• vinitvadee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-06-06
  • จำนวนเรื่อง : 741
  • จำนวนผู้ชม : 194360
  • ส่ง msg :
  • โหวต 613 คน
ของรักของสะสม
ให้มาด้วยรัก น้อมรับไว้ด้วยเคารพรัก
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/vinitvadee
วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน 2562
Posted by vinitvadee , ผู้อ่าน : 410 , 07:01:29 น.  
หมวด : งานอดิเรก

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน ลิงเขียว , แม่หมี และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

 

In Celebration of the Enthronement of His Majesty the Emperor

 

จักรพรรดิญี่ปุ่น : สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะทรงเข้าพิธีโบราณ ประกาศครองราชย์อย่างเป็นทางการ

22 ตุลาคม 2019

 

 

รัชสมัยของสมเด็จพระจักรพรรดิ พระชนมพรรษา 59 พรรษา เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา หลังจากพระราชบิดาคือสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงสละราชสมบัติ

หลังจากพิธีโบราณที่จัดขึ้นภายในพระราชวังอิมพีเรียลในกรุงโตเกียว สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะทรงขึ้นครองราชย์อย่างเป็นทางการแล้ว

 

นารุฮิโตะ: จักรพรรดิญี่ปุ่นทรงเข้าพิธีโบราณ ประกาศครองราชย์อย่างเป็นทางการ

สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะแห่งญี่ปุ่น ทรงประกาศขึ้นครองราชย์อย่างเป็นทางการในพิธีโบราณในวันนี้

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเกิดขึ้นในช่วงที่ญี่ปุ่นเพิ่งเผชิญกับไต้ฝุ่นฮากีบิส ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยเกือบ 80 คน ทำให้ต้องเลื่อนขบวนพาเหรดเฉลิมฉลองพระราชพิธีออกไป เพื่อแสดงความเคารพต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัว

เกิดอะไรขึ้นที่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

โซกุอิ โนะ เรอิ (Sokui no Rei) หรือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะทรงประทับอยู่ในพระที่นั่งทากามิกุระ (Takamikura) ซึ่งมีความสูง 6.5 เมตร

พระองค์ทรงอยู่ในฉลองพระองค์สีส้มเหลือง ซึ่งเป็นฉลองพระองค์สำหรับสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นในโอกาสพิเศษเท่านั้น จากนั้นสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะทรงอ่านปฐมบรมราชโองการเป็นภาษาญี่ปุ่น

ตามคำแปลของสำนักข่าวรอยเตอร์ พระองค์ทรงประกาศว่า "ข้าพเจ้าสาบานว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและมีความรับผิดชอบในฐานะสัญลักษณ์แห่งรัฐและเอกภาพแห่งปวงชน"

 

 
สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ
ทรงขึ้นครองราชย์อย่างเป็นทางการแล้ว
หลังจากรัชสมัยของพระองค์เริ่มต้นขึ้นมานานหลายเดือน - Reuters
 

ขณะที่สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะพระชายา ประทับอยู่ในพระที่นั่งที่อยู่เคียงข้างกันซึ่งมีขนาดเล็กกว่า มีรายงานว่า พระองค์ทรงฉลองพระองค์ที่มีจำนวน 12 ชั้น

 

 
 สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะประทับอยู่บนบัลลังก์ที่อยู่เคียงข้างกัน AFP
 

นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น ได้กล่าวสดุดีและจบลงด้วยการตะโกนถวายพระพรว่า "บันไซ บันไซ!" ซึ่งแปลว่า "ทรงพระเจริญ"

 

 
นายชินโซ อาเบะ เป็นผู้นำเปล่งเสียงถวายพระพร
แด่สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น - AFP
 

ส่วนใหญ่ของพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอยู่ในความสงบ โดยมีการอัญเชิญพระแสง (ดาบ) และอัญมณีโบราณ ซึ่งเป็นพระราชสมบัติอันศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์อิมพีเรียล

อาคันตุกะจากต่างแดนหลายร้อยคน รวมถึงเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์แห่งสหราชอาณาจักร ทรงเข้าร่วมพระราชพิธีนี้ด้วย

สมเด็จพระจักรพรรดิจะทรงเลี้ยงพระสุธารสชาแก่สมาชิกราชวงศ์จากต่างประเทศ ขณะที่นายอาเบะจะเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงในช่วงเย็น

พระราชพิธีนี้เป็นเรื่องใหญ่แค่ไหน

เป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับชาวญี่ปุ่น ครั้งสุดท้ายที่พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเกิดขึ้นคือปี 1990 ขณะที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะในขณะนั้นทรงขึ้นครองราชย์

มีประชาชนจำนวนไม่มากนักมารออยู่ที่ด้านนอกพระราชวัง แม้ว่าจะมีฝนตกหนัก

 

ประชาชนรอที่ด้านนอกพระราชวังอิมพีเรียล - Reuters
 
 

ชูอิจิ ฮาจินุมา วัย 78 ปี ซึ่งเดินทางมากรุงโตเกียว บอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า "วันนี้เป็นวันสำคัญของสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีพระองค์ใหม่"

"ผมรู้สึกว่า สมเด็จพระจักรพรรดิทรงใกล้ชิดกับพวกเรามากขึ้น เปรียบเทียบกับในอดีต...ผมอยากให้พระองค์ตรัสถึงสันติภาพ"

ลมและฝนที่ตกหนักหยุดลงในช่วงเริ่มพระราชพิธี

ผู้ใช้โซเชียลมีเดียบางคน อ้างว่า มีสายรุ้งปรากฏขึ้นระหว่างพระราชพิธีด้วย

Presentational white space

สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะทรงยังไม่ได้ขึ้นครองราชย์หรือ

รัชสมัยของสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะเริ่มอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา

เว็บไซต์ข่าวหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษเจแปนไทมส์ (Japan Times) รายงานว่า พิธีต่าง ๆ ในวันนั้น "เรียบง่ายกว่า และเป็นการแสดงถึงการสืบทอดราชบัลลังก์ต่อในทันที"

แต่พระราชพิธีโซกุอิ โนะ เรอิ มีความละเอียดประณีตกว่ามาก

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่การขึ้นครองราชย์และพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเกิดขึ้นห่างกัน

ในสมัยของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พิธีโซกุอิ โนะ เรอิ เกิดขึ้นหลังทรงขึ้นครองราชย์เกือบ 2 ปี

ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งกล่าวว่า เหตุผลที่ทำให้ลำดับเวลาของการจัดพระราชพิธีในครั้งนี้ผิดไปจากปกติ คือการสละราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ

พระองค์ทรงสละราชสมบัติเนื่องจากเหตุผลด้านพระราชพลานามัย กลายเป็นกษัตริย์ญี่ปุ่นพระองค์แรกที่สละราชสมบัติในรอบกว่า 200 ปี

 

 
สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ (ซ้าย) ในขณะนั้น
ทรงสละราชสมบัติด้วยเหตุผลเรื่องพระราชพลานามัย - Getty Images
 
 

ตามปกติ พระราชพิธีเฉลิมฉลองการขึ้นครองราชย์ จะจัดขึ้นหลังจากไว้อาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ก่อนอย่างน้อย 1 ปีเท่านั้น แต่เนื่องจากสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงสละราชสมบัติ ทำให้การขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะมีการเฉลิมฉลองได้มากกว่า

เคน รูออฟ ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Japan's Imperial House in the Postwar Era (อาจแปลเป็นไทยได้ว่า พระราชวังญี่ปุ่นในยุคหลังสงคราม) กล่าวกับบีบีซีว่า "คนทั้งโลกถือว่า พิธีนั้น [ในวันที่ 1 พ.ค.] เป็นการเฉลิมฉลองที่ยังไม่เต็มที่ แต่การเฉลิมฉลองที่แท้จริงคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้"

"คนในส่วนอื่นของโลกอาจไม่เห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ อย่างคนที่คิดว่า 'เราไม่ได้ทำพิธีนี้ไปแล้วหรือ' แต่นี่คือเรื่องใหญ่สำหรับชาวญี่ปุ่น"  - BBC

 

Image result for แสตมป์จักรพรรดินารุฮิโตะ

แสตมป์ที่ระลึก
พระราชพิธีสถาปนามกุฎราชกุมารนารุฮิโตะ
23 กุมภาพันธ์ 2524
 
 

พระราชพิธีสถาปนามกุฎราชกุมาร (ญี่ปุ่น立太子の礼 โรมาจิRittaishi–no–rei) พระราชพิธีสถาปนามกุฎราชกุมารของญี่ปุ่นที่มีมาแต่โบราณกาลโดยพระราชพิธีสถาปนามกุฎราชกุมารครั้งแรกในสมัยใหม่เกิดขึ้นเมื่อปี เมจิ ที่ 21 ในรัชสมัย สมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 1889 (พ.ศ. 2432) คือพระราชพิธีสถาปนาเจ้าชายโยะชิฮิโตะขึ้นเป็นมกุฎราชกุมารในเวลาต่อมามกุฎราชกุมารโยะชิฮิโตะได้ขึ้นสืบราชบัลลังก์เป็น จักรพรรดิไทโช

ส่วนพระราชพิธีนี้เกิดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อปี เฮเซ ที่ 2 ในรัชสมัย สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1991 (พ.ศ. 2534) คือพระราชพิธีสถาปนา เจ้าชายนะรุฮิโตะ พระราชโอรสองค์ใหญ่ขึ้นเป็นมกุฎราชกุมารที่ พระราชวังหลวงโตเกียว หรือ พระราชวังอิมพีเรียล

 

ภาพฝูงชนที่มายังหน้าพระราชวังอิมพีเรียล

 ก่อนการสถาปนาเจ้าชายฮิโระฮิโตะเป็นมกุฎราชกุมาร

เมื่อ ค.ศ. 1916 (พ.ศ. 2459)

 

พระราชพิธีสถาปนาเจ้าชายอะกิฮิโตะขึ้นเป็นมกุฎราชกุมาร

ซึ่งจัดขึ้นที่พระราชวังหลวงโตเกียว

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ค.ศ. 1952 (พ.ศ. 2495) 

 

ภาพเจ้าชายอะกิฮิโตะพร้อมกับจักรพรรดิโชวะและจักรพรรดินีโคจุง

ในพระราชพิธีสถาปนามกุฎราชกุมาร - Wikiwand

 

Related image

ฉลองพระองค์กิโมโนชั้นสูง

Image result for แสตมป์จักรพรรดินารุฮิโตะ

Image result for แสตมป์จักรพรรดินารุฮิโตะ

Image result for แสตมป์จักรพรรดินารุฮิโตะ

Related image
 
Related image
 

จักรพรรดิญี่ปุ่น : ความเป็นมา ความหมาย และหมายกำหนดการ พระราชพิธีขึ้นครองราชย์

3 เมษายน 2019

 

เมื่อสิ้นสุดยุค ชื่อรัชสมัยจะกลายเป็นชื่อของพระจักรพรรดิองค์นั้นไปด้วย

นั่นหมายความสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ

จะเป็นที่รู้จักกันในชื่อพระจักรพรรดิเฮเซ AFP/Getty Images 

 

โดย ผศ.โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์

Tokyo University of Foreign Studies

จักรพรรดิวงศ์แห่งญี่ปุ่นมีประวัติศาสตร์หลายศตวรรษ อยู่บนภูมิหลังที่ผูกโยงความเชื่อด้านเทพเจ้าเข้ากับโลกแห่งความจริงในด้านการปกครองมายาวนาน จนกลายเป็นวัฒนธรรมคู่สังคมญี่ปุ่น ความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับสถาบันนี้จึงอยู่ในความสนใจของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสละราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิ

ในสมัยโบราณ การสละราชสมบัติไม่ใช่เรื่องแปลก เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น พระพลานามัยของจักรพรรดิบ้าง ภัยพิบัติบ้าง หรือเหตุผลทางการเมือง แต่ในรอบ 2 ศตวรรษที่ผ่านมา ไม่มีเหตุสละราชสมบัติเกิดขึ้น

การสละราชสมบัติครั้งล่าสุดเกิดเมื่อปี 1817 โดยสมเด็จพระจักรพรรดิโคกากุซึ่งอยู่ในสมัยเอโดะ (1603-1868) ดังนั้น การสละราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิในสมัยเฮเซ (Heisei 1989-2019) จึงเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาสำหรับคนญี่ปุ่น รัฐบาลต้องเตรียมการทั้งในด้านกฎหมายและความเหมาะสม อีกทั้งต้องเตรียมงานพระราชพิธีขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ต่อไปในคราวเดียวกัน

สมัยเฮเซ มีความหมายว่า "ความสงบสุขทั่วแผ่นดิน" เริ่มต้นตั้งแต่ 8 มกราคม 1989 ซึ่งเป็นวันรุ่งขึ้นหลังจากสมเด็จพระจักรพรรดิโชวะ (พระนาม "ฮิโรฮิโตะ") เสด็จสวรรคต และจะสิ้นสุดในวันที่ 30 เมษายน 2019 โดยการสละราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน (พระนาม "อากิฮิโตะ") ซึ่งเป็นรัชสมัยที่ 125

 

เจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมาร พระชนมายุ 58 พรรษา

จะเสด็จขึ้นครองราชย์ในวันที่ 1 พ.ค.

 

ไม่เอ่ยพระนามพระจักรพรรดิ

โดยขนบ คนญี่ปุ่นไม่เอ่ยพระนามของสมเด็จพระจักรพรรดิทั้งในชีวิตประจำวันและในสื่อมวลชน การกล่าวถึงพระองค์จะใช้คำว่า "สมเด็จพระจักรพรรดิ (องค์ปัจจุบัน)" เท่านั้น และสมเด็จพระจักรพรรดิตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ไม่มีนามสกุล เพราะถือว่านามสกุลเป็นสิ่งที่เจ้าเหนือหัวมอบให้แก่ผู้ที่มีศักดิ์ต่ำกว่า เมื่อสถาบันจักรพรรดิอยู่ในสถานะสูงสุด จึงไม่มีผู้ใดมอบนามสกุลให้ได้

สถาบันจักรพรรดิของญี่ปุ่นมีเพียง "วงศ์" เดียวที่สืบทอดกันมาไม่ต่ำกว่า 2,000 ปี จึงไม่จำเป็นต้องมีนามสกุล นอกจากนี้ ระหว่างช่วงเวลาในรัชสมัยนั้นขณะที่สมเด็จพระจักรพรรดิยังมีพระชนม์ชีพอยู่ จะไม่นำชื่อสมัยมาเอ่ยถึงพระองค์ คำว่า "เฮเซ" จึงยังใช้กับสมเด็จพระจักรพรรดิไม่ได้ ตัวอย่างอื่น เช่น "จักรพรรดิเมจิ" หรือ "จักรพรรดิไทโช" นั้นพูดได้เพราะทั้งสองพระองค์สวรรคตแล้ว

"พระเจ้าหลวง" และ "พระพันปี"

เมื่อสิ้นสุดสมัยเฮเซ ญี่ปุ่นจะเข้าสู่ศักราชใหม่ทันทีพร้อมกับการขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ใหม่ในวันรุ่งขึ้น สมเด็จพระจักรพรรดิองค์ก่อนจะดำรงพระสถานะเป็น "โจโก" Jōkō ในภาษาไทยมีคำว่า "พระเจ้าหลวง" และสมเด็จพระจักรพรรดินี (ชื่อเดิมขณะเป็นสามัญชน "มิจิโกะ โชดะ") จะทรงเป็น "โจโกโง" Jōkōgō หรือ "พระพันปี"

ส่วนภาษาอังกฤษ สำนักพระราชวังแห่งญี่ปุ่นบัญญัติคำว่า Emperor Emeritus และ Empress Emerita ตามลำดับ จากนี้ไปหากเอ่ยถึงพระองค์เป็นภาษาไทย คำที่เหมาะสมจึงน่าจะเป็น "สมเด็จพระจักรพรรดิพระเจ้าหลวง" และ "สมเด็จพระจักรพรรดินีพระพันปีหลวง"

หมายกำหนดการ

ช่วงเปลี่ยนผ่านรัชสมัยจึงมีทั้งพระราชพิธีสละราชสมบัติและพระราชพิธีขึ้นครองราชย์ต่อกัน ส่วนแรกนั้นใช้เวลาไม่นานนัก แต่ส่วนหลังจะเริ่มจัดอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป โดยมิได้จัดแค่วันเดียวเสร็จ แต่เป็น "ชุดพระราชพิธี" แบ่งได้ 2 ประเภทตามลักษณะหน่วยงานหลักที่จัด

คือ พระราชพิธีของประเทศซึ่งผู้ดำเนินการคือรัฐบาลญี่ปุ่น และพระราชพิธีของวัง นอกจากนี้ยังมีงานสำคัญอีกงานหนึ่งหลังเสร็จพระราชพิธีขึ้นครองราชย์ด้วย ได้แก่ การสถาปนาผู้สืบทอดราชสมบัติ ซึ่งจะจัดช่วงต้นปี 2020

หมายกำหนดการทั้งหมดมีลำดับดังนี้

  • 1 เมษายน - ประกาศชื่อศักราชใหม่
  • 30 เมษายน : พระราชพิธีสละราชสมบัติ
  • 1 พฤษภาคม : พระราชพิธีขึ้นครองราชย์

-(00:01 น.) - การถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์

-(เช้า) - เสด็จออกมหาสมาคมยามเช้า

  • 22 ตุลาคมเป็นต้นไป : พระราชพิธีเฉลิมฉลองการขึ้นครองราชย์

-กระบวนพยุหยาตรา เสด็จฯ พบปะประชาชน เป็นต้น

-สมเด็จพระจักรพรรดิพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารอาคันตุกะ

  • 26 ตุลาคม - ประชาชนเข้าเฝ้าฯ ที่พระตำหนักรับรอง
  • 14-15 พฤศจิกายน - พระราชพิธีไดโจไซ

-(ยังไม่กำหนด) เสด็จพระราชดำเนินสักการะศาลเจ้าสำคัญ

  • 19 เมษายน 2020 - พระราชพิธีแต่งตั้งรัชทายาท

 

REUTERS

นายโยชิฮิเดะ ซึกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี

แถลงชื่อรัชสมัยใหม่ของญี่ปุ่นว่า "เรวะ" ในงานแถลงข่าว

 

รายละเอียดของแต่ละพิธี

30 เมษายน พระราชพิธีสละราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน สมเด็จพระจักรพรรดิจะเสด็จฯ ออกพบตัวแทนประชาชน นายกรัฐมนตรีเป็นหนึ่งในตัวแทนของผู้เข้าเฝ้าฯ กล่าวถวายพระพรและแสดงความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ

พร้อมกันนี้พระองค์จะมีพระราชดำรัสครั้งสุดท้ายในฐานะสมเด็จพระจักรพรรดิ ในวันรุ่งขึ้นสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีไม่ทรงมีหมายกำหนดการเข้าร่วมพระราชพิธีขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ใหม่

1 พฤษภาคม พระราชพิธีขึ้นครองราชย์ มกุฎราชกุมารทรงเข้าสู่พระราชพิธีขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ใหม่ พระราชพิธีนี้มีลักษณะเคร่งขรึม จุดสำคัญคือการถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์สามสิ่ง Kenji-tō-shōkei no gi อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นจักรพรรดิ ได้แก่ กระจก พระขรรค์ และอัญมณีมางาตามะ รูปทรงคล้ายหยดน้ำ

ซึ่งตำนานกล่าวว่าสุริยเทวีผู้เป็นต้นตระกูลจักรพรรดิได้มอบให้แก่หลาน และหลานผู้นี้เป็นทวดของจักรพรรดิองค์แรกแห่งญี่ปุ่น

นอกจากนี้มีการถวายพระราชลัญจกรด้วย โดยจัดที่ "พระที่นั่งต้นสน" ในเขตพระราชฐาน ต่อมาในช่วงเช้า สมเด็จพระจักรพรรดิองค์ใหม่เสด็จออกมหาสมาคมยามเช้า (Sokui-go choken no gi) โดยมีคณะตัวแทนเข้าเฝ้าฯ อย่างหัวหน้าฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการเป็นอาทิ พระองค์จะมีพระปฐมบรมราชโองการในช่วงนี้

 

ฝูงชนเฝ้ารับจักรพรรดิอากิฮิโตะเสด็จออกสีหบัญชร

รัชสมัยของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะมีชื่อว่า รัชสมัยเฮเซ

 

อนึ่ง สำหรับพระราชพิธีที่จัดขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์การครองราชย์ของกษัตริย์ ภาษาไทยใช้คำว่า "พระราชพิธีบรมราชาภิเษก" และมีน้ำเป็นส่วนสำคัญตามขนบความเชื่อของไทย โดยนำมาจากแหล่งต่าง ๆ ที่ถือว่าเป็นมงคล พิธีจึงได้ชื่อว่า "ราชาภิเษก" อันประกอบด้วยคำว่า "ราชา" กับ "อภิเษก" คำหลังนี้เป็นกริยาที่มีความหมายว่า "แต่งตั้งโดยการทำพิธีรดน้ำ" (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน)

ส่วนพระราชพิธีของญี่ปุ่น น้ำไม่ได้มีบทบาทเช่นนั้น แต่มีคติทางชินโต หรือ "วิถีแห่งเทพ" อันสืบเนื่องจากสุริยเทวีและการสร้างชาติของญี่ปุ่นเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นหลัก เช่น การไปสักการะศาลเจ้าสำคัญ การรับประทานอาหารร่วมกับเทพเจ้า

22 ตุลาคม พระราชพิธีเฉลิมฉลองการขึ้นครองราชย์ พิธีก่อนหน้านี้อยู่ในขอบข่ายเรียบง่ายเคร่งขรึม ส่วนพระราชพิธีในวันที่ 22 ตุลาคม ถือเป็นพิธีทางการที่มีบรรยากาศทั้งแบบจริงจังและแบบงานเลี้ยงฉลอง เป็นการประกาศอย่างเป็นกิจจะลักษณะให้ผู้คนทั้งในและต่างประเทศทราบโดยทั่วกันถึงการขึ้นครองราชย์โดยสมบูรณ์ของสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ใหม่

ในวันพระราชพิธี ครึ่งเช้าสมเด็จพระจักรพรรดิทรงฉลองพระองค์ตามขนบราชสำนักญี่ปุ่นโบราณ เสด็จฯ ประทับที่บุษบก "ทากามิกูระ" ซึ่งมีรูปทรงเป็นซุ้มปราการ มีหลังคาประดับเหลี่ยมมุมวิจิตร และเยื้องไปทางขวามีบุษบก "มิโจได" ขนาดย่อมลงหน่อย เป็นที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดินี จัดพิธีในท้องพระโรงโดยมีข้าราชบริพาร คณะบุคคล และอาคันตุกะเข้าเฝ้าฯ อย่างคับคั่ง

ในช่วงบ่ายทั้งสองพระองค์ออกพบปะประชาชนในริ้วกระบวนรถยนต์พระที่นั่ง ในครั้งนี้รถพระที่นั่งคือรถโตโยต้าเซนจูรีซึ่งถือว่าเป็นรถยนต์ชั้นสูงของญี่ปุ่น ต่างจากครั้งพระราชบิดาที่ทรงใช้โรลส์-รอยซ์ โดยมีประชาชนมาเข้าเฝ้าฯ ชื่นชมพระบารมีประมาณ 110,000 คน

ตั้งแต่คืนวันที่ 22 เป็นต้นไปจะเริ่มเชิญอาคันตุกะคณะต่าง ๆ เข้าเฝ้าฯ รวมแล้ว 4 วัน คือ วันที่ 22, 25, 29 และ 31 ตุลาคม โดยในวันที่ 26 ตุลาคม ประชาชนทั่วไปจะมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ ที่พระตำหนักด้วย

 

เจ้าชายนารูฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ

เจ้าชายนารูฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น (ซ้าย)

จะเสด็จขึ้นครองราชย์ต่อจากสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ

 

14-15 พฤศจิกายน พระราชพิธีไดโจไซ (Daijō-sai) เป็นพิธีตามคติชินโต จัดขึ้นในเขตพระราชฐาน สื่อนัยว่าเป็นการรับประทานอาหารร่วมกับเทพเจ้าและภาวนาขอให้ประเทศกับประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข พิธีนี้เก่าแก่และแทบไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อครั้งอดีต รายละเอียดของพิธีคือ ใช้กระดองเต่าเสี่ยงทายว่าจะเลือกผลิตข้าวบนที่นาผืนไหน

เมื่อเลือกแล้วและผลิตจนได้ผลก็จะถวายข้าวแด่เทพเจ้า โดยสมเด็จพระจักรพรรดิร่วมเสวย อีกทั้งมีการถวายเสื้อผ้าแด่เทพเจ้า และตั้งแต่สมัยเมจิ (ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 ของไทย) เป็นต้นมาก็นำของขึ้นชื่อประจำจังหวัดแต่ละแห่งมาถวายเทพเจ้าด้วย พิธีนี้เริ่มต้นขึ้นในเวลาประมาณ 6 โมงเย็นในวันแรก และดำเนินต่อไปจนเสร็จประมาณตีสามครึ่งของวันรุ่งขึ้น

19 เมษายน 2020 พระราชพิธีสถาปนารัชทายาท เมื่อเสร็จสิ้นพระราชพิธีขึ้นครองราชย์โดยสมบูรณ์แล้ว ในปีถัดไปมีการแต่งตั้งรัชทายาทองค์ใหม่ ดังนี้

  • รัชทายาทลำดับที่ 1 ได้แก่ เจ้าชายอากิชิโนะพระอนุชาของสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ใหม่ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า crown prince ซึ่งแปลว่า "มกุฎราชกุมาร" ตามความเข้าใจของคนทั่วไป อย่างไรก็ตาม ในภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ใช้คำว่า "โคไตชิ" (Kōtaishi) ซึ่งหมายถึง "พระโอรสผู้ทรงเป็นรัชทายาท" แต่ใช้คำว่า "โคชิ" (kōshi) หากว่ากันอย่างเคร่งครัดคงต้องเรียกว่า "มกุฎราชอนุชา"
  • รัชทายาทลำดับที่ 2 ได้แก่ เจ้าชายฮิซาฮิโตะ พระโอรสในเจ้าชายอากิชิโนะ 

 

 

ชื่นชมและต่อต้าน

ในด้านหนึ่งพระราชพิธีเหล่านี้ถือว่าเป็นการสืบสานขนบประเพณีอันเก่าแก่ แต่ในด้านหนึ่งก็มีค่าใช้จ่ายสูง การเตรียมงานจึงมีแนวโน้มไปในทางประหยัดเพื่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์น้อยที่สุด เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าขณะที่สถาบันจักรพรรดิมีความสำคัญต่อญี่ปุ่น แต่ก็มีคนต่อต้านเช่นกัน ความเคลื่อนไหวแต่ละอย่างจึงต้องดำเนินไปอย่างระมัดระวังโดยเฉพาะเรื่องค่าใช้จ่ายที่เกิดจากสถาบันนี้

งบประมาณที่ประเมินไว้เพื่องานพิธีคือประมาณ 16,800 ล้านเยน (ราว 5,500 ล้านบาท) โดยจะเชิญแขกบ้านแขกเมืองจากทั่วโลกมาร่วมงานประมาณ 2,500 คน รายละเอียดที่คะเนไว้โดยสังเขป เช่น พระราชพิธีหลัก 1,800 ล้านเยน, ค่าจัดเลี้ยงอาหาร 500 ล้านเยน, พระราชพิธีไดโจไซประมาณ 2,700 ล้านเยน และเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย พิธีนี้จึงลดจำนวนแขกที่จะเชิญมาร่วมงาน และพยายามนำสิ่งของในพิธีกลับมาแปรใช้ใหม่แทนที่จะเผาทิ้งเป็นส่วนใหญ่เหมือนที่ผ่าน ๆ มา

เมื่อย้อนกลับไปดูช่วงปี 2016 ตั้งแต่สมเด็จพระจักรพรรดิองค์ปัจจุบันทรงแสดงพระราชประสงค์ ว่าจะสละราชสมบัติ ตอนนั้นประชาชนญี่ปุ่นใจหาย แต่ก็ยอมรับโดยดุษณีเพราะเข้าใจว่าด้วยพระชนมายุที่เกิน 80 พรรษาแล้ว ทรงเหน็ดเหนื่อยต่อพระราชกรณียกิจและคงถึงเวลาที่พระองค์จะทรงพักพระวรกาย เมื่อทุกอย่างต้องเป็นไปตามครรลอง ประชาชนก็ตั้งตารอที่จะได้มีสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ใหม่อย่างใจจดใจจ่อ

ความเป็นเทพคือที่มาของศาสนาชินโตและสถาบันจักรพรรดิญี่ปุ่น ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 สถานะอันสูงส่งของจักรพรรดิเทียบเท่าเทพเจ้า ต่อมาเมื่อแพ้สงคราม สถานะของจักรพรรดิได้ถูกลดระดับลงเหลือเพียงมนุษยภาพ

แต่ในเชิงวัฒนธรรมมวลชน สถาบันจักรพรรดิยังคงครองใจปวงชนญี่ปุ่นตราบจนปัจจุบันในฐานะสัญลักษณ์ของประเทศ แหล่งสืบสานขนบประเพณี มิ่งขวัญของปวงชน และยิ่งในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแล้ว คงจะกล่าวได้ว่าไม่มีนักเคลื่อนไหวหรือนักการทูตคนใดมาแทนที่ได้

 

5 เกร็ดน่ารู้ เกี่ยวกับสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น

BBC - 2 มีนาคม 2517

ในวโรกาส สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และ สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะแห่งญี่ปุ่น เสด็จเยือนประเทศไทยระหว่าง วันที่ 5-6 มีนาคม นี้ บีบีซีไทยขอนำเสนอ 5 ประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับ พระจักรพรรดิลำดับที่ 125 ของราชวงศ์ญี่ปุ่นที่มีอายุยืนยาวเกือบ 2,700 ปี

 

AP

 

สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีจะเสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินจากเมืองเว้ ประเทศเวียดนาม มาถึงกรุงเทพมหานคร ในช่วงบ่ายของวันที่ 5 มี.ค.

หลังจากนั้น จะทรงเข้าวางหรีด เพื่อเคารพพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และลงนามในสมุดไว้อาลัย ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง และ เข้าเฝ้า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในการพระบรมราชปฏิสันถาร ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

 

AFP PHOTO/POOL

 

ก่อนเสด็จพระราชดำเนินออกจากกรุงโตเกียวเมื่อวันที่ 28 ก.พ. สมเด็จพระจักรพรรดิทรงตรัสถึงความสัมพันธ์ของสองราชวงศ์ และความสำคัญของการเสด็จเยือนประเทศไทยว่า "สมเด็จพระจักรพรรดินีและข้าพเจ้ามีความสัมพันธ์และมิตรภาพที่ยืนยาวใกล้ชิดกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มากว่า 50 ปี"

 

Getty Images

 

การเสด็จเยือนเวียดนาม และ ไทยครั้งนี้ เป็นการเสด็จพระราชดำเนินต่างประเทศครั้งแรก หลังทรงมีกระแสพระราชดำรัสต่อสาธารณชนว่า มีพระราชประสงค์ที่จะสละราชสมบัติ

หนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ ได้สรุป 5 ประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับราชวงศ์ญี่ปุ่นไว้ ดังนี้

1. ราชวงศ์ที่มีประวัติยาวนาน

 

Reuters

 

ราชวงศ์ญี่ปุ่น มีประวัติการสืบราชบัลลังก์ติดต่อกันมายาวนานที่สุดในโลก โดยสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงเป็นกษัตริย์พระองค์ที่ 125 ในสายการสืบสันตติวงศ์ นับตั้งแต่ญี่ปุ่นก่อตั้งประเทศขึ้น เมื่อ 600 ปีก่อนคริสต์กาล ในรัชสมัยของจักรพรรดิจิมมุ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นลูกของเทพธิดาแห่งดวงอาทิตย์

แม้ว่าพระราชประวัติของกษัตริย์ 25 พระองค์แรกของญี่ปุ่นจะไม่มีบันทึกชัดเจนและเต็มไปด้วยตำนานเล่าขาน แต่ก็มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์เพียงพอ ที่จะสามารถระบุได้ว่า มีการสืบทอดการปกครองมาตั้งแต่ปีคริสต์ศักราช 500 จนกระทั่งทุกวันนี้

ตามราชประเพณีสมัยใหม่ หลังจากที่จักรพรรดิเสด็จสวรรคต จะมีการเปลี่ยนพระนาม เพื่อสะท้อนยุคสมัยแห่งการปกครองนั้น ๆ โดยสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ที่ทรงขึ้นครองราชย์เมื่อปี 1989 จะทรงพระนามใหม่ว่า เฮเซ (แปลว่า "สันติสุขทุกแห่งหน") ส่วนสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ พระราชบิดาที่ทรงนำพาประเทศในช่วงสงครามโลก ก็ได้ทรงพระนามหลังจากเสด็จสวรรคตว่า โชวะ ซึ่งแปลว่า "ญี่ปุ่น ที่โชติช่วง"

2. จักรพรรดิผู้ทรงเป็นทั้งมนุษย์ และสมมุติเทพ

จักรพรรดิของญี่ปุ่น ทรงเป็นประมุขของประเทศและเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในศาสนาชินโต ขณะที่ญี่ปุ่นเป็นเพียงประเทศเดียวในโลกสมัยใหม่ ที่ยังคงเรียกประมุขของประเทศว่า จักรพรรดิอยู่ โดยในภาษาญี่ปุ่น ใช้คำว่า "เทนโน" หรือ "อธิปไตยจากสรวงสวรรค์"

เท่ากับการยอมรับแนวคิดที่ว่า ราชวงศ์ของตนเป็นลูกหลานของพระเจ้า ซึ่งในประวัติศาสตร์ ราชวงศ์ญี่ปุ่นถือว่ามีเทวสิทธิ์ที่จะปกครองประเทศ แต่ภาพลักษณ์ความเป็นสมมุติเทพของกษัตริย์นี้ เพิ่งจะถูกริเริ่มขึ้นเมื่อไม่กี่ศตวรรษที่ผ่านมา

 

 จักรพรรดิญี่ปุ่นทรงเป็นประมุขของประเทศและผู้มีอำนาจสูงสุดในศาสนาชินโต - AFP

 

ไม่นานหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง สมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ ได้ทรงมีพระราชดำรัส ในฐานะส่วนหนึ่งของการยอมรับความพ่ายแพ้ในสงคราม ยกเลิกสิ่งที่พระองค์เรียกว่า "แนวคิดผิด ๆ ที่ว่า จักรพรรดิเป็นพระเจ้า" และในรัฐธรรมนูญปี 1947 ของญี่ปุ่น จักรพรรดิญี่ปุ่น ได้กลายเป็น "สัญลักษณ์ของรัฐ และความเป็นหนึ่งเดียวกันของประชาชน" หรือ ผู้นำแต่ในนามซึ่งไม่มีอำนาจทางการเมือง

3. นักวิทยาศาสตร์มือสมัครเล่น

นับตั้งแต่แต่ปี 1869 เป็นต้นมา ทุกวันเริ่มต้นปีใหม่ หลังจากที่สมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ ได้ฟื้นฟูอำนาจของจักรพรรดิและนำพาญี่ปุ่นสู่เส้นทางการพัฒนาความทันสมัยและการพัฒนาอุตสาหกรรม จักรพรรดิจะทรงเป็นประธานในการปาฐกถาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ โดยสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ราชโอรสพระองค์โต ทรงสนพระทัยในหัวข้อชีววิทยาทางทะเล

สมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ ทรงเขียนบทความวิชาการเกี่ยวกับโฮโดรซัว ซึ่งเป็นสัตว์น้ำชนิดหนึ่งที่มีสายพันธุ์เชื่อมโยงกับแมงกะพรุน ส่วนสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านปลาบู่ โดยทรงเขียนบทความ 38 ฉบับเกี่ยวกับปลาชนิดนี้ และยังมีปลาสายพันธุ์ใหม่ที่ได้รับการตั้งชื่อตามพระนามด้วย

4. สตรีผู้ทรงอำนาจ

ในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น สตรีมีสิทธิขึ้นครองราชย์และปกครองประเทศได้ แต่เท่าที่ผ่านมา ญี่ปุ่นมีพระจักรพรรดินีเพียงแปดพระองค์เท่านั้น

 

สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงครองราชย์มาตั้งแต่ปี 2532

โดยทรงผ่านการผ่าตัดพระหทัยและการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากมาแล้ว - AP

 

ก่อนหน้าศตวรรษที่ 20 จักรพรรดิของญี่ปุ่นจะทรงมีพระชายาเพียงหนึ่งพระองค์และมีพระสนมหลายพระองค์ โดยทั้งหมดล้วนเป็นสตรีจากครอบครัวขุนนาง

ส่วนสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงเป็นกษัตริย์พระองค์แรก ที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อภิเษกสมรสกับสามัญชนเมื่อครั้งที่ยังทรงเป็นมกุฎราชกุมาร โดยทรงอภิเษกสมรสกับนางสาวมิชิโกะ โชดะ เมื่อปี 1956 หลังจากที่พบกันที่สนามเทนนิส ซึ่งต่อมาได้ทำให้เกิดกระแสนิยมกีฬาเทนนิสขึ้นในญี่ปุ่น

มกุฎราชกุมารนารุฮิโตะ พระราชโอรสพระองค์โตในสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงอภิเษกสมรสกับหญิงสามัญชนเช่นกัน เจ้าหญิงมาซาโกะ โอวาดะ เป็นอดีตนักการทูต อย่างไรก็ตามแพทย์เคยถวายการวินิจฉัยว่า เจ้าหญิงมาซาโกะ มีพระอาการทางจิตเวช ซึ่งเชื่อกันว่า มีสาเหตุมาจากการที่ทรงต้องเผชิญแรงกดดันให้มีประสูติกาลผู้สืบราชบัลลังก์เป็นพระโอรส

 

 

ภายใต้กฎมณเทียรบาลของสำนักพระราชวังญี่ปุ่นปัจจุบัน ผู้สืบราชสันตติวงศ์จะต้องเป็นชายเท่านั้น แม้ว่าจะเคยมีการพิจารณาเรื่องนี้ในระยะสั้น ๆ เมื่อปี 2005 เพื่อเปิดทางให้ผู้หญิงขึ้นเป็นจักรพรรดิได้แต่ก็ล้มเลิกไป เมื่อเจ้าหญิงคิโกะ พระชายาในเจ้าชายอะกิชิโนะ ทรงมีประสูติกาลพระโอรสซึ่งจะมีสิทธิ์ในการสืบราชบัลลังก์ได้

5. ราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศ

ปัจจุบัน สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะและพระบรมวงศานุวงศ์ ประทับอยู่ที่พระราชวังหลวงในกรุงโตเกียว ที่ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานที่มีลักษณะเป็นสวน ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในที่ดินผืนที่แพงที่สุดในโลก โดยภายในพระราชวังหลวงนี้ มีทั้งที่ประทับ สำนักงานของสำนักพระราชวัง และพิพิธภัณฑ์

นอกจากนี้ กษัตริย์ญี่ปุ่นมักจะถูกอ้างอิงถึง โดยใช้คำว่า ราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศ หรือ chrysanthemum throne ตามลักษณะของบัลลังก์ที่มีรูปดอกเบญจมาศ ที่เรียกว่า ทาคามิคุระ ซึ่งสมเด็จพระจักรพรรดิจะประทับในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

 

วันที่ 22 ตุลาคม 2562 ครอบครัวเราอยู่ที่ Resort ใน Nikko เงียบๆ ไม่มีอะไรเฉลิมฉลองเลยแม้แต่ละแวกใกล้เคียงที่เราท่องเที่ยวไปค่ะ - วินิติ์วดี

 

ขอบคุณ 

BBC - Reuters - AFP - AP - Getty Images - Wikiwand

ผศ.ดร.โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์

 

อาทิตยวารสิริวิบูลย์ รัศมิสูรย์ส่องจำรูญจรัสเรืองค่ะ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
vinitvadee วันที่ : 04/11/2019 เวลา : 05.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขอบพระคุณ น้าสิงห์ค่ะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
vinitvadee วันที่ : 03/11/2019 เวลา : 10.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขอบพระคุณ คุณหมอวัลลภมากค่ะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 5 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 03/11/2019 เวลา : 10.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอทรงพระเจริญ...

ขอขอบคุณ
ญี่ปุ่น
ที่เข้ามา
ลงทุน ท่องเที่ยว
ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ขอให้
ญี่ปุ่น ไทย
ประสบความสำเร็จในด้านดีทุกๆ ด้าน
ครับ

ความคิดเห็นที่ 4 สำรวจฟ้า ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 03/11/2019 เวลา : 10.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

แฮ่ๆๆๆ กรมประมงนะคะ
อยู่ในอุโมงค์นานไปหน่อยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 สำรวจฟ้า ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 03/11/2019 เวลา : 10.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ท่าน PT คะ

ช่วงที่ดิฉันอยู่ในญี่ปุ่นเวลานั้น ไม่มีการประดับอะไรให้ทราบเลยค่ะ ไม่ว่าตรงไหน เพราะพวกเราท่องเที่ยวอยู่ในโตเกียวหลายวันแล้วจึงค่อยลัดเลาะไปตามสถานที่ท่องเที่ยวมีชื่ออื่นๆ

พระอนุชาสมเด็จพระจักรพรรดิ โปรดเมืองไทย แม่โขงและมีพระสหายคนไทยมาก พระสหายสนิทคนหนึ่งนั้นเป็นองคมนตรีปัจจุบัน ท่านเคยอยู่กรมประมงค์มาก่อน ดร.จรัลธาดา กรรณสูตรค่ะ

ขอบพระคุณมากนะคะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 2 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 03/11/2019 เวลา : 09.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

พิธีการเรียบง่ายมาก
เมื่อวานนี้ได้เห็นพระอนุชาของสมเด็จพระจักรพรรดิ์เสด็จไปมอบถ้วยรางวัลชนะเลิศรักบี้ชิงแชมป์โลกให้ทีมสปริงบ๊อก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
vinitvadee วันที่ : 03/11/2019 เวลา : 09.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขอบพระคุณ คุณลุงยั้งคิดค่ะ _/\_

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]