• vinitvadee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-06-29
  • จำนวนเรื่อง : 498
  • จำนวนผู้ชม : 57394
  • ส่ง msg :
  • โหวต 114 คน
ยามเราสรวลสำรวลรื่น โลกก็ชื่นชมผสม
สะอื้นอ้อนอ่อนอารมณ์ ก็จำเศร้าแต่เราเดียว ... คุยกันพลันเบิกบาน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/vinnapatra
วันพุธ ที่ 13 กันยายน 2560
Posted by vinitvadee , ผู้อ่าน : 514 , 15:30:34 น.  
หมวด : อาหาร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน february26 , ชบาตานี และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

 

 

 

 
สสส.ร่วมสมาคมโภชนาการฯ หนุนโอทอปพัฒนาขนมไทยสูตรลดหวาน มัน เค็ม ชูเมนูใหม่ "ฝอยทองหญ้าหวาน" ลดน้ำตาลได้ 50% แต่รสชาติเหมือนเดิม
 
"กระยาสารทหวานน้อย" ขายดีนำร่องโอทอปจังหวัดในภาคกลาง ลดน้ำตาล 15-20%

นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เกิดจากพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต
 
ซึ่งในอาหารไทยทั้งหลายมีรสหวานจัด มัน และเค็ม โดยเฉพาะขนมหวานของไทย ซึ่งเป็นโอทอปส่วนใหญ่ สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงร่วมกับ สสส. และภาคีเครือข่าย
 
เลือกพัฒนาผลิตภัณฑ์โอทอปให้ลดหวาน มัน เค็ม เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคที่ต้องการบริโภคขนมไทยเพื่อสุขภาพ ขณะที่ผู้ประกอบการยังขายของได้ โดยเราต้องให้ผู้ประกอบการรู้และตระหนักถึงปัญหา
 
ที่สำคัญคือรู้ว่าสูตรเปลี่ยนแล้วขายได้ เพราะความกังวลของผู้ขายคือกลัวว่าลดความหวานลงแล้วขนมจะขายไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีเทรนด์ของรักสุขภาพมากขึ้น จึงได้ทำการปรับปรุงเพิ่มสูตรอ่อนหวาน
 
เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ ขณะที่ผู้บริโภคเองก็ต้องตระหนักในการดูแลรักษาสุขภาพ เลือกรับประทานขนมไทยหวานน้อยดีต่อสุขภาพ

 

น.ส.เพลินพิศ หาญเจริญวนะภูษิต ผู้จัดการโครงการ สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า โครงการส่งเสริมการผลิตและบริโภคผลิตภัณฑ์อาหาร OTOP เพื่อสุขภาพ เป็นโครงการที่สมาคมฯได้รับการสนับสนุนจาก สสส.
 
ดำเนินครอบคลุมโภชนาการทั้ง 3 ด้านคือ ลดหวาน มัน เค็ม และเพิ่มผักผลไม้ โดยเลือกพัฒนาผลิตภัณฑ์โอทอป เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขนมไทยที่มีส่วนผสมที่เป็นแป้งและน้ำตาลและเป็นของทอด
 
หน้าที่ของโครงการคือให้ความรู้กับผู้ผลิตอาหารโดยเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยอาชีวะศึกษา กับผู้ประกอบการโอทอปในท้องถิ่น
 
โดยเริ่มต้นจากครูและนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาพัฒนาผลิตภัณฑ์ลดหวาน เค็ม ของขนม
 
แล้วเชิญผู้ประกอบการมาชิมและให้ความเห็นต่อผลงานของวิทยาลัย ซึ่งเป็นการจุดประกายให้ผู้ประกอบการนำแนวคิดนี้ไปพัฒนาปรับลดความหวาน เค็มลง แต่ยังคงรสชาติที่ดี
 
เพื่อเป็นอีกทางเลือกของผู้บริโภค ซึ่งผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ สามารถลดน้ำตาลในขนมไทยได้โดยเฉลี่ยประมาณ 15-20%

"ปัจจุบันมีผู้ประกอบการขนมไทยเข้าร่วมโครงการในภาคกลาง เช่น จ.สระบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครปฐม อ่างทอง เป็นต้น โดยมีร้านริน ขนมไทย ผู้นำธุรกิจขนมหวานของ จ.ฉะเชิงเทรา
 
นำมาทดลองครั้งแรกกับการพัฒนาสูตรกระยาสารท ซึ่งเป็นขนมที่ขายดีที่สุดในร้านให้เป็นสูตรหวานน้อย โดยผู้ประกอบการเลือกลดปริมาณน้ำอ้อยลง
 
ผลปรากฏว่าสามารถลดระดับความหวานได้มากถึง 25% ต่อมาก็มีการพัฒนาข้าวตังหน้างาสูตรหวานน้อย" น.ส.เพลินพิศ กล่าว

น.ส.เพลินพิศ กล่าวว่า แนวคิดของโครงการพยายามที่รสชาติของผลิตภัณฑ์มีรสหวาน เค็มลดลง แต่ผลิตภัณฑ์บางชนิดจำเป็นต้องหวาน
 
ร้านรินขนมไทย ได้ใช้สารให้ความหวานทดแทนอย่างหญ้าหวานในเมนูฝอยทองซึ่งลดน้ำตาลได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับสูตรต้นตำรับ ถือเป็นอีกเมนูที่ได้รับความนิยม ทำให้ผู้ซื้อที่รักสุขภาพจะได้รับน้ำตาลน้อยลงใน ขณะที่ยังรักษาคุณภาพและรสชาติของขนมไทยดั้งเดิมได้ครบถ้วน
 
ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำฉลากโภชนาการ เป็นข้อมูลโภชนาการเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในการคำนวณว่าในมื้อต่อไปเราจะกินได้เท่าไร
 
ตอนนี้เราให้ความรู้ผู้ผลิตในเรื่องของการผลิตขนมเพื่อสุขภาพ และตระหนักถึงความสำคัญของหวาน มัน เค็ม สนับสนุนในการพัฒนาสูตร ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นคนพัฒนา
 
เราเป็นเพียงผู้จุดประกาย ให้คำแนะนำ และทดลองตลาด ซึ่ง จ.ฉะเชิงเทราเขาเป็นรายแรกๆ ที่ประสบความสำเร็จ และเป็นต้นแบบให้ผู้ประกอบการรายอื่นในการทำขนมไทยที่ลดปริมาณน้ำตาล และยังขายดี
 


 

 

 
  •  ขอบคุณ MGR Online
     
    สิริสวัสดิ์วุธวารวิบูลย์นะคะ
     
    (มีความรู้เกี่ยวกับหญ้าหวานที่คอมเมนท์ ที่ ๓-๔ ค่ะ)




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ชบาตานี วันที่ : 14/09/2017 เวลา : 05.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ไอเดียดีมากค่ะน้องสาว

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
vinitvadee วันที่ : 13/09/2017 เวลา : 16.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

พี่อ้อมขา

คงต้องทำกินเอง หรือให้ญาติพี่น้องทำ
สมัยก่อน แม่ชอบซื้อขนมหวาน แม่นะฮ์
ขนมชั้นอร่อยมาก ไม่หวานนักด้วยค่ะ

เห็นใจจังเลยค่ะ
รักษาสุขภาพนะคะ น้องเป็นห่วงเสมอค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 13/09/2017 เวลา : 16.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อยากให้ผู้ประกอบการอาหารทั้งคาวหวานคำนึงเเรื่องการใช้หญ้าหวานมาใช้แทนน้ำตาล พี่อ้อมอดอยากปากแห้งกับขนมหวานมานานแล้ว พอกินทีไรรู้สึกผิดทุกที ส่วนเรื่องความเค็มก็ควรลดลงด้วย คคนเป็นเบาหวานความดันหรือโรคต่างๆจะได้ไม่รู้สึกเวลากินของเหล่านี้

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
vinitvadee วันที่ : 13/09/2017 เวลา : 16.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

หญ้าหวานเป็นพืชล้มลุก ลำต้นกลมและแข็ง
ใบเดี่ยว รูปหอก ขอบใบหยักคล้ายฟันเลื่อย
ใบให้สารที่มีรสหวาน
มีช่อดอกสีขาว

สรรพคุณของหญ้าหวาน

มีสารให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลทรายถึง 200-300 เท่าแต่ไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง

ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน และผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
ช่วยบำรุงตับอ่อน ช่วยเพิ่มกำลัง สมานแผลทั้งภายในและภายนอก
ช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมอง

สภาพแวดล้อม

ในประเทศไทย ภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ ลำพูน พะเยา เป็นพื้นที่ที่เหมาะสม

เนื่องจากหญ้าหวานชอบอากาศค่อนข้างเย็น อุณหภูมิประมาณ 20-26 องศาเซลเซียส และขึ้นได้ดีเมื่อปลูกในพื้นที่ที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 600-700 เมตร

การปลูกและการดูแล

ดิน ดินที่เหมาะสมสำหรับปลูกหญ้าหวาน คือ ดินร่วน หรือดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี ต้องทำแปลงยกร่อง

ใช้เมล็ดปลูก จะเก็บเมล็ดในช่วงเดือนพฤศจิกายน วิธีเก็บใช้ถุงพลาสติกครอบดอก เขย่าให้เมล็ดร่วงลงในถุง นำเมล็ดมาเพาะในเดือนมีนาคม-เมษายน จะมีอัตราการงอกดี

กิ่งชำปลูก เป็นวิธีที่นิยมตัดกิ่งปักชำ เนื่องจากสะดวกและรวดเร็วกว่า เลือกตัดกิ่งที่สมบูรณ์และแข็งแรง ตัดเกือบถึงโคนต้น ให้เหลือใบอยู่ 2 คู่ แล้วตัดกิ่งที่จะนำมาชำให้ยาว 12-15 ซม.

แล้วนำมาเพาะในถุงหรือกระบะเพาะ เด็ดใบออกเสียก่อน เพราะถ้ารดน้ำความหวานของใบจะลงสู่ดิน ทำให้กล้าที่ชำไว้ตายได้ พอกิ่งชำแตกรากออกมาได้ 10-14 วัน จึงนำไปปลูกในแปลงที่เตรียมไว้

การดูแล หญ้าหวานเป็นพืชที่ต้องการดูแลทั้งในเรื่องการให้น้ำและใส่ปุ๋ยบำรุงดิน

ขอบคุณ วิกิพีเดีย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
vinitvadee วันที่ : 13/09/2017 เวลา : 16.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

หญ้าหวาน หรือ สเตเวีย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Stevia rebaudiana Bertoni อยู่ในวงศ์ Asteraceae เป็นพืชพื้นเมืองทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศปารากวัยในทวีปอเมริกาใต้

ความพิเศษของหญ้าหวาน คือ ส่วนของใบให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 10-15 เท่า แต่ความหวานนี้ไม่ก่อให้เกิดพลังงานแต่อย่างไร (0 แคลอรี/กรัม)

นอกจากนี้ยังมีสารสกัดที่เกิดจากหญ้าหวานชื่อว่า สตีวิโอไซด์ (stevioside) เป็นสารที่ให้ความหวานมากกว่า 200-300 เท่าของน้ำตาล

ด้วยความพิเศษของหญ้าหวานนี้ หญ้าหวานจึงเป็นพืชที่ได้รับความสนใจทั้งทางด้านอุตสาหกรรม การแพทย์ ยาสมุนไพร เครื่องดื่ม เป็นต้น

มนุษย์รู้จักนำสารสกัดที่มีรสหวานจากหญ้าหวานมาบริโภคหลายศตวรรษแล้วโดยชาวพื้นเมืองในประเทศปารากวัย โดยนำหญ้าหวานมาผสมกับเครื่องดื่ม เช่น ชา

นอกจากนี้ชาวญี่ปุ่นยังนำสารให้ความหวานมาผสมกับผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น ผักดอง ซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว เนื้อปลาบด เป็นต้น

หญ้าหวานเริ่มเข้าสู่ประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2550 และปลูกกันมากในภาคเหนือ โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และเชียงราย

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้มีการใช้สารสตีวิโอไซด์เพื่อการบริโภค หญ้าหวานจึงจัดอยู่ในพืชสมุนไพรอีกชนิดหนึ่ง

ขอบคุณ วิกิพีเดีย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
vinitvadee วันที่ : 13/09/2017 เวลา : 15.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

คุณลุงขา

เขาส่งเสริมปลูกหญ้าหวานนานแล้วมิใช่หรือคะ
น่าสนใจมากนะคะ

ขอบพระคุณค่ะคุณลุง

ความคิดเห็นที่ 1 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 13/09/2017 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

เอาหญ้าหวานมาแทนน้ำตาลหรือครับ มีคนปลูกหญ้าหวานขายหรือยังครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2017 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]