• vinitvadee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-06-06
  • จำนวนเรื่อง : 141
  • จำนวนผู้ชม : 28201
  • ส่ง msg :
  • โหวต 76 คน
ของรักของสะสม
ให้มาด้วยรัก น้อมรับไว้ด้วยเคารพรัก
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/vinitvadee
วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม 2560
Posted by vinitvadee , ผู้อ่าน : 358 , 08:29:16 น.  
หมวด : งานอดิเรก

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

 

 

แสตมป์ ออกแบบโดย

นายธเนศ พลไชยวงศ์

 

 ๑๒๐ ปี สถาบันที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน

 

พิมพ์ที่

บริษัท โจ แอนเซเด้ แอนโซเน่น กร๊าฟฟิช เอนริชชิ่ง บีวี

ประเทศเนเธอร์แลนด์

วันแรกจำหน่าย

๕ ธันวาคม ๒๕๓๗

 

 

ผู้เรียบเรียง : อรวรรณ เกสร

ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ : นายจเร พันธุ์เปรื่อง

 

สภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน หรือ สภาที่ปฤกษาราชการแผ่นดิน (Council of State) ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นสภาที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ

ให้แต่งตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2417 ประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นผู้มีบรรดาศักดิ์ชั้นพระยาจำนวน 12 คน มีหน้าที่ถวายคำปรึกษาและความคิดเห็นต่างๆ ในด้านนิติบัญญัติ และเมื่อข้อราชการใดที่ประชุมสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดินมีมติเห็นชอบก็ให้ออกเป็นกฎหมายบังคับใช้ต่อไป 

 

ความเป็นมาของสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน

สภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน (Council of State) เป็นสถาบันการเมืองที่ก่อตั้งตามพระราชบัญญัติเคาน์ซิลออฟสเตดคือที่ปฤกษาราชการแผ่นดิน จุลศักราช 1236 (พ.ศ. 1417)

เพื่อสนับสนุนพระราชอำนาจขององค์พระมหากษัตริย์และการสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศตามแบบตะวันตก อันเป็นก้าวแรกของการปฏิรูปการเมืองการปกครองของประเทศไทย ดังพระบรมราชโองการให้มี “ประกาศว่าด้วยตั้งเคาน์ซิลแลพระราชบัญญัติ” ซึ่งมีพระราชดำริบางตอน ดังนี้

“…..ตั้งแต่เสด็จบรมราชาภิเศกเถลิงถวัลยราชสมบัติ ตั้งพระราชหฤไทยจะดำรงค์รักษาพระนครขอบขันธสีมา ทั้งพระบรมวงษานุวงษ ข้าราชการแลราษฎรให้ถาวรวัฒนายิ่งขึ้นไป จึงได้ทรงพระราชอุสาหเสด็จ พระราชดำเนินทางทเล ฝ่าคลื่นฝืนลมไปประพาศเมืองต่างประเทศ เ

พราะจะได้ทรงทอดพระเนตรบ้านเมือง แลการธรรมเนียมต่างๆ สิ่งใดดีจะได้เป่นแบบอย่างแก่บ้านเมืองสยามต่อไป..... ครั้งนี้ทรงพระราชดำริห์ เหนว่าราชการผลประโยชน์บ้านเมืองสิ่งใดที่จะเกิดขึ้น แลการที่ยังรกร้างมาแต่เดิมมากนั้น ถ้าจะทรงจัดการ แต่พระองค์เดียว ก็จะไม่ใคร่สำเร็จไปได้

ถ้ามีผู้ที่ช่วยกันคิดหลายปัญญาแล้ว การซึ่งรกร้างมาแต่เดิม ก็จะได้ปลดเปลื้องไปได้ทีละน้อยๆ ความดีความเจริญก็คงจะบังเกิดแก่บ้านเมือง จึงได้ทรงจัดสันข้าทูลลอองธุลีพระบาทซึ่งมีสติปัญญา โปรดเกล้าตั้งไว้เป็นที่ปฤกษาแห่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว…..” 

สภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดินจะมีพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงดำรงตำแหน่งประธานสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน และจะประกอบด้วยข้าราชการซึ่งมีตระกูลและมีสติปัญญาเฉียบแหลม รอบรู้ในกิจการต่างๆ เป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน จำนวนทั้งสิ้น 12 ท่าน

(ตามข้อกำหนดสมาชิกสภา ที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน มีจำนวนตั้งแต่ 10 นายขึ้นไป แต่ไม่เกิน 20 นาย และจะตั้งพระบรมวงศานุวงศ์ อีก 6 พระองค์เข้าร่วมด้วยก็ได้)

โดยพระราชบัญญัติเคาน์ซิลออฟสเตด ระบุที่มาของสมาชิกว่า

“พระบาทสมเดจพระเจ้าอยู่หัว จะทรงตั้งราชตระกูล แลข้าราชการซึ่งมีตระกูล แลผู้มีสติปัญญาว่องไวเฉียบแหลมรอบรู้ในราชกิจการต่างๆ ที่มีชื่อเสียงปรากฏ

เปนที่ปฤกษาราชการแผ่นดิน ซึ่งเรยกตามภาษาอังกฤษว่า เคาน์ซิลลอร์ออฟสเตด ตั้งแต่ 10 นายขึ้นไป ไม่ให้เกิน 20 นายออกไป...”

สมาชิกสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน เมื่อแรกแต่งตั้งจำนวน 12 คน ประกอบด้วย

1. พระยาราชสุภาวดี (เพ็ง เพ็ญกุล) เจ้ากรมพระสุรัสวดีกลาง

2. พระยาศรีพิพัฒน์ (แพ บุนนาค) โกษาธิบดี

3. พระยาราชวรานุกูล (รอด กัลยาณมิตร) ปลัดทูลฉลองกรมมหาดไทย

4. พระยากสาปณ์กิจโกศล (โหมด อมาตยกุล)

5. พระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค)

6. พระยามหาอำมาตย์ (ชื่น กัลยาณมิตร) เจ้ากรมมหาดไทยฝ่ายเหนือ

7. พระยาอภัยรณฤทธิ์ (แย้ม บุญยรัตพันธุ์) จางวางพระตำรวจซ้าย

8. พระยาราไชย (จำเริญ บุรณศิริ)

9. พระยาพิพิธโภไคย (ทองคำ สุวรรณทัต)

10. พระยาเจริญราชไมตรี (ตาด อมาตยกุล)

11. พระยากระลาโหมราชเสนา

12. พระยาราชโยธา (ทองอยู่ ภูมิรัตน์)

ที่ปรึกษาราชการแผ่นดินจะอยู่ในตำแหน่งนานตราบเท่าที่ทรงพอพระราชหฤทัย และผู้ที่จะดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน จะต้องทำพิธีสัตยานุสัตย์สาบานต่อพระพักตร์และถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา

แล้วจึงจะได้รับพระราชทานตราตั้ง พระราชประสงค์ที่สำคัญในการทำพิธีนี้ก็เพื่อก่อให้เกิดพันธะทางใจตาม คตินิยมแบบเก่าให้แก่ที่ปรึกษาราชการแผ่นดินทุกท่านที่จะต้องซื่อสัตย์ จงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

และตั้งใจปฏิบัติหน้าที่จนเต็มกำลังความสามารถโดยไม่ลำเอียง ไม่เห็นแก่อามิสสินจ้างและรักษาความลับเพื่อให้การปฏิรูปทางการเมืองการปกครองในระยะแรกบรรลุวัตถุประสงค์

 

การดำเนินงานของสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงดำรงตำแหน่งประธานสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน ซึ่งพระองค์อาจจะเสด็จมาประชุมหรือไม่ก็ได้ ดังนั้น เพื่อให้การประชุมดำเนินการต่อไปได้ จึงกำหนดให้มี รองประธานสภา 1 คน

โดยเลือกจากบรรดาสมาชิกของสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน เพื่อทำหน้าที่เป็นประธานของการประชุมทุกครั้งที่ประธานมิได้เสด็จมาประชุม รองประธานสภาอยู่ในตำแหน่งครั้งละ 1 ปี

และจะดำรงตำแหน่งต่อไปได้อีกถ้าได้รับเลือก และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเห็นชอบด้วย การพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระคงเป็นไปตามพระราชอัธยาศัย

ในส่วนของเสนาบดีจะเข้าร่วมประชุมก็ต่อเมื่อได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมหรือมีเรื่องที่เกี่ยวข้อง การประชุมมีระเบียบที่ใช้ในการจัดการประชุมอย่างชัดเจน เช่น การจัดลำดับผู้อภิปรายก่อนหลัง การเสนอกฎหมาย การลงคะแนน การลงโทษ เป็นต้น

สภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดินจะมีเสมียนใหญ่ จำนวน 1 คน และเสมียนผู้ช่วย จำนวน 1 คน และมีเสมียนอีกจำนวนมาก ทำหน้าที่เป็นเลขานุการและธุรการ

ได้แก่ การจัดทำเอกสาร การออกเอกสาร การจัดเก็บเอกสาร การเชิญประชุม ในการประชุมสมาชิกอาจเสนอให้มีการแสดงความคิดเห็น จัดลำดับการแสดงความคิดเห็นก่อนหลัง การลงมติ และการลงโทษแก่สมาชิก

การประชุมของสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน จะต้องมีสมาชิกมาประชุมร่วมกันตั้งแต่ 7 นายขึ้นไป จึงจะนับว่าครบองค์ประชุม ผลการประชุมทุกครั้งต้องกราบทูลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบ

เมื่อทรงเห็นชอบด้วย ผลของการประชุมหรือมติของสภาจึงจะมีผลบังคับใช้ได้

[การเสนอญัตติ]]ต่อที่ประชุม ข้อกฎหมาย หรือราชการใดๆ ซึ่งจะเสนอให้ที่ประชุมปรึกษาหารือให้เขียนเป็นเรื่องราวยื่นต่อรองประธาน พร้อมด้วยสำเนาก่อน 24 ชั่วโมง

การอภิปรายแสดงความคิดเห็น ห้ามสมาชิกอภิปรายเรื่องต่างๆ เรื่องใดเรื่องหนึ่งในวันเดียวกันเกินกว่า 2 ครั้ง เว้นแต่รองประธานจะเป็นผู้เชิญให้พูด

การลงคะแนน ให้สมาชิกยืนขึ้นแสดงว่าเห็นด้วยกับฝ่ายใด ให้รองประธานเป็นผู้นับคะแนน ถ้าเท่ากันให้รอมติไว้ก่อน เว้นแต่ประธานจะเสด็จมาร่วมประชุมด้วย จะทรงตัดสินในการนั้น

 

อำนาจหน้าที่ของสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน

สภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดินมีหน้าที่ถวายคำปรึกษาและความคิดเห็นต่างๆ ด้านนิติบัญญัติ ประชุมปรึกษาข้อราชการและออกพระราชกำหนดกฎหมายตามพระบรมราชโองการ หรืออาจจะกราบบังคมทูลเสนอความคิดเห็นในการออกกฎหมายใหม่

 

ผลงานที่สำคัญ

การตราพระราชบัญญัติพิกัดเกษียณอายุลูกทาสลูกไทย ประกาศเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2417 เพื่อกำหนดค่าตัวลูกทาสให้สูงสุดตอนเป็นเด็กแล้วมีค่าตัวลดลงทุกปีจนหลุดพ้นเป็นไทได้จนหมดประเทศ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2448

พระราชบัญญัติจัดตั้งหอรัษฎากรพิพัฒน์ โดยมีพระราชกำหนดให้ทุกหน่วยราชการส่งเงินรายได้แผ่นดินเข้าหอรัษฎากรพิพัฒน์ การตราพระราชบัญญัติพระคลังมหาสมบัติ และการปฏิรูปทางด้านตุลาการ 

การยุบเลิกสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน

ต่อมาเมื่อสถาบันพระมหากษัตริย์มีความเข้มแข็ง สภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดินจึงหมดความสำคัญลง เนื่องจากไม่กล้าถวายความเห็นในข้อกฎหมาย อาจเป็นเพราะขาดความรู้ความสามารถ หรือไม่กล้าที่จะออกความคิดเห็นซึ่งไม่ใช่ลักษณะที่เคยทำมาก่อน

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยุบเลิกสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน จากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติรัฐมนตรี ร.ศ.113 ขึ้นในปี พ.ศ. 2437

เพื่อจัดตั้งรัฐมนตรีสภา ให้มีรัฐมนตรีทำหน้าที่ถวายคำปรึกษา เกี่ยวกับการออกแบบและการแก้ไขกฎหมายเก่าและคิดทำกฎหมายใหม่แทนสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน

ทั้งนี้ก็ถือได้ว่าสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดินเปรียบเหมือนสถาบันแรกของประเทศไทย ที่ดำเนินการด้านการร่างกฎหมายโดยเฉพาะและให้คำปรึกษาในการบริหารราชการแผ่นดิน

อันเป็นพื้นฐานในการจัดตั้งคณะกรรมการกฤษฎีกาและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในปัจจุบัน 

 

ขอบคุณ สถาบันพระปกเกล้า

คุณอรวรรณ เกสร - คุณจเร พันธุ์เปรื่อง

สวัสดิ์สิริชีววาร สิริมานรมเยศนะคะ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
vinitvadee วันที่ : 12/10/2017 เวลา : 11.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขอบพระคุณโหวตค่ะ น้าสิงห์คะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
vinitvadee วันที่ : 12/10/2017 เวลา : 11.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขอบพระคุณค่ะคุณลุงยั้งคิดคะ

ความคิดเห็นที่ 1 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 12/10/2017 เวลา : 11.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

อ่านประวัติศาสตร์เพลินเลยครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2017 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]