• vinitvadee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-06-29
  • จำนวนเรื่อง : 493
  • จำนวนผู้ชม : 56718
  • ส่ง msg :
  • โหวต 113 คน
ยามเราสรวลสำรวลรื่น โลกก็ชื่นชมผสม
สะอื้นอ้อนอ่อนอารมณ์ ก็จำเศร้าแต่เราเดียว ... คุยกันพลันเบิกบาน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/vinnapatra
วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน 2560
Posted by vinitvadee , ผู้อ่าน : 419 , 03:07:26 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน แม่มดเดือนMarch , สำรวจฟ้า โหวตเรื่องนี้

  

แม่ฉันเป็นนักสะสมสารพัด .. รวมทั้งป้าย R - registered 

 

แม่ยกป้าย R สะสมเล่มนี้ให้ฉัน

ฉันจะนำมาลงแบ่งกันชมกับคุณนะคะ

 

 

 

R - registered คือ ลงทะเบียน จดหมาย พัสดุ

เพื่อป้องกันการสูญหาย และสามารถติดตามจดหมาย

หรือพัสดุ ที่ส่งทางไปรษณีย์ได้ค่ะ

 

ตราประจำจังหวัดขอนแก่น

ตราประจำจังหวัด

 

เหรียญที่ระลึกประจำจังหวัดขอนแก่นด้านหน้า เหรียญที่ระลึกประจำจังหวัดขอนแก่นด้านหลัง

เหรียญที่ระลึกประจำจังหวัด

 

รหัสไปรษณีย์ 40000

 

 ขอนแก่น เป็นจังหวัดที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีประชากรมากเป็นอันดับ 3 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นจังหวัดศูนย์ปฏิบัติการของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง

เมืองขอนแก่นตั้งอยู่ในจุดที่ถนนมิตรภาพ (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (ถนนสายเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก) ตัดผ่าน ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญอีกเส้นหนึ่งในการเดินทางจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางเข้าไปสู่ภาคเหนือตอนล่างที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

และเดินทางเข้าสู่ประเทศลาวทางด้านทิศใต้ของลาว อาณาเขตทางทิศเหนือติดกับจังหวัดเลย จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดอุดรธานี ทิศตะวันออกติดกับจังหวัดมหาสารคามและจังหวัดกาฬสินธุ์ ทิศใต้ติดกับจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดนครราชสีมา ทิศตะวันตกติดกับจังหวัดชัยภูมิและจังหวัดเพชรบูรณ์

คำขวัญประจำจังหวัด : พระธาตุขามแก่น เสียงแคนดอกคูน ศูนย์รวมผ้าไหม ร่วมใจผูกเสี่ยว เที่ยวขอนแก่นนครใหญ่ ไดโนเสาร์สิรินธรเน่ สุดเท่เหรียญทองแรกมวยโอลิมปิก

ตราประจำจังหวัด : รูปพระธาตุตั้งอยู่บนตอมะขาม ขนาบสองข้างด้วยต้นไม้

ต้นไม้ประจำจังหวัด : ต้นกัลปพฤกษ์ (Cassia bakeriana)

ดอกไม้ประจำจังหวัด : ดอกราชพฤกษ์หรือดอกคูน (Cassia fistula)

สัตว์น้ำประจำจังหวัด : ปลาพรมหรือปลาตาแดง (Osteochilus melanopleurus)

วิสัยทัศน์จังหวัด : ขอนแก่นเมืองน่าอยู่ มุ่งสู่มหานครแห่งอาเซียน

ลักษณะรูปร่างของจังหวัด : ลักษณะรูปร่างของจังหวัดขอนแก่นมีรูปร่างคล้ายกับไม้ตะขอที่ใช้คล้องช้าง

ที่มาของเมืองขอนแก่น

ประวัติศาสตร์ พื้นที่ส่วนนี้ยังเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ กระจัดกระจายกันตามพื้นที่ราบสูง ในปี พ.ศ. 2322 ขณะนั้นเมืองเวียงจันทน์ได้เกิดเหตุพิพาทกับกลุ่มของเจ้าพระวอจนถึงกับยกทัพไปตีค่ายของเจ้าพระวอแตกที่บ้านดอนมดแดง (อุบลราชธานีปัจจุบัน) และจับเจ้าพระวอประหารชีวิต

สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงถือว่าฝ่ายเจ้าพระวอเป็นข้าขอบขัณฑสีมาของไทยจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกกับเจ้าพระยาสุรสีห์ยกทัพขึ้นไปตีเวียงจันทน์

จากนั้นจึงได้ยกทัพกลับมายังกรุงเทพมหานคร พร้อมกับได้อัญเชิญพระแก้วมรกต พระพุทธปฏิมากร และพระบางกลับมาถวายแต่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีด้วย

เจ้าแก้วบุฮม (แก้วบรม) กับพระยาเมืองแพน (หรือเพี้ยเมืองแพน) สองพี่น้อง ซึ่งเป็นโอรสของเจ้าแสนปัจจุทุม (ท้าวแสนแก้วบุฮม) ได้ยกกองทัพจากบ้านเพี้ยปู่ เขตแขวงเมืองทุละคม (ธุระคม) ซึ่งขึ้นกับเมืองเวียงจันทน์ในทุกวันนี้

ข้ามแม่น้ำโขงมาตั้งถิ่นฐานที่อยู่บ้านโพธิ์ตาก (บ้านโพธิ์ตาก ตำบลบ้านกง อำเภอเมืองขอนแก่น) และบ้านยางเดี่ยว บ้านโพธิ์ศรี (บ้านโพธิ์ศรี ตำบลบ้านโนน อำเภอกระนวน) บ้านโพธิ์ชัย (บ้านโพธิ์ชัย อำเภอมัญจาคีรี) เมืองมัญจาคีรีหรืออำเภอมัญจาคีรี

ปรากฏอยู่ในทำเนียบมณฑลอุดร กล่าวว่า เมื่อ พ.ศ. 2433 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเมืองขึ้นชื่อเมืองมัญจาคีรี โดยมีจางวางเอกพระยาพฤติคุณธนเชษ (สน สนธิสัมพันธ์) เป็นเจ้าเมืองคนแรก

เมื่อ พ.ศ. 2433-2439 เจ้าเมืองคนที่ 2 คือ พระเกษตรวัฒนา (โส สนธิสัมพันธ์) เมื่อ พ.ศ. 2439-2443 และมีปรากฏประวัติเมืองมัญจาคีรีในหนังสือประวัติจังหวัดในประเทศไทย ในห้องสมุดของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) บ้านสร้าง บ้านชีโหล่น (อยู่ในเขตเมืองสุวรรณภูมิ อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ดปัจจุบัน)

ในปัจจุบัน บางบ้านก็อยู่ในเขตอำเภอเมืองขอนแก่น บางบ้านก็อยู่ในเขตอำเภอน้ำพอง บางบ้านก็อยู่ในเขตอำเภออาจสามารถ (จังหวัดร้อยเอ็ด) บางบ้านก็อยู่ในเขตจังหวัดยโสธร

บางบ้านก็อยู่ที่อำเภอมัญจาคีรี และบางบ้านก็อยู่ที่อำเภอคำเขื่อนแก้ว (จังหวัดยโสธร) เป็นต้น ทั้งนี้เป็นเพราะได้มีการเปลี่ยนแปลงเขตเมืองในสมัยหลัง ๆ ต่อมานั่นเอง

เจ้าแก้วบุฮมได้อพยพเข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านโพธิ์ชัย พระยาเมืองแพนอพยพเข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่ในบ้านชีโหล่น คุมไพร่พลคนละ 500 คน ขึ้นกับเมืองท่งหรือเมืองสุวรรณภูมิ

ครั้นต่อมาอีกราว 9 ปี ในปี พ.ศ. 2331 เพี้ยเมืองแพนก็ได้พาราษฎรและไพร่พลประมาณ 330 คน ขอแยกตัวออกจากเมืองสุวรรณภูมิไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ฝั่งบึงบอน ยกขึ้นเป็นเมืองที่บ้านดอนพยอมเมืองเพี้ย (ปัจจุบันคือ บ้านเมืองเพีย ตำบลเมืองเพีย อำเภอบ้านไผ่)

บึงบอนหรือดอนพยอมในปัจจุบันได้ตื้นเขินเป็นที่นาไปหมดแล้ว แต่ก็ยังปรากฏเป็นรูปของบึงซึ่งมีต้นบอนขึ้นอยู่มากมาย ต่อมาก็ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เมืองแพนเป็นพระนครศรีบริรักษ์ เจ้าเมืองขอนแก่น ดังปรากฏข้อความในพงศาวดารหัวเมืองมณฑลอีสานของหม่อมอมรวงศ์วิจิตรว่า

เอกสารพงศาวดารอีสานฉบับพระยาขัติยวงศา (เหลา ณ ร้อยเอ็ด) ได้กล่าวถึงการตั้งเมืองขอนแก่นว่า

“...ได้ทราบข่าวว่าเมืองแพน บ้านชีโล่น แขวงเมืองสุวรรณภูมิ พาราษฎร ไพร่พลประมาณ 330 คน แยกจากเมืองสุวรรณภูมิไปขอตั้งฝั่งบึงบอนเป็นเมือง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เมืองแพนเป็นพระนครศรีบริรักษ์ ผู้ว่าราชการเมืองขอนแก่น...” ขอนแก่นจึงได้ที่มาว่าเป็นเมืองคู่กับมหาสารคามนั้นเอง

การย้ายถิ่นฐานเมือง

ในปี พ.ศ. 2439 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เปลี่ยนการปกครองหัวเมืองไกลใหม่ โดยเปลี่ยนเป็นบริเวณหัวเมืองลาวฝ่ายเหนือ ให้เป็นหัวเมืองลาวพวน ดังนั้น เมืองขอนแก่นจึงอยู่ภายใต้การปกครองของเมืองอุดรธานี หรือมณฑลอุดรธานี

โดยมีกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมเป็นผู้ปกครองมณฑล ในสมัยนั้นได้มีสายโทรเลข ที่เดินจากเมืองนครราชสีมา ผ่านเมืองชนบท เข้าเขตเมืองขอนแก่นข้ามลำน้ำชีที่ท่าหมากทัน ตรงไปท่าพระ บ้านทุ่ม โดยไม่เข้าเมืองขอนแก่น และตรงไปข้ามลำน้ำพองไปบ้านหมากแข้งเมืองอุดรธานี ศูนย์กลางมณฑลอุดร

กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม (ผู้ปกครองมณฑลอุดรธานีในขณะนั้น) ซึ่งเป็นข้าหลวงใหญ่ประจำมณฑลอุดรธานีทรงดำริว่า ที่ว่าการเมืองขอนแก่นที่ตั้งอยู่ที่บ้านดอนบม ไม่สะดวกแก่ราชการ

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ย้ายเมืองขอนแก่นไปตั้งอยู่ที่บ้านทุ่ม (อำเภอเมืองขอนแก่นในปัจจุบัน) ในปลาย พ.ศ. 2439 และเปลี่ยนนามตำแหน่งเจ้าเมืองเป็นผู้ว่าราชการเมือง และตั้งชื่อเมืองว่า "ขอนแก่น" จนถึงปัจจุบัน

ในปี พ.ศ. 2440 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระราชทานบรรดาศักดิ์ท้าวหนูหล้าปลัดเมืองขอนแก่นเป็นพระพิทักษ์สารนิคม และในปี พ.ศ. 2441 ก็ได้ย้ายเมืองขอนแก่นจากบ้านทุ่มกลับไปตั้งอยู่ที่บ้านเมืองเก่าตามเดิม

โดยตั้งศาลากลางขึ้นที่ริมบึงเมืองเก่าทางด้านเหนือ (หน้าสถานีโทรทัศน์ในปัจจุบัน) ด้วยเหตุผลที่ว่า บ้านทุ่มนั้นกันดารน้ำในฤดูแล้ง

ในปี พ.ศ. 2444 ทางราชการได้เกณฑ์แรงงานของราษฎรที่เคยหลงผิดไปเชื่อผีบุญ-ผีบาป ที่เขตแขวงเมืองอุบลราชธานีในตอนนั้น โดยให้พากันมาช่วยสร้างทำนบกั้นน้ำขึ้นเป็นถนนรอบบึงเมืองเก่า เพื่อกักน้ำไว้ใช้สอยในฤดูแล้ง เพราะบึงนี้เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของชาวเมืองขอนแก่น

ต่อมาในปี พ.ศ. 2447 พระนครบริรักษ์ (อุ นครศรี) เจ้าเมืองขอนแก่น ได้กราบถวายบังคมลาออกจากราชการ เหตุเพราะชราภาพ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนตำแหน่งพระพิทักษ์สารนิคม (หนูหล้า สุนทรพิทักษ์) ปลัดเมืองขอนแก่นขึ้นเป็นเจ้าเมืองขอนแก่น

และในปีนั้นเอง ก็ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เปลี่ยนนามตำแหน่งข้าหลวงประจำเมืองขอนแก่นเป็นข้าหลวงประจำบริเวณพาชี ส่วนเมืองต่าง ๆ ที่ขึ้นต่อนั้น ก็ให้เปลี่ยนเป็นอำเภอ และผู้เป็นเจ้าเมืองนั้น ๆ ก็ให้เปลี่ยนเป็นนายอำเภอ ตำแหน่งอุปฮาดก็เป็นปลัดอำเภอไป แต่ขึ้นตรงต่อเมืองอุดรธานี มณฑลอุดรธานีในขณะนั้น

ต่อมาในวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2459 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกเลิกระบบมณฑลในประเทศ ให้เปลี่ยนคำว่าเมืองเป็นจังหวัดแทน ตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองจึงกลายเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด และศาลาว่าการเมืองก็เปลี่ยนมาเป็นศาลากลางจังหวัด นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาขอนแก่นจึงได้กำเนิดเป็น "จังหวัดขอนแก่น"

ที่มาของชื่อขอนแก่น

เหตุที่เมืองนี้มีนามว่า เมืองขอนแก่นนั้นได้มีตำนานแต่โบราณเล่าขานสืบต่อกันมาว่า ก่อนที่เพี้ยเมืองแพนจะอพยพไพร่พลมาตั้งบ้านตั้งเมืองขึ้นนั้น ปรากฏว่าบ้านขาม หรือตำบลบ้านขาม อำเภอน้ำพองปัจจุบัน

ซึ่งเป็นเขตแขวงร่วมการปกครองกับบ้านชีโล้น มีตอมะขามขนาดใหญ่ที่ตายไปหลายปีแล้ว กลับมีใบงอกงามเกิดขึ้นใหม่อีก และหากผู้ใดไปกระทำมิดีมิร้ายหรือดูถูกดูหมิ่น ไม่ให้ความเคารพยำเกรง ก็จะมีอันเป็นไปในทันทีทันใด เป็นที่น่าประหลาดและมหัศจรรย์ยิ่งนัก

ดังนั้น บรรดาชาวบ้านชาวเมืองในแถบถิ่นนั้นจึงได้พร้อมใจกันก่อเจดีย์ครอบตอมะขามนั้นเอาไว้เสีย เพื่อให้เป็นที่สักการะของคนทั่วไป พร้อมกับได้บรรจุพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า 9 บทเข้าไว้ในเจดีย์ครอบตอมะขามนั้นด้วย ซึ่งเรียกว่า พระเจ้า 9 พระองค์

แต่เจดีย์ที่สร้างในครั้งแรกเป็นรูปปรางค์ หลังจากได้ทำการบูรณะใหม่เมื่อราว 50 ปีที่ผ่านมานี้ จึงได้เปลี่ยนเป็นรูปทรงเจดีย์ และมีนามว่า พระธาตุขามแก่น ปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตวัดเจติยภูมิ บ้านขาม ตำบลบ้านขาม อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น

พระเจดีย์ขามแก่นถือว่าเป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวจังหวัดขอนแก่น ซึ่งจะมีงานพิธีบวงสรวง เคารพสักการะกันในวันเพ็ญเดือน 6 ทุกปี

ส่วนทางด้านทิศตะวันตกของเจดีย์พระธาตุขามแก่นนั้น มีซากโบราณที่ปรักหักพังปรากฏอยู่ โดยอยู่ห่างจากเจดีย์ราว 15 เส้น หรืออยู่คนละฟากทุ่งของบ้านขาม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริเวณแถบนี้น่าจะเป็นที่ตั้งของเมืองมาก่อน แต่ได้ร้างไปนาน

ดังนั้น จึงได้ถือเอานิมิตนี้มาตั้งนามเมืองว่าขามแก่น แต่ต่อมาจึงเรียกเพี้ยนมาเป็นเมืองขอนแก่น จนกระทั่งทุกวันนี้

 

ขอบคุณ วิกิพีเดีย

สิริสวัสดิ์ภุมวาร มานอวลบุษปคนธาลดาทิพย์นะคะ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
vinitvadee วันที่ : 14/11/2017 เวลา : 19.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขออภัยค่ะ

กะเทยนะคะ มิใช่ กระเทย ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
vinitvadee วันที่ : 14/11/2017 เวลา : 14.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

12

ด้วยความยินดีค่ะพี่ตุ้มขา _/\_

ความคิดเห็นที่ 11 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 14/11/2017 เวลา : 12.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

แม่มดไปอ่านและไปตอบไว้ในอีกเอ็นทรี่หนึ่งก่อนแล้วจึงแวะมาที่นี่
ขอบคุณเยอะๆเลยอีกครั้งหนึ่งนะคะ
เรื่องหมี่กระเทยนั้น เดาไว้อย่างนี้เหมือนกันค่ะแต่แม่มดว่า ให้เป็นผ้าไหมแท้เถอะ สีสดสีนุ่มงามทั้งนั้น
ส่วนหมี่ขอพระเทพ เดาว่าคงมีอะไรที่เกี่ยวกับท่าน เดาไว้แค่นั้นไม่ได้เดาต่อค่ะ
เขาก็ช่างสังเกตนะคะ รู้หมดว่าฉลองพระองค์มีลายอะไรบ้าง
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
vinitvadee วันที่ : 14/11/2017 เวลา : 09.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2


ผ้าไหมมัดหมี่ลายขอพระเทพฯ
ผ้าทอสี่ตะกอ
ลายขอพระเทพสีม่วง

OTop ร้านบ้านมัดหมี่

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
vinitvadee วันที่ : 14/11/2017 เวลา : 09.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2


ผ้าไหมมัดหมี่ลายขอพระเทพฯ
เป็นลวดลายของตำบลชนบทที่มีชื่อเสียง
1 ผืนจะเป็นผ้าลาย 2 หลา และผ้าพื้น 2 หลา
จาก Thaitambon.com

พี่ตุ้มคะ

ขออภัยที่ตอบช้า เพราะจะทานกลางวัน แว่บมาดูบล็อก
เพิ่งเห็นคำถามพี่ค่ะ

ภาพที่วางน้องก็อปเขามา เขาลงภาพนี้ น้องว่ามันผ้าแพรวา
แล้ว อ.ชนบท เขาก็ทอผ้ามัดหมี่ธรรมดา ค่ะ

หมี่ขอพระเทพ ก็หมี่ขอธรรมดานี่แหละค่ะ เขาถวายสมเด็จพระเทพรัตน์ ฉลองพระองค์มีลายนี้หลายองค์ค่ะ เขาเลยเรียกว่า หมี่ขอพระทพ

ส่วนหมี่กระเทย เท่าที่ทราบ คือให้สีสันฉูดฉาดมาก มีแต่กระเทยเท่านั้นที่กล้าใช้ เขาจึงเรียก หมี่กระเทยค่ะ

ขอบพระคุณนะคะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 8 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 14/11/2017 เวลา : 06.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

สนใจผ้าไหมค่ะ
ชื่อหมี่กะเทยกับลายขอพระเทพมีที่มาที่ไปอย่างไรคะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
vinitvadee วันที่ : 14/11/2017 เวลา : 05.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

อุทยานแห่งชาติภูเก้า คือที่เที่ยวจังหวัดขอนแก่น อีกเเห่งที่มีความสวยงามเเละน่ามาเที่ยวชมความสวยงามของธรรมชาติอย่างยิ่ง โดยครอบคลุมบริเวณถึง 333 ตารางกิโลเมตร

โดยสามารถมองเห็นความสวยงามของทะเลสาบด้านเหนือที่อยู่เหนือเขื่อนอุบลรัตน์ โดยนักท่องเที่ยวจะนิยมมาพักค้างเเรมโดยมีทั้งพื้นที่กางเต็นท์เเละมีที่พักของอุทยานไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว โดยมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง

เเละบริเวณใกล้เคียงกันนั้นก็เป็นที่ตั้งของวัดพระพุทธบาทภูเก้า ซึ่งจะปรากฏรอยเท้าของคน และสุนัขขนาดใหญ่สลักบนหิน

โดยเป็นเรื่องเกี่ยวกับนิทานพื้นบ้านเรื่อง พระสุพรหมวิโมขา กับหมาเก้าหาง เเละตามผนังถ้ำจะมีภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์

ขอบคุณ ThaiHRhub Travel Blog

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
vinitvadee วันที่ : 14/11/2017 เวลา : 05.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง นั้นเป็นสถานที่เที่ยวจังหวัดขอนแก่น ระดับไฮไลท์เลยทีเดียว เพราะที่จะจัดเเสดงเรื่องราวของไดโนเสาร์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดขอนแก่นอย่างมาก เพราะเป็นการค้นพบไดโนเสาร์ครั้งเเรกในประเทศไทย

โดยตัวพิพิธภัณฑ์นั้นตั้งอยู่ที่ อำเภอเวียงเก่า โดยมีการค้นพบซากไดโนเสาร์ครั้งเเรกในปี พ.ศ.2519 บริเวณพื้นลำห้วยประตูตีหมา โดยเป็นเศษส่วนปลายของกระดูกทางด้านขาหลังท่อนบนด้านซ้ายของไดโนเสาร์ซอริสเชียในกลุ่มซอโรพอด ซึ่งเป็นไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่อย่างมาก

ก่อนที่จะมีการค้นพบไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ในพื้นที่บริเวณนี้จนได้ โดยมีชื่อว่า ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรนี เเละอีกหลายสายพันธุ์ที่น่าสนใจเเละน่ามาชมทั้ง สยามโมซอรัส สุธีธรนี, สยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส, กินรีไมมัส เเละคอมพ์ซอกเนธัส

โดยตัวพิพิธภัณฑ์มีการจัดเเสดงอย่างดีเเละน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยจะเปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลา 8.30 น. จนถึง 16.30 น. ของทุกวัน

ขอบคุณ ThaiHRhub Travel Blog

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
vinitvadee วันที่ : 14/11/2017 เวลา : 05.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2


อำเภอชนบท นั้นนับว่าเป็นอีกเเหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของจังหวัดขอนแก่น มันตั้งอยู่ก่อนจะถึงตัวอำเภอเมืองขอนแก่น เป็นเเหล่งผลิตผ้าไหมมัดหมี่ที่มีชื่อเสียงอย่างมากของจังหวัดขอนแก่น

โดยมีการเล่นสีสันที่จัดจ้านอย่างยิ่ง โดยมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า หมี่กะเทย เเละมีการทอที่สวยงามประณีตอย่างมาก เเละมีลวดลายที่สำคัญอีกลายที่มีชื่อเสียงอย่างมากก็คือ ลายขอพระเทพ

โดยในเขตเทศบาลนั้นจะมีถนนสายไหม ซึ่งจะเป็นที่ตั้งของร้านขายผ้าไหมเรียงรายกันอยู่หลายร้านเลยทีเดียว เเละเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถมาเเวะเลือกซื้อเลือกหาผ้าไหมมัดหมี่สวยๆ ได้เป็นอย่างดี

ขอบคุณ ThaiHRhub Travel Blog

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
vinitvadee วันที่ : 14/11/2017 เวลา : 04.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

พระมหาธาตุแก่นนคร นั้นถือว่าเป็นสิ่งก่อสร้างทาวงพุทธศาสนาที่มีความสูงโดดเด่นอยู่ในตัวเมืองขอนแก่น โดยตั้งอยู่ริมบึงเเก่นนคร ในวัดหนองแวงเมืองเก่า พระอารามหลวง

สร้างขึ้นมาในเเบบสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างศิลปะสมัยทวาราวดี เเละศิลปะอินโดจีน โดยมีกลิ่นอายของศิลปะของพื้นบ้านอีสานเเบบอีสานตากแห

เพื่อร่วมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงครองสิริราช สมบัติครบ 50 ปี ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่เมืองขอนแก่นครบ 200 ปีเเห่งการก่อตั้งอีกด้วย

โดยความสูงขององค์พระมหาธาตุแก่นนครนั้นมีจำนวน 9 ชั้นด้วยกัน เเละเเต่ละชั้นจะมีการเเกะสลักเรื่องราวของพระพุทธเจ้าเอาไว้อย่างสวยงาม เเละชั้นบนสุดจะเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ เเละเป็นจุดชมวิวความสวยงามของตัวเมืองขอนแก่นที่มีความสวยงามเเละเป็นที่ประทับใจอย่างยิ่ง

โดยในยามกลางคืนนั้นจะมีการเปิดไฟที่องค์พระมหาธาตุแก่นนคร อีกด้วย จนเคยเกิดกรณีการวิจารณ์ว่าเหมือนกับหอไอเฟลในปารีสมาเเล้ว นับว่าเป็นหนึ่งใน ที่เที่ยวจังหวัดขอนแก่นที่ไม่ควรพลาดมาเที่ยวด้วยประการทั้งปวง

ขอบคุณ ThaiHRhub Travel Blog

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
vinitvadee วันที่ : 14/11/2017 เวลา : 04.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

พระธาตุขามแก่น นั้นเป็นปูชนียสถานสำคัญที่มีความสำคัญเเละเก่าเเก่อย่างมากของจังหวัดขอนแก่น เเละเป็นที่มาของชื่อเรียกขานจังหวัดเเห่งนี้ด้วย

โดยมีการกล่าวกันว่าพระธาตุเเห่งนี้สร้างขึ้นหลังพระธาตุพนมไม่นานนัก ประมาณ พ.ศ.500 เเละเป็นที่ประดิษฐานของพระอังคารธาตุ ซึ่งเเต่เดิมเเล้วมีความตั้งใจจะนำไปบรรจุรวมในพระธาตุพนมเเต่เดินทางไปถึงช้า

จึงทำให้ไม่ได้นำบรรจุเข้าไว้ในพระธาตุพนม เเละบนเส้นทางกลับมานั้นเมื่อมาถึงบริเวณที่ตั้งของพระธาตุในปัจจุบันนั้นก็พบกับตอมะขามที่ตายเเล้วมีต้นงอกออกมาให้ ซึ่งตอมะขามนี้เป็นที่พักพระธาตุเมื่อช่วงขาไป จึงทำการสร้าง พระธาตุขามแก่น ขึ้นมา

เเละมีการสร้างบ้านเเปลงเมืองบริเวณรอบๆ พระธาตุเเห่งนี้ จึงทำให้กลายเป็นสถานที่เที่ยวจังหวัดขอนแก่นที่มีความสำคัญ โดยตัวองค์พระธาตุนั้นมีมีสีทองเหลืองอร่ามเเละเป็นรูปเเบบสถาปัตยกรรมเเบบเดิมตั้งเเต่ต้นมาเลยโดยไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนเเต่อย่างใดจะมีก็เเต่การบูรณะเท่านั้นเรียกว่า ครูบาทั้งเก้าเจ้ามหาธาตุ

ด้านหลังนั้นจะเป็นพระอุโบสถหลังเก่าที่มีความสวยงาในรูปเเบบของงานสถาปัตยกรรมเเบบสิมไม้อีสาน ก่อนที่ถัดไปจะเป็นพระอุโบสถหลังใหม่ เเละถัดมาจะเป็นพระธาตุองค์เล็กที่เรียกว่า ครูบาทั้งแปด

ซึ่งเป็นที่บรรจุอัฐิธาตุของระอรหันต์ทั้ง 9 องค์ที่อัญเชิญพระอังคารธาตุ มาในครั้งนั้นไว้ในนี้ จึงทำให้พระธาตุเเห่งนี้เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวจังหวัดขอนแก่นเป็นอย่างมาก เเละจากชื่อเรียกว่าขามเเก่น ก็เพี้ยนมาเป็น ขอนแก่น เเบบที่เราทราบกันในปัจจุบันนั่นเอง

ขอบคุณ ThaiHRhub Travel Blog

ความคิดเห็นที่ 2 สำรวจฟ้า ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 14/11/2017 เวลา : 04.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขอบพระคุณท่าน PT ค่ะ

ที่จริงขอนแก่นมีที่เที่ยวชมศิลปวัฒนธรรม วัดสวยๆ สัตว์ดึกดำบรรพ์ ฯลฯ นะคะ

มันอยู่ที่ใจค่ะ ไม่อยากไปมากกว่า สนใจแต่เมืองช้าง

ขอบพระคุณนะคะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 1 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 14/11/2017 เวลา : 04.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

เดินทางไปเหนืออิสานบ่อย แต่ไม่เคยแวะขอนแก่นเลยครับ
เคยไปปราสาทพิมาย จะแวะไปแล้วแต่ตัดสินใจเลี้ยวกลับเพราะไม่มีเป้าหมายที่จะไปชมอะไร

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2017 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]