• vinitvadee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-06-29
  • จำนวนเรื่อง : 1108
  • จำนวนผู้ชม : 225799
  • ส่ง msg :
  • โหวต 436 คน
ยามเราสรวลสำรวลรื่น โลกก็ชื่นชมผสม
สะอื้นอ้อนอ่อนอารมณ์ ก็จำเศร้าแต่เราเดียว (กฤษณา อโศกสิน) มาคุยกันพลันเบิกบานใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/vinnapatra
วันอาทิตย์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562
Posted by vinitvadee , ผู้อ่าน : 466 , 07:42:45 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ลิงเขียว , สำรวจฟ้า โหวตเรื่องนี้

โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 

[“นิทรรศการแสดงผลงานศิลปะของนักเรียน อาจารย์ และบุคลากร ครั้งที่ 8 : 60 ปี สาธิตจุฬาฯ” ซึ่งจะจัดขึ้นที่หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 24 ก.พ.นี้]
 
[“นิทรรศการแสดงผลงานศิลปะของนักเรียน อาจารย์ และบุคลากร ครั้งที่ 8 : 60 ปี สาธิตจุฬาฯ” ซึ่งจะจัดขึ้นที่หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 24 ก.พ.นี้]

โอ้โห!! นี่หรือฝีแปรงของเด็กประถม? หลายผลงานที่ถูกคัดเลือกให้มาจัดแสดงในนิทรรศการนี้ ทำให้รู้สึกว่าเหมาะแล้วที่พวกเขาถูกเรียกว่า “ศิลปิน” รวมถึงลายเส้นสุดสร้างสรรค์อีกหลายชิ้น ที่มาจากเด็กหญิง-เด็กชายแห่งรั้วสาธิตจุฬาฯ สะท้อนผลผลิตของสถาบันได้เป็นอย่างดีว่า อนาคตของชาติเหล่านี้มีดีทั้งศาสตร์และศิลป์ตามที่ถูกร่ำลือจริงๆ



รั้วรามจุรีผนึกกำลัง เติมเต็มเด็กผ่าน “ศาสตร์แห่งศิลป์”

 

“งานศิลปะไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอผลงานสุดท้ายว่า ผลงานแต่ละชิ้นนั้นเป็นอย่างไร แต่ในรายละเอียด-ในระหว่างทาง ที่จะนำมาสู่ผลงานนั้นๆ ศิลปินทุกๆ คนย่อมได้ฝึกสมาธิระหว่างสร้างผลงานไปด้วย

ผมจึงเชื่อว่าการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ย่อมก่อเกิดปัญญาให้นักเรียนได้เติมเต็ม “ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์” และผมเองก็ยินดีที่จะให้การสนับสนุนในการจัดแสดงผลงานในครั้งนี้”

ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวแสดงทัศนะในฐานะประธานเปิดงาน “นิทรรศการแสดงผลงานศิลปะของนักเรียน อาจารย์ และบุคลากร ครั้งที่ 8 : 60 ปี สาธิตจุฬาฯ” ซึ่งจะจัดขึ้นที่หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 24 ก.พ.นี้
 
โดยย้ำชัดถึงความคิดเห็นในแง่ที่ว่า เชื่อใน “พลังแห่งศาสตร์ศิลป์” ว่ามีผลต่อพัฒนาการที่สำคัญของเด็กๆ ไม่แพ้ศาสตร์ทางด้านวิชาการเลยทีเดียว


 
[ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ]
 

“โดยปกติแล้ว นักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ก็จะเป็นนักเรียนที่มีความสดใส มีความสามารถ มีความคิดที่เป็นอิสระอยู่แล้ว และวันนี้ก็เป็นอีกงานหนึ่งที่ช่วยสะท้อนว่า นอกเหนือไปจากความเก่งทางวิชาการแล้ว การที่จะเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นมนุษย์ที่ยกระดับขึ้นมาจากคนปกติ ต้องมีความพร้อม มีความเก่งทางด้านศิลปะด้วย

เพราะฉะนั้น ในวันนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่นักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม คณาจารย์ และบุคลากร ได้มีโอกาสนำผลงานศิลปะของตนเองมานำแสดง ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 8 และยังเป็นโอกาสอันดี ที่เราจะได้ร่วมฉลอง 60 ปีของการสถาปนาโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ด้วย


 

ไฮไลต์ที่น่าสนใจของการจัดแสดงผลงานในนิทรรศการนี้ก็คือ ฝีแปรงอันหลากหลายที่ถูกคัดสรรมาจากนักเรียนต่างโครงการ ทั้งนักเรียนที่มีความสามารถทางด้านศิลปะในโครงการเสริมศักยภาพทางด้านศิลปะ ที่เรียกว่าโครงการ Art Learning, นักเรียนที่เรียนในวิชาทัศนศิลป์ในชั้นเรียนปกติที่ได้รับคัดเลือก

รวมถึงนักเรียนในโครงการการศึกษาพิเศษเพื่อพัฒนาความสามารถทางการเรียนรู้ จากโครงการโรงเรียนพี่น้อง Sister Schools เมืองโคเงะ จ.ฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น อย่างที่ ผศ.ทินกร บัวพูล ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม ช่วยแจกแจงรายละเอียดเอาไว้ก่อนการเปิดงานอย่างเป็นทางการ

การแสดงนิทรรศการครั้งนี้มีความพิเศษ ที่จะได้นำเสนอผลงานของนักเรียนที่มีความสามารถทางด้านศิลปะอันหลากหลาย เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถทางด้านศิลปะของนักเรียนที่มีศักยภาพแตกต่างกัน ทำให้การจัดนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะในครั้งนี้ มีความครอบคลุมทั้งในด้านการจัดการศึกษาศิลปะในหลักสูตรปกติ, หลักสูตรพิเศษ และนักเรียนที่อยู่ในโครงการการศึกษาพิเศษด้วย”


 
[ผศ.ทินกร บัวพูล ผอ.สาธิตจุฬาฯ]


“ครูว่าศิลปะเป็นเครื่องมือสำคัญเลยค่ะที่เขาจะวางไว้ข้างๆ ไปตลอดชีวิต” สมใจ จงรักวิทย์ อาจารย์ผู้เป็นประธานโครงการ “Art Learning” (โครงการเสริมศักยภาพทางด้านศิลปะ) โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม ช่วยแสดงทัศนะเอาไว้
 
โดยวัดผลจากการสอนที่ดำเนินมาได้เป็นปีที่ 8 แล้ว พร้อมทั้งย้ำชัดว่าทักษะทางศิลปะ ที่เฝ้าปลูกฝังให้แก่เด็กๆ จะสร้างประสบการณ์ที่ไม่อาจหาได้จากในห้องเรียนทั่วไป

“ความคาดหวังของเราก็คือ อยากให้นักเรียนได้เรียนรู้เรื่องการชื่นชมความงาม เมื่อได้เห็นผลงานของคนอื่น และยังได้ภาคภูมิใจในผลงานของตัวเองด้วยที่ได้รับการยอมรับ
 

 
[งานนี้ อ.สมใจ จงรักวิทย์ ก็นำผลงาน "She is my smile" มาจัดแสดงเป็นตัวอย่างให้แก่นักเรียน ในฐานะประธานโครงการ “Art Learning” เช่นกัน]


ถือเป็นการเรียนรู้ประสบการณ์ด้าน “สุนทรียภาพ” ซึ่งเป็นประสบการณ์ขั้นสูง แต่เราสามารถปลูกฝังความรู้สึกนี้ไปกับเด็กประถมได้ง่าย โดยผ่านการเรียนการสอนที่ทำให้เขารู้สึกสนุกเป็นหลัก เพื่อสร้างทักษะที่อาจจะไม่ได้รับจากที่อื่น


เราเชื่อว่าเมื่อเขามีความเข้าใจศิลปะ รักในศิลปะ เขาก็จะกลายเป็นผลผลิตที่ต่อยอดความหวังของสังคมไปในแนวทางนี้ได้ต่อไป ถึงแม้บางคนอาจจะไม่ได้โตไปเป็นศิลปิน แต่เขาก็จะออกไปเป็นหมอที่มีศิลปะ, เป็นคนหลากหลายอาชีพที่ยังทำงานศิลปะในเวลาว่าง


 

หรือแม้แต่ต่อไปเป็นผู้นำของประเทศ ความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ก็ยังจะติดตัวเขาไปได้ตลอด และอาจจะกลายมาเป็นหนึ่งในแรงผลักดันเพื่อช่วยเหลือเครือข่ายด้านศิลปะได้ต่อไป”




“ศิลปินเด็กชื่อดัง” ตบเท้าร่วมโชว์ฝีแปรง-เชียร์รุ่นน้อง

 
[น้องแทน ลูกชายของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์]
 

“เด็กสมัยนี้ผมว่าเก่งกว่ารุ่นผมเยอะนะ เหมือนน้องเขาเห็นอะไรๆ ผ่านเทคโนโลยีมากกว่าสมัยผมเป็นเด็กๆ ทำให้เขาแยกแยะได้ว่าแบบไหนสวย-ไม่สวย และทำให้เขามีรสนิยมเป็นของตัวเองที่ชัดเจน”

น้องแทน โฆษิตพิพัฒน์ ลูกชายวัย 25 ของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ พูดในฐานะของศิลปินรุ่นเยาว์ หนึ่งในผู้นำผลงานศิลปะมาร่วมแสดงในครั้งนี้ ทั้งยังเคยรับบทเป็นอาจารย์รับเชิญ สอนศิลปะให้แก่นักเรียนในโครงการเสริมศักยภาพทางด้านศิลปะ โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม ที่เรียกว่าโครงการ “Art Learning” อีกด้วย

“อย่างผมเองก็ดูงานที่จัดแสดงมาบ่อยนะครับ แต่พอมาดูงานของเด็กที่ผมเคยสอนเองแบบนี้ มันทำให้เรารู้สึกอินมากกว่าที่ได้ดูชิ้นงานของเด็กอื่นๆ ชิ้นงานที่ชอบที่สุดในนี้ น่าจะเป็นงานแนวสีเกรยอง (แท่งถ่านที่ใช้สำหรับงาน drawing) โดยเฉพาะงานสีพาสเทลที่น้องๆ เขาวาด


 

สาเหตุที่ผมชอบ เพราะรู้สึกว่าโทนสีที่ใช้ดูสดใส เหมาะกับความเป็นเด็กในตัวเขาดี เพราะพอโตขึ้นมาแล้ว หลายคนอาจจะวาดไม่ได้แบบนี้อีกแล้ว เหมือนเสียมุมมองบริสุทธิ์ๆ แบบนี้ไป จะกลายเป็นงานมืดๆ มาแทนที่

ถามว่าศิลปะสำคัญต่อชีวิตคนเรายังไง ผมมองว่าศิลปะช่วยสอนเรื่องรสนิยมให้คนเราได้ครับ ทำให้เรามีความเป็นมนุษย์เหนือสัตว์อื่นๆ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เด็กๆ มีศิลปะอยู่ในชีวิต ถึงใครอาจจะไม่ได้วาดต่อไปแล้ว แต่ยังอยากให้ดูงานศิลปะต่อไปครับ

เพราะไม่ว่าต่อไปเราจะโตไปประกอบอาชีพอะไร ศิลปะก็สามารถหยิบไปใช้ควบคู่ในอาชีพนั้นๆ ได้ ไม่ว่าจะไปเป็นวิศวกร, สถาปนิก หรือแม้แต่หมอ ฯลฯ ผมเชื่อว่าทุกอาชีพมีศิลปะอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว


สำหรับผู้ปกครองของน้องๆ ที่อยากส่งเสริมด้านศิลปะให้แก่เด็กๆ ถ้าให้ผมแนะนำก็คงเป็นเรื่องพาเด็กๆ ออกไปเปิดหูเปิดตาครับ พาเขาไปเห็นเยอะๆ ให้ได้รู้สึกในสิ่งที่ในชีวิตประจำวันอาจจะไม่เคยพบเจอ เช่น ไปดูทิวทัศน์ ไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ หรือทำกิจกรรมอะไรที่แปลกใหม่
 
ก็น่าจะช่วยเสริมความคิดสร้างสรรค์ของเขาได้ขึ้นเยอะครับ เพราะอะไรก็ตามที่ทำให้เราคิดหรือรู้สึกได้ ผมมองว่ามันก็คือศิลปะ


 
[น้องเพ้นท์ฟ้า ศิลปินเด็ก และคุณพ่อ ผู้เป็นอาจารย์มาตลอดทั้งชีวิต]
 

แม้แต่ น้องเพ้นท์ฟ้า ชาญชุติวาณิช ศิลปินเด็กที่มีชื่อเสียงในการวาดภาพคน ผู้ได้รับการศึกษาแบบ Homeschool เน้นด้านศิลปะ ซึ่งมีผู้ปกครองสอนเองที่บ้าน ตั้งแต่อายุได้ 6 ขวบ ยังช่วยยืนยันจากประสบการณ์ตรง ถึงความสำคัญของงานศิลป์ว่า ช่วยขัดเกลาเรื่องอารมณ์ของเด็กๆ ได้จริงๆ

“สำหรับหนูศิลปะเป็นเรื่องสำคัญกับชีวิตคนเรานะคะ เพราะศิลปะมันอยู่ในทุกอย่างของชีวิต แล้วแต่ว่าเราจะครีเอตมันให้อยู่ในชีวิตยังไงได้บ้าง ศิลปะช่วยให้เราสบายใจได้ เวลาเครียดๆ ก็ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นได้ ยิ่งการได้วาดภาพคน ยิ่งทำให้ได้สื่อสารกับอารมณ์ของผู้คน แล้วถ่ายทอดมันลงไปบนหน้ากระดาษ

ผลงานของน้องๆ ในงานนี้ หนูมองว่าทุกคนมีฝีมือหมดเลยค่ะ เพราะมันเกิดขึ้นมาจากจินตนาการของตัวเขาเอง เห็นแล้วก็รู้สึกประทับใจหมดที่ได้เห็น หนูว่าการมีนิทรรศการแบบนี้ดีต่อเด็กนะคะ เพราะทำให้เด็กได้เห็นผลงานของตัวเองได้ใส่กรอบ ถูกเอามาวางโชว์ ทำให้รู้สึกถึงคุณค่าในสิ่งที่ตัวเองทำ โดยเฉพาะเด็กที่อยากโตไปเป็นศิลปินในอนาคตค่ะ


 
[น้องภูผา ศิลปินเด็กที่มีชื่อเสียงในการวาดเส้นลายไทยตามตำนาน]
 

“จะบอกว่าศิลปะทำให้เรารู้จักความพอดีในชีวิตก็ได้ครับ” น้องภูผา-รพีวิชญ์ จิรมิตรมงคล ศิลปินเด็กจาก จ.ราชบุรี ผู้มีชื่อเสียงในการวาดเส้นลายไทยตามตำนาน ช่วยคอนเฟิร์มอีกแรงเกี่ยวกับพลังบวกจาก “ศิลปะ” รวมถึง “แรงสนับสนุนจากผู้ปกครอง” ซึ่งเป็นแรงผลักที่สำคัญไม่แพ้กัน

“ศิลปะทำให้เด็กมีจินตนาการ ช่วยฝึกสมาธิ และในระหว่างที่วาดยังทำให้เรารู้จักตัวเองด้วยว่า เมื่อไหร่ควรจะเติมต่อ หรือเมื่อไหร่ควรจะพอ และเรื่องการสนับสนุนของผู้ปกครองเองก็สำคัญไม่แพ้กันครับ เพราะคุณพ่อคุณแม่นี่แหละครับที่เห็นแววของผมมาตั้งแต่เด็ก แล้วก็คอยสนับสนุนมาตลอด รวมถึงเรื่องการให้กำลังใจด้วย


 
[คุณแม่ไก่ ผู้ร่วมสนับสนุนด้านศิลปะของ น้องภูผา มาตลอดทาง]
 

แน่นอนว่าคุณแม่น้องภูผา คุณแม่ไก่-สาลินี อินทรีไข่ คือคนที่จะช่วยขยายความสิ่งที่ลูกชายเกริ่นเอาไว้ได้ดีที่สุด เพราะครอบครัวนี้คือคนเห็นแววศิลปินของน้องตั้งแต่วัย 2 ขวบ คอยผลักดันเรื่อยมา กระทั่งลายไทยในสไตล์ของเด็กผู้ชายคนหนึ่งไปเข้าตาไอดอลทางศิลปะของตัวเอง ให้ได้รับการยอมรับเป็นลูกศิษย์ของ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ในที่สุด

“แม่มองว่าสำคัญที่เราจะดูแลเรื่องจิตใจเขา คอยดูว่าเขาต้องการอะไร ขาดอะไร และศิลปะก็เป็นเรื่องสำคัญต่อเด็กนะคะ ถ้าเราปลูกฝังให้เขาได้ตั้งแต่เด็กๆ มันก็จะอยู่กับเขาไปได้ทั้งชีวิต ไม่ว่าลูกเราจะมีพรสวรรค์หรือไม่มีเลยก็ตาม แต่ถ้าเขามีจิตใจรักในสิ่งนั้น คนเป็นพ่อแม่ก็ควรจะสนับสนุนเขา และคอยสนับสนุนในสิ่งที่เขารัก เพราะแม่มองว่ามันมีประโยชน์ต่อเขาทั้งนั้น

แม่ไม่เคยกลัวเลยว่าถ้าสนับสนุนด้านนี้ แล้วเกิดเขาอยากเป็นศิลปินขึ้นมา เขาจะต้องไส้แห้งในอนาคต เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ถ้าเขาเลือกทำอะไรแล้วมีความสุข แม่ก็จะมีความสุขเหมือนกัน เพราะแม่ว่ามันดีที่สุดแล้วที่จะสนับสนุนในสิ่งที่เขารัก

เพราะอย่างน้อยๆ เขาก็จะได้ประสบความสำเร็จในด้านจิตใจของตัวเอง และที่สำคัญ แม่มองว่าทุกอาชีพมันมีสิ่งดีๆ ในตัวอยู่แล้ว มีทางไปของมันได้เอง อยู่ที่ว่าเขาจะทำได้ดีที่สุดแค่ไหน”




ผู้ปกครองคอนเฟิร์มศักยภาพ “ห้องเรียนศิลปะ” ปรับอารมณ์-เสริมชีวิต

 
[น้องอิน และ คุณแม่อ้อม]
 

“รู้สึกดีค่ะที่ทางสาธิตจุฬาฯ ไม่ได้เน้นให้เด็กเรียนอย่างเดียว แต่ยังส่งเสริมกิจกรรม ดึงศักยภาพของเด็กด้านศิลปะแบบนี้ออกมาด้วย”

คุณแม่อ้อม-ยินดี รัตนภิญโญวงศ์ ที่ปรึกษาอิสระ วัย 41 ปี พูดในฐานะคุณแม่ของ น้องอิน-ฤภวัส รัตนภิญโญวงศ์ นักเรียนชั้น ป.5 สาธิตจุฬาฯ เจ้าของผลงานชื่อ “My Mom” ที่ได้รับเลือกจากวิชาศิลปะในห้องเรียน ให้รับสิทธิจัดแสดงในนิทรรศการแสดงผลงานของนักเรียนชั้นประถม และบุคลากรชาวสาธิตจุฬาฯ ในครั้งนี้ด้วย


 
 

“ถ้าเราให้เด็กเรียนตามแบบท่องจำ เน้นวิชาการอย่างเดียว ก็อาจจะทำให้เด็กเครียดเกินไป แต่การให้เด็กได้พุ่งสมาธิมาที่กิจกรรมแนว soft skill แบบนี้ มันก็ทำให้เด็กได้ผ่อนคลาย เหมือนอย่างเวลาลูกเครียดๆ เขาก็จะหยิบกระดาษขึ้นมาวาดภาพ แล้วสักพักเขาก็ผ่อนคลายไปได้เองค่ะ แถมยังเป็นการฝึกฝนไปในตัวด้วย

แม่มองว่าการจัดกิจกรรมแบบนี้เป็นเรื่องที่ดีนะคะ เพราะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เด็ก เวลาเขาเห็นชิ้นงานของรุ่นพี่ หรือได้เห็นลายเส้นที่แตกต่าง รูปแบบการวาดที่หลากหลาย เขาอาจจะเอาไปประยุกต์ใช้กับงานของตัวเองได้ในวันข้างหน้า

และการที่ผลงานของเขาได้รับเลือก มันก็ทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง ทำให้เขาอยากทำมันต่อไปเรื่อยๆ เพราะรู้สึกว่ามีคนมองเห็นคุณค่าในสิ่งที่เขาชอบทำ ซึ่งแม่ก็มองว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับตัวเด็กด้วยค่ะ”


 
[น้องลูกพีช และครอบครัว]
 

คุณแม่ลิน-นลินรัตน์ กิตติกำพลรัตน์ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ วัย 42 คุณแม่ของ น้องลูกพีช-พีชญาฎาย์ ลอยกุลนันท์ นักเรียนชั้น ป.3 สาธิตจุฬาฯ คืออีกหนึ่งเสียงสะท้อนที่ยืนยันให้เห็นว่า ผู้ปกครองยุคใหม่ไม่ได้ต้องการให้ลูกๆ มุ่งไปในด้านวิชาการอย่างเดียว แต่อยากให้ได้รับประสบการณ์จากห้องเรียนคลาสพิเศษด้านศิลปะด้วย

“ส่วนตัวมองว่าปกติแล้วทางสาธิตจุฬาฯ ก็สอนศิลปะในห้องเรียนดีอยู่แล้วค่ะ แต่พอมีโครงการ Art Learning คัดเด็กที่มีแววทางด้านนี้ให้เข้าไปเรียนเฉพาะ ยิ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ และยังเป็นการเรียนเสริมจากทางโรงเรียนเอง ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เพิ่มเติมโดยไม่ต้องออกไปพึ่งสถาบันข้างนอก

แต่มันก็น่าเสียดายตรงที่เขารับคัดเฉพาะเด็ก ป.1 ขึ้น ป.2 ครั้งเดียวเท่านั้น ทำให้เด็กบางส่วนที่ค้นตัวเองเจอช้ากว่านั้นว่าชอบมาทางด้านนี้ ไม่สามารถสอบเข้าไปเรียนได้อีกแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายค่ะ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มีการพิจารณาหรือสอบคัดเลือกกันทุกปี อาจจะช่วยให้เด็กๆ อีกหลายคนที่มีแวว ได้มีโอกาสพุ่งมาทางนี้กันมากขึ้น


 
[น้องโพลิ ผลผลิตจากโครงการ Art Learning]
 

น้องโพลิ-กันตภณ ประสานสุข นักเรียนสาธิตจุฬาฯ ชั้น ป.2 คือหนึ่งตัวอย่างจากผลิตผลในโครงการ “Art Learning” ที่มีผลงานมาวางแสดงในนิทรรศการในครั้งนี้ด้วย บอกเล่าให้ฟังผ่านเสียงใสๆ ของเด็กชายว่า จริงๆ แล้วเขาชอบทั้งเตะบอลและวาดภาพ แต่รู้สึกว่าเวลาวาดภาพสนุกกว่า เพราะได้ใช้จินตนาการของตัวเอง อย่างที่ไม่สามารถทำได้ในกิจกรรมอย่างอื่น

ตอนวาดภาพจะรู้สึกมีความสุขมากกว่า เพราะได้คิดไปกับสิ่งที่วาดอยู่ด้วย อย่างภาพนี้ ที่วาดเพราะอาจารย์เขาให้หัวข้อ “สัตว์ประหลาดในจินตนาการ” ครับ ที่ผมเลือกใช้สีเทียน เพราะรู้สึกว่ามันสามารถระบายได้เรียบดี แล้วก็ใช้เวลาไม่นานด้วย และที่เลือกใช้หลายๆ สี เพราะอยากให้ monster ของผมมีสีสันสร้างสรรค์

แรงบันดาลใจ monster ตัวนี้ มาจากกระโปรงของเด็กผู้หญิงครับ เพราะผมอยากวาดอะไรที่ต่างออกไปจากเดิม จากปกติจะวาดอะไรที่เป็นผู้ชายมาตลอด ครั้งนี้เลยคิดจากอะไรที่เป็นผู้หญิง แล้วค่อยใส่หน้าสัตว์ประหลาด กับรายละเอียดอย่างอื่นลงไปทีหลัง”


 
[คุณแม่ฝน ถ่ายรูปด้วยความภาคภูมิใจในผลงานของลูกชาย]
 

ว่าแล้วคุณแม่วัย 39 ของน้องโพลิ คุณแม่ฝน-อาภาสิณี ประสานสุข ก็ช่วยขยายความลูกชายเพิ่มเติม ผ่านมุมมองของคนที่เห็นแววด้านศิลป์ของลูกมาตั้งแต่อนุบาล 3 ว่า งานศิลปะช่วยลับคมรอยหยักในหัวของเด็กๆ ได้จริงๆ

“โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ เขาพร้อมจะสนับสนุนเด็กๆ อยู่แล้วค่ะ ไม่ว่าใครอยากจะพุ่งไปทางด้านไหน ถ้าอยากเป็นนักกีฬาก็จะมีพื้นที่รองรับไว้ให้ หรือถ้าอยากไปสายดนตรี ก็จะมีวงให้เลือกเล่นได้ ซึ่งคุณแม่ก็เห็นด้วยนะคะที่ทางโรงเรียนไม่ได้เน้นด้านวิชาการ เน้นให้เรียนหนังสืออย่างเดียว เพราะคุณแม่เชื่อว่าทุกสิ่งที่เขาทำด้วยความสุข ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม มันจะออกมาดี

คุณแม่ว่าศิลปะช่วยเรื่องการจัดการอารมณ์ของลูกได้ อย่างช่วงที่เขาอารมณ์ไม่ดี เขาก็จะหยิบกระดาษขึ้นมาวาดรูป แล้วสักพักเขาก็จะอารมณ์ดีขึ้น มันทำให้เราเห็นว่าศิลปะมันบำบัดอารมณ์คนเราได้จริงๆ อย่างที่เคยได้ยินมา แต่ก็เพิ่งเห็นกับตาตอนเกิดขึ้นกับลูกตัวเองนี่แหละค่ะ

เรื่องความจำคุณแม่ว่าศิลปะก็ช่วยได้เหมือนกัน เหมือนการวาดรูปมันช่วยฝึกสมองให้เขาได้ด้วย ดูง่ายๆ จากส่วนใหญ่เด็กสาธิตจุฬาฯ อาจจะไม่ได้จริงจังเรื่องเรียนอย่างเดียว แต่กลับเรียนดีแทบทุกคน ส่วนตัวคิดว่าอาจจะเป็นเพราะกิจกรรมที่แต่ละคนได้รับ อย่างการวาดรูปที่น่าจะช่วยพัฒนาสมองเขาได้ด้วย ก็เลยทำให้การเรียนของเขาดีตามไปด้วย


 

ส่วนเรื่องการจัดนิทรรศการแบบนี้ให้เด็กๆ คุณแม่ก็มองว่าเป็นเรื่องที่ดีมากนะคะ แม้แต่อาจารย์ในโครงการ Art Learning ก็จะย้ำตลอดว่า ไม่ได้เน้นว่าเด็กจะต้องวาดรูปสวย ตอนที่คัดเลือกเข้าโครงการก็มีเด็กหลายคนที่ไม่ได้ พ่อแม่ก็ไปถามอาจารย์ อาจารย์ก็บอกว่าไม่ได้ดูที่ความสวยงาม แต่ดูที่ลายเส้น ถ้าลายเส้นของเด็กพัฒนาได้ อาจารย์เขาก็คิดว่าเหมาะกับตัวโครงการ

ก็ต้องขอบคุณทางสาธิตจุฬาฯ ด้วยค่ะที่ทำให้ลูกมีความสุขในการเรียน ไม่มีอะไรที่พ่อแม่ต้องการไปมากกว่า การให้ลูกได้รับความสุขแล้วค่ะ และเหมือนทางโรงเรียนเขาก็ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ไม่ได้ทำเพื่อตัวอาจารย์ หรือแค่เรื่องสถาบัน แต่เขาทำเพื่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อตัวเด็กจริงๆ”
 


 
[พิธีเปิดงาน “นิทรรศการแสดงผลงานศิลปะของนักเรียน อาจารย์ และบุคลากร ครั้งที่ 8 : 60 ปี สาธิตจุฬาฯ” ซึ่งจะจัดไปจนถึงวันที่ 24 ก.พ.นี้]

 

 

 

 

 

 

 

 

 
[ผลงานของ อ.สมใจ ประธานโครงการ “Art Learning”]


 

 
[ผลงานของ อ.ศุภฤดี มณีจันทร์ บุคลากรในสาธิตจุฬาฯ ที่ร่วมแสดง เพื่อเป็นแบบอย่างแก่นักเรียน]


 
[ผลงานชื่อ "Our School" ของ อ.สุภิญญา สมทา]

ข่าวและภาพ: ทีมข่าว MGR Live
 
 
 
ขอบคุณ MGR Online
ทีมข่าว MGR Live
 
อาทิตยวารสิริสวัสดิ์ค่ะ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลิงเขียว from mobile วันที่ : 17/02/2019 เวลา : 16.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

หลากหลายรูป
น่ารักดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า from mobile วันที่ : 17/02/2019 เวลา : 13.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

เด็กๆที่ชอบงานศิลปจะมีสมาธิสูง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
vinitvadee วันที่ : 17/02/2019 เวลา : 09.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ด้วยความยินดียิ่งค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
redribbons07 วันที่ : 17/02/2019 เวลา : 08.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ขอบคุณที่แชร์ข่าวงานศิลปะ 60 ปี สาธิตจุฬาฯ นะคะ


.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    



[ Add to my favorite ] [ X ]