• vinitvadee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-06-29
  • จำนวนเรื่อง : 1225
  • จำนวนผู้ชม : 254398
  • ส่ง msg :
  • โหวต 498 คน
ยามเราสรวลสำรวลรื่น โลกก็ชื่นชมผสม
สะอื้นอ้อนอ่อนอารมณ์ ก็จำเศร้าแต่เราเดียว (กฤษณา อโศกสิน) มาคุยกันพลันเบิกบานใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/vinnapatra
วันพฤหัสบดี ที่ 4 กรกฎาคม 2562
Posted by vinitvadee , ผู้อ่าน : 293 , 08:04:29 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน นายยั้งคิด , สำรวจฟ้า โหวตเรื่องนี้

โดย: โรม บุนนาค

 

 

ประชุมพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเรื่อง “ช้างเผือกกับนางงาม” ทรงกล่าวถึงเรื่องที่สมเด็จพระมหาจักรพรรดิได้ช้างเผือกมาสู่พระบารมีถึง ๗ เชือก
 
ความทราบไปถึงกรุงหงสาวดี พระเจ้าบุเรงนองจึงแต่งทูตเข้ามาขอทำไมตรีเป็นบ้านพี่เมืองน้อง จะไม่ทำสงครามกันต่อไป แต่จะขอช้างเผือกช้างหนึ่ง ถ้าไม่ได้ก็จะยกทัพมาทำสงครามใหญ่
 
สมเด็จพระเจ้าจักพรรดิ์ทรงปรึกษาขุนนางข้าราชการ เห็นพ้องกันว่าเมืองหงสาวดีกำลังมีอำนาจมาก จะสู้รบด้วยก็ลำบาก ครั้งนี้เป็นโอกาสที่จะเป็นไมตรีกัน ช้างเผือกเราก็มีถึง ๗ ช้าง ให้ไปช้างหนึ่งก็จะระงับศึกสงครามทำให้บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุขได้ ถ้าบุญเรายังมีก็จะได้ช้างเผือกมาอีก

สมเด็จพระเจ้าจักรพรรดิก็ทรงเห็นชอบด้วย แต่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระราเมศวร กับเจ้าพระยาจักรีและพระสุนทรสงคราม ผู้สำเร็จราชการเมืองสุพรรณบุรี กราบทูลว่า
 
ช้างเผือกที่ได้มาทั้ง ๗ ช้างนี้เป็นเหตุให้พระบารมีใหญ่โต พระเจ้าหงสาวดียกทัพมาประชิดพระนครครั้งก่อนก็เอาชนะไม่ได้ ต้องยกทัพกลับไป
 
ครั้งนี้มาง้อขอช้างเผือกก็เพราะสู้พระบารมีไม่ได้ หากจะพระราชทานช้างด้วยเกรงใจพระเจ้าหงสาวดี ก็จะเป็นการตัดรอนพระบารมีของพระองค์ให้เสื่อมทรามลง ถ้าแม้นพระเจ้าหงสาวดีไม่ได้ช้างเผือกจะยกทัพมา ข้าพระเจ้าทั้งสามจะขอรับอาสาฉลองพระเดชพระคุณเอาชีวิตถวายต่อสู้กำชัยชนะให้จงได้

สมเด็จพระจักรพรรดิทรงฟังก็หวาดพระราชหฤทัยในคำที่ว่า จะตัดรอนพระบารมีของพระองค์ จึงตอบพระราชสาสน์ของพระเจ้าหงสาวดีไป ซึ่งพระราชนิพนธ์เรื่อง “ ช้างเผือกกับนางงาม” มีข้อความตอนนี้ว่า

“...จึงทรงผ่อนผันแต่งพระราชสาสน์ไปเล้าโลมพระเจ้าหงสาวดี ใจความในพระราชสาสน์นั้นว่า อันนี้เป็นธรรมดาพระมหากษัตริย์ในนานาประเทศทั่วทุกทิศ ช้างเผือกและนางงามเป็นของที่ต้องพระราชประสงค์ พระมหากษัตริย์องค์ใดมีช้างเผือกกี่ช้าง มีนางรูปงามกี่นาง ก็ต้องหวงไว้สำหรับพระบารมีหมด ไม่เป็นที่ผู้อื่นจะขอได้
 
เหมือนอย่างพระเจ้าหงสาวดีมีอนงคนาฏนารีรัตน์ที่ปรนนิบัติสำหรับพระบารมีอยู่เท่าใด ก็ถ้ากรุงไทยทราบจะไปขอสักนางหนึ่งจะได้หรือ...”

เรื่องนี้ในประชุมพงศาวดารเรื่อง “ไทยรบพม่าครั้งกรุงเก่า” ของ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ กล่าวว่า ยามนั้นพระเจ้าบุเรงนองแผ่อิทธิพลไม่ทั่ว แต่ไม่มีเหตุอันใดกับกรุงศรีอยุธยา
 
จึงแกล้งเอาเรื่องขอช้างเผือกมาเป็นเหตุ เพราะช้างเผือกเป็นของคู่บารมีของพระมหากษัตริย์ ถ้ายอมถวายตามคำขอก็เท่ากับว่ายอมอยู่ในอำนาจ ถ้าไม่ไม่ยอมถวายก็ถือว่าการขัดขืนนั้นเป็นการหมิ่นประมาท พอเป็นเหตุให้ยกทัพมาได้

หลังได้พระราชสาสน์ตอบ พระเจ้าบุเรงนองก็กรีฑาทัพมา ฝ่ายไทยไม่มีกำลังจะรับมือได้ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์จึงขออย่าทัพ พระเจ้าหงสาวดีเลยขอช้างเผือกไปถึง ๔ ช้าง ทั้งยังขอตัวพระราเมศวร พระยาจักรี และพระสุนทรสงคราม ๓ แรงแข็งขันที่คัดค้านไปด้วย

สงครามครั้งนี้เป็นสงครามครั้งที่ ๓ ระหว่างไทยกับพม่า ที่เรียกว่า คราวขอช้างเผือก
 
 
 
ขอบคุณ MGR Online
คุณโรม บุนนาค 
 
สวัสดิ์สิริชีววารค่ะ




เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


<< กรกฎาคม 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]