• vinitvadee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-06-29
  • จำนวนเรื่อง : 1276
  • จำนวนผู้ชม : 273833
  • ส่ง msg :
  • โหวต 543 คน
ยามเราสรวลสำรวลรื่น โลกก็ชื่นชมผสม
สะอื้นอ้อนอ่อนอารมณ์ ก็จำเศร้าแต่เราเดียว (กฤษณา อโศกสิน) มาคุยกันพลันเบิกบานใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/vinnapatra
วันจันทร์ ที่ 26 สิงหาคม 2562
Posted by vinitvadee , ผู้อ่าน : 214 , 07:33:04 น.  
หมวด : เกษตรกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
 
 
 
ขณะนี้รัฐบาลจีนและอินโดนีเซีย กำลังส่งเสริมและสนับสนุนการเลี้ยงปลาในนาข้าวอย่างขนานใหญ่ แต่ขณะเดียวกันเมืองไทยยุค 4.0 “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” ที่หมายถึงบ้านเมืองมีความอุดมสมบูรณ์ กลายเป็นเรื่องเล่าในอดีต ชี้เหตุจากการใช้สารเคมีอันตราย ทำให้ปลาในนาอยู่ไม่ได้

ประเทศจีนเพิ่มพื้นที่การเลี้ยงปลาในนาข้าวเพิ่มขึ้นมากถึง 11% ระหว่างปี 2016-2017 ทำให้พื้นที่ปลาในนาข้าวเพิ่มขึ้นเป็น 12.5 ล้านไร่ เช่นเดียวกับอินโดนีเซีย ทางรัฐบาลเขาจัดทำโครงการ Gentanadi เพิ่มพื้นที่เลี้ยงปลาในนาข้าว 6.25 ล้านไร่

ชาวจีนภูมิใจกับมรดกทางวัฒนธรรมเกษตรนี้มาก โดยได้ยื่นขึ้นทะเบียนเป็น “Globally Important Agricultural Heritage System” แล้ว พร้อมกับส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในพื้นที่นิเวศวัฒนธรรมนี้ไปพร้อมๆ กัน เท่ากับว่ายิงปืนครั้งเดียวได้นก 3-4 ตัวไปพร้อมกัน

การศึกษาในประเทศจีนพบว่า แทนที่ผลผลิตข้าวจะลดลงแต่กลับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10% ในขณะที่ผลผลิตข้าวที่เลี้ยงปลาในนาข้าวของอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น 10-20% ไม่รวมผลผลิตจากปลา 192-260 กิโลกรัม/ไร่ หากคิดราคาปลานิลกิโลกรัมละ 50 บาท เท่ากับชาวนาหลายล้านคนใน 2 ประเทศนี้จะมีรายได้เพิ่มขึ้นมากถึง 11,300 บาท/ไร่ (เฉพาะรายได้จากปลาอย่างเดียว) ไม่นับผักและอาหารธรรมชาติที่ได้ฟรีๆ จากแปลงนา

หรือแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้าน มาเลเซีย อย่างเช่นที่รัฐสลังงอร์ เขามีเทคนิคการทำเกษตรผสมผสานที่เรียกว่า ‘DEM CARA PENDEDERAN IKAN SISTEM TANAM JAJAR LEGOWO MINA PADI’ ซึ่งก็คือระบบการเลี้ยงปลาในร่องนาข้าว ซึ่งไม่เพียงจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในเรื่องปุ๋ยและอาหารปลาเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรอีกด้วย

ระบบการเลี้ยงปลาในนาข้าว เป็นระบบนิเวศตามธรรมชาติที่มีการเกื้อกูลสมประโยชน์กันระหว่างข้าวและปลา ลดการใช้ปุ๋ยเลิกการใช้สารพิษในระบบเกษตร และมนุษย์เป็นผู้ได้ประโยชน์สูงสุดจากระบบนิเวศเกษตรนี้


 
 

หันกลับมามองประเทศของเรา ที่เดินออกมาห่างไกลจากวิถีธรรมชาติ มีการส่งเสริมเกษตรเชิงเดี่ยว แปลงใหญ่ และการใช้สารพิษในนาข้าวสารพัดชนิด ทำให้การเลี้ยงปลาในนาข้าวกลายเป็นเพียงเรื่องเล่าในอดีต และรัฐบาลก็มักจะนึกได้แค่มาตรการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องปัญหาราคาข้าว

โดยเฉพาะการใช้สารพิษกำจัดศัตรูพืชในนาข้าว คือสาเหตุหลักทำให้ปลาในนาข้าวอยู่ไม่ได้ และยังเป็นสารเคมีที่อันตรายต่อผู้ใช้และผู้บริโภค โดยเฉพาะสารเคมีอันตราย 3 ชนิด

1.ไกลโฟเซต หรือ สารควบคุมวัชพืช มีการนำเข้า 59.85 ล้านกิโลกรัม ที่มีความเสี่ยงก่อมะเร็ง โรคไต และศาลแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เคยตัดสินให้บริษัทจ่ายค่าเสียหายแก่ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่เกิดจากการฉีดพ่น

2.คลอร์ไพริฟอส หรือสารกำจัดแมลงศัตรูพืช มีการนำเข้า 3.32 ล้านกิโลกรัม ที่ศาลสหรัฐอเมริกา สั่งให้ EPA แบนใน 60 วัน เมื่อปี 2561 เพราะมีผลต่อสมองทารกและเด็ก

และ 3.พาราควอต หรือสารกำจัดวัชพืชประเภทไม่เลือกทำลาย มีการนำเข้า 44.50 ล้านกิโลกรัม ในหลายประเทศ “ประกาศแบน” เพราะมีพิษฉับพลันสูง

ด้วยเหตุความตระหนักผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนนี้ ทำให้เกิดการรวมตัวของนักวิชาการหลายๆ ครั้งที่ออกมาเคลื่อนไหว เช่นในเวทีเสวนา “รวมพลคนสู้ทุน...(ผูกขาด)” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หน.ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์ ให้ข้อมูลว่า
 
ตามรายงานกรมการเกษตรในปี 2560 มีการนำเข้าสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอันตรายมากมายหลายชนิด แต่ละชนิดมีอันตรายทั้งต่อคนและสิ่งแวดล้อม

แม้จะรู้ว่าสร้างผลกระทบต่อสุขภาพอย่างเห็นได้ชัด แต่ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้ห้ามใช้อย่างเด็ดขาด ทั้งที่ในต่างประเทศประกาศแบน มีการควบคุมการนำเข้าสารเคมีอันตราย แต่ประเทศไทยมีลักษณะนำเข้าอย่างกึ่งเสรี...ปริมาณมหาศาลมากที่สุดในโลก เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่การเกษตรกรรมของประเทศ ประมาณว่ามากเกินกว่าความจำเป็น

ข้อมูลอ้างอิง
เพจเฟซบุ๊ก เมืองเกษตรสีเขียว https://www.facebook.com/183063271732202/posts/2479966488708524
 
 
 
ขอบคุณ MGR Online
fb เมืองเกษตรสีเขียว
 
สิริสวัสดิ์จันทรวารค่ะ




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]