• vinitvadee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-06-29
  • จำนวนเรื่อง : 1225
  • จำนวนผู้ชม : 254398
  • ส่ง msg :
  • โหวต 498 คน
ยามเราสรวลสำรวลรื่น โลกก็ชื่นชมผสม
สะอื้นอ้อนอ่อนอารมณ์ ก็จำเศร้าแต่เราเดียว (กฤษณา อโศกสิน) มาคุยกันพลันเบิกบานใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/vinnapatra
วันศุกร์ ที่ 28 มิถุนายน 2562
Posted by vinitvadee , ผู้อ่าน : 395 , 07:32:16 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน สำรวจฟ้า , นายยั้งคิด และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 

 

ศิลปินฮีโร่คนไร้บ้าน-คนยากไร้ ใช้พระธรรมดึงสตินักโทษ บรรจงวาดรูปบนกำแพงคอนกรีตติดรั้วลวดหนาม เรือนจำกลางราชบุรี เป็นภาพพระพุทธรูป เจดีย์ชื่อดังในแต่ละภาคทั่วเมืองไทย หวังขัดเกลายึดเหนี่ยวจิตใจนักโทษ ตั้งเป้าใช้ศิลปะช่วยเหลือคนทั่วโลก

ศิลปะเยียวยาใจ...พระธรรมดึงสติ


 

“ในเรือนจำจะมีนักโทษเกือบทุกภาค ทุกจังหวัดถูกขังอยู่ แนวคิดของผม คือ การนำข้อคิดดีๆ จากธรรมะของทุกภาคทั่วไทยมารวมกันไว้บนกำแพงแห่งนี้ โดยให้ทุกคนมีส่วนร่วมช่วยกันวาดรูปและระบายสี ตั้งแต่ พระ วัด เจดีย์ แม่น้ำและประเพณี”

ป๊อก - ไพโรจน์ พิเชฐเมธากุล ศิลปินผู้เคยสร้างปรากฏการณ์ช่วยเหลือคนไร้บ้านในนิวยอร์กด้วยภาพวาด โดยเขาแบกเฟรมผ้าใบออกเดินไปตามท้องถนนและลงมือวาดรูปคนไร้บ้านนับพันรูป กระทั่งเกิดเป็นโปรเจ็กต์ Big Apple Big Hope กลับมาเมืองไทยคราวนี้ผนึกกำลังนักโทษเกือบครึ่งร้อยคนวาดรูปธรรมะประดับกำแพงคุก

“ผมหวังว่า ผลงานครั้งนี้จะขัดเกลาจิตใจพวกเขาให้เป็นคนที่ดีขึ้น มีกำลังใจในการใช้ชีวิตมากขึ้น ทั้งในวันนี้หรือวันที่ออกมาใช้ชีวิตข้างนอก พวกเขาอาจจะมีภาพพระธรรมบนกำแพงคอยเตือนสติ ไม่หลงทาง ไม่ทำผิดซ้ำอีกครั้ง”


 

 
 

สำหรับภารกิจครั้งนี้ เขาได้ทำตามความฝันผ่านรายการ Super 100 ซึ่งเป็นสปอนเซอร์ออกค่าใช้จ่ายให้ เนื่องจากกำแพงเรือนจำกว้างประมาณ 156 เมตร สูง 4 เมตร เพราะแค่ค่าสีอย่างเดียวก็ครึ่งแสนแล้ว 

แน่นอนกำแพงคอนกรีตติดรั้วลวดหนาม ที่ดูน่ากลัว และไม่มีใครอยากจะเข้าไปหลังกำแพงนั้น ทำให้เขาอยากจะแต่งแต้มความสุขบนกำแพงที่กั้นคนข้างนอกและคนข้างในด้วยศิลปะเพื่อจรรโลงใจนักโทษในนั้นได้บ้างไม่มากก็น้อย เพราะจากที่เขาเคยเข้าไปสอนศิลปะในคุก ก็สัมผัสได้ถึงความเครียดในตัวนักโทษได้

“ก่อนหน้านี้ก็เคยไปสอนวาดรูปพี่ๆนักโทษในเรือนจำมาแล้ว 2 ครั้ง ในเรือนจำกลาง ราชบุรี เพื่อเขาจะได้มีกิจกรรมทำ ไม่ฟุ้งซ่าน เราเห็นสภาพแวดล้อมในเรือนก็จะเป็นกำแพงขาวๆโล้นๆ มีลวดหนามข้างบน ทุกที่มีลวดหนามหมดเลย สภาพแวดล้อมไม่ค่อยน่าดู ก็เลยอยากจะทำให้กำแพงน่าดูมากขึ้น

ข้างในก็จะเครียดๆ นักโทษจะเดินเป็นแถวเหมือนทหาร กินอาหารพร้อมกัน เราเลยรู้สึกว่าพวกเขาคงเครียด ก็เลยอยากจะให้พวกเขามาทำงานศิลปะ โดยใช้พระพุทธศาสนาในการขัดเกลาจิตใจเขาไปด้วย


 

 

นักโทษอยู่ในเรือนจำแห่งนี้ประมาณ 7,000 คน ระหว่างที่พวกเขาเดินไปมาอยู่ในเรือนจำ จะได้มองเห็นกำแพงวาดรูปเกี่ยวกับพระธรรมคอยเตือนสติเขาเวลาเขาพ้นโทษออกมาข้างนอก จะได้เป็นคนดีขึ้น”

สำหรับเหตุผลที่เขาเลือกที่วาดรูปพระพุทธรูป และเจดีย์ชื่อดังในแต่ละภาคของประเทศไทยนั้น เพราะนักโทษในเรือนจำมาจากต่างทิศทั่วไทย

“ในคุกจะมีนักโทษอยู่ทั่วทุกภาคของเมืองไทย ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคอีสาน เราเลยรู้สึกว่า อยากให้มีวัดของแต่ละภาคมารวมในกำแพงเดียวกันดีกว่า ให้เป็นเหมือน UNSEEN Thailand กำแพงนี้ทุกคนเวลาเดินเข้า-ออกจะได้เห็นได้ ว่านี่พระพุทธรูปนี้ เจดีย์นี้มาจากภาคของเรานะ

เรามีเวลาแค่ 15 ชั่วโมงในการวาดรูปกำแพงนี้ให้เสร็จ มีพี่ๆนักโทษ และผู้คุมประมาณ 50 คน มาช่วยกันวาด แต่ด้วยเวลาที่จำกัด และกำแพงที่ยาวขนาดนี้ตอนแรกก็กังวลว่าจะเสร็จไม่ทัน จึงต้องวางแผนไว้อย่างดี

ผมร่างโครงไว้ก่อน และแบ่งทีมกันวาด ขณะที่ผมร่างโครงบนกำแพงก็ต้องมีคนอยู่ด้านหลังคอยเช็กระยะให้ เพราะกำแพงใหญ่และสูงจะดูคนเดียวไม่ได้ และระหว่างที่วาดก็ต้องคอยระวังด้านหลังเพราะจะมีตาข่ายลวดหนามกั้นอีก ดังนั้นจะถอยหลังมากไม่ได้”

สร้างความสุขให้คนไร้บ้าน


 
 

“ตอนนั้นทำงานอยู่ที่สตูดิโอประมาณ ตี 2 กำลังจะเดินกลับบ้าน ระหว่างที่เดินทางได้เข้าไปในซอยหนึ่ง ผมเจอคนแก่ผิวขาวอายุประมาณ 60-70 ถูกคนผิวสีทำร้ายอยู่ ผมตัดสินใจว่าจะไม่ช่วยเลยเดินกลับบ้าน พอเดินกลับบ้านก็คิดตลอดทางว่าทำไมเราไม่ช่วยคนไร้บ้านคนนี้ เรากลัวอะไร ทำไมเราเห็นแก่ตัวจังเลยที่ไม่ช่วยเขา”

คำถามพร่ำโทษตัวเองผุดขึ้นตลอดเวลา “ทำไมเราไม่ยอมช่วยเขา-ทำไมเห็นแก่ตัว” นั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่เกิดขึ้นในใจ ทำให้เขาเดินหน้าในการช่วยเหลือคนไร้บ้าน ผู้ยากไร้ มาจนถึงปัจจุบันนี้ก็ 7 ปีแล้ว

“ผมได้เพื่อนเยอะแยะเต็มไปหมด ที่นิวยอร์ก เราเขียนรูปให้พวกเขาไปเกือบพันกว่าคนที่นิวยอร์ก จนกลายเป็นเพื่อนกัน มีอะไรก็แบ่งกัน มาแชร์กัน เขาก็แนะนำเราว่า ตรงนี้เคยไปกินยัง พิซซ่าอร่อย ร้านนี้ไปดูหรือยังมีรองเท้าขายนะ”


 

 
จากตอนแรกเขาวาดภาพเพื่อช่วยเหลือคนไร้บ้านอย่างเดียว ทว่า พอกลับมาเมืองไทยก็เริ่มเขยิบโปรเจ็กต์ขึ้นมา ให้กว้างออกไปอีก

“สำหรับโปรเจ็กต์ Day Dream ผมว่าทุกๆคนก็มีความฝัน แต่อาจจะไม่สำเร็จ ทำไม่ได้ อย่างอาทิตย์ก่อนผมไปเขียนภาพคนขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ความฝันตั้งแต่วัยรุ่นของเขาคือ ฮาร์เลย์ แต่ก็ไม่มีโอกาสที่จะมี ผมก็เลยวาดความฝันให้เขาขึ้นมา คือ ผมไม่มีตังค์ซื้อฮาร์เลย์ให้พี่ แต่ผมวาดภาพพี่ขี่ฮาร์เลย์ให้  

เวลาผมเลือกคนที่จะมาวาดรูปให้ พวกเขาต้องมีเรื่องราว ผมชอบคนแก่ๆนะ เขาจะมีเรื่องราวเยอะ บางคนทำร้านรองเท้า ร้านจักรยานมาก่อน เขามี story เราก็จะเขียนง่าย หรือคนพิการที่เขามีความฝัน"

ตั้งเป้าใช้ศิลปะสร้างสรรค์คนทั่วโลก ยอมรับเคยท้อทำงานศิลปะมากว่า 15 ปี โดนคำพูดทำร้ายจิตใจ “หากินกับคนไร้บ้าน” แต่ด้วยจิตใจที่แน่วแน่ก็ฝ่าฟันอุปสรรคคำดูถูกมาได้


 

 

 

 

“ปกติจะกลับเมืองไทยปีละ 2 เดือน แต่ปีนี้จะตัดสินใจมาอยู่เมืองไทยแล้ว จริงๆผมเป็นอาจารย์สอน Painting อยู่ที่นิวยอร์ก แล้วรู้สึกว่า เรามองไปมีแต่เด็กผิวสี เด็กอเมริกัน รัสเซีย เด็กจีน เด็กญี่ปุ่น จริงๆไม่ได้เกี่ยงเชื้อชาติศาสนา แต่เราอยากเห็นเด็กไทยมากกว่า เพราะคนอเมริกันเขามีโอกาสที่ดีอยู่แล้ว มีอาจารย์ที่เก่งๆเยอะอยู่แล้ว ถ้าเรามาสอนเด็กไทยน่าจะดีกว่า ก็เลยอยากกลับมาอยู่เมืองไทย แต่พอมาอยู่เมืองไทยจริงๆก็ไม่ได้อยากสอน แต่อยากมาทำตัวอย่างให้ดูเลย ออกมาอยู่กับสังคม

ก็ไม่ได้คิดจะทำเพื่อสังคมอย่างเดียว เราก็ต้องทำมาหากินด้วย แต่ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับคนพิการ คนยากไร้ คนไร้บ้าน ผมก็ช่วยเหลือเต็มที่ ภาพที่เราวาดก็จะมอบให้เขาหมดเลย

อย่าง 2 เดือนที่แล้วผมก็มีจัดแสดงงาน อันนี้ก็ต้องเก็บเงินผู้เข้าชม ไม่ได้ทำฟรี ไม่อย่างนั้นเราก็จะทำโปรเจ็กต์ช่วยคนไม่ได้

ทำงานศิลปะมากว่า 15 ปีแล้ว ถามว่ามีช่วงเวลาที่ท้อไหม ก็มีนะ เพราะทำโปรเจ็กต์เกี่ยวกับคนไร้บ้านบางทีก็เหนื่อย มีทั้งคนชอบ และไม่ชอบ ก็มีช่วงเวลาที่เราก็หยุดวาดรูป พักสักสองสามวัน แล้วก็ลุกขึ้นมาทำใหม่ บางคนก็บอกว่าทำทำไม มันไม่ได้ช่วยคนไร้บ้านทางตรง รวมถึงมีคนมาด่าว่า "หากินกับพวกคนไร้บ้าน"

บางทีก็ท้อ เหนื่อย วันรุ่งขึ้นก็ไม่อยากไปทำ ไม่อยากไปเขียนรูป เป็นเดือนก็มี สุดท้ายเราก็มานั่งคิดว่า แค่คนไม่กี่คนพูด แต่ยังมีคนที่เขารอความช่วยเหลืออยู่จากเราอยู่ ก็เลยออกไปเขียนรูป หลังๆก็ไม่ได้สนใจคำพูดคนเท่าไหร่แล้ว เราตั้งใจทำของเรา จริงๆแล้วเรื่องนี้ก็แค่นิดเดียว


 

 
 

สำหรับภารกิจในอนาคตคิดไว้ว่าอยากจะไปทำงานศิลปะทั่วโลกเลย ผมเคยทำโปรเจ็กต์ที่นิวยอร์ก แอลเอ ซานฟรานฯ ชิคาโก ลอนดอน ปารีส เข้าค่ายโรฮิงญาที่บังกลาเทศ เลยรู้สึกว่าอยากจะไปแอฟริกา อินเดีย ทั่วโลกเลย

ผมว่าการช่วยสังคม หรือทำบุญไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเงินอย่างเดียว ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นสิ่งของ มันให้อย่างอื่นก็ได้ครับ ให้ความสามารถของเราก็ได้ ให้ความรู้ของเราก็ได้”

ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Pairoj Pichetmetakul 
 
 
ขอบคุณ MGR Online
 
สิริสวัสดิ์ศุกรวารค่ะ




เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


<< มิถุนายน 2019 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]