• vinitvadee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-06-29
  • จำนวนเรื่อง : 1293
  • จำนวนผู้ชม : 282097
  • ส่ง msg :
  • โหวต 554 คน
ยามเราสรวลสำรวลรื่น โลกก็ชื่นชมผสม
สะอื้นอ้อนอ่อนอารมณ์ ก็จำเศร้าแต่เราเดียว (กฤษณา อโศกสิน) มาคุยกันพลันเบิกบานใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/vinnapatra
วันพฤหัสบดี ที่ 29 สิงหาคม 2562
Posted by vinitvadee , ผู้อ่าน : 434 , 07:36:36 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สำรวจฟ้า , นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

โดย: โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์
 
 
 
 

ดร.โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์ Tokyo University of Foreign Studies

“ยลศิลป์ยินญี่ปุ่น” คือมุมพิเศษมุมใหม่ที่มาแทน “สะดุดคำ” หลังจากที่ได้นำเสนอมาครบ 3 ปีเต็ม มุมนี้จะแนะนำญี่ปุ่นผ่านงานศิลปะเดือนละครั้ง ด้วยการบอกเล่าแง่มุมที่น่าสนใจในเชิงศิลปะ สังคม และเกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการมองผ่านจิตรกรรมประเภทต่าง ๆ ของญี่ปุ่น ประกอบกับคำอธิบายสะท้อนภูมิหลังทางยุคสมัยในลักษณะที่หาอ่านที่อื่นได้ยาก

ทุกวงการมีผลงานแหวกแนว ผู้สร้างความแปลกชนิดที่ถูกตีค่าต่ำจากสายตาผู้เชี่ยวชาญของช่วงเวลานั้นอาจถูกมองว่าเป็นคนประหลาด ส่วนผลงาน...เบาหน่อยอาจถูกเมิน หนักหน่อยอาจถูกด่า แปลว่าไม่เป็นที่ยอมรับ แต่หากความแปลกได้รับการประเมินค่าสูงส่ง ก็จะมีคำประทับให้ใหม่ว่านั่นคือ “เอกลักษณ์” คำนี้คือสิ่งที่ผู้ได้ชื่อว่าศิลปินปรารถนามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นศิลปินด้านการแสดง นักร้อง นักเขียน และแน่นอน...จิตรกรก็เช่นกัน

เป็นที่รู้กันว่าญี่ปุ่นมักมีอะไรแปลก ๆ ในแบบที่แสดงเอกลักษณ์ ถ้าเป็นคนยุคนี้คงนึกถึงการแต่งหน้าแต่งตัวของวัยรุ่นหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นแถวฮาราจูกุหรือชิบูยะ หรืออาจนึกถึงการประดิดประดอยสิ่งของให้เล็กน่ารัก มองแวบเดียวเดาได้ว่าน่าจะมาจากญี่ปุ่น
 
อันที่จริงจิตวิญญาณการแสวงหาความแปลกใหม่ในแบบที่สร้างความประทับใจ...หรือทำให้ผู้พบเห็นต้องเหลียวหลังมองใหม่ มีอยู่ในตัวตนของคนญี่ปุ่นมาเนิ่นนานแล้ว หนึ่งในตัวแทนของบุคคลแนวนี้คือ โซงะ โชฮากุ (曾我蕭白;Soga Shōhaku;1730–1781) จิตรกรสมัยเอโดะอันเป็นยุคที่ศิลปวัฒนธรรมผ่านการบ่มเพาะเฟื่องฟูและมีศิลปินชั้นเลิศมากมาย

โซงะ โชฮากุวาดภาพที่มีเอกลักษณ์สะดุดตาด้านลายเส้นและการใช้สี โดยเฉพาะภาพบนฉากพับขนาดใหญ่ซึ่งมีชื่อว่า “ฉากพับภาพเหล่าเซียน” (郡仙図屏風;Gunsen-zu Byōbu) สันนิษฐานว่าวาดเมื่อปี 1764 ตอนโชฮากุอายุสามสิบห้าปี เป็นฉากขนาดใหญ่หนึ่งคู่ประกอบด้วยฉากขวากับซ้าย ฉากละหกพับ
 
ความสำคัญเชิงศิลป์อยู่ที่ภาพมากกว่าที่ฉาก ยามชมจะไล่สายตาจากขวาไปซ้าย ความเด่นของภาพคือการใช้สี ขอเพียงหันมองผ่าน ๆ เชื่อแน่ว่าสีแดง น้ำเงิน และขาวที่ตัดกับพื้นหลังในโทนน้ำตาลเหลืองจะตรึงสายตาให้ละเลียดมองใหม่ และการจงใจใช้สีแบบนี้หาได้ยากยิ่งในภาพเขียนของญี่ปุ่น
 
อีกทั้งลายเส้นที่ลงละเอียดยิบก็ชวนให้พินิจนานว่าอะไรเป็นอะไรในแต่ละจุด ครั้นมองไปเรื่อย ๆ สายตาก็อาจสะดุดหยุดที่เสื้อผ้าหน้าตาและทรงผมของผู้ที่ปรากฏในภาพทั้งเด็กและผู้ใหญ่รวมหลายคน เอ๊ะ...ดูเหมือนไม่ใช่สไตล์ญี่ปุ่น

ในศิลปะญี่ปุ่น สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คืออิทธิพลจากจีน ภาพนี้ก็เช่นกัน แม้เป็นฝีมือจิตรกรญี่ปุ่น แต่หากไม่บอก คนส่วนใหญ่คงคิดว่าเป็นของจีน เพราะทั้งหน้าตาและการแต่งตัวของคน (?) ในนั้น ตลอดจนบรรยากาศและชื่อผลงานที่มีคำว่า “เซียน” อยู่ด้วย ล้วนแต่สื่อความเกี่ยวข้องกับจีน
 
นี่คือภาพที่อิงความเชื่อของจีนเรื่องเซียนที่วาดโดยศิลปินญี่ปุ่นและได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานชั้นยอดอันมีเอกลักษณ์ ปัจจุบันฉากพับซึ่งแต่ฝั่งมีขนาด 172 ซม. x 378 ซม. ขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่มีความสำคัญยิ่งของญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 2005 (พ.ศ.2548) อยู่ในความดูแลของสำนักงานวัฒนธรรม

คำว่า “เซียน” เมื่อเขียนเป็นภาษาจีนคือ仙สื่อนัยถึงผู้บำเพ็ญบารมีอย่างบากบั่นจนมีสถานะเป็นเทพและมีพลังวิเศษเหนือคนทั่วไปในที่สุด อักษรตัวเดียวกันนี้ภาษาญี่ปุ่นอ่านว่า “เซ็น” และถ้าจะสื่อความหมายเดียวกันกับภาษาจีนในฐานะผู้บรรลุอมตภาพทางร่างกายและวิญญาณ
 
ภาษาญี่ปุ่นจะเขียนว่า 仙人 (เซ็นนิง) ซึ่งสื่อถึง “เซียน” และบางทีก็ใช้แปลคำว่า “ฤๅษี” ตามคติอินเดียวและไทยด้วย ในวัฒนธรรมจีนมีเซียนและตำนานประกอบเซียนมากมาย แต่ที่คนไทยคุ้นหูกันดีที่สุดน่าจะเป็น “โป๊ยเซียน” (สำเนียงแต้จิ๋ว หรือ “ปาเซียน” ในสำเนียงจีนกลาง) ซึ่งเป็นทั้งชื่อต้นไม้และชื่อกลุ่มเทพแปดองค์ โดยมีบางองค์ปรากฏใน “ฉากพับภาพเหล่าเซียน” ด้วย

ชื่อกลุ่มเทพเจ้าโป๊ยเซียน เมื่อเขียนด้วยอักษรจีน แต่ละชื่ออ่านได้หลายเสียง ต่างกันไปตามสำเนียงภาษาถิ่น คนญี่ปุ่นก็อ่านแบบญี่ปุ่น มีชื่อ [เสียงญี่ปุ่น (อักษรจีน; ตัวพินอินสำเนียงจีนกลาง)] เรียงตามเข็มนาฬิกาดังที่ปรากฏในภาพดังนี้คือ คะ เซ็งโกะ (何仙姑;Hé Xiān Gū) เซียนสตรี, คัง โชชิ (韓湘子;Hán Xiāng Zi) เป่าขลุ่ย, รัง ไซกะ (藍采和;Lán Cǎihé) ถือกระจาดลูกท้อ,
 
ริ เท็กไก (李鉄拐;Tiě Guǎi Lǐ) นั่งอิงน้ำเต้า, เรียว โดฮิง (呂洞賓;Lǚ Dòngbīn) ชุดสีเหลืองสะพายดาบ, คัง โชริ (漢鍾離;Zhōnglí Quán) ชุดสีแสด, โซ คกกิว (曹国舅;Cáo Guó Jiù) ชุดสีเขียวทางซ้ายของเซียนสตรี, และผู้ที่อยู่นอกเรือคือ ผู้อาวุโสโชกะ (張果老;Zhāng Guǒ Lǎo)


ภาพจาก Myths and Legends of China, 1922 โดย อี. ที. ซี. เวอร์เนอร์ (วิกิพีเดีย)
 
ภาพจาก Myths and Legends of China, 1922
โดย อี. ที. ซี. เวอร์เนอร์ (วิกิพีเดีย)
 

ในแปดองค์นี้ สององค์ที่ปรากฏใน “ฉากพับภาพเหล่าเซียน” ได้แก่ ริ เท็กไก และเรียว โดฮิง ส่วนจะเป็นองค์ไหนนั้น เดี๋ยวค่อย ๆ ไล่ดูไปตามลำดับ ทั้งนี้ ทางญี่ปุ่นเองก็มีคติความเชื่อคล้ายกับโป๊ยเซียน แต่เป็นเทพเจ้าโชคลาภเจ็ดองค์ (七福神;Shichi fukujin) ไม่ใช่แปด และเป็นคนละคณะกับโป๊ยเซียน แม้กระนั้นก็มีข้อสันนิษฐานว่าอาจได้รับอิทธิพลมาจากโป๊ยเซียนก็เป็นได้ แต่บางกระแสไม่ยอมรับข้อสันนิษฐานนี้

ย้อนมาดูที่ภาพของโชฮากุ เริ่มจากฉากขวา มีภาพชายไว้หนวดเครารุงรัง แนวสะบัดพลิ้วไหวของเส้นผมบอกให้รู้ว่าลมคงแรงน่าดู นี่คือ “โทโฮ” (董奉) ซึ่งเป็นหมอใจบุญผู้มีเรื่องราวในเรื่องสามก๊ก ตำนานเล่าว่าหมอโทโฮรักษาคนโดยไม่คิดเงิน แต่ขอให้ตอบแทนด้วยการปลูกอันซุ (แอปพริคอต) เมื่อกลายเป็นป่าอันซุขึ้นมาจึงให้เสือเฝ้าป่าไว้
 
ลองมองไปทางซ้ายเล็กน้อยจะเห็นเสือซุ่มอยู่ ใครหมายขโมยผลอันซุจะถูกเสือกัดตาย พอครอบครัวของขโมยมาขอขมาก็ชุบชีวิตขโมยที่ตายไปให้ฟื้นคืนชีพ ผลอันซุที่เก็บเกี่ยวได้จะนำไปแลกเป็นธัญพืชมาแจกจ่ายคนยากจน


ฝั่งขวาของ “ฉากพับภาพเหล่าเซียน”
 
ฝั่งขวาของ “ฉากพับภาพเหล่าเซียน”
 

ถัดมาอีกหน่อยคือ “โชชิ” (簫史) เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์จีนโบราณสมัยวสันตสารท (ยุคที่มีหญิงงามนามว่าไซซี) ประมาณ 770 – 463 ปีก่อนคริสตกาล โชชิมีฝีมือการเป่าขลุ่ยเป็นที่เลื่องลือ แต่งงานกับเจ้าหญิงองค์หนึ่ง ตำนานเล่าว่าทั้งสองเป่าขลุ่ยได้เพราะพริ้งเสียจนหงส์ (สัตว์ในป่าหิมพานต์ ไม่ใช่หงส์ที่คล้ายห่าน) ร่อนลงมาหาและได้ขี่หงส์

ถัดมายังมีอีกสองเซียนซึ่งอยู่ในกลุ่มแปดเทพ องค์แรกที่อยู่ติดกับโชชิคือ “ริ เท็กไก” (หลี เถียไกว่) ศิลปินวาดให้กลมกลืนกับพื้นหลังจนแทบจะมองผ่านหากไม่สังเกตดี ๆ
 
ตำนานเล่าว่าตอนมีชีวิตอยู่เป็นผู้ฝักใฝ่ธรรมะและรักสันโดษ เคยถอดวิญญาณออกจากร่างแล้วกลับเข้าร่างไม่ได้ ต่อมาเมื่อพบร่างชายพิการผู้เป็นขอทาน จึงเข้าไปอาศัยร่างและเสกไม้เท้าให้เป็นไม้เท้าเหล็กเพื่อประคองตัวยามเดิน จึงได้รับการขนานนามว่า “หลี่ขาเหล็ก”

ส่วนอีกองค์หนึ่งคือ “เรียว โดฮิง” (ลหฺวี่ ต้งปิน) อยู่ในชุดสีน้ำเงินสดสะดุดตา ตอนอยู่ในสถานะมนุษย์เป็นคนสมัยราชวงศ์ถัง เป็นผู้มีความเพียรพยายามอย่างสูงแม้เคยพลาดหวังในการสอบเป็นขุนนาง กว่าจะผ่านการยอมรับเป็นศิษย์สำนักเต๋าก็ต้องฝ่าด่านทดสอบจิตใจ เช่น ถูกเสือจ้องจะกิน ถูกหญิงงามยั่วยวน เมื่อบำเพ็ญเพียรแก่กล้าแล้วเคยออกช่วยประชาชนปราบมังกร

ข้ามมาที่ฉากฝั่งซ้าย ผู้ที่ยืนอยู่กับกลุ่มเด็ก ๆ รูปร่างจ้ำม่ำหลากสีสัน คือ “ริน นาเซ” (林和靖) 

หรือ “ริมโปะ” (林逋) ผู้เป็นกวีตอนมีขีวิตอยู่และได้รับความเลื่อมใสอย่างสูงในสมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ บทประพันธ์ร้อยกรองที่แสดงความรักและถวิลหาอาลัยอาวรณ์ได้รับการยกย่องเป็นพิเศษ เคยได้รับการเสนอตำแหน่งสูงในรัฐบาล แต่ก็ปฏิเสธ ยินดีใช้ชีวิตอย่างสงบมากกว่า ไม่มีครอบครัว ไม่แต่งงาน ไม่มีลูก
 
ปลูกต้นบ๊วยไว้ที่สวน เลี้ยงนกกระเรียนเป็นเพื่อน ประหนึ่งว่า “บ๊วยคือภรรยา บรรดานกกระเรียนคือลูก” ในช่วงบั้นปลายใช้ชีวิตอย่างสันโดษที่ทะเลสาบตะวันตกในเมืองหางโจว และบทกวีของริมโปะยังคงเป็นที่ศึกษากันอยู่จนถึงทุกวันนี้


ฝั่งซ้ายของ “ฉากพับภาพเหล่าเซียน”
 
ฝั่งซ้ายของ “ฉากพับภาพเหล่าเซียน”
 

เซียนองค์ต่อมาที่ยิ้มแย้มแจ่มใสนั่งอยู่ตรงหน้าอ่างปลาในท่าสบายคือ “ซาจิ” (左慈) ตำนานเล่าว่ามีตัวตนในช่วงปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออกและสมัยสามก๊ก ว่ากันว่ามีชีวิตยืนยาวถึง 300 ปีโดยผ่านการร่ำเรียนวิชาทำให้อายุยืนจากปราชญ์สำนักเต๋า
 
มีชื่อเสียงด้านยาอายุวัฒนะ การแยกร่าง และเวทมนตร์ เช่น เสกปลาประหลาดในกระทะเปล่า และเป็นตัวละครที่ปรากฏในเรื่องสามก๊กในฐานะผู้วิเศษคนหนึ่ง

และสุดท้ายคือ “เซียนคางคก” ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “กามะ-เซ็นนิง” (蝦蟇仙人) เป็นเซียนของจีนที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษในญี่ปุ่นแม้ในจีนมีภาพลักษณ์เป็นลบอยู่บ้างก็ตาม ปรากฏอยู่บ่อย ๆ ในภาพเขียน งานฝีมือ หรือละครคาบูกิของญี่ปุ่น
 
ตำนานเล่าว่าเคยได้รับความช่วยเหลือจากซาจิและเรียว โดฮิง มีความสามารถในการใช้เวทมนตร์ปีศาจคางคกน้ำเงิน ซึ่งเป็นคางคกสามขาโดยมีสองขาหน้ากับหนึ่งขาหลังอยู่กลางตัว และในภาพของโชฮากุก็มีคางคกเกาะอยู่บนหัวของเซียนผู้นี้ด้วย

นอกจากเซียนเหล่านี้แล้ว ที่เหลือคือเหล่าสตรีซึ่งดูเหมือนปรากฏตัวเพื่อปรนนิบัติพัดวี จิตรกรลงสีเครื่องแต่งกายสตรีไว้อย่างสดใส เมื่อมององค์ประกอบทั้งหมดนี้ พบว่าภาพฝั่งขวาคือเซียนที่ปั้นหน้าถมึงทึง ท่วงท่าแฝงความเขม็งเกลียวอยู่ในที และแสดงความเคลื่อนไหวเด่นชัด
 
ผิดกับภาพทางซ้าย เซียนฝั่งนี้อยู่ในท่าผ่อนคลาย ถึงขั้นดูน่าเลื่อมใสน้อยกว่าอีกฝั่งด้วยซ้ำ การถ่ายทอดอารมณ์ในแบบที่ขัดกันเช่นนี้เกิดขึ้นอย่างจงใจ เช่นเดียวกับการลงสีสด ๆ ให้แก่เซียนบางองค์เท่านั้น เป็นการสร้างความฉงนให้ผู้ชมนึกคิดไปต่าง ๆ นานาว่าต้องการสื่ออะไร แต่ที่แน่ ๆ คือการตัดกันอย่างชัดเจนของสีและอารมณ์ในลักษณะเปรียบต่างเช่นนี้คือเสน่ห์ของภาพ

โชฮากุได้รับการขนานนามว่าเป็นศิลปินที่วาดรูปฉีกขนบและออกแนว ‘บ้า’ ในภาพเขียนของญี่ปุ่น จะหาภาพไหนที่ลงสีแบบนี้คงไม่มีแล้ว แต่ ‘ความโดด’ ชนิดนี้กลายเป็นความเด่นที่ลงตัว นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งในผลงานของโชฮากุผู้พยายามดึงตัวเองให้ออกห่างจากความธรรมดาในสมัยนั้น
 
งานอื่น ๆ ของเขาก็สร้างความประหลาดใจแก่ผู้พบเห็นเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นภาพหน้าคนตลก ๆ หรืออากัปกิริยาประหลาด ความบ้าจึงกลายเป็นเอกลักษณ์ไป และเมื่อเทียบกันแล้ว เอกลักษณ์มีความเป็นสากลมากกว่าความงาม ในขณะที่ความงามขึ้นอยู่กับรสนิยมด้วย
 
แต่เอกลักษณ์คือลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร เลียนแบบได้ยากหรือไม่ได้เลย จึงเป็นที่ยอมรับโดยหาข้อโต้แย้งได้ยาก และแน่นอนว่าหากความงามมีเอกลักษณ์ประกอบด้วยย่อมเป็นที่สุด
 
 
 
ขอบคุณ MGR Online  
ดร.โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์
 
สวัสดิ์สิริชีววารค่ะ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
vinitvadee วันที่ : 30/08/2019 เวลา : 07.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขอบพระคุณ คุณลุงยั้งคิดค่ะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
vinitvadee วันที่ : 30/08/2019 เวลา : 07.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ขอบพระคุณท่าน PT มากค่ะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 1 vinitvadee ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 29/08/2019 เวลา : 21.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

เห็นแต่ภาพไม่บอกก็ไม่รู้ว่าเป็นจิตรกรญี่ปุ่น

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]