริ่มทำตั้งแต่ กลางเดือน 11 ถึงกลางเดือน 12 ซึ่งเป็นฤดูน้ำหลาก น้ำจะเต็มสองฝั่งแม่น้ำ ที่นิยมมากคือ ช่วงวันเพ็ญเดือน 12 เพราะพระจันทร์เต็มดวง ทำให้แม่น้ำใสสะอาด แสงจันทร์ส่องเวลากลางคืน เป็นบรรยากาศที่สวยงาม เหมาะแก่การลอยกระทง

บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องพิธีสิบสองเดือน กล่าวไว้ว่า การลอยพระประทีป ลอยกระทงนี้ เป็นนักขัตฤกษ์ที่รื่นเริงทั่วไปของชนทั้งปวงทั่วกัน ไม่เฉพาะแต่การหลวง

แต่จะนับว่าเป็นพระราชพิธีอย่างใดก็ไม่ได้ ด้วยไม่มีพิธีสงฆ์ พิธีพราหมณ์อันใดที่เกี่ยวข้องเนื่องในการลอยพระประทีปนั้น เว้นไว้แต่จะเข้าใจว่า ตรงกับคำที่ว่า ลอยโคมลงแช่น้ำเช่นกล่าวมาแล้ว

แต่ควรนับถือว่าเป็นราชประเพณีซึ่งมีมาในแผ่นดินสยามแต่โบราณ ตั้งแต่พระนครยังอยู่ฝ่ายเหนือ เมื่อตรวจดูในกฎมนเฑียรบาลซึ่งได้ยกมาอ้างในเบื้องต้น ต่อความที่ว่า พิธีจองเปรียงลดชุดลอยโคมลงน้ำไป มีข้อความต่อไปว่า

“ตั้งระทาดอกไม้ในพระเมรุ 4 ระทา หนัง 2 โรง” การเรื่องนี้ก็คงจะตรงกันกับที่มีดอกไม้เพลิงที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และที่ชลาทรงบาตร บูชาหอพระในพระบรมมหาราชวัง ต่อนั้นไปก็ว่าด้วยการลอยพระประทีปที่ว่าในกฎหมายนี้มีเนื้อความเข้าเค้าเรื่องนพมาศ

ซึ่งว่า ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ซึ่งเป็นพระสนมเอก แต่ครั้งพระเจ้าอรุณมหาราช คือพระร่วง ซึ่งเป็นเจ้าแผ่นดินสยาม ตั้งแต่กรุงตั้งอยู่ ณ เมืองสุโขทัย ได้กล่าวไว้ว่า ในเวลาฤดูเดือนสิบสองเป็นเวลาเสด็จลงประพาสในลำน้ำตามพระราชพิธีในเวลากลางคืน

พระอัครมเหสีและพระสนมฝ่ายใน ตามเสด็จในเรือพระที่นั่งทอดพระเนตรการนักขัตฤกษ์ ซึ่งราษฎรเล่นในแม่น้ำตามกำหนดปี

เมื่อนางนพมาศได้เข้ามารับราชการ จึงได้คิดอ่านทำกระทงถวายพระเจ้าแผ่นดิน เป็นรูปดอกบัวและรูปต่างๆ ให้ทรงลอยตามสายน้ำไหล และคิดคำขับร้องถวายแด่พระเจ้าแผ่นดิน ทรงพระดำริจัดเรือพระที่นั่งเทียบขนานกันให้ใหญ่กว้าง

หนังสือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ได้บรรยายถึงลักษณะของกระทงที่นางนพมาศประดิษฐ์ถวายพระร่วงเจ้า ดังนี้

“...การพระราชพิธีจองเปรียง ในวันเพ็ญเดือนสิบสอง เป็นวันนักขัตฤกษ์ชักโคม ลอยโคม นางนพมาศ ได้ประดิษฐ์โคมลอย ตกแต่งเป็นรูปดอกกระมุทบาน กลีบรับแสงพระจันทร์ ใหญ่ประมาณเท่ากระทงระแทะ ล้วนแต่พรรณดอกไม้ซ้อนสีสลับให้เป็นลวดลาย

แล้วก็เอาผลพฤกษาลดาชาติมาแกะจำหลักเป็นรูปมยุระคณาวิหคหงส์ ให้จับจิกเกสรบุปผชาติอยู่ตามดอกกระมุทเป็นระเบียบเรียบร้อย วิจิตรไปด้วยสีย้อมสดสว่างควรจะทอดทัศนายิ่งนัก ทั้งเสียบแซม เทียน ธูปและประทีปน้ำมันเปรียงเจือด้วยไขข้อพระโค...”

(ดอกกระมุท หรือโกมุท เป็นดอกบัวประเภทบัวเผื่อน บัวผัน ที่ขยายกลีบบานในเวลากลางคืน กลางวันหุบ ระแทะ คือล้อเกวียน) นอกจากการลอยกระทงแล้ว ในศิลาจารึกหลักที่ 1 บรรทัดที่ 14 ยังได้กล่าวถึงการเผาเทียนเล่นไฟว่า

“...เมืองสุโขทัยนี้มีสี่ปากประตูหลวง เที้ยรย่อมคนเสียดกัน เข้ามาดูท่านเผาเทียนเล่นไฟ เมืองสุโขทัยนี้มีดั่งจักแตก...” ท่านผู้รู้ทั้งหลายสันนิษฐานว่างานดังกล่าวนั้นน่าจะเป็นการเผาเทียนเล่นไฟ ในงานเทศการลอยกระทง เพราะมีลักษณะใกล้เคียงกันมาก

จากข้อความในศิลาจารึกตอนนี้นายนิคม มุสิกคามะ ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยเมื่อปี พ.ศ.2520 ได้เสนอให้จังหวัดสุโขทัยพลิกฟื้นประวัติศาสตร์ประเพณีลอยกระทงขึ้นให้เป็นงานระดังชาติ เพื่อแนะนำจังหวัดสุโขทัย เพื่อให้ชื่องานตามศิลาจารึกว่า “งานเผาเทียน เล่นไฟ”

จุดเน้นที่เป็นหัวใจของงานนี้คือ การฟื้นฟูประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ พลุ ตะไล ไฟพะเนียง ดอกไม้ไฟชนิดต่างๆ

ดังนั้นจังหวัดสุโขทัย กรมศิลปากร และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จึงได้ร่วมกันจัดงานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2520 เป็นประจำทุกปีจนถึงปัจจุบัน โดยใช้อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เป็นสถานที่จัดงานดังกล่าว

เอกลักษณ์ประเพณีประลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ เป็นที่เลื่องลือ มีทั้งกระทงทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ งานฝีมืออันวิจิตรที่สะท้อนความประณีตของช่างศิลป์เมืองสุโขทัย ตลาดปสานโบราณ หรือตลาดแลกเบี้ย

การจำลองบรรยากาศการซื้อ ขาย แบบโบราณ ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสถึงกลิ่นอายวัฒนธรรมด้วยการแลกหอยเบี้ยแทนเงินสด เพื่อใช้ซื้อขาย อาหารพื้นเมือง และการแสดงแสง สี เสียง สัมผัสเรื่องราวประวัติศาสตร์มนต์เสน่ห์อารยธรรมเมืองมรดกโลก

พิธีและกิจกรรมในภาคกลางวันจะมีขบวนแห่นางนพมาศ และการออกร้าน จัดนิทรรศการ ส่วนในเวลากลางคืนจะมีการประดับไฟ หรือจุดเทียนตามโบราณสถานต่างๆ ซึ่งมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ของงานประเพณีลอยกระทงจังหวัดสุโขทัย

มีการลอยกระทง และจุดดอกไม้ไฟอย่างสวยงามทั่วท้องน้ำและตระพังต่างๆ ใบบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย มีการจัดประกวดกระทง การแสดงแสง เสียงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์กรุงสุโขทัย ณ บริเวณวัดมหาธาตุ ตลอดจนการแสดงนาฏศิลป์และมหรสพต่างๆ

ขอบคุณ วิกิพีเดีย

 
 
 
 
 
ประเพณียี่เป็ง จังหวัดเชียงใหม่
 
 
ขบวนแห่โคมยี่เป็ง การแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา ขบวนแห่กระทงเล็ก ขบวนแห่กระทงใหญ่ การตกแต่งประดับประดาบ้านเรือนด้วยผางประทีบ โคมไฟ การจุดพลุดอกไม้ไฟ การปล่อยโคมลอยเพื่อสะเดาะเคราะห์ การปล่อยโคมไฟ

จะมีกิจกรรม “ต๋ามผางปะตี๊ดส่องฟ้าฮักษาเมือง” และถวายเป็นพุทธบูชา ทั้งหมด 99,999 ดวง ที่ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ บริเวณรอบคูเมืองด้านใน ประตูท่าแพ และสถานที่สำคัญของเมืองเชียงใหม่ การประกวดโคมไฟประดับเมือง ประกวดกระทงลอยน้ำประดับเมืองรอบคูเมืองเชียงใหม่

นอกจากนี้ยังจะคงกิจกรรมประเพณี การตั้งธรรมหลวง ต๋ามผางปะติ๊ดบูชาพระธาตุเจดีย์ ซึ่งจัดที่ วัดโลกโมฬี งาน สืบฮีต สานฮอย ฮอมปอย ไหว้สาพระสิริมังคลาจารย์ ที่พุทธสถาน จ.เชียงใหม่

การประกวดซุ้มประตูป่า 100 ซุ้ม ซึ่งมีความสอดคล้องกับประเพณีและสถานการณ์ปัจจุบัน พิธีบวงสรวงศาลพระภูมิ เจดีย์ขาว

การขอขมาแม่น้ำปิง การประกวดกระทงฝีมือใบตอง ดอกไม้สด การปล่อยกระทงสายสืบสานล้านนา และการประกวดขบวนแห่กระทงใหญ่

ขอบคุณเว็บpainaidii

 

ประเพณีไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม

 

“ไหลเรือไฟ” เป็นพิธีกรรมที่พุทธศาสนิกชนชาวอีสานยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่ครั้งโบราณ มักนิยมจัดขึ้นในวันออกพรรษา (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11)

โดยมีความเชื่อว่าการไหลเรือไฟเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่พระพุทธองค์ประทับไว้ ที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทานที ครั้งที่พญานาคได้ทูลอาราธนาพระพุทธองค์ไปแสดงธรรมในพิภพของนาคใต้เมืองบาดาล

รวมทั้งความเชื่อเกี่ยวกับการบูชาพญานาคในลำน้ำโขง การระลึกถึงพระคุณของพระแม่คงคา ขอขมาลาโทษต่อแม่น้ำ ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในแม่น้ำ และยังถือเป็นการลอยเคราะห์ลอยโศก ขอให้อยู่เย็นเป็นสุข มีโชคมีลาภ

ประเพณีไหลเรือไฟ ถือเป็นประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์จังหวัดนครพนม และร่วมสืบต่อกันตั้งแต่สมัยโบราณด้วยความเชื่อและความศรัทธา ประเพณีไหลเรือไฟอยู่ในฮีตเดือน 11 คืองานบุญออกพรรษา ซึ่งมีประเพณีไหลเรือไฟ หรือไหลเฮือไฟ รวมอยู่ด้วย

เป็นพิธีกรรมเพื่อเป็นการบูชาต่อแม่น้ำโขง ที่ชาวบ้านในลุ่มน้ำโขงได้ใช้สอยแม่น้ำในการดำรงชีวิต และขอขมาต่อแม่น้ำที่ได้ทำการล่วงล้ำก้ำเกิน และถือเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทตามความเชื่อในตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา

นอกจากนั้นในตำนานยังเล่าขานกันว่าในแม่น้ำโขงเป็นที่สิงสถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เช่น พญานาค เจ้าพ่อเหล็กซีด้ามแตก เจ้าพ่อคำแดง เจ้าพ่อหมื่น เจ้าพ่อสัมมะติ เจ้าพ่อสิบสอง ต้องทำการบรวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น

เพื่อให้ท่านปกปักรักษาบ้านเมือง ประชาชนให้มีความสงบสุขร่มเย็นปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และขอให้มีโชคลาภการทำมาหากินให้มีแต่ความอุดมสมบูรณ์เจริญรุ่งเรือง  

 

 

ประเพณีลอยกระทงสาย จังหวัดตาก

 

“ลอยกระทงสาย ประเพณีที่เกิดจากความร่วมมือ และความสามัคคีของคนในชุมชน ตระเตรียมแพผ้าป่าน้ำ และกระทงสาย พร้อมสรรพ จับสลากว่าใครจะลอยก่อนหลัง

เมื่อทุกขั้นตอนพร้อมเรียบร้อย คนหนึ่งนำขี้ไต้ใส่กะลา อีกคนจุดไฟ อีกหนึ่งค่อยๆ กะจังหวะปล่อยเป็นสายไหลเรียงไปตามกระแสน้ำ”

ารหลอมรวมหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ภูมิปัญญาชาวบ้าน ศิลปวัฒนธรรม ทั้ง 3 สิ่งได้ทำให้เกิดงานประเพณีลอยกระทงที่แตกต่างด้วยรูปแบบ อันมาพร้อมรายละเอียดแห่งความงดงาม

จุดเริ่มต้นที่ชาวบ้านนำวัตถุดิบในท้องถิ่น คือ กะลามะพร้าวที่ผ่านการขูดเนื้อไปทำเมี่ยง ของว่างที่คนจังหวัดตากมักจะรับประทานหลังอาหาร เหลือเจ้ากะลาที่วางทิ้งไว้ก็ดูไร้ประโยชน์ ลองนำมาทำเป็นกระทง

ตรงกลางใส่ด้ายดิบที่ฟั่นเป็นรูปตีนกา แล้วนำเทียนขี้ผึ้งที่พระสงฆ์ใช้ช่วงจำพรรษา มาหล่อใส่ในกะลา เพียงเท่านี้ก็พร้อมนำไปลอย โดยชาวบ้านนั้นเชื่อว่าเทียนขี้ผึ้งเหล่านี้ นับเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ช่วยเสริมสร้างสิริมงคลแก่ผู้นำไปลอยได้นั่นเอง

ด้วยสภาพของท้องน้ำที่มีสันทรายเป็นระยะ ทำให้กระทงที่นำมาลอยไหลไปในทิศทางเดียวกัน และกลายเป็นแนวคิดในการนำกระทงมาลอยเป็นสาย จนกระทั่งเริ่มมีการแข่งขันประกวดประชันอย่างจริงจังขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2540

เมื่อถึงกำหนดเริ่มงานทุกชุมชนได้เตรียมตัวมาพร้อมเพื่อการแข่งขันขบวนแห่ที่สวยงาม เสียงดนตรีสุดคึกคัก ชาวบ้านต่างร่ายรำมาจนกระทั่งถึงริมฝั่งแม่น้ำปิง เริ่มต้นพิธีขอขมาต่อพระแม่คงคา อธิษฐานบูชาพระพุทธเจ้า พร้อมปล่อยทุกข์โศกไปกับแพผ้าป่าน้ำ

ขอบคุณ ท่องทั่วไทย.com

 

สิริสวัสดิ์วรวาร สิริมานภิรมย์ปรีดิ์นะคะ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
sorkanchana วันที่ : 14/08/2017 เวลา : 21.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sorkanchana

ผมเป็นลูกเมืองตากโดยกำเนิด เกิดที่นั่นและใช้ชีวิตวัยเด็กที่นั่นมาเนิ่นนานกว่า 80 ปี ปัจจุบันอยู่กรุงเทพมหานคร เพิ่งจะได้อ่านข้อเขียนเกี่ยวกับกระทงสายก็สักครู่นี้เอง ขอบคุณต่อ จขบ แทนชาวตากรุ่นเดียวกันเป็นอย่างมาก ที่ตอนนี้เหลืออยู่ไม่กี่คนแล้ว เดี้ยงกันไปบ้าง ถือไม้เท้ากันบ้าง ว่างๆจะไปให้ความรู้เรื่องกระทงสายกับพวกที่ยังเหลือสักหน่อย

ความคิดเห็นที่ 5 สำรวจฟ้า ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 13/08/2017 เวลา : 20.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

สวัสดีค่ะท่านPT

เป็นคำถามนะครับ
สมมุติว่าเราไปลอยกระทงวันใดวันหนึ่งระหว่างกลางเดือน 11
ถึงกลางเดือน 12 ทุกคนคงจะเห็นเราเป็นคนประหลาด

.
ทำไมมีคำถามประหลาดเช่นนี้ล่ะคะ
เขาปฏิบัติกันมายาวนาน ต้องวันเพ็ญ ที่จันทร์เต็มดวง ที่น้ำเต็มฝั่งค่ะ
นอกจากจันทร์กระจ่างฟ้าแล้ว มหานทีก็เต็ม มันถึงพร้อมความงามค่ะ

หากเราไปลอยในวันใดวันหนึ่ง ก็น่าจะดังข้ามคืน
เพราะคงมีคนมาถ่ายทำคลิป แล้วแชร์กันสนั่นเมืองก็ได้ค่ะ


gjยินดีหาข้อมูลมาให้เพื่อนๆ บล็อกได้ทราบเสมอค่ะ

ขอบพระคุณคำถามที่ทำให้หัวเราะกว้างค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 13/08/2017 เวลา : 14.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

เป็นคำถามนะครับ สมมุติว่าเราไปลอยกระทงวันใดวันหนึ่งระหว่างกลางเดือน 11 ถึงกลางเดือน 12 ทุกคนคงจะเห็นเราเป็นคนประหลาด

ขอบคุณ จขบ.คุณ vinitvadee ที่นำเกร็ดความรู้เรื่องราวที่น่าสนใจและใกล้ชิดกับวิถีชีวิตชาวไทยมาให้รับทราบ

ความคิดเห็นที่ 3 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 13/08/2017 เวลา : 13.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขอบพระคุณพี่รัตน์ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
vinitvadee วันที่ : 13/08/2017 เวลา : 09.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

สวัสดีค่ะคุณลุงยั้งคิด

ขอบพระคุณมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 rattiya , vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (2)
นายยั้งคิด วันที่ : 13/08/2017 เวลา : 09.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ขอบคุณสำหรับประวัติศาสตร์ประเพณีไทย และรากเหง้าวัฒนธรรมของคนไทยครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2017 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]