• vinitvadee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-06-29
  • จำนวนเรื่อง : 1339
  • จำนวนผู้ชม : 344879
  • ส่ง msg :
  • โหวต 639 คน
ยามเราสรวลสำรวลรื่น โลกก็ชื่นชมผสม
สะอื้นอ้อนอ่อนอารมณ์ ก็จำเศร้าแต่เราเดียว (กฤษณา อโศกสิน) มาคุยกันพลันเบิกบานใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/vinnapatra
วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน 2560
Posted by vinitvadee , ผู้อ่าน : 1015 , 18:23:59 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน สำรวจฟ้า , ลิงเขียว และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

โดย โรม บุนนาค

 

 

ในวันศุกร์ที่ ๓ พฤศจิกายนนี้ ได้เวียนมาบรรจบเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน๑๒ อีกครั้ง ซึ่งจะวันลอยกระทงในฤดูน้ำหลาก ประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี และไม่ใช่เป็นแค่ประเพณีรื่นเริงของราษฎรเท่านั้น

แต่ยังเป็นพระราชประเพณีที่พระมหากษัตริย์ทรงลอยด้วย ในกรุงรัตนโกสินทร์สมัยก่อนไม่ได้ลอยกันแค่คืนเดียว แต่ลอยถึง ๓ คืนติดต่อกันเลย

ในหนังสือ “พระราชประเพณีสิบสองเดือน” พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กล่าวถึงพระราชพิธีลอยพระประทีปไว้ว่า

“การลอยพระประทีปลอยกระทงนี้ เปนนักขัตฤกษ์ที่รื่นเริงทั่วไปของชนทั้งปวงทั่วไป ไม่เฉพาะแต่การหลวง แต่จะนับเปนพระราชพิธีอย่างใดก็ไม่ได้

ด้วยไม่ได้มีพิธีสงฆ์พิธีพราหมณ์อันใดเกี่ยวข้องเนื่องในการลอยพระประทีปนั้น เว้นไว้แต่จะเข้าใจว่าตรงกับคำว่าลอยโคมลงน้ำเช่นกล่าวมาแล้ว แต่ควรนับว่าเปนพระราชประเพณีซึ่งมีมาในแผ่นดินสยามแต่โบราณ...”

และกล่าวถึงที่มาของการลอยกระทงไว้ว่า

“ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ซึ่งเปนท้าวสนมเอกแต่ครั้งพระเจ้าอรุณมหาราช คือพระร่วง ซึ่งเปนพระเจ้าแผ่นดินสยามตั้งแต่ตั้งอยู่ ณ เมืองสุโขทัย ได้กล่าวไว้ว่าในฤดูเดือนสิบสองเปนเวลาเสด็จลงประพาส ในลำน้ำตามพระราชพิธีในเวลากลางคืน

พระอัครมเหสีและพระสนมฝ่ายในตามเสด็จในเรือพระที่นั่งทอดพระเนตรการนักขัตฤกษ์ ซึ่งราษฎรเล่นในแม่น้ำตามกำหนดปี เมื่อนางนพมาศได้เข้ามารับราชการจึงได้คิดอ่านทำกระทงถวายพระเจ้าแผ่นดิน เปนรูปดอกบัวและรูปต่างๆ

ให้ทรงลอยตามสายน้ำไหล และคิดคำขับร้องขึ้นขับถวายให้พระเจ้าแผ่นดิน ทรงพระราชดำริจัดเรือพระที่นั่งเทียบขนานกันให้กว้างใหญ่ สำหรับพระสนมฝ่ายในจะได้ตามเสด็จประพาส ...”

ในหนังสือ “ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์” ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นพระสนมเอกในรัชสมัยพระมหาธรรมราชาธิราชที่ ๑ หรือพญาลิไท กล่าวว่า พระสนมเอกได้คิดประดิษฐ์กระทงเป็นรูปดอกบัวกมุทนำไปถวาย

ด้วยเป็นดอกบัวชนิดเดียวที่บานกลางคืนเพียงปีละครั้งในคืนเพ็ญเดือนสิบสอง เมื่อพระร่วงเจ้ารับสั่งถามถึงความหมาย นางก็ทูลอธิบายจนเป็นที่พอพระราชหฤทัย จึงมีพระราชดำรัสว่า

“แต่นี้สืบไปเบื้องหน้าโดยลำดับ กษัตริย์ในสยามประเทศถึงกาลกำหนดนักขัติฤกษ์วันเพ็ญเดือนสิบสอง ให้นำโคมลอยเป็นรูปดอกบัวอุทิศสักการะบูชาพระพุทธบาทนัมมทานที ตราบเท่ากัลปาวสาน”

ในสมัยรัตนโกสินทร์ มีการทำกระทงขนาดใหญ่และสวยงาม ดังพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๓ ของเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค) กล่าวไว้ว่า

"ครั้นมาถึงเดือน ๑๒ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ แรมค่ำหนึ่งพิธีจองเปรียงนั้น เดิมได้โปรดให้ขอแรงพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้า ฝ่ายใน และข้าราชการที่มีกำลังพาหนะมาทำกระทงใหญ่ ผู้ถูกเกณฑ์ต่อเป็นถังบ้าง ทำเป็นแพหยวกบ้าง

กว้าง ๘ ศอกบ้าง ๙ ศอกบ้าง กระทงสูงตลอดยอด ๑๐ ศอก ๑๑ ศอก ทำประกวดประขันกันต่างๆ ทำอย่างเขาพระสุเมรุทวีปทั้ง ๔ บ้าง และทำเป็นกระจาดชั้นๆบ้าง วิจิตรไปด้วยเครื่องสด คนทำก็นับร้อย

คิดในการลงทุนทำกระทงทั้งค่าเลี้ยงคนและช่าง เบ็ดเสร็จก็ถึง ๒๐ ชั่งบ้าง ย่อมกว่า ๒๐ ชั่งบ้าง กระทงนั้นวัน ๑๔ ค่ำ เครื่องเขียว วัน ๑๕ ค่ำ เครื่องขาว แรมค่ำ ๑ เครื่องแดง ดอกไม้สดก็เลือกหาตามสีกระทง และมีจักรกลต่างกันทุกกระทง

มีมโหรีขับร้องอยู่ในกระทงนั้นก็มีบ้าง เหลือที่จะพรรณนาว่ากระทงท่านผู้นั้นทำอย่างนั้นๆ คิดดูการประกวดประขันกัน จะเอาชนะกัน คงวิเศษต่างๆกัน เรือมาดูกระทงตั้งแต่บ่าย ๔ โมง เรือชักลากกระทงขึ้นไปเข้าที่บ่าย ๕ โมง เรือเบียดเสียดกันแน่นหลีกไม่ใคร่จะไหว ดูเป็นอัศจรรย์..."

รุ่งขึ้นในปี พ.ศ.๒๓๖๙ เมื่อโปรดให้ทำอีก ยิ่งงดงามวิเศษยิ่งขึ้น ทรงทราบว่าต้องลงทุนมากมาย จึงมีพระราชดำรัสว่า

“ลงทุนรอนมากมายหนักหนา ตั้งแต่นี้ต่อไป อย่าให้ทำอีกเลย”

จะเห็นว่าในสมัยรัชกาลที่ ๓ นั้น พระราชพิธีลอยกระทงเอิกเกริกมาก และลอยกันถึง ๓ คืน ต่อมาในรัชกาลที่ ๔ และที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯและพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ก็ยังรักษาพระราชพิธีลอยพระประทีป แต่ใช้แต่งเรือเป็นกระทง และไม่มีพิธีเอิกเกริกเท่ารัชกาลที่ ๓

ในสมัยรัชกาลที่ ๖ จมื่นอมรดรุณารักษ์ (แจ่ม สุนทรเวช) ได้เล่าไว้ในหนังสือ “พระราชประเพณีในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว” ทรงมีพระราชปรารถว่า การลอยพระประทีปนี้เป็นประเพณีนิยมสืบมาแต่โบราณกาล ไม่ควรจะให้เสื่อมหายไป

เพราะเป็นนักขัติฤกษ์ประชุมพร้อมเพรียงกัน และเป็นเครื่องบำรุงความคิดสติปัญญาฝีมือในการช่าง จึงโปรดเกล้าฯให้มีการลอยพระประทีปตามพระราชประเพณีกลางเดือน ๑๒ วันขึ้น ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และแรม ๑ ค่ำด้วย ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๐-๒๑-๒๒ พฤศจิกายน ๒๔๕๘

ในครั้งนั้นพระบรมวงศานุวงศ์ต่างจัดทำเรือกระทงถวาย โดยถ่ายแบบมาจากเรือที่ใช้ในพระราชพิธี เช่น เรือเอกชัย เรือสุพรรณหงส์ เรืออนันตนาคราช เป็นต้น ส่วนกองทัพเรือก็จัดเรือกระบวนเข้าสมทบ

สถานที่ลอยพระประทีปในรัชกาลนี้คือท่าวาสุกรี โดยเสด็จลงยังแพหลวงที่จอดไว้เป็นที่ประทับแรมเวลาน้ำเหนือหลาก ส่วนเรือประกอบพิธีก็มี เรือกลองแขก เรือเครื่องดนตรีประโคม เรือดอกไม้เพลิง

ในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงประทับพระตำหนักแพในเวลา ๔ ทุ่มเศษ เสด็จออกทรงลอยพระประทีป กองทหารกระทำวันทยาวุธ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี พนักงานกลองแขกและพิณพาทย์เครื่องดนตรีประโคมตลอดเวลาลอยพระประทีป

ทรงจุดเทียนนมัสการที่เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ซึ่งประดิษฐานพระไชยวัฒนประจำรัชกาลในบุษบก และเทียนเครื่องกระทงในเรือพระที่นั่งศรีประภัศรไชย เป็นเรือกระทงหลวง แล้วทรงจุดเทียนเรือกระทงของพระบรมวงศานุวงศ์และข้าทูลละอองธุลีพระบาท

ซึ่งแต่งประดับประดาอย่างสวยงามทำขึ้นถวาย ปล่อยลอยไปตามกระแสน้ำจนหมดแล้ว จึงทรงจุดดอกไม้เทียนเป็นสำคัญ เจ้าพนักงานจึงจุดดอกไม้เพลิงถวาย ประทับทอดพระเนตรจนล่วงเข้า ๒ นาฬิกาของวันใหม่จึงเสด็จกลับ

ในวันที่ ๒๑ และ ๒๒ ก็เสด็จพระตำหนักแพ ทรงจุดพระประทีปลอยกระทงเหมือนวันแรก และในวันที่ ๒๑ ซึ่งเป็นวันเพ็ญนั้น ได้เสด็จพระราชดำเนินลงเรือพระที่นั่งแก้วชิงดวง ออกไปกลางแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อทรงตักน้ำเพ็ญไว้สำหรับใช้ในการพระราชพิธีต่างๆด้วย

ในรัชกาลที่ ๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็ทรงลอยพระประทีปตามโบราณประเพณีตลอดมา เช่นเดียวกับที่ราษฎรทั่วไปลอยกัน ไม่ได้มีพิธีเอิกเกริกมโหฬารอย่างแต่ก่อน ตามที่ได้อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์มาเสนอในครั้งนี้

ในคืนวันเพ็ญเดือน ๑๒ วันลอยกระทง ยังมีความเชื่อกันว่า ถ้าได้อาบน้ำเพ็ญในเวลาเที่ยงคืนแล้ว จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

ส่วนความเชื่อเกี่ยวกับการลอยกระทง มีหลายอย่าง เช่น

เป็นการสักการะรอยพระพุทธบาท ที่พระพุทธเจ้าได้ประทับไว้ที่หาดทรายริมแม่น้ำนัมมทานที ในอินเดีย

เป็นการขอขมาพระแม่คงคา ที่ได้ใช้น้ำดื่มกิน และทิ้งสิ่งปฏิกูลลงในแม่น้ำ

เป็นการลอยความทุกข์ ความโศก รวมทั้งโรคภัยต่างๆ ให้ลอยไปกับสายน้ำ
ชาวภาคเหนือเชื่อว่า การลอยกระทงเป็นการบูชาพระอุปคุต ซึ่งมีตำนานว่า พระอุปคุตมีบารมีปราบพญามารได้

ในปีนี้ เราคงจะต้องอธิษฐานในการลอยกระทงขอให้ความทุกข์โศกลอยไปกับสายน้ำ แล้วหลอมหัวใจกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อทำความดีให้แผ่นดินตามรอยเท้าพ่อ ที่ทรงมุ่งมั่นให้ประเทศไทยมีแต่ความสุข มีความเป็นอยู่ดีขึ้นมาตลอดระยะเวลา ๗๐ ปีที่ทรงครองราชย์

 

 

 

ขอบคุณ MGR Online

คุณโรม บุนนาค

สิริสวัสดิ์ศุกรวารค่ะ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สำรวจฟ้า วันที่ : 04/11/2017 เวลา : 08.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในการรักษาประเพณีได้งามงดงาม


หมายเหตุ...ภาคใต้เมื่อคืนที่ผ่านมาฉ่ำไปด้วยสายฝน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
vinitvadee วันที่ : 04/11/2017 เวลา : 07.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขอบคุณลิงเขียวค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
vinitvadee วันที่ : 04/11/2017 เวลา : 07.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขอบพระคุณน้าสิงห์
เสียดายที่ไม่ออกความเห็นค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
vinitvadee วันที่ : 04/11/2017 เวลา : 07.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขอบพระคุณมากค่ะคุณลุงยั้งคิดคะ

ในหลวงผู้ทรงเป็นพลังแห่งแผ่นดิน ทรงรักน้ำ ทรงรักษ์น้ำที่สุดค่ะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 1 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 03/11/2017 เวลา : 18.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ร.9 ทรงงานเกี่ยวกับน้ำมากยิ่งนัก ทรงตรัสว่าน้ำคือชีวิต จึงเมื่อถึงวาระ
ประเพณีเกี่ยวข้องกับแม่คงคา พระองค์ก็ทรงลอยกระทงเสมอมา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2017 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]