• vinitvadee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-06-29
  • จำนวนเรื่อง : 502
  • จำนวนผู้ชม : 57657
  • ส่ง msg :
  • โหวต 115 คน
ยามเราสรวลสำรวลรื่น โลกก็ชื่นชมผสม
สะอื้นอ้อนอ่อนอารมณ์ ก็จำเศร้าแต่เราเดียว ... คุยกันพลันเบิกบาน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/vinnapatra
วันพุธ ที่ 13 กันยายน 2560
Posted by vinitvadee , ผู้อ่าน : 469 , 11:13:10 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน february26 โหวตเรื่องนี้

 

 
 
 
 

 
ผศ.นิโรจน์ จรุงจิตวิทวัส หัวหน้าสาขาวิชาจิตรกรรมไทย วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ กล่าวถึงความคืบหน้าการปั้นช้างประดับสระอโนดาต ว่า
 
ล่าสุดได้ดำเนินการลงสีช้างทั้งหมดจำนวน 30 ตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย ช้าง 10 ตระกูล จำนวน 21 ตัว ได้แก่ ฉัททันต์หัตถี อุโบสถหัตถี เหมหัตถี มงคลหัตถี คันธหัตถี ปิงคลหัตถี ดามหัตถี บัณฑรหัตถี คังไคยหัตถี และกาลวกหัตถี
 
และช้างหิมพานต์ 9 ตัว จำนวน 4 พงศ์พันธุ์ ได้แก่
 
วารีกุญชร คือปลาที่มีหัวเป็นช้าง
กุญชรวารี ตัวเป็นช้างหางเป็นปลา
สิงหกุญชร เป็นราชสีห์ผสมช้าง
และกรินทร์ปักษา ที่เป็นช้างผสมนก
 
โดยกลุ่มจิตรกรรมไทยได้ระดมครู อาจารย์ ศิษย์เก่าจำนวน 35 คน ร่วมดำเนินการลงสีซึ่งอ้างอิงจากจิตรกรรมไทย และสมุดช้างไทย ใช้สีโทนเบาไม่จัดจ้านและยังคงรักษาเอกลักษณ์สีแบบโบราณไว้
 
พร้อมกับปรับให้มีความสอดคล้องกับองค์พระเมรุมาศ ทำให้สีของกลุ่มช้างมีความนุ่มละมุนมีหลากหลายเฉดสี ไล่ลำดับจากช้างที่สีอ่อนอยู่ในตระกูลต้นๆ ไล่ไปจนถึงช้างสีเข้ม โดยจัดลำดับตามผละกำลังของช้างตามความเชื่อโบราณ
 


 

 

 

 
 
ขอบคุณ MGR Online
สิริสวัสดิ์วุธวารวิบูลย์ค่ะ
 
  • มีความรู้เรื่องช้างต่อ ในคอมเมนท์ค่ะ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
vinitvadee วันที่ : 14/09/2017 เวลา : 16.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขอบพระคุณโหวต จากน้าแบงค์แจ้งเกิดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
vinitvadee วันที่ : 14/09/2017 เวลา : 15.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ธัมมชโย ไม่รู้จักพระอินทร์กระมังคะ
เพราะเขาคือต้นธาตุต้นธรรมค่ะคุณลุง

ความคิดเห็นที่ 3 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 14/09/2017 เวลา : 10.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ธัมมัชโย ไม่พูดถึงพระอินทร์บ้างเลยใช่ไหมครับ แต่เน้นให้คนมาทำบุญที่วัดธรรมกายเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
vinitvadee วันที่ : 13/09/2017 เวลา : 11.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ท่านเสฐียรโกเศศ เล่าถึงเรื่องพระอินทร์ไว้ว่า

“เดิมพระอินทร์เป็นมนุษย์ชื่อมฆมาณพ มีเพื่อนสนิทอยู่ ๓๒ คน ได้ทำบุญกุศลไว้มากเมื่อตายจึงไปเกิดเป็นเทวดาผู้ใหญ่อยู่บนสวรรค์ ซึ่งมีเมืองหลวงอยู่ตรงกลางเป็นของพระอินทร์โดยเฉพาะ ชื่อว่าเมืองสุทัศน์ แปลว่าดูงาม เป็นชื่อมีมาแล้วแต่ครั้งพวกอสูรอยู่

เมื่อพระอินทร์กับพวกแย่งเมืองนี้ได้ จึงคงชื่อเดิมไว้ เมืองสุทัศน์นี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า อมรวดี แปลว่าเมืองของผู้ไม่ตายคือเทวดา ส่วนสหาย ๓๒ คนที่ไปเกิดเป็นเทวดาด้วยต่างก็มีเมืองของตนตั้งอยู่รอบเมืองสุทัศน์ของพระอินทร์ แบ่งกันอยู่ ๔ ทิศๆ ละ ๘ เมือง จึงมีเมืองทั้งหมดด้วยกัน ๓๓ เมือง

เทวดาผู้ใหญ่สหายของพระอินทร์ ๓๒ องค์นี้ ที่รู้จักกันดีก็มีหลายองค์ เช่น มาตุลี ซึ่งมีหน้าที่เป็นสารถีขับรถให้พระอินทร์ เวสนุกรรม ซึ่งเป็นนายช่างของเทวดา

(เทวดาสององค์นี้มีบทบาทอยู่ในเรื่องสังข์ทองของเราด้วย) พระจันทรเทพบุตร พระสุริยเทพบุตร พระพิรุณ ซึ่งเป็นเจ้าแห่งฝน เป็นต้น”

เรื่องจำนวน ๓๓ เข้าใจว่าจะไม่ใช่มาแต่เรื่องอย่างที่เล่าข้างต้น เพราะ ๓๓ เป็นจำนวนเทวดาดั้งเดมสืบแต่สมัยพระเวทซึ่งเขาแบ่งเทวดาออกเป็น ๓ พวก พวกละ ๑๑ องค์

คือเทวดาที่อยู่บนสวรรค์พวก ๑ มีพระวรุณ (พระพิรุณในไทย) พระสูรย (พระสุริย) เป็นต้น อยู่กลางฟ้ากลางอากาศพวกหนึ่ง มีพระอินทร์เป็นต้น และอยู่บนแผ่นดินอีกพวกหนึ่ง มีพระอัคนีเป็นต้น

พระอินทร์มีหน้าที่คอยขับไล่และประหารพวกอสูร ซึ่งทำความมืดมัวให้แก่โลก โดยใช้สายฟ้าเป็นอาวุธเรียกวชิราวุธ เป็นเครื่องทำลายขจัดให้หมดสิ้นไป ถ้าอสูรตนใด ได้ทำความแห้งแล้งให้เกิดมีขึ้น พระอินทร์ก็ล้างผลาญอสูรตนนั้นเสีย แล้วก็ให้นํ้าฟ้าหรือ ฝนตกลงมา

เมื่อพระอินทร์คอยให้ความสว่างและความชุ่มชื่นเป็นประโยชน์แก่การเพาะปลูก ซึ่งเป็นงานการสำคัญของคนสมัยโบราณดังนี้ มนุษย์ย่อมมีความนิยมยินดีนับถือพระอินทร์ ยิ่งกว่าเทพองค์อื่น

ในที่สุดพระอินทร์ก็ได้เป็นใหญ่เหนือเทวดาอื่นทั้งหมด แม้พระวรุณ ซึ่งเป็นเจ้าแห่งฝนและน้ำโดยตรง ก็สู้พระอินทร์ไม่ได้เพราะทำการไม่โฆษณาออกหน้าเหมือนพระอินทร์ คนจึงไม่ใคร่รู้จัก

แล้วคำว่าอินทร์มีความหมายขยายออกไปว่าผู้เป็นใหญ่ ใช้ผสมเข้ากับคำอื่น แปลว่าเป็นใหญ่แก่สิ่งนั้น เช่นผสมกับคำว่าสุระ เป็นสุรินทร์ แปลว่า เป็นใหญ่ในสุระคือเทวดา ได้แก่พระอินทร์นั่นเอง (เมืองสุรินทร์จึงมีรูปเป็นเทวดาทรงช้างเอราวัณ)

ผสมกับคำว่านร เป็น นรินทร์ แปลว่าเป็นใหญ่ใน นร คือคนได้แก่พระเจ้าแผ่นดิน ดังนี้เป็นต้น

ต่อมาลัทธิศาสนาพราหมณ์ คลี่คลายเป็นลัทธิศาสนาฮินดู หรือไสยศาสตร์ทุกวันนี้เทวดาครั้งพระเวทลางองค์ซึ่งไม่ใช่เทวดาสำคัญอะไร กลับได้เป็นใหญ่กลายเป็นพระเป็นเจ้าขึ้นน คือพระอิศวรและพระนารายณ์

ส่วนพระอินทร์ซึ่งเคยเป็นใหญ่อยู่ในสมัยพระเวท ก็ถูกลดฐานะลง (แสดงให้เห็นถึงความไม่เทียงแท้แน่นอนของสังขารตามหลักทางพระพุทธศาสนาว่า ทุกอย่างล้วนเปลี่ยนแปลงไปไม่คงที่ แม้แต่ตำแหน่งของเทวดาก็อาจเสื่อมถอยลงได้)

แม้ยังมีเค้ายอมให้เป็นเทพบดีหรือหัวหน้าเทวดาดั่งเดิมอยู่แต่ต้องเป็นรองลงมาจากพระเป็นเจ้า และมีเรื่องกล่าวถึงพระอินทร์เป็นไปในทางไม่งดงาม มีความประพฤติเลวทราม เพราะไปผิดเมียของฤษีตนหนึ่งเป็นต้น

จนต้องถูกฤษีสาปให้พระอินทร์มีนิมิตลับหรือเครื่องหมายของผู้หญิงติดพราวไปทั้งองค์ (จึงถูกเรียกชื่อว่า สหัสโยนี) ภายหลังฤษีตนนั้นหายโกรธแล้วจึง สาปแบ่งเบาเสียใหม่ ให้สิ่งนั้นกลายเป็นตาไป

เหตุฉะนี้พระอินทร์จึงได้ชื่อว่าท้าวสหัสนัยน์ แปลว่าท้าวพันตา นอกจากนี้พระอินทร์ยังต้องระวังฤษีและยักษ์ที่บำเพ็ญตบะคือการทรมานกายอย่างยิ่งยวด เพื่อหวังผลให้เกิดฤทธิอำนาจต่างๆ ตามที่ต้องการ

ถ้าบำเพ็ญตบะสำเร็จได้เมื่อใด พระอินทร์และเทวดาทั้งปวงจะได้รับความเดือดร้อนเมื่อนั้น เมื่อฤษีหรือยักษ์ตนใด บำเพ็ญตบะแก่กล้าเห็นท่าไม่ดีจะเดือดร้อนแก่เทวดาแน่แล้ว

พระอินทร์ก็ใช้ให้นางเทพอัปสร ผู้เป็นนางบำเรอของเทวดาตนหนึ่งลงไปทำลายตบะด้วยวิธียั่วยวนชวนฤษียักษ์ตนนั้นให้ลุ่มหลงต่อความกำหนัดยินดีในสตรีเพศ เลิกความเพียรที่จะบำเพ็ญตบะต่อไป พระอินทร์และเทวดา ก็รอดตัวพ้นภัยไปคราวหนึ่ง

ส่วนพระอินทร์ของพุทธศาสนาผิดกับพระอินทร์ของลัทธิศาสนาฮินดู เพราะพระอินทร์ของศาสนาพุทธมีลักษณะเป็นพระอินทร์ของสมัยพระเวทมากกว่า ไม่มีเรื่องเลอะเทอะ หรือเรื่องตกต่ำอย่างในลัทธิศาสนาฮินดู

พระอินทร์ในเรื่องรามเกียรติ์มีลักษณะปนๆ กัน ทั้งที่เป็นพระอินทร์พุทธและพระอินทร์ฮินดู ยิ่งกว่านี้พระอินทร์ของพุทธศาสนาไม่เป็นตำแหน่งประจำตายตัว

ใครทำบุญกุศลไว้มาก อาจขึ้นไปเกิดเป็นพระอินทร์ เพราะด้วยบุญบารมีที่ทำไว้ เป็นพระอินทร์อยู่ตลอดเวลาที่บุญกุศลยังส่งให้อยู่ หมดบุญเมื่อใดก็ต้องจุติ คือเคลื่อนจากความเป็นอยู่เดิมหรือตายจากเทวดา ลงไปเกิดยังภพอื่น จะไปเกิดยังภพใดภูมิใด แล้วแต่กรรมที่ทำไว้

ส่วนตำแหน่งพระอินทร์ คนอื่นที่เขามีบุญสมควรกันก็ขึ้นไปแทน และเป็นตำแหน่งคอยป้องกันและส่งเสริมพุทธศาสนาให้เจริญถาวรสืบไป

ขอบคุณ วิกิพีเดีย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
vinitvadee วันที่ : 13/09/2017 เวลา : 11.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

๑. ช้างตระกูลฉัททันต์ มีผิวกายขาวบริสุทธิ์ดุจสีเงินยวง ว่ามีฤทธิ์เดชมาก แม้นจะเหาะไปในนภากาศก็ได้ ถ้าจะไปทางบกก็ไปได้รวดเร็ว คือในระยะทางสามล้านหกแสนหนึ่งหมื่นสามร้อยสิบโยชน์นั้น ช้างฉัททันต์ใช้เวลาเดินทางเพียง ๓ นาทีเท่านั้นเอง

เร็วกว่าจรวดที่สหรัฐช้างฉัททันต์อเมริกา หรือรัฐเซียส่งไปโลกพระจันทร์มากมายนัก และกำลังของช้างตระกูลฉัททันต์นี้ เหนือกว่าช้างใดๆ ช้างตระกูลอุโบสถ ๑๐ เชือก จึงจะมีกำลังเท่าพญาช้าง ฉัททันทต์นี้เชือกหนึ่ง

๒. ช้างตระกูลอุโบสถ มีลักษณะสูงใหญ่สง่างาม ผิวดังสีทอง มีฤทธิ์เหาะไปในอากาศไค้ เดินทางบกช้ากว่าช้างฉัททันต์ มีช้างสีเหลืองเป็นบริวาร อยู่ในป่าหิมพานต์

พญาช้างอุโบสถย่อมจะนำเอาลูกมายกให้เป็นภรรยาพญาช้างฉัททันต์ และถือกันว่าพญาช้างอุโบสถนั้น สมควรเป็นพาหนะของพระมหาจักรพรรดิ์เท่านั้น

๓. ช้างตระกูลเหมหัตถี คือช้างทอง มีลักษณะสูงใหญ่ มีสีตัวเหลืองดังทอง มีหมู่ช้างพลายพังเป็นบริวารเป็นอันมาก แต่กำลังน้อยกว่าช้างอุโบสถ ช้างเหมหัตถี ๑๐ เชือก จึงจะเท่าช้างอุโบสถเชือกหนึ่ง

๔. ช้างตระกูลมงคลหัตถี รูปสูงสง่า ผิวตัวดังสีดอกอัญชัญ ฤทธิ์น้อยกว่าช้างเหมหัตถี

๕. ช้างตระกูลคันธหัตถี ร่างสูงใหญ่ ผิวตัวดังไม้กฤษณา กลิ่นตัวและมูตรคูตหอมหวนชื่นใจ แต่จะมีกลิ่นอย่างไร ขนาดไหนก็ไม่ทราบเหมือนกัน

ใครเลี้ยงช้างชนิดนี้ไว้ก็เห็นจะรวยเป็นมหาเศรษฐีไปเลย เพราะไม่ต้องทำอะไร คอยเก็บมูตรและคูตช้างทำเครื่องหอมอย่างเดียวก็เห็นจะพอกิน ช้างตระกูลคันธหัตถีนี้ว่ามีกำลังมากเหมือนกัน แต่ยังน้อยกว่าช้างมงคลหัตถี

๖. ช้างตระกูลปิงคถหัตถี ลักษณะสูงสง่างาม สีตัวเหลืองอ่อนดังสีตาแมวมีช้างเป็นบริวารมากแต่กำลังน้อยกว่าพญาช้างคันธหัตถี

๗. ช้างตระกูลตัมพหัตถี คือช้างสีทองแดง มีกำลังและบริวารมาก แต่กำลังน้อยกว่าพญาช้างปิงคลหัตถี

๘. ช้างตระกูลปัณฑรนาเคนทร์หรือปัณฑรหัตถี ว่ามีสีตัวดังเขาไกรลาส ไกรลาส คือ หมายถึงสีขาวนั่นเอง เพราะเขาไกรลาสนั้นว่ากันว่ามีหิมะจับขาวไปหมด

๙. ช้างคับเคยยนาเคนทร์ หรือ คังไคย สีกายดังสีอุทกวารี

๑๐. ช้างกาฬวกะหัตถี หรือ กาลาวกหัตถี มีสีกายดังสีปีกกา

ช่างทั้ง ๑๐ ตระกูลนี้เป็นช้างที่พระอิศวรทรงสร้างขึ้น แต่ช้างในทางพุทธศาสนาของเราก็มีอยู่เหมือนกัน จะเป็นของพุทธแท้หรือเรื่องของศาสนาพราหมณ์เข้ามาแทรกก็โปรดใช้วิจารญาณดูเอาเถิด

ช้างที่กล่าวนี้คือช้างเอราวัณ หรือ ไอยราวัณ ว่าเป็นช้างทรงของพระอินทร์ ซึ่งเป็นเจ้าแห่งสวรรค์ชั้นดาวดึงนั่นเอง

ขอบคุณ วิกิพีเดีย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2017 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]