• vinitvadee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-06-29
  • จำนวนเรื่อง : 1151
  • จำนวนผู้ชม : 233889
  • ส่ง msg :
  • โหวต 442 คน
ยามเราสรวลสำรวลรื่น โลกก็ชื่นชมผสม
สะอื้นอ้อนอ่อนอารมณ์ ก็จำเศร้าแต่เราเดียว (กฤษณา อโศกสิน) มาคุยกันพลันเบิกบานใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/vinnapatra
วันเสาร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562
Posted by vinitvadee , ผู้อ่าน : 577 , 10:49:11 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน สิงห์นอกระบบ , แม่หมี และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

โดย: โรม บุนนาค

 

สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ หรือ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ในเรื่องนี้
 
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์
หรือ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ในเรื่องนี้
 

 
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นกษัตริย์พระองค์แรกของกรุงรัตนโกสินทร์ที่ขึ้นครองราชย์ขณะเป็นยุวกษัตริย์ เลยทำให้ผู้คนหวาดวิตกกันไปต่างๆนานา เกรงจะเหมือนยุวกษัตริย์สมัยกรุงศรีอยุธยาที่ถูกผู้ใหญ่ชิงราชย์บัลลังก์ทุกพระองค์
 
ยิ่งผู้สำเร็จราชการคือ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ก็ยิ่งวิตกกันหนักขึ้น เพราะชื่อมีคำว่า สุริยวงศ์ เหมือนเจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์ ที่ชิงราชบัลลังก์ขึ้นเป็น พระเจ้าปราสาททอง ทั้งยังมีตำแหน่งเป็นสมุหกลาโหมเหมือนกันเสียอีก
 
ประกอบกับตอนนั้นมีเรื่องวุ่นวายหลายเรื่องในบ้านเมือง เรื่องใหญ่ๆ ก็มี ๔ เรื่อง คือ กงสุลอังกฤษเกิดผิดใจกับรัฐบาลไทยถึงขั้นลดธงลง หมายถึงตัดพระราชไมตรี และเรียกเรือรบเข้ามา ทำให้ประชาชนแตกตื่น
 
เรื่องที่สอง มีเงินปลอมเกลื่อนตลาด ถึงขนาดพ่อค้าแม่ค้าปิดตลาดไม่ขายของ ทั้งยังมีเรื่องโจรผู้ร้ายชุกชุม อั้งยี่ก็กำเริบ ขณะสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกำลังประชวรหนักจากไข้ป่าที่พระราชบิดาเพิ่งสวรรคตจากโรคนี้ สถานการณ์จึงเอื้ออำนวยให้อาจเกิดเรื่องร้ายขึ้นได้ตามความวิตก

พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย ได้บันทึกไว้ใน “ความทรงจำ ของ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ” ให้เห็นวิธีที่เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ระงับเรื่องเหล่านี้ด้วยอุบายทำให้บ้านเมืองสงบได้ ความว่า

เรื่องกงสุลอังกฤษลดธงนั้น ตัวกงสุลเยอเนอรัล ชื่อ ยอร์ช น็อกส์ เวลานั้นไปยุโรปยังไม่กลับ ผู้รักษาการแทน คือ นายเฮนรี อาลาบาสเตอร์ เป็นผู้วิวาท
 
ด้วยเหตุที่พวกเจ้าภาษีฝิ่นในบังคับบัญชาของเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ไปจับฝิ่นเถื่อนที่โรงก๊วนพวกงิ้ว ข้างวัดสัมพันธวงศ์ เกิดต่อสู้กันจนไฟไหม้ก๊วน แล้วลามไปไหม้ร้านค้าของพวกแขกในบังคับอังกฤษ ทรัพย์สินเสียหายไปมาก
 
กงสุลอังกฤษว่าไฟไหม้เกิดจากพวกเจ้าภาษีเผาโรงก๊วน จะให้ลงโทษและจ่ายค่าเสียหายให้พวกแขก ฝ่ายเจ้าภาษีแก้ว่าพวกงิ้วจุดไฟเผาโรงก๊วนเพื่อจะหนีออกหลังโรง กงสุลไม่เชื่อ จะให้ตั้งข้าหลวงไต่สวนร่วมกับกงสุลตามข้อสัญญาว่าด้วยคนในบังคับของทั้งสองฝ่ายวิวาทกัน
 
เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ไม่ยอม ว่าเจ้าภาษีฝื่นไม่ได้วิวาทกับแขกในบังคับอังกฤษ จึงไม่ตรงกับสัญญา แต่รับว่าจะให้เงินทดแทนพวกแขกเพียงเท่าทุนที่ไฟไหม้ กงสุลก็ไม่ยอมจึงวิวาทกัน

เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์รู้ว่านายอาลาบาสเตอร์กับนายน็อกส์ไม่ค่อยกินเส้นกัน จึงพยายามโต้แย้งถ่วงเวลาจนนายน็อกส์กลับมาจึงพูดกันฉันท์มิตร ให้เห็นว่าการเอากรณีเล็กน้อยขนาดนี้มาเป็นเหตุวิวาทในขณะที่บ้านเมืองกำลังฉุกเฉินด้วยเปลี่ยนรัชกาล จะเป็นการเสียประโยชน์ของรัฐบาลทั้งสองฝ่าย
นายน็อกส์เห็นชอบด้วยจึงยอมถอนคดี
 
ส่วนเรื่องลดธง นายอาลาบาสเตอร์ชี้แจงว่า ที่จริงเป็นเพราะเชือกชักธงขาด จึงไม่ได้ชักธงในวันเตรียมต่อเชือก ไม่ใช่ลดธงทางการเมือง เรื่องราวจึงยุติลงด้วยดี แต่ทำให้นายอาลาบาสเตอร์ลาออก กลับไปอังกฤษ ฝ่ายแม่ทัพเรืออังกฤษประจำฮ่องกงที่ถูกเรียกให้มา นายพลเรือเกปเปลได้ข่าวว่าเปลี่ยนรัชกาลใหม่จึงเข้ามาด้วยตนเอง เข้าร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

เรื่องที่สองคือเงินปลอม เดิมใช้เงินตราพดด้วง ๓ ขนาด คือ บาท สลึง (๑ ใน ๔ ของบาท) เฟื้อง ( ๑ ใน ๘ ของบาท) ราคาต่ำกว่านั้นใช้เบี้ย เป็นหอยที่เก็บมาจากทะเล ตั้งค่า ๑ ใน ๖,๔๐๐ ของบาท
 
ถึงรัชกาลที่ ๔ มีเรือสินค้าจากต่างประเทศมามาก พวกต่างประเทศเอาเงินเหรียญเม็กซิโกมาซื้อสินค้า แต่คนขายไม่รับเพราะไม่รู้จัก
 
พวกพ่อค้าจึงเอาเงินเหรียญเม็กซิโกมาขอแลกที่พระคลังสมบัติก่อนไปซื้อสินค้า และมาแลกกันมากจนพระคลังผลิตเงินขึ้นมาไม่พอใช้ เพราะเงินพดด้วงทำด้วยมือ ทำทั้งกลางวันกลางคืนก็ได้เพียงวันละ ๒,๔๐๐ บาทเป็นอย่างมาก จึงทำให้การค้าฝืดเคือง

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดฯให้สั่งเครื่องจักรมาตั้งโรงกระษาปณ์ใน พ.ศ.๒๔๐๓ ทำเงินตราเปลี่ยนรูปเป็นเหรียญ คงราคาบาท สลึง เฟื้องตามเดิม ส่วนเบี้ยให้เลิกใช้ เปลี่ยนเป็นเหรียญทองแดง ๒ อย่าง
 
อย่างหนึ่งเรียกว่า “ซีก” มีอัตราครึ่งเฟื้อง คือ ๑ ใน ๑๖ ของบาท อีกอย่างเรียกว่า “เสี้ยว” เป็น ๑ ใน ๔ ของเฟื้อง ราคา ๑ ใน ๓๒ ของบาท ต่ำลงมาให้ทำเป็นเหรียญดีบุกขึ้น ๒ อย่าง เรียกว่า “อัฐ” เป็น ๑ ใน ๘ ของเฟื้อง เท่ากับ ๑ ใน ๖๔ ของบาท อีกอย่างเรียกว่า “โสฬศ” ราคา ๑ ใน ๑๐ ของเฟื้อง เป็น ๑ ใน ๑๒๘ ของบาท
 
แต่ดีบุกเป็นของอ่อน หล่อง่าย และหาได้ง่ายในประเทศนี้ จึงมีผู้ทำอัฐและโสฬศปลอมในกรุงเทพฯ ครั้นตรวจตราจับกุมกวดขัน ก็ย้ายลงไปทำตามหัวเมืองมลายู แล้วลอบส่งเข้ามาในกรุงเทพฯ จนอัฐปลอมมีแพร่หลาย ราษฎรไม่รู้ว่าอันไหนปลอมอันไหนจริง พากันรังเกียจไม่รับอัฐและโสฬศ แต่ถ้าไม่รับก็เกรงว่ารัฐบาลจะเอาผิด ถึงกับปิดร้านไม่ขายของ

พอเปลี่ยนรัชกาลได้ ๑๓ วันก็มีประกาศให้เอาเหรียญทองแดงและดีบุกของรัฐบาลมาแลก จะให้ราคาเต็มเพียง ๑๕ วัน หลังจากนั้นจะลดราคาเหรียญทองแดงซีกลงเป็นอันละอัฐ ลดราคาเหรียญทองแดงเซี่ยวลงเป็นอันละโสฬศ ลดราคาเหรียญอัฐดีบุกลงเป็นอันละ ๑๐ เบี้ย และลดราคาเหรียญโสฬศลงเป็นอันละ ๕ เบี้ย
 
แล้วทำเหรียญดีบุกตรารัชกาลที่ ๕ ขนาดเท่าเหรียญอัฐของเดิม เรื่องเงินอัฐปลอมก็สงบลง แต่ไม่นานก็มีปัญหาอีก เพราะทองแดงและดีบุกมีราคาสูงขึ้น มีราคามากกว่าค่าเงินที่ใช้ จึงมีคนรวบรวมเหรียญทองแดงและดีบุกส่งไปหลอมขายในต่างประเทศ จนเงินที่หมุนเวียนในตลาดไม่พอใช้
 
ราษฎรจึงหันไปซื้อปี้ถ้วยที่นายอากรบ่อนเบี้ยสั่งมาจากเมืองจีนสำหรับการเล่นเบี้ย พวกจีนจึงได้กำไรจากการสั่งปี้เข้ามาขายให้ราษฎรใช้กัน รัฐบาลจึงสั่งทำเหรีญทองแดง ซีก เสี้ยว อัฐ และโสฬศ จากยุโรปเข้าใช้ใน พ.ศ.๒๔๑๗ การเงินในตลาดจึงเรียบร้อยมาตั้งแต่นั้น

เรื่องเกิดผู้ร้ายชุกชุมนั้น เป็นนิสัยของคนพาลในประเทศนี้ เมื่อเจ้าพนักงานปกครองอ่อนเมื่อใดก็กำเริบ พอเปลี่ยนรัชกาลไดไม่นานมีโจร ๕ คนบังอาจปล้นกุฏิพระวัดพระเชตุพน ฆ่าพระธรรมเจดีย์ (อุ่น) ตาย
 
ต่อมาก็มีเรื่องฆ่ากัปตันสมิท นำร่องอังกฤษตายอีก เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ให้สืบจับโดยกวดขัน ได้ตัวมาประหารภายใน ๑๕ วันทั้ง ๒ คดี โจรผู้ร้ายในกรุงเทพฯก็สงบ แต่ไปชุกชุมทางหัวเมืองมณฑลอยุธยา
 
ทั้งยังเป็นโจรมีเส้น ช่วยปล้นและช่วยแก้คดีในศาล จนราษฎรพากันเกรงกลัวไม่กล้าฟ้องร้องหรือรับเบิกความเป็นพยานในศาล พวกผู้ร้ายก็กำเริบปล้นหนักขึ้น เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ไม่ไว้ใจพวกเจ้าเมืองกรมการ เลือกหาข้าราชการที่ไว้วางใจได้ ให้ไปเป็นข้าหลวงและแยกย้ายกันไปสืบโดยทางลับอีกหลายทาง

เล่ากันว่าข้าหลวงคนหนึ่งเห็นเรือแหวดเก๋งแจวสวนทางลงมาลำหนึ่ง สำคัญว่าเป็นเรือเพื่อนข้าหลวงที่ขึ้นไปจับผู้ร้ายด้วยกัน จึงเบนเรือเข้าไปหมายจะไต่ถามข้อราชการ เมื่อเข้าไปใกล้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเปิดม่านเก๋งเรือแหวดลำนั้นกวักมือเรียกและชี้มือไปในเก๋ง
 
จึงรีบไปขึ้นเรือลำนั้น จับได้ตัว “อ้ายอ่วม อกโรย” หัวหน้าผู้ร้ายคนสำคัญซึ่งกำลังนอนหลับอยู่ ด้วยผู้หญิงที่อ้ายอ่วมฉุดเอามาข่มขืนใจให้เป็นเมียได้ช่องจึงบอกให้ข้าหลวงจับ มีข้าหลวงอีกสายจับได้อ้ายโพ หัวหน้าโจรคนสำคัญอีกราย จากนั้นราษฎรก็เชื่อในอำนาจของรัฐบาล กลับเป็นใจช่วยสืบจับโจรกับพวกได้อีกมาก

พอจับหัวหน้าโจรดังๆได้ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ก็ขึ้นไปพระนครศรีอยุธยาพร้อมผู้พิพากษาตุลาการ ตั้งศาลรับสั่งพิพากษาทันที หัวหน้าโจรที่ต้องโทษถึงประหารชีวิตนั้น เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์สั่งให้ประหารชีวิตที่หน้าเพนียดคล้องช้างแห่งหนึ่ง ด้วยวิธีเอาขวานตัดหัวให้ขาด
 
ส่วนที่วัดชีตาเห็น ผักไห่ อีกแห่งหนึ่ง ให้ใช้วิธีผ่าอก ป่าวร้องให้คนมาดูโดยหวังจะให้คนพาลสยดสยอง ซึ่งสมเด็จฯกรมพระยาดำรงฯทรงบันทึกไว้ว่า

“...เรื่องนี้แม้ใครจะติเตียนว่าลงอาชญาอย่างทารุณ ก็ต้องยอมว่าได้ผลตามที่ท่านหวัง ด้วยโจรผู้ร้ายตามหัวเมืองเงียบสงัดลงในทันใด”

เรื่องพวกจีนตั้วเฮีย หรือเรียกกันในสมัยนี้ว่า “อั้งยี่” มีขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๔ ด้วยมีเรือสินค้าเข้าออกมากขึ้น ทั้งยังมีโรงสี โรงเลื่อย เกิดขึ้นในกรุงเทพฯหลายแห่ง ต้อใช้คนงานมาก แต่คนไทยไม่นิยมรับจ้างเป็นกรรมกร พวกพ่อค้าจึงต้องหาคนจีนมาเป็นแรงงาน
 
พวกคฤหบดีที่มีทุนรอนถึงกับไปหาจีนเลวจากเมืองจีนมาเป็นแรงงาน พวกเถ้าแก่ค้าขายหรือรับทำภาษีอากร มักจะฝากตัวอยู่กับเจ้านายและข้าราชการผู้ใหญ่ เมื่อมีกุลีมากจนต้องแย่งงานกันทำและเกิดการกระทบกระทั่งกัน จึงเอาวิธีสมาคมลับในเมืองจีนที่เรียกว่า “อั้งยี่” มาใช้ รวมพวกร่วมน้ำสาบานมาช่วยกัน และมีตั้งขึ้นมาหลายคณะ

เมื่อมีกำลังมากขึ้นพวกอั้งยี่ก็กำเริบ ไม่เพียงแต่จัดการกับคนจีนด้วยกันเท่านั้น ยังปล้นราษฎรไทยในหัวเมืองด้วย แม้จะจับตัวได้ราษฎรก็ยังหวาดหวั่น เกรงว่าจะแพร่เข้ามาถึงกรุงเทพฯ
 
ในตอนเปลี่ยนรัชกาลใหม่ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ได้สืบจับหัวหน้าอั้งยี่ได้หลายราย บางคนก็เป็นเถ้าแก่ที่ฝากตัวอยู่กับท่านกลับเป็นหัวหน้าอั้งยี่เสียเอง ต่างยอมรับสารภาพผิดขอพระราชทานโทษ จึงพิพากษาเพียงให้ทำสัตย์สาบาน สัญญาว่าจะไม่ประพฤติร้ายเป็นเสี้ยนหนามแผ่นดินอีก

แม้กระนั้นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ก็ยังไม่วางใจ จัดให้มีการฝึกซ้อมทหารที่สนามชัย เชิญสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จทอดพระเนตรเนืองๆ บางวันก็ให้ยิงทั้งปืนใหญ่ปืนน้อยทำนองประลองยุทธ บางวันก็ผูกหุ่นเป็นข้าศึกแล้วเอาช้างเข้าไล่แทง เป็นการขู่ให้พวกอั้งยี่เกรงกลัว ทำให้อั้งยี่สงบมาช้านาน

ในบ้านเมืองไม่ว่ายุคไหน มีทั้งคนดีและคนเลว ฉะนั้นคนที่มีหน้าที่ปกครองและรักษากฎกติกาของสังคม ต้องเอาจริงเอาจังไม่ให้คนเลวทำตัวเป็นเสี้ยนหนามของสังคมเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองได้ หากไม่ยอมเลิกราก็ต้องใช้มาตรการที่รุนแรงขึ้นจนสยบความชั่วเหล่านั้นได้
 
 
ขอบคุณ MGR Online
คุณโรม บุนนาค
 
สิริสวัสดิ์โสรวารค่ะ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
vinitvadee วันที่ : 05/02/2019 เวลา : 08.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขอบพระคุณน้าสิงห์ค่ะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
vinitvadee วันที่ : 02/02/2019 เวลา : 17.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขอบพระคุณพี่อ้อมค่ะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 4 สำรวจฟ้า ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 02/02/2019 เวลา : 17.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ใช่เลยค่ะท่าน PT
พวกโลกสวยกระหน่ำกันใหญ่แน่นอน
โลกทุกวันนี้กำลังเป็นโรค ตามแห่ ...

ความคิดเห็นที่ 3 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 02/02/2019 เวลา : 13.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

โจรผู้น้ายในสมัยนั้นฮึกเหิมไม่เกรงกลัวเจ้าหน้าที่เพราะไม่มีฝ่ายใดรับผิดชอบโดยตรง ปล่อยปละกันจนเห็นเป็นวิถีชีวิตธรรมดาๆที่ต้องเผชิญ การที่เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์เอาจริงกับเรื่องโจรผู้ร้าย หากเป็นสมัยนี้ต้องมีพวกโลกสวยออกมาคัดค้านต่อต้าน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
vinitvadee วันที่ : 02/02/2019 เวลา : 11.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

คุณลุงคะ

นับว่าท่านสมเด็จเจ้าพระยา "เอาอยู" นะคะ
แต่ สมเด็จโต วัดระฆัง ก็จุดไต้ดุ้นเบ้อเริ่มเข้าวังในเวลากลางวัน เพราะกลัว "ข่าวลือ" ที่ลือๆกันจัง ก็มีอาญาสิทธิ์นัก ฝรั่งยังมาประจบว่า บุญญาภินิหารเลิศล้ำ มาขายแชนเดอร์เลียสวยงามยอดเยี่ยมในโลกให้

พอเรือเทียบท่า ไอ๋หยา ทำไม่มันยาวจัง ที่บ้านแขวนไม่ได้ ต้องปลูกโรงให้มหาอัจกลับนี้อยู่ในแนวนอน สุดท้ายจึงน้อมเกล้าฯถวายในหลวง ... แล้วแขวนในพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ที่ใหญ่ที่สุดนั่นแหละค่ะ
ขอบพระคุณมากนะคะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 1 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 02/02/2019 เวลา : 11.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสยามกับชาติมหาอำนาจทั้งในและนอกประเทศในยุคนั้นไม่ค่อยราบรื่นเลยนะครับ เพราะหากเราพลาด เขาก็จะใช้เป็นข้ออ้างเข้ายึดเอาเราเป็นอาณานิคมเสียเลย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    



[ Add to my favorite ] [ X ]