• vinitvadee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-06-29
  • จำนวนเรื่อง : 1199
  • จำนวนผู้ชม : 247802
  • ส่ง msg :
  • โหวต 477 คน
ยามเราสรวลสำรวลรื่น โลกก็ชื่นชมผสม
สะอื้นอ้อนอ่อนอารมณ์ ก็จำเศร้าแต่เราเดียว (กฤษณา อโศกสิน) มาคุยกันพลันเบิกบานใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/vinnapatra
วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม 2562
Posted by vinitvadee , ผู้อ่าน : 354 , 10:54:33 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน สิงห์นอกระบบ , Chaoying และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

โดย: โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์
 
 
“อาจิไซ” พิพิธภัณฑ์อาดาจิ
 
“อาจิไซ” พิพิธภัณฑ์อาดาจิ
 
 
ดร.โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์ Tokyo University of Foreign Studies

“ยลศิลป์ยินญี่ปุ่น” คือมุมพิเศษมุมใหม่ที่มาแทน “สะดุดคำ” หลังจากที่ได้นำเสนอมาครบ 3 ปีเต็ม มุมนี้จะแนะนำญี่ปุ่นผ่านงานศิลปะเดือนละครั้ง ด้วยการบอกเล่าแง่มุมที่น่าสนใจในเชิงศิลปะ สังคม และเกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการมองผ่านจิตรกรรมประเภทต่าง ๆ ของญี่ปุ่น ประกอบกับคำอธิบายสะท้อนภูมิหลังทางยุคสมัยในลักษณะที่หาอ่านที่อื่นได้ยาก

ภาพสีนวล ๆ ชวนให้พักสายตา แถบมุมขวามีไม้ดอกทรงพุ่มยื่นออกมาเป็นกระจุก...นับแล้วมีสี่ช่อ เลยช่วงกลางค่อนไปทางซ้ายหน่อยมีอีกหนึ่งช่อชูเด่น คล้ายเป็นการหยอกเย้าเจ้าผีเสื้อตัวจ้อยที่คอยบินวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ...เป็นภาพเรียบง่าย สบายตา และน่ามองนาน ๆ มีชื่อว่า “อาจิไซ” นี่คือผลงานปี 1902 (พ.ศ. 2445) อยู่ในสมัยเมจิของญี่ปุ่นซึ่งเป็นช่วงที่กำลังปรับประเทศสู่ความทันสมัย


 

 
 
 
“อาจิไซ” (紫陽花;Ajisai) คือดอกไม้ของญี่ปุ่น คนไทยส่วนใหญ่รู้จักในชื่อ “ไฮเดรนเยีย” (Hydrangea) ตามภาษาอังกฤษ แต่ว่ากันว่า จริง ๆ แล้วต้นกำเนิดดั้งเดิมคือญี่ปุ่น ก่อนจะแพร่หลายออกไปทางตะวันตกในภายหลัง จนมีการพัฒนาพันธุ์แตกแขนงหลากหลาย และนำพันธุ์ใหม่ ๆ ย้อนกลับเข้าสู่ญี่ปุ่นด้วย
 
อาจิไซเป็นดอกไม้หน้าฝน ช่วงปลายเดือนห้าย่างเข้าเดือนหกขณะที่ฝนเริ่มตกถี่ ดอกไม้ชนิดนี้จะเริ่มผลิบาน สีที่พบเห็นเป็นหลักคือสีม่วงหรือน้ำเงินเข้ม แต่สีขาวก็มี หรืออีกหลายสีก็เป็นไปได้ ขึ้นอยู่กับค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดินที่ใช้ปลูก

ชื่ออาจิไซมีหลักฐานปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรกใน “มังโยชู” ซึ่งเป็นหนังสือประชุมกลอนโบราณของญี่ปุ่น โดยปรากฏสองแห่ง ในกลอนสองบท แต่เขียนด้วยตัวอักษรไม่เหมือนกันและไม่เหมือนกับตัวอักษรที่ใช้ในปัจจุบันด้วย เนื่องจากเป็นดอกไม้ที่เปลี่ยนสีไปเรื่อย จึงถูกนำมาเปรียบกับคนที่ปลิ้นปล้อนหลอกลวงโดยปรากฏเป็นกลอนบทหนึ่งในนั้น

ถ้าเทียบกับดอกซากุระและดอกบ๊วย ในสมัยโบราณอาจิไซไม่ใช่ดอกไม้ยอดนิยม จนกระทั่งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงเป็นที่สนใจมากขึ้นในฐานะสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะถ้าปลูกไว้มาก ๆ เมื่อออกดอกก็แลดูสวยงามละลานตา ปัจจุบันมีแหล่งชมอาจิไซชื่อดังหลายแห่งทั่วประเทศ
 
นอกจากนี้ ถ้าไปวัดญี่ปุ่นมักจะพบเห็นอาจิไซถึงขั้นเรียกได้ว่าเป็นดอกไม้ประจำวัดเลยทีเดียว สาเหตุที่เป็นเช่นนี้คือ สมัยก่อนอาจิไซคือดอกไม้ที่นำมาใช้ในการไว้อาลัยผู้เสียชีวิต ในหน้าฝน สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ผู้คนล้มป่วยและเสียชีวิตไม่น้อย การนำอาจิไซซึ่งบานในหน้าฝนมามอบให้แก่ผู้เสียชีวิตจึงกลายเป็นขนบไว้อาลัย ตามวัดต่าง ๆ จึงปลูกอาจิไซไว้

สำหรับจิตรกรรม “อาจิไซ” ดูเหมือน “ฮิชิดะ ชุนโซ” (菱田春草; Hishida Shunsō) เจ้าของผลงานได้คำนวณองค์ประกอบกับการใช้สีไว้อย่างถี่ถ้วน ส่วนที่โดดเด่นคือดอกอาจิไซสีสดใส ขณะเดียวกันก็สร้างบรรยากาศเหงา ๆ ออกมาได้ดี ความสอดประสานระหว่างดอกไม้แม่บทกับพื้นหลังอย่างเนียนกริบทำให้ไล่สายตามองตามจุดต่าง ๆ ได้ราบรื่นโดยไม่สะดุด
 
จุดเด่นนั้นไม่ถึงขนาดพุ่งปะทะสายตาแรง ๆ แต่จะว่าจมหายไปกับพื้นหลังก็ไม่ใช่ โดยรวมแล้วมีความลื่นไหลแบบเงียบ ๆ เรียบ ๆ แต่ไม่จืดนัก ความกลมกลืนนี้ได้มาจากทักษะฝีมือที่ชุนโซพัฒนาขึ้นอีกขั้นจากเทคนิค “โมโรไต” (朦朧体; moro-tai) ที่เคยถูกวิจารณ์ในยุคนั้น


ฮิชิดะ ชุนโซ (1874-1911; สิริอายุ 37 ปี)
 
ฮิชิดะ ชุนโซ (1874-1911; สิริอายุ 37 ปี)
 

“โมโรไต” (朦朧体; mōrō-tai) หมายถึง “รูปทรงมัวซัว” เป็นแนวทางการวาดภาพญี่ปุ่น เริ่มแพร่หลายในสมัยเมจิโดยจิตรกรกลุ่มหนึ่งรวมทั้งชุนโซด้วย กล่าวคือ เส้นกรอบของรูปทรงส่วนใหญ่จะวาดให้แลดูมัว ๆ จมหายไปกับพื้นหลัง
 
ใช้วิธีการไล่โทนสีเพื่อแสดงตัวตนขององค์ประกอบ เส้นร่างไม่เด่นชัด ทำให้เกิดบรรยากาศเคว้งคว้างล่องลอยกลืนกันไปหมด ตอนนั้นถือว่าแปลกแหวกขนบ (ในทางไม่ดี) และถูกเรียกด้วยน้ำเสียงดูแคลนว่า “มัวซัว” ซึ่งคนพูดคงหมายถึง “มั่ว” นั่นแหละ แต่ต่อมาได้กลายเป็นลักษณะเฉพาะอย่างหนึ่งของภาพเขียนญี่ปุ่น


“ทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วง” (秋景;Shūkei) ตัวอย่างการใช้เทคนิคโมโรไตของชุนโซ
 
“ทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วง” (秋景;Shūkei)
ตัวอย่างการใช้เทคนิคโมโรไตของชุนโซ

“อาจิไซ” (54.5 × 112.2 ซม.) ผลงานของฮิชิดะ ชุนโซ
 
“อาจิไซ” (54.5 × 112.2 ซม.) ผลงานของฮิชิดะ ชุนโซ
 

ชุนโซไม่ได้เพิกเฉยคำวิจารณ์ แต่นำมาพิจารณาและหาวิธีปรับให้ดีขึ้น ในเบื้องต้นชุนโซตระหนักว่า “โมโรไต” ใช้ได้ดีกับภาพบางลักษณะเท่านั้น เช่น ฉากยามเช้า ฉากยามเย็น ต่อมาจึงเริ่มแก้ไขจุดอ่อน โดยเพิ่มน้ำหนักเส้นร่างให้ชัดขึ้น ทำให้ภาพไม่ดูล่องลอย แต่ก็ไม่ทิ้งบรรยากาศความสลัว ภาพจึงไม่ถึงกับ ‘ทิ่มตา’
 
หากนึกถึงภาพเขียนของตะวันตกไปด้วย จะยิ่งรู้สึกได้ชัดว่าเทคนิคภาพเขียนญี่ปุ่นแบบนี้มีความเรียบง่ายกว่ามาก อีกทั้งสีสันไม่ฉูดฉาดนัก และสำหรับภาพ “อาจิไซ” กล่าวได้ว่าเป็นผลของการปรับเทคนิค “โมโรไต” ให้แลดูมีเป้าหมายและน้ำหนักมากขึ้น ซึ่งกลายเป็นรูปแบบทั่วไปของภาพเขียนญี่ปุ่นยุคใหม่

เมื่อย้อนพิจารณาดอกอาจิไซโดยทั่วไปในเชิงจิตรกรรม ย่อมพบว่ามีพื้นที่ไม่มากเท่าซากุระหรือบ๊วย การหาภาพเขียนญี่ปุ่นที่มีดอกไม้ชนิดนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่าย หรือเท่าที่มีก็อาจไม่งดงามสะดุดเป็นที่จดจำ ในบรรดาผลงานไม่มากเหล่านั้น ชุนโซสร้างงานจิตรกรรมขนาดใหญ่ที่มีอาจิไซเป็นองค์ประกอบสำคัญไว้ก่อนหน้า “อาจิไซ” ด้วย

ผลงานที่ว่านี้เกิดขึ้นในปี 1897 (พ.ศ. 2440) สารที่จิตรกรอยากสื่อคือเงาสตรีที่สะท้อนอยู่บนผิวน้ำอันเปรียบเสมือนกระจกเงา ภาพจึงได้ชื่อว่า “กระจกน้ำ” (水鏡;Mizu-kagami) ซึ่งแม้ไม่มีอาจิไซอยู่ในชื่อ แต่อาจิไซก็เป็นส่วนที่เติมเต็มภาพให้สมบูรณ์ทั้งด้านความงามและความหมาย


“กระจกน้ำ” (257.8 × 170.8 ซม.) มหาวิทยาลัยศิลปะโตเกียว
 
“กระจกน้ำ” (257.8 × 170.8 ซม.) มหาวิทยาลัยศิลปะโตเกียว
 

สตรีกลางภาพคือเทพธิดา ชุนโซคิดว่าความงามของสตรีนั้นไม่เที่ยง ต่อให้เป็นนางฟ้านางสวรรค์ซึ่งใคร ๆ คิดว่าเพียบพร้อมด้วยรูปสมบัติก็หลีกหนีความร่วงโรยไปมิได้ แนวคิดนี้สะท้อนออกมาในภาพ แต่ไม่ได้บอกเล่าตรงไปตรงมา
 
เพราะหากจะวาดออกมาให้เห็นเป็นใบหน้าเสื่อมโทรมหรือเสื้อผ้าซอมซ่อประจักษ์แก่สายตา เมื่อมองภาพแล้วก็เข้าใจความหมายได้ทันที เป็นอันว่าจบแค่นั้น ไม่ต้องคิดต่อ แต่พอสื่อผ่านสัญลักษณ์อย่างที่ชุนโซทำในภาพนี้ จึงมีอะไรให้คิดไปได้อีกชั้นสองชั้น นี่คือเสน่ห์อย่างหนึ่งของงานศิลป์

ความเสื่อมสลายเพราะกาลเวลาสื่อออกมาสองทาง ได้แก่ เงาที่สะท้อนในน้ำ กับดอกอาจิไซ ชุนโซวาดเงาเทพธิดาในน้ำให้ออกหม่น ๆ เป็นโทนสีเทา น้ำนั่นเล่าก็มิได้ใสกระจ่างส่องสะท้อนเต็มร่าง แต่มีบางช่วงขาดหาย เป็นการบอกว่าอะไร ๆ ก็อยู่ไม่ทนหรอก มันต้องเปลี่ยนแปลงร่อยหรอไปตามกาล
 
นอกจากนี้ สองด้านซ้ายขวาก็มีอาจิไซขนาบ หากสังเกตให้ดี สีดอกไม้ก็ผันแปรแห้งเหี่ยวกลายเป็นสีออกเทา ๆ แสดงถึงความร่วงโรย เป็นการนำดอกไม้มาเป็นสัญลักษณ์ตอกย้ำความไม่เที่ยงตามความคิดของจิตรกร

นอกจากภาพอาจิไซของชุนโซในยุคที่เทคนิค “โมโรไต” กำลังเป็นรูปเป็นร่างแล้ว อีกสองผลงานว่าด้วยอาจิไซที่ควรเอ่ยไว้เพื่อให้ครบชุด คือ “นกนางแอ่นกับอาจิไซ” และ “อาจิไซกับไก่สองตัว” โดยฝีมือของศิลปินคนละคนในสมัยเอโดะ ซึ่งวาดไว้ในคนละบรรยากาศ

“นกนางแอ่นกับอาจิไซ” (紫陽花に燕; Ajisai ni tsubame) เป็นฝีมือของคัตสึชิกะ โฮกูไซ ศิลปินสมัยเอโดะที่สร้างผลงานไว้มากมาย โดยเฉพาะภาพพิมพ์แกะไม้ อาจิไซของโฮกูไซมีสีชมพูอ่อนกับสีน้ำเงิน ลดความเหงาด้วยการวาดนกนางแอ่นโผมาโฉบช่อดอก
 
ซึ่งเป็นทัศนีภาพที่แทบไม่ค่อยได้เห็นในความเป็นจริง ภาพนี้แม้ไม่ใช่งานเด่น แต่ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ช่วยยืนยันว่า แทบไม่มีอะไรรอบตัวที่ปรมาจารย์โฮกูไซไม่เอามาวาด


“นกนางแอ่นกับอาจิไซ” ผลงานสมัยเอโดะ โดยคัตสึชิกะ โฮกูไซ
 
“นกนางแอ่นกับอาจิไซ” ผลงานสมัยเอโดะ
โดยคัตสึชิกะ โฮกูไซ
 

ส่วน “อาจิไซกับไก่สองตัว” (紫陽花双鶏図; Ajisai sōkei-zu) เป็นผลงานของอิโต จากูจู ศิลปินสมัยกลางเอโดะที่สร้างผลงานไว้มากมายเช่นกัน จิตรกรผู้นี้ชอบวาดภาพสัตว์เป็นพิเศษ และภาพที่ผู้คนจดจำได้มากที่สุดจำนวนหนึ่งคือไก่ ซึ่งก็ปรากฏตัวในภาพนี้เช่นกัน
 
โดยมีพุ่มอาจิไซชูสลอนเป็นพื้นหลัง ลักษณะเด่นคือลายเส้นกับการเล่นสีสดใสแผ่อิทธิพลเต็มกรอบ สร้างบรรยากาศอีกแบบหนึ่งที่ต่างจากของชุนโซ


“อาจิไซกับไก่สองตัว” ผลงานสมัยเอโดะ โดยอิโต จากูจู
 
“อาจิไซกับไก่สองตัว” ผลงานสมัยเอโดะ โดยอิโต จากูจู
 

อันที่จริง คนญี่ปุ่นไม่ถือว่าหน้าฝนเป็นหนึ่งในสี่ฤดูของประเทศ เป็นแค่เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ที่แทรกอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูร้อน และเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างน่าเบื่อ
 
แม้กระนั้นก็ตาม หน้าฝนอันเฉอะแฉะเพราะฝนพร่ำแทบทุกวัน ก็ยังดีที่มีดอกไม้สีสดใสเป็นสิ่งประโลมใจตามหัวมุมถนนหรือในวัด และสำหรับหน้าฝนปีนี้ก็เช่นกัน หวังให้อาจิไซทั้งในภาพและในความเป็นจริงเป็นสิ่งที่ใช้พักสายตา มากกว่าจะเป็นดอกไม้แห่งความอาลัยของใคร ๆ เหมือนเมื่อในอดีต
 
 
 
ขอบคุณ MGR Online  
ดร.โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์ 
 
ภุมวารสวัสดิ์สิริค่ะ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
vinitvadee วันที่ : 29/05/2019 เวลา : 06.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขอบพระคุณ

คุณลุงยั้งคิด
น้าสิงห์ค่ะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
vinitvadee วันที่ : 29/05/2019 เวลา : 06.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

2

เจ้าหญิงคะ
ด้วยความยินดียิ่งค่ะ
ขอบคุณมากนะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
vinitvadee วันที่ : 29/05/2019 เวลา : 06.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

1

ท่าน PT คะ
ภาพงามละมุนนัยน์จริงๆ ค่ะ
ขอบพระคุณมากนะคะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 2 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 28/05/2019 เวลา : 15.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

เป็นรูปธรรมชาติ สีและลายเส้น สวย สบายตา สบายใจ เป็นเอกลักษณ์มากค่ะ
ขอบคุณมากที่นำเรื่องสวยๆ งามๆ มาให้อ่านให้ชมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 28/05/2019 เวลา : 11.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ภาพสวยงามนวลตามาก มองแล้วเย็นตาเย็นใจ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]