• vinitvadee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-06-29
  • จำนวนเรื่อง : 1166
  • จำนวนผู้ชม : 239669
  • ส่ง msg :
  • โหวต 448 คน
ยามเราสรวลสำรวลรื่น โลกก็ชื่นชมผสม
สะอื้นอ้อนอ่อนอารมณ์ ก็จำเศร้าแต่เราเดียว (กฤษณา อโศกสิน) มาคุยกันพลันเบิกบานใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/vinnapatra
วันศุกร์ ที่ 22 มีนาคม 2562
Posted by vinitvadee , ผู้อ่าน : 502 , 07:49:33 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

โดย: โรม บุนนาค
 
 
 
 
 

ในจำนวนแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ๑๐๘ แห่งในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งนี้ สระแก้ว ซึ่งเป็นสระหินในถ้ำมืดของจังหวัดยะลา มีความเป็นมาน่าสนใจแห่งหนึ่ง อยู่ใกล้กับถ้ำสว่าง ซึ่งอยู่เหนือขึ้นไปในภูเขาเดียวกัน และมีพระพุทธไสยาสน์โบราณขนาดใหญ่องค์หนึ่ง พระพุทธไสยาสน์องค์นี้สร้างโดยเจ้าเมือง ๓ เมือง คือ กลันตัน ตรังกานู ปะหัง ซึ่งอยู่ในมาเลเซียในขณะนี้

สระแก้ว มีสภาพเป็นแอ่งหินกว้างประมาณ ๒ เมตร ยาว ๔ เมตร ลึก ๑ เมตรเศษ เป็นสระหินอยู่ในถ้ำของภูเขาพระพุทธไสยาสน์ วัดคูหาภิมุข ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมืองยะลา มีน้ำที่ไหลซึมลงมาจากที่สูงตามรากหินลงสู่อ่าง เป็นน้ำใสจนมองเห็นก้นสระได้
 
ที่ตั้งของสระนี้อยู่ตรงกลางถ้ำที่มีทางทะลุออกได้ทั้ง ๒ ด้าน ปากถ้ำมีพระปรมาภิไธย ป.ป.ร. ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงจารึกไว้เป็นเครื่องหมายว่าได้เสด็จมาแล้ว
 
ทางเดินในถ้ำมืดมิต้องอาศัยไฟฉาย พอถึงกึ่งกลางก็จะถึงสระแก้ว เมื่อเอาไฟฉายส่องดูก็จะเห็นน้ำใสดุจตาตั๊กแตน เมื่อทะลุออกจากถ้าอีกด้านก็จะถึงลานดินที่มีรสเค็ม เรียกกันว่า นาเกลือ

เบื้องบนของภูเขานี้ มีถ้ำสำคัญคู่กับถ้ำมืดอีกถ้ำหนึ่ง เรียกกันว่า ถ้ำสว่าง มีพระพุทธรูปไสยาสน์โบราณขนาดใหญ่ ปั้นด้วยดินเหนียวโดยใช้ไม่ไผ่เป็นโครง สร้างขึ้นสมัยศรีวิชัยรุ่งเรืองราว พ.ศ.๑๓๐๐ หรือสมัยเดียวกับพระบรมธาตุเมืองนคร มีขนาดความยาว ๘๑ ฟุต ๑ นิ้ว ประดิษฐานภายในถ้ำวัดคูหาภิมุข เดิมชื่อ วัดหน้าถ้ำ กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๘

พระพุทธไสยาสน์องค์นี้มีตำนานกล่าวว่า พระเจ้ามหาราช กษัตริย์พระองค์หนึ่งที่ปกครองเมืองศรีวิชัย ทรงนับถือศาสนาพุทธฝ่ายมหายาน มีพระศรัทธาที่จะสร้างปูชนียวัตถุไว้เช่นเดียวกับพระเจ้าอโศกมหาราชแห่งอินเดีย และทรงค้นพบพระเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งพระราชกุมารและพระราชกุมารีของกษัตริย์ที่นับถือพุทธศาสนาจากอินเดียนำมาเมื่อครั้งหนีภัยสงคราม
 
จึงโปรดให้สร้างใหม่สูงกว่าเดิม ๑๐ เท่า เมื่อทรงสร้างของใหญ่เช่นนี้ จึงทรงเกณฑ์บรรดาเจ้าเมืองเรียกว่า ๑๒ นักษัตร คือ

ปีชวด ให้เมืองสาย หรือสายบุรี ถือตราหนู
ปีฉลู เมืองตานี ถือตราโค
ปีขาล เมืองกลันตัน ถือตราเสือ
ปีเถาะ เมืองปาหัง ถือตรากระต่าย
ปีมะโรง เมืองไทรบุรี ถือตรางูใหญ่
ปีมะเส็ง เมืองพัทลุง ถือตรางูเล็ก
ปีมะเมีย เมืองตรังกานู ถือตราม้า
ปีมะแม เมืองชุมพร ถือตราแพะ
ปีวอก เมืองปันท้ายสมอ ถือตราลิง
ปีระกา เมืองอุเสา ถือตราไก่
ปีจอ เมืองตะกั่วป่า ถือ ตราสุนัข
ปีกุน เมืองกระ หรือกระบุรี ถือตราหมู

มีพระราชโองการให้เมืองเหล่านี้มาช่วยทำอิฐปูนก่อพระบรมธาตุ ซึ่งก็คือพระธาตุไชยาในปัจจุบัน

เมื่อเสร็จงานนี้แล้ว เจ้าเมืองบางคน เช่นเจ้าเมือง กลันตัน ตรังกานู ปะหัง ได้เดินทางกลับผ่านมาทางเมืองยะลา เห็นถ้ำสว่างเป็นที่รโหฐาน จึงพร้อมใจกันก่อพระพุทธรูปไสยาสน์เอาไว้ แต่ยังไม่ทันแล้วเสร็จก็เกิดภัยแล้งอย่างหนักจนผู้คนล้มตายกันมาก แม้เจ้าเมืองและผู้คนที่ร่วมก่อพระพุทธไสยาสน์ก็ต้องขาดน้ำแม้จะกิน
 
จึงพากันเชื้อเชิญบรรพชิตและผู้ทรงคุณทางไสยศาสตร์มาช่วยประกอบไสยเวทวิชาตลอด ๗ วัน ๗ คืน ในวันที่ ๗ ก็มีเสียงดังลั่นน่าสะพรึงกลัวในถ้ำมืด ทำให้ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีกันไปคนละทิศละทาง
 
ครั้นเมื่อเสียงนั้นสงบลง ผู้กล้าก็พากันเข้าไปดู ก็เห็นธารน้ำไหลหลั่งออกมาจากถ้ำมืดนั้น ครั้นเข้าไปถึงสระแก้วซึ่งแต่เดิมไม่เคยมีน้ำ ก็เห็นมีน้ำ และใสเป็นมหัศจรรย์ ต่างพากันดื่มกิน ทำให้โรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายหายไปสิ้น การก่อสร้างพระพุทธไสยาสน์ก็สำเร็จลงด้วยน้ำในสระนี้ จึงเรียกกันว่า สระแก้ว ตลอดมา

น้ำในสระแก้วมีประวัติความเป็นมาว่าได้รับการเชื่อถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่สมัยศรีวิชัย และใช้เป็นน้ำอภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกมาตั้งแต่รัชกาลที่ ๖ เป็นต้นมา
 


 

 

 
 
 
ขอบคุณ MGR Online
คุณโรม บุนนาค
 
สิริสวัสดิ์ศุกรวารค่ะ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
vinitvadee วันที่ : 22/03/2019 เวลา : 12.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขอบพระคุณ คุณลุงยั้งคิดค่ะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
vinitvadee วันที่ : 22/03/2019 เวลา : 12.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

2

คุณสุกรวดี
ด้วยความยินดีค่ะ
ขอบคุณมากนะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สุกรวดี วันที่ : 22/03/2019 เวลา : 09.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rojanar

รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม
ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
vinitvadee วันที่ : 22/03/2019 เวลา : 08.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

กระบี่ในอาณาจักรนครศรีธรรมราช

ชุมชนนครศรีธรรมราช ณ หาดทรายแก้วจะมีมาตั้งแต่เมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานเด่นชัด ทราบแต่เพียงในตำนานเมือง
นครศรีธรรมราชว่า พระยาศรีธรรมโศกราชเป็นผู้สร้างเมืองนี้และปรากฏชื่อในคัมภีร์มหานิเทศติสสเมตเตยยสูตร เรียกเมืองนี้
ว่า "ตามพรลิงค์" หรือ ตมพลิงคม" ในจดหมายเหตุจีนของหลวงจีนอี้จิง เรียกว่า "ตั้งมาหลิง"
เมื่อได้จัดการปกครองมั่นคงแล้ว ขยายอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวางไปโดยรอบ ดังปรากฏในปูมโหรว่า มีเมือง ๑๒ นักษัตร ใช้รูปสัตว์ต่างๆ เป็นตราประจำเมืองขึ้นต่อนครศรีธรรมราชโดยตรง คือ

๑. เมืองสายบุรี ตราหนู
๒. เมืองปัตตานี ตราวัว
๓. เมืองกะลันตัน ตราเสือ
๔. เมืองปะหัง ตรากระต่าย
๕. เมืองไทรบุรี ตรางูใหญ่
๖. เมืองพัทลุง ตรางูเล็ก
๗. เมืองตรัง ตราม้า
๘. เมืองชุมพร ตราแพะ
๙. เมืองบันไทยสมอ ตราลิง
๑๐. เมืองสะอุเลา (สงขลา) ตราไก่
๑๑. เมืองตะกั่วป่า,ถลาง ตราหมา
๑๒. เมืองกระ (บุรี) ตราหมู

นักค้นคว้าทางโบราณคดีให้ความเห็นว่า เมืองกระบี่นั้นมิได้เป็นเมืองใหม่เลย มีสภาพเป็นบ้านเมืองแล้วตั้งแต่ พ.ศ.๙๐๐ เป็นย่านปากน้ำสำคัญไปสู่สุราษฎร์ธานีได้ และเมืองกระบี่ในสมัย มหาอาณาจักรดินแดง ก็เป็นเมือง ๑๒ นักษัตร ชื่อว่า "บันไทยสมอ" หรือ "ปันท้ายหมอ" ใช้ตราลิง

คำว่า "กระบี่" ไม่ใช่คำใหม่แต่มีมานานแล้ว เช่น คลองกระบี่ใหญ่ กระบี่น้อย

เมืองปากาไส คำว่า "ปากา" แปลว่า "กระบี่" คือ ดาบ

การได้ชื่อว่า "บันไทยสมอ" นั้นเป็นคำเรียกเพี้ยนมาจากชื่อบ้านเมืองที่ตั้งขึ้นจากสภาพความเป็นอยู่ของท้องถิ่นภาษาไทยปักษ์ใต้ ในจังหวัดกระบี่มีบ้านหนึ่งชื่อ "บ้านไสไทย"

คำว่า "ไส" เป็นคำเรียกชื่อแหล่งบ้านที่อยู่ ที่ทำกิน ซึ่งหักร้างถางพงในการเพาะปลูกหรือทำไร่มาแล้ว ต่อจากบ้าน ไสไทยมีบึงใหญ่เรียกกันว่า "หนองเล"

ต่อจากนั้นไปเรียกว่า "บ้านในสระ" คำว่า "สมอ" คือ น้ำเต็ม ปริ่มสระ ทั้งนี้เป็นคำไทยปักษ์ใต้ บ้าน (ไส) ไทยส(ระ)มอ เห็นว่าบ้านเป็น "บัน" เพราะพูดเสียงห้วนไป แล้ว "ไส" ขาดตกไป เป็น "บันไทย" และ "บัน" คือ เมืองที่อยู่, ที่สำนัก เมื่อเป็นบันไทยสมอ คือ "บ้านไทยที่มีสระน้ำมอปริ่ม"

การที่นักค้นคว้าเหล่านี้ให้ความเห็นว่ากระบี่เป็นบ้านเมืองแล้วมาตั้งแต่ พ.ศ.๙๐๐ นั้น คงจะพิจารณาจากหลักฐานต่างๆ ที่ค้นพบ เช่น หลักฐานจากควนลูกปัดก็ดี พระพุทธรูป พระพิมพ์ รูปปฏิมากรรมอื่นๆ ที่พบตามถ้ำต่างๆ ในจังหวัดกระบี่มีมากมาย

ชาวกระบี่หลายท่านที่ค้นพบรูปปฏิมากรรมต่างๆ ที่นำมาเก็บรักษาไว้เป็นส่วนตัว ที่พบมากได้แก่ รูปฤาษีสร้างด้วยโลหะ

ส่วนพระพิมพ์นั้นมักจะเป็นพระพิมพ์ดินดิบเป็นแบบคุปตะ ก็เข้าเค้ากับหลักฐานที่ว่า ในศตวรรษที่ ๔ แห่ง คริสตกาล
(ราว พ.ศ. ๙๐๐) งานออกแสวงหาดินแดนเพื่อตั้งบ้านเมืองของชาติอินเดียได้เป็นไปอย่างกว้างขวางทั่วดินแดนสุวรรณภูมิ

ในราว พ.ศ. ๑๐๐๐ เป็นที่เชื่อได้ว่า พวกอินเดียทางบริเวณปากน้ำคงคาได้มายังสุวรรณทวีป เพราะปรากฏว่าพระพุทธรูปแบบคุปตะมีอยู่ทั่วไปตลอดแหลมมลายู เกิดอาณาจักรต่างๆ ขึ้นมามากมาย

พวกนี้ได้นำเอานักบวช ช่างปฏิมากรรมมาด้วย อันเป็นเหตุให้เกิดพระพุทธรูป เทวรูป และ รูปปฏิมากรรมอื่นๆ

ส่วนสภาพเมืองเล็กๆ ในสมัยก่อนคงไม่มีสิ่งก่อสร้างที่ถาวร นอกจากใช้วัสดุพื้นเมือง จึงไม่ค่อยจะเหลือหลักฐานอะไรมากมายในด้านการก่อสร้าง

ตัดความมาจาก ดินแดนบริเวณจังหวัดกระบี่ในยุคโบราณ
KRABIALL.COM

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]