• vinitvadee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-06-29
  • จำนวนเรื่อง : 124
  • จำนวนผู้ชม : 16993
  • ส่ง msg :
  • โหวต 58 คน
ยามเราสรวลสำรวลรื่น โลกก็ชื่นชมผสม
สะอื้นอ้อนอ่อนอารมณ์ ก็จำเศร้าแต่เราเดียว ... คุยกันพลันเบิกบาน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/vinnapatra
วันพุธ ที่ 13 กันยายน 2560
Posted by vinitvadee , ผู้อ่าน : 463 , 08:18:08 น.  
หมวด : เกษตรกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 
 

 
 
 
สตูล - อย่างเจ๋ง! นวัตกรรมใหม่เกษตรกรในพื้นที่ อ.ควนกาหลง จ.สตูล “เลี้ยงวัวโดยไม่ใช้หญ้าแม้แต่เส้นเดียว” ช่วยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้อย่างงาม บนความไม่พร้อมของสถานที่ เผยยินดีถ่ายทอดข้อมูลให้เกษตรกรรายอื่นหากมีความต้องการ

วันนี้ (12 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวได้พาไปดูนวัตกรรมการให้อาหารวัว ของเกษตรกรในพื้นที่ อ.ควนกาหลง จ.สตูล โดยไม่ให้วัวกินหญ้าเลยแม้แต่เส้นเดียว ซึ่งเปลี่ยนไปใช้วัสดุทางการเกษตรอย่างอื่นที่มีมากในท้องถิ่นอย่างใบปาล์ม ร่วมกับอาหารอย่างอื่นทำให้ลดต้นทุน

หากพูดถึงการเลี้ยงวัวแล้ว อาหารหลักก็ต้องเป็นหญ้า หรือฟางข้าว แต่ด้วยสภาพพื้นที่ไม่เพียงพอในการปลูกหญ้า บวกกับฟางข้าวมีราคาสูง
 
เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวจำนวนมากจึงเปลี่ยนแนวคิดค้น เพื่อหาวิธีในการใช้พืชที่มีอยู่ในท้องถิ่นเพื่อมาเป็นอาหารแทน และก็ได้ผ่านมาอย่างเกินความคาดหมาย หลังลองผิดลองถูกจนประสบความสำเร็จ

มาวันนี้ นายสมยศ เวชสิทธิ์ เกษตรกรผู้เลี้ยงวัว เจ้าของแนวคิดนี้ไม่ให้ฝูงวัวจำนวนมากของตนต้องกินหญ้าแม้แต่เส้นเดียว
 
โดยเลือกที่จะใช้ใบปาล์มสดร่วมกับอาหารข้นที่มีประโยชน์ ผสมเป็นอาหารเลี้ยงวัวแทน สร้างรายได้อย่างงดงามบนความไม่พร้อมของสถานที่
 

 

 
 
 
โดยความไม่พร้อมของสถานที่ ซึ่งสวนทางต่อความชื่นชอบ ทำให้เกิดแนวคิดใหม่ “เลี้ยงวัวโดยไม่ให้กินหญ้า” นายสมยศ เวชสิทธิ์ อายุ 49 ปี เกษตรกรเลี้ยงวัวในพื้นที่หมู่ 7 ต.อุใดเจริญ อ.ควนกาหลง จ.สตูล
 
บอกว่า ส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบวัว ชอบที่จะเลี้ยง แต่ไม่มีพื้นที่เลี้ยง และไม่มีพื้นที่ปลูกหญ้า  จึงได้คิดต่อไปอีกว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ถ้าจะเลี้ยงวัวโดยไม่ต้องใช้หญ้า จึงเลือกใช้ใบปาล์มน้ำมันแทน เนื่องจากในหมู่บ้านมีใบปาล์มน้ำมันเยอะ
 
แรกเริ่มจากวัว 1 คู่ หลังเลี้ยงด้วยใบปาล์มน้ำมันขยายมาเป็น 19 ตัว ปัจจุบัน ได้ทำคอกให้อยู่บนพื้นที่ 1 ไร่ ของพี่ชายซึ่งแบ่งไว้ให้ใช้เริ่มแออัด

ในช่วงวันละ 2 เวลาของทุกวัน นายสมยศ จะนำอาหาร ซึ่งประกอบด้วย ใบปาล์มสดตัดครึ่งหนึ่งของทางปาล์ม เลือกใช้ส่วนปลายเพราะมีใบมาก และทางปาล์มไม่แข็ง
 
นำมาเข้าเครื่องบดหยาบ ผสมน้ำเกลือแกงเพิ่มรสชาติ ก่อนจะให้วัวกินคู่กับอาหารข้น 100 กิโลกรัม
 
ประกอบด้วย ขี้เค้ก (ของเหลือใช้หลังจากการสกัดน้ำมันปาล์มภายในโรงงาน) 56 กิโลกรัม เม็ดในปาล์มบด 33 กิโลกรัม ปลายข้าว 11 กิโลกรัม เฉลี่ยค่าใช้จ่ายจากอาหารข้นกิโลกรัมละ 3.50 สตางค์
 
เพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารให้วัวมีสุขภาพดี ไม่เป็นโรคง่าย สังเกตดูแล้วจะเป็นที่ชื่นชอบของวัว
 

 

 
 
 
นายสมยศ บอกอีกว่า สิ่งที่ได้จากการเลี้ยงวัวด้วยวิธีนี้เป็นการลดต้นทุน ลดเวลาในการเลี้ยง โดยใน 1 วันใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงในการดูแล ให้อาหาร 2 มื้อ โดยวัว 1 ตัว จะกินอาหาร 18 กิโลกรัมต่อวัน
 
แยกเป็นทางปาล์มบดหยาบ 15 กิโลกรัม อาหารข้น 3 กิโลกรัม ลดต้นทุนไปได้เป็นอย่างมาก
 
เพราะทางปาล์มนำมาจากสวนปาล์มของชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งทุกๆ 20 วัน เจ้าของสวนจะตัดทะลายปาล์ม และตัดทางปาล์มทิ้งไว้ที่โคนต้น แล้วก็จะไปเก็บมาบดทำเป็นอาหารให้วัวกินแทนหญ้าและฟาง

ทั้งนี้ หากถามว่าใบปาล์มมีเพียงพอหรือไม่สำหรับเลี้ยงวัวจำนวนมาก ตรงนี้บอกเลยว่า พอ เพราะในพื้นที่ อ.ควนกาหลง มีสวนปาล์มของสหกรณ์ที่สามารถไปเก็บใบได้มากถึง 400 ไร่
 
นอกจากนั้น ชาวบ้านในพื้นที่ก็อนุญาตให้ไปเก็บ เพื่อเป็นการลดขยะภายในสวนปาล์มไปในตัวได้อีกด้วย

ใน 1 วัน นายสมยศ บอกว่า วัว 19 ตัว ที่เลี้ยงไว้จะให้มูล (ขี้วัว) วันละ 200 กิโลกรัม เฉลี่ยประมาณ 5,000 กิโลกรัมต่อเดือน จะขายได้ในราคากิโลกรัมละ 2 บาท
 
หากนำไปทำเป็นปุ๋ยหมัก พด.1 ก็จะเพิ่มมูลค่าเป็นกิโลกรัมละ 6 บาท
 
หากต่อยอดต่อไปอีก โดยการนำปุ๋ยหมัก พด.1 ผสมกับปุ๋ยเคมีไม่เกิน 20% จะจำหน่ายได้ในราคากิโลกรัมละ 10 บาท ส่วนมูลวัว (ขี้วัว) ก็จะจ้างหลานมาเก็บวันละ 60 บาท ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง เป็นการสร้างรายได้ให้เด็กได้อีกด้วย
 

 

 
 
 
สำหรับผลตอบรับการการเลี้ยงวัวโดยไม่ใช้หญ้านี้ รายได้ส่วนใหญ่มาจากการขายขี้วัว ซึ่งผลิตได้เดือนละ 5,000 กิโลกรัม ทำปุ๋ยหมักขายกิโลกรัมละ 6 บาท
 
รายได้ต่อเดือนประมาณ 30,000 บาท ต้นทุนอาหารวัวเฉลี่ยเดือนละ 6,000 บาท
 
โดยวัวที่เลี้ยงมีทั้งพันธุ์พื้นเมือง ลูกผสม และวัวโค สำหรับผู้ที่สนใจเลี้ยงวัว แต่มีพื้นที่น้อยก็สามารถเลี้ยงได้ เพราะไม่ต้องปลูกหญ้า
 
โดยใน จ.สตูล มีการปลูกปาล์มกันเยอะ แต่ทาง หรือใบปาล์มเป็นของไร้ประโยชน์ จึงสามารถนำมาทำเป็นอาหารให้วัวได้ จะเอาขี้ไปทำปุ๋ยก็ได้ด้วย

ส่วนการทำปุ๋ยจากมูลสัตว์นั้น นายสมยศ ได้รับความรู้จาก นายเสถียร ทองขาวบัว อายุ 75 ปี หมอดินอาสาประจำหมู่บ้าน
 
โดยหมอดินบอกว่า การเลี้ยงวัวอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อค่าอาหาร จึงแนะนำให้นำมูลวัว (ขี้วัว) มาผสมเป็นปุ๋ยหมักเพิ่มรายได้ มีกำไรเท่าตัว
 
ส่วนการทำปุ๋ยนั้นไม่ยากเพียงแต่ต้องมีความพยายาม ต้องทำอย่างละเอียดอย่าให้ผิดขั้นตอน ส่วนวัตถุดิบที่นำมาทำปุ๋ยต้องเลือกส่วนที่มีประโยชน์ ซึ่งปุ๋ยนี้จะทำให้ดินร่วนซุย เพิ่มอากาศ เพิ่มน้ำให้รากต้นไม้ได้หายใจ
 

 

 
 
 
ขณะที่ นายถนอมพล สังสัน เจ้าพนักงานการเกษตรปฏิบัติงาน สถานีพัฒนาที่ดินสตูล กล่าวว่า จากการรับทราบข้อมูลการเลี้ยงวัว
 
โดยไม่ใช้หญ้าแม้แต่เส้นเดียวของเกษตรกรรายนี้ และสามารถผลิตมูลวัวได้เดือนละ 5 ตัน เพื่อมาผลิตเป็นปุ๋ยหมัก
 
ทางสถานีพัฒนาที่ดิน จึงเข้ามาส่งเสริมในเรื่องการทำปุ๋ยหมักให้มีเชื้อราไตรโคเดอร์มา ซึ่งจะช่วยป้องกันของรากเน่า โคนเน่าของพืชหลายๆ ชนิด
 
โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจของ จ.สตูล คือ ยางพารา แทบจะเป็นโรคนี้เกือบ 100% ส่วนนี้เป็นการต่อยอดการทำปุ๋ยหมักโดยใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.3 ของกรมพัฒนาที่ดิน ที่จะให้เกษตรกรได้นำไปใช้

สำหรับเกษตรรายอื่นที่สนใจการเลี้ยงวัวแบบนายสมยศ ก็จะแนะนำให้เข้ามาศึกษาด้วยตัวเองจะได้เห็นของจริง ซึ่งตรงนี้นายสมยศ ก็ยินดีที่จะถ่ายทอดข้อมูลเพื่อนำไปทำเป็นอาชีพต่อไปได้หากมีความต้องการ
 

 
 

 

 

 

 

ขอบคุณ MGR Online

สิริสวัสดิ์วุธวารวิบูลย์ค่ะ





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2017 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]